ปลายปากกายี่ห้อดีถูกกระแทกเป็จังหวะเบาๆกับโต๊ะทำงานจนคล้ายเสียงพระจีนสวดมนต์อยู่เป็นานสองนาน กระทั่งเลขาต้อมนำแฟ้มรายงานเข้ามาวางตรงหน้า..ยังไม่เห็น
แทนไทส่ายหน้าอย่างไม่เข้าใจตัวเองแปลกใจว่าเหตุใดภาพที่แวบเข้ามาในสมองคือ ใบหน้าสวยเก๋ที่แฝงความรั้นลึกๆชวนมองของหญิงสาวผู้ทำทุกวิถีทางเพื่อจะได้ของของตัวเองคืน..ยัยแม่มด
บ้าแล้วนายไท
แค่เพียงสองครั้งที่ได้เจอกันมันทำให้เขาถึงกับหลงมนต์ดำมหาเสน่ห์ของแม่นั่นจนต้องวุ่นวายเก็บมาขบคิดอยู่จนถึงขณะนี้กระนั้นหรือ
ไม่ใช่แน่..เพราะเธอมีบางอย่างเกี่ยวข้องกับทายาทหนุ่มตระกูลนั้นต่างหาก
“Bossคะ” ต่อเมื่อลูกน้องสาวส่งเสียงนั่นเองเขาจึงได้เงยหน้าขึ้น
“ผลประมูลการก่อสร้างโครงการที่เชียงใหม่กับหัวหินค่ะ”
“อืมมมมม ขอบคุณมาก” เลขาต้อมค้อมศีรษะขณะลอบชำเลืองมองผู้เป็นายในใจเต็มไปด้วยความสนเท่ห์ไม่น้อยเพราะพักนี้เ้านายของเธอดูแปลกไปปกติแล้วไม่ว่าหน้าที่การงานจะหนักหนาเพียงใด เขามักเก็บงำมันไว้ภายใต้ใบหน้านิ่งเฉยได้อย่างแเีแต่นี่มันก่ำกึ่งระหว่างความร้อนรนกับอาการคิดไม่ตกอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน
“เอ้อ! คุณต้อม” และไอ้ลักษณะคล้ายว่าอ่านความคิดคนอื่นออกนี่ก็ด้วยทำใจหายใจคว่ำ
“คะ?”
“น้องผู้หญิงที่คุณเคยเล่าว่าเดินชนกันตอนไปรับยาคุณปู่ที่โรงพยาบาลน่ะมันยังไง” คนถูกถามเลิกคิ้ว ก็เพราะเธอลืมมันเสียสนิทแล้วน่ะสิถ้าเ้านายไม่ท้วงขึ้นคงไม่ได้หยิบยกมาพูดถึงอีกเป็แน่
เห็นทีคงเื่ยาวเธอหย่อนตัวลงนั่งตามมือของคนเป็นายที่ผายยังเก้าอี้
“มีปัญหาเื่ยาหรือคะ”
“ไม่มีหรอก ผมแค่อยากรู้เื่คนที่คุณไปเดินชนกับเขามากกว่า” ถึงจะนำมาซึ่งความแปลกใจเพียงใด แต่เลขาต้อมก็ยังคงยิ้มบางออกมาได้
“หลังจากที่ Boss มอบหมายให้ไปรับยาของท่านประธานวันนั้นต้อมก็รีบไปทันทีเลยค่ะ ออกจะรีบเกินไปจนเผลอเดินชนกับน้องผู้หญิงคนนั้นที่โรงพยาบาลแต่ประเด็นไม่ได้อยู่ที่น้องคนนั้นนะคะ”แทนไทกระชับปากกาในมือ สีหน้าและแววตาบ่งชัดว่า แล้วไง
“ต้อมเจอคุณแดนที่นั่นด้วยค่ะ ทักทายกันอยู่หลายคำจนไม่ทันได้เช็คอะไรให้เรียบร้อยก่อนแยกย้ายกันมา”
นั่นไง
“เขามาด้วยกัน?”
“ค่ะ น่าจะมาเป็เพื่อนคุณเมย์กันทั้งสองคน ข่าวยังลงเลยนะคะว่านางเอกสาวเมย์ ไมยนา ป่วย” ตอนนั้นเองที่ทำให้ชายหนุ่มเห็นความสำคัญของข่าวหน้าบันเทิงขึ้นมาทันทีโดยปกติเขามักเมินมันด้วยเหตุผลว่า..ไร้สาระ อีกทั้งเบื่อหน่ายข่าวฉาวของแฟนสาวเต็มทนยิ่งทำให้ไม่คิดจะเปิดอ่าน
“แล้วคุณรู้ไหมว่าผู้หญิงคนนั้นชื่ออะไร” เธอส่ายหน้า
“ไม่ทราบค่ะ เพราะตอนนั้นมัวแต่คุยฟุ้งอยู่กับคุณแดน ก็ไม่ได้เจอกันตั้งนานนี่คะ” แทนไทเกือบได้ร้องบิงโก หากอีกฝ่ายเฉลยคำตอบที่ถูกต้องออกมาได้แต่ไม่เป็ไร..แค่นี้ก็ได้เื่แล้ว
“มีอะไรหรือคะ Boss?”คราวนี้เขาได้เป็ฝ่ายหน้าปฏิเสธบ้าง
“ไม่มีอะไร แค่คิดว่าอาจเป็คนรู้จัก”
“อันที่จริงต้อมจะเล่าให้ Boss ฟังหลายครั้งแล้วนะคะแต่มีอันต้องถูกตัดหน้าไปซะก่อนทุกที” แทนไทนึกขำท่าทีเจ็บใจระคนเก็บกดของเลขาคนเก่งที่วันนี้เหมือนได้ฤกษ์ระบายออกมาเสียที
แล้วหวนไปนึกถึงใบหน้าเ้าของความคิดฟุ้งซ่านของวันนี้
เป็แม่มดอยู่ดีๆ เวลานี้เหลือแค่ ฟางน่าขัน
แต่ไม่ว่าผู้หญิงคนนั้นจะเป็ใคร นางฟ้า ยัยแม่มดหรือ ฟางอะไรนั่น ก็มิอาจทำให้ความสนใจของเขาที่มีต่อเธอลดน้อยลงไป
อย่างน้อยหนทางที่จะนำมาซึ่งความกระจ่างว่า.. เธอกับ ไอ้หมอนั่น เกี่ยวข้องกันอย่างไร..ก็ชัดขึ้น
แล้วทำไมเขาต้องไปสนใจอยากรู้เื่พวกนี้ด้วย!
ความขัดแย้งอันเกิดจากสมองทำงานไม่สัมพันธ์กับหัวใจจนทำให้รู้สึกปั่นป่วนและสับสนไปหมดที่เป็แบบนี้สาเหตุคงเกิดจาก โลกร้อน กระมัง
คนโทษดินฟ้าอากาศเอื้อมมือไปลากแฟ้มรายงานที่เลขาของเขาเพิ่งนำมาวางเมื่อครู่เปิดออกดู
“ผลประมูลการก่อสร้างโครงการที่เชียงใหม่กับหัวหิน”คนที่คิดว่าควรจะเลิกฟุ้งซ่านเื่ไม่เป็เื่สักทีเห็นทีจะยากเพราะมันวกกลับอีกครั้งจนได้
“เชียงใหม่”
“มีแผนไปเที่ยวไหนกัน?”
“ค่ะ พอดีฟางกับเพื่อนๆ เขาจะฉลองทิ้งทวนเรียนจบ ตอนแรกเห็นว่าจะไปทะเลกันแต่เสียดายที่พักน่ะเต็ม คือพี่ปุ๊กผู้ดูแลการแสดงเขามีที่พักตากอากาศของญาติๆอยู่น่ะค่ะ สุดท้ายไปลงเอยที่เชียงใหม่ พวกเราเลยได้อนิสงค์ไปด้วย”
“เมื่อไหร่?”
“มะรืนนี้ค่ะ”
นิ้วหนาเอื้อมไปกดปุ่มสปีคโฟนเมื่อได้ยินเสียงตอบรับจากปลายสายเขาจึงกรอกเสียงเรียบๆ ลงไป
“ผมจะขึ้นเหนือไปตรวจงานสักหน่อย คุณต้อมช่วยจัดการเื่ที่พักและโรงแรมให้ผมด้วย”
“Bossจะไปวันไหนคะ?”
“มะรืนนี้ ขอไฟท์เช้าสุดเลยนะ”
“ได้ค่ะ”
บ้านทรงไทยประยุกต์หลังใหญ่ใจกลางกรุงเทพมหานครภายในห้องอาหารที่ประดับตกแต่งด้วยโคมไฟระย้า พื้นปูพรมราคาแพงสีสดเฟอร์นิเจอร์ไม้เนื้อดีแกะสลักลวดลายวิจิตรเข้ากับบรรยากาศของตัวบ้าน
คนหนุ่มที่ถูกหญิงชายวัยกลางคนหิ้วปีกซ้ายขวามาแต่ไกลทำหน้าเมื่อยแทบจะตลอดทาง
“นั่งก่อนลูก แล้วกินน้ำเย็นๆ ให้ชื่นใจจะได้หายเหนื่อย”ดุจเดือนผู้เป็มารดาเอ่ยอย่างเอาใจเมื่อจับตัวบุตรชายยัดลงกับเก้าอี้ได้สำเร็จตามด้วยรังสรรค์ผู้เป็บิดาที่ไม่ยอมน้อยหน้ากัน
“หรือไม่ก็ผลไม้สดๆ เพิ่งส่งตรงจากไร่ของเราที่เชียงใหม่เชียวนะ”
แทนไทกรอกตามองบุพการีอย่างรู้ทันว่าไอ้ที่ตามมาแสดงความรักอย่างสุดซึ้งในตอนนี้..คงเพราะมีเื่จะ‘คุย’ ไม่ใช่คุยธรรมดาเสียด้วย แต่ต้องได้ข้อสรุปหรือคำรับรองอย่างเป็ทางการจากปากของเขา
และนั่นก็คงไม่พ้นเื่เดิมๆ..หมั้น
“คุณพ่อกับคุณแม่มีอะไรจะคุยกับผมก็คุยมาเลยดีกว่าครับ แม้ว่าผมจะไม่ค่อยอยากฟังเื่คนบ้านนั้นสักเท่าไหร่” บุพการีพากันยิ้มเจื่อน ก่อนค่อยๆ ผันเป็ยิ้มแป้น ไหนๆบุตรชายก็เปิดโอกาสให้แล้วโดยไม่ต้องเกริ่นนำให้มากความ
“ก็มันสมควรแก่เวลาที่ลูกน่าจะได้ทำความรู้จักกัน” ดุจเดือนชิงพูดตัดหน้าให้คนเป็สามีได้แค่เผยอปาก
“ฝ่ายโน้นเขาคงไม่ขัดข้องสินะครับ ก็ดี..ในเมื่อไม่เื่มากผมก็ไม่มากเื่”
“ฟังพูดเข้า เพราะน้องเขาเป็เด็กดี น่ารัก และก็ว่าง่ายต่างหากลองคุณลุงของแกเห็นด้วยอย่างนี้ละ น้องเขาก็ไม่ขัด”
“งั้นถ้าคุณลุงเขาสั่งให้ไปโดดตึก เธอคงทำตาม”แทนไทอดปากประชดให้โดนหยิกฟรีไม่ได้
“คิดอะไรให้มันเข้าท่าหน่อยได้ไหมตาไท ใครเขาจะไปสั่งอะไรบ้าบออย่างนั้น”
“ก็มันจริงนี่ครับ เด็กดี น่ารัก และว่าง่ายของคุณแม่ ชื่ออะไรนะ ยัยอารยาวรากรณ์ เหอะ! มีสมองหรือเปล่า”คราวนี้บุพการีต่างโพล่งเสียงดัง
“ใครนะ?”
“อ้าว! ก็แม่หลานสาวบ้านนั้นไงครับหรือคุณพ่อคุณแม่จะเปลี่ยนตัว” ร้อนถึงมารดาต้องรีบเขยิบเข้ามาปรับข้อมูลใหม่ให้ตรงกัน
“หลานสาวคุณวันชัยน่ะใช่ แต่ไม่ใช่หนูอัน อารยาน่ะลูกสาวคุณนรี” แทนไทสะอึกไปนิดหนึ่ง เขาไม่เข้าใจและไม่เห็นจะรู้เื่คนของครอบครัวนั้นสักนิด
“แล้วแม่นี่ใครล่ะครับ”
“ก็เคยบอกแล้วนี่นา ว่าเป็หลานสาวคุณลุงวันชัยเหมือนกัน แต่ชื่อฟาง หนูฟางกองฟาง กุลมาศ”
“อะไรนะครับ!”
ไม่จริง! เป็ไปไม่ได้
ถึงชื่อคนบนโลกนี้จะมีมากมายจนซ้ำซากด้วยตั้งกันตามอัธยาศัยแต่ก็ไม่น่าบังเอิญมาตรงกันขนาดนี้
บังเอิญอีกแล้วหรือ..แล้วถ้าไม่ล่ะ
แทนไทถลันลุกออกจากห้องนอนตรงดิ่งไปยังเรือนเล็กอย่างรวดเร็วเขา้าให้คนที่รู้ดีที่สุดเพียงคนเดียวเวลานี้ที่เขานึกได้เฉลยความคับข้องใจให้กระจ่างแต่พอถึงที่หมายก็ต้องพบกับความผิดหวังเมื่อบ้านปิดเงียบ มีเพียงแสงไฟเรืองๆจากตะเกียงเ้าพายุประยุกต์นำสมัยที่ผู้อาศัยนอนบอกว่ามันคลาสสิกดี
คงออกไปข้างนอกตามเคย แถมยังติดต่อไม่ได้อีก!
กองฟางนั่งนิ่งอยู่กับเก้าอี้ม้าหินหน้าบ้านนานเกือบชั่วโมงดวงตาเลื่อนลอยบนใบหน้าอ่อนล้าบอกให้รู้ว่าขาดการพักผ่อน ก็เมื่อคืนเธอแทบไม่ได้นอนเลยน่ะสิมือเล็กบางข้างหนึ่งพาดอยู่บนกระเป๋าเดินทางที่เ้าตัวไม่รู้กวาดอะไรยัดใส่มาบ้างก็มันไม่มีกระจิตกะใจและไร้ความสนุกรื่นเริงนับั้แ่เกิดเื่
นี่ถ้าไม่เห็นแก่คำคุณลุง คงได้โทร.ไปยกเลิกกับบรรดาเพื่อนฝูงนานแล้ว
“พรุ่งนี้เลขาฯ ของลุงจะมารับยายกับน้าหนูไปแต่เช้าแล้วเราก็ไม่ควรอยู่ที่นี่เหมือนกันนะลูก”
“อ้าว! แล้วจะให้หนูไปอยู่ที่ไหนคะ”
“ไว้ให้เรากลับจากเชียงใหม่ก่อน ค่อยว่ากัน เื่นั้นน่ะไม่ใช่ปัญหาหรอก”
“หนูไม่อยากไปแล้วค่ะ”
“ไปเถอะลูก ไปพักผ่อนจิตใจให้สบาย อย่าให้ลุงต้องมีห่วงเื่หนูเพิ่มขึ้นตอนนี้เลยนะ”
เพราะคำขอร้องนั้นคำเดียวทำให้เธอต้องรับปากอย่างไร้ข้อโต้แย้ง..เพียงเพื่อความสบายใจของคุณลุง
ปรี๊น! ปรี๊น!
คนใจลอยสะดุ้งโหยง สงสัยพี่แดนคงมารับเธอแล้ว
“ยัยฟาง! มัวเหม่ออะไรอยู่เขาได้ยินกันยั้นท้ายซอยแล้ว รีบๆ มาเปิดประตูเร็ว”
“หวาน” กองฟางอุทานอย่างประหลาดใจเมื่อหันไปเห็นและยิ่งกว่านั้นเมื่อเหลือบตาเลยไปทางฝั่งคนขับ
“พี่วิทย์!”แน่นอนที่สุดว่าเ้าของชื่อคือผู้อยู่นอกรายการทัวร์ครั้งนี้หากแต่อะไรที่ทำให้เขามาอยู่ที่นี่ได้
หวานเปิดประตูรถลงมาตะกายรั้วไม้หน้าสลอน
“อยู่ดีๆ ก็มีคนอาสาเป็สารถีให้ ฉันเลยโอเค” เ้าหล่อนขยิบตาไปทางพี่ชายขณะยังลอยหน้าคุยกับเพื่อนรักกองฟางหันไปสบตาชายหนุ่มแวบหนึ่งเหมือนจะค้านคำว่า..อยู่ดีๆ
“ไม่ต้องแปลกใจและสงสัยอะไรทั้งนั้น เรานัดรวมตัวกันที่บ้านเธอแผนเพิ่งเปลี่ยนหมาดๆ เมื่อเช้านี้” คนฟังกระพริบตาสองสามทีก่อนเหลือบไปทางวิทยาคาดว่าเขาคงยังไม่ได้บอกเื่เมื่อวานให้หวานฟัง
ไม่อย่างนั้น..เพื่อนของเธอคงไม่รื่นเริงบันเทิงใจอยู่อย่างนี้เป็แน่
“เมื่อคืนนอนดึกใช่ไหม นานๆ ได้ออกเที่ยวไกลๆ สักที ตื่นเต้นใช่ป่ะ”มือหนาเข้ามาคว้าต้นคอคนโก่งคอแต่เช้าให้หลุดออกจากรั้วทั้งที่ประตูถูกเปิดไว้เรียบร้อย
“หยุดแหกปากได้แล้วไอ้ที่ว่าเขาได้ยินกันยั้นท้ายซอยน่ะคงเป็เสียงเธอมากกว่า..ยัยหวาน” คนถูกเอ็ดทำค้อนปะหลำปะเหลือก
“ไม่เป็ไรนะฟาง”คำถามนั้นเหมือนสื่อให้รู้กันแค่สองคน กองฟางยิ้มเศร้าระคนขอบคุณไปพร้อมกัน เธอพอจะเข้าใจว่าเหตุใดพี่วิทย์ถึงไม่ปริปากเื่ของเธอให้หวานทั้งที่เป็น้องสาวบางทีคงเพราะ้าให้เธอเป็ผู้ตัดสินใจว่าควรเล่าให้ใครฟัง เมื่อไหร่ ตอนไหน
“ทำไมบ้านแกเงียบอย่างนี้ล่ะ”หวานทักขึ้นเมื่อชะเง้อมองเข้าไปในบ้านแล้วเห็นประตูหน้าต่างปิดสนิท
“ยายกับน้าไปพักฟื้นร่างกายที่โรงพยาบาล”
“เอ้าเรอะ! แล้วยายเป็อะไรมากหรือเปล่า” คนถูกถามส่ายหน้า
“เป็คอร์สการรักษาในส่วนดูแลของโรงพยาบาลน่ะ”คนฟังพยักหน้าเข้าใจตอนนี้หลายโรงพยาบาลนำการรักษาคนป่วยแบบธรรมชาติบำบัดอยู่ไม่น้อย
เสียงเครื่องยนต์ของรถโฟร์วีลคันใหญ่เข้าจอดเทียบหน้าบ้านเรียกทุกสายตาให้ไปรวมกันอยู่จุดเดียว
“พี่แดนมาแล้ว ทางนี้ค่ะพี่” หวานส่งเสียงกระตู้วู้จนวิทยาลอบส่ายหน้าเขาไม่ได้หวังให้น้องสาวเพียงคนเดียวเรียบร้อยเหมือนผ้าพับไว้ประดุจกุลสตรีไทยด้วยยุคสมัยมันเปลี่ยนไปแล้วแต่ก็ไม่ใช่ก๊ากั่นเป็ลิงหลอกเ้าอย่างที่เห็น
เขาละสายตาจากน้องสาวเพื่อหันมาทางกองฟางรอยยิ้มที่มุมปากแม้ไม่กว้างนักแต่สื่อได้ถึงการให้กำลังใจ เธอยิ้มบางตอบเป็ขณะเดียวกับที่หวานพาคนมาใหม่เข้าร่วมสมทบ
“นี่พี่วิทย์พี่ชายของหวานเองค่ะ”คนแนะนำย้ายมือไปอีกทาง “นี่พี่แดน เป็รุ่นพี่ของหวานที่คณะส่วนคนสวยๆ นี่คงไม่ต้องแนะนำก็ได้เนอะ”วิทยามองเขตแดนที่กำลังค้อมศีรษะเล็กน้อยเป็การทักทาย จึงได้ทักตอบ “ยินดีที่รู้จักครับ”ส่วนอีกคนยกมือขึ้นไหว้อ่อนช้อยให้เขาต้องรีบรับไหว้เช่นกัน
วิทยาพิจารณาหญิงสาวตรงหน้าอยู่อึดใจก่อนพูดออกมาเสียงเรียบๆ
“หน้าตาเหมือนดารา” เขตแดนหันมายิ้มๆกับไมยนาเมื่อคำทักของชายหนุ่มผู้แก่วัยกว่าเพียงไม่กี่ปีสรุปได้ว่าแค่เหมือน
หวานดึงไหล่พี่ชายมากระซิบ “ที่ไหนเล่า ตัวจริงเสียงจริง”
“อ้าว! ถึงว่า..เหมือนจัง”เสียงหัวเราะจึงตามมาเมื่อสุดท้ายก็ยังได้คำยืนยันเดิมๆ
เสียงเรียกเข้าจากโทรศัพท์มือถือเครื่องหนึ่งขัดจังหวะ่เวลาเฮฮาให้หยุดลงหวานหยิบขึ้นมากดรับ แต่ยังไม่ทันได้กรอกเสียงลงไปคล้ายว่าทางปลายสายชิงพูดเสียก่อน
“ค่ะพี่ปุ๊ก” พอเธอกดวางเขตแดนจึงรีบซัก
“พวกนั้นยังมาไม่ถึงเหรอ?”
“ไม่ถึงอะไรคะพี่ จอดรออยู่ถนนใหญ่ด้านหน้านี่เองพี่ปุ๊กบอกว่าถ้าพร้อมกันแล้วให้พวกเราไปเจอข้างนอกเลยในซอยนี้มันค่อนข้างแคบเจ๊แกไม่อยากเอารถใหญ่เข้ามา”เขตแดนเบิกตา รถใหญ่ของคุณนายกระปุกคงไม่ใช่สิบล้อนะ
“งั้นเราไปกันเถอะ” หวานสรุปเขตแดนหันไปพยักหน้ากับไมยนาและนั่นก็ทำให้เขาช้าเกินกว่าจะได้เอ่ยชวนอีกคน
“ฟางไปกับพี่” วิทยาชิงตัดหน้าไปเสียก่อนแถมยังรวบข้อมือเล็กๆ ไว้แน่นเป็การยืนยันอีกด้วย
กองฟางมองเสี้ยวหน้าของวิทยาอย่างรู้สึกขอบคุณที่เขาเป็เหมือนอัศวินม้าขาวและบอดี้การ์ดคอยปกป้องเธอไว้ได้ทุกสถานการณ์จริงๆก็จะให้เธอทนนั่งตากหน้าอยู่ในรถที่คาดว่าอาจมีทั้งภาพและเสียงอันบาดหู บาดตาแถมบาดใจได้ยันถึงเชียงใหม่ในขณะที่เธอจิตใจล่อแล่เต็มทนอย่างไรกัน
หากไม่มีเื่ทุกข์ใจอยู่ก่อนหน้า..คงพอรับไหว
เขตแดนตอบรับเพียงคำสั้นๆ ว่า “ครับ” เท่านั้นทุกคนก็แยกย้ายกันขึ้นรถทุกอย่างเป็ปกติอย่างที่ควรจะเป็ มีเพียงไมยนาเท่านั้นที่เห็นสิ่งผิดปกติที่เกิดขึ้นกับเขตแดนแม้เพียง่ระยะสั้นๆ จนแทบจับความรู้สึกไม่ได้แต่เธอก็แน่ใจว่าเมื่อครู่น้ำเสียงของเขาขรึมจัด เหมือนว่าในคำตอบรับสั้นๆ เมื่อครู่จะเจือปนความไม่พอใจอยู่ด้วย
“เป็อะไรเมย์ มองพี่ทำไม?”ไมยนาสะดุ้งเมื่อสายตาซุกซนของเธอถูกจับได้
“ปะ เปล่านี่คะ”
“แน่ใจนะ”
“ไม่มีอะไรจริงๆ ค่ะ แล้วพี่แดนล่ะคะ เป็อะไรหรือเปล่า” เธอย้อนถามกลับบ้าง
“เปล่า..พี่ก็ไม่ได้เป็อะไร”