ครึ่งชั่วโมงระหว่างรอพิภูมายังที่แห่งนี้พี่ลูกเจี๊ยบตัดสินใจให้จอมพธูแต่งหน้าแต่งตัวไปพลางหล่อนถูกเมคอัพฯของนิตยสารบรรจงวาดสีสันบนดวงหน้าเสียใหม่จากเค้าเดิมซึ่งมีความสะสวยเป็ทุนรอน บัดนี้เมื่อลงเครื่องสำอางปรุงแต่งจอมพธูซึ่งเป็เพียงผู้หญิงธรรมดา เนรมิตแล้วจึงสวยงามไม่ด้อยไปกว่าอัมพุชินีเลย
มิใช่เพียงแค่ความสวยงามจากการแต่งหน้าทำผมเท่านั้นยังรวมถึงชุดเดรสยาวกรอมเท้าผ้ากำมะหยี่สีแดงซึ่งจับจีบั้แ่่ไหล่ซ้อนกันยาวมาผูกเป็โบผ้าม่านและทิ้งตัวเป็แนว่กลางที่ลำตัวสวมใส่ เกิดความพลิ้วเป็ประกายมันเงายามต้องแสงหากสิ่งสำคัญในชุดนี้ที่สะกดสายตาใครต่อใครก็คือ ตัวเสื้อถูกคว้านจนลึกเผยให้เห็นเนียนเนื้อขาวผ่องเกือบเปลือย
จอมพธูยืนกระมิดกระเมี้ยนอยู่นานเมื่อกะเทยนางหนึ่ง ซึ่งเป็ฝ่ายดูแลเสื้อผ้า จับร่างหล่อนหมุนช้าๆเพื่อให้พี่ลูกเจี๊ยบซึ่งเป็บรรณาธิการแฟชั่น ได้พิจารณาเพชรเม็ดใหม่ซึ่งรอการเจียระไนออกสู่สายตาประชาชน
“แต่นแตน แต๊น...สวยงามมะฮ้าคุณพี่ลูกเจี๊ยบ หนูกิ๊บทึ่งเลยฮ่ะไม่คิดว่าน้องจอมจะแต่งหน้าแต่งตัวได้งามไม่มีที่ติขนาดนี้”
“สวยสิคะ...พี่ลูกเจี๊ยบเคยมองนางแบบคนไหนพลาดบ้าง”
พี่ลูกเจี๊ยบดีดนิ้วเปาะออกปากชมสำทับ ยิ่งทำให้จอมพธูรู้สึกกระดาก...อีกทั้งชุดที่ใส่นอกจากรุ่มร่ามแล้วยังดูวับๆแวมๆแม้จะไม่เปิดเผยจนอล่างฉ่าง แต่เมื่อไร้ซึ่งยกทรงห่อหุ้มทรวงอกด้านในความไม่เคยชินด้วยประการทั้งปวง ยามผ้าััผิวเนื้อโดยตรงจึงทำให้หล่อนทั้งประหม่าทั้งเก้อเขินยิ่งตอนนี้ไม่ใช่มีเพียงแค่สายตาของคนสองสามคนที่ยืนอยู่ใกล้ด้วยแล้วแต่ยังรวมถึงสายตาของช่างภาพหนุ่ม ซึ่งหายหน้าไปอยู่ที่ไหนไม่ทราบตั้งนานโผล่มาถึงในจังหวะแบบนี้ และจ้องมองหล่อนอย่างอุกอาจ ถึงจะอยู่ในระยะไกลกันก็เถอะแต่มันก็ทำให้หล่อนต้องหลุบสายตามองพื้นและมือสองข้างนั้นกระชับส่วนผ่าลึกให้ขยับปกปิดมากที่สุด
พี่ลูกเจี๊ยบร้องท้วงจนเสียงหลง “ไม่ต้องห่วงโป๊หรอกค่ะน้องจอมเปิดขนาดเมื่อครู่กำลังพอดีแล้วค่ะเอาน่าเดี๋ยวก็ชินเอง...นี่แค่ชุดแรกเองเท่านั้นนะคะ ยังต้องเปลี่ยนอีกเป็สิบชุด”
จอมพธูเบิกตากว้าง “ต้องใส่แบบนี้อีกเป็สิบชุดเลยเหรอคะ”
พี่ลูกเจี๊ยบพยักหน้ายิ้มเนิบนาบกำลังช่วยหล่อนสำรวจเสื้อผ้าอยู่ ครั้นเห็นคุณนามยืนพิงกรอบประตูด้านนอกจึงร้องเรียก “เป็ไงบ้างคะน้องนามนางแบบใหม่ที่พี่เลือกมาแทนมาเรีย”
เขาตอบแบบแกนๆ “ก็สวยดีนี่ครับ”
คำชมของคุณนามช่างฟังแล้วไม่รื่นหูเอาเสียจริงแถมอาการเมินหน้าหนี เดินออกไปจากห้องอีกครั้งยิ่งทำให้จอมพธูทั้งเสียหน้าและหมดความมั่นใจไปทีเดียวหนำซ้ำยังถูกเสียงหัวเราะเยาะลอยๆของอัมพุชินี ซึ่งนั่งดูเชิงอยู่นานมาซ้ำเติมมันยิ่งทำให้จอมพธูได้แต่นิ่งอึ้ง
“ระวังจะไปไม่ถึงดวงดาวั้แ่ครั้งแรกนะ...เพราะดูท่าทางว่าช่างภาพจะไม่ค่อยถูกโฉลกกับเธอไอ้ที่คนโน้นคนนี้ชมว่าแต่งแล้วสวย บางทีอาจจะไม่ขึ้นกล้องก็ได้”อัมพุชินีเดินหน้าเชิด คอตั้ง ด้วยท่วงท่ามีสง่าอย่างเคยเปิดประตูออกจากห้องไปอีกราย
“ไม่ต้องกังวลหรอกนะคะน้องจอมพี่การันตีว่ายังไงน้องจอมก็สวยไม่ด้อยไปกว่าน้องบัวสักนิด ใช่ไหมคะหนูกิ๊บ...ทุกๆคนเห็นด้วยไหมคะ”
ทีมงานหลายคนทั้งช่างแต่งหน้าช่างทำผม ฝ่ายเสื้อผ้าและใครต่อใคร บ้างพยักหน้า บ้างยิ้มรับบ้างพูดเบาๆเป็เสียงชื่นชม แต่เมื่อรวมกันแล้ว จึงทำให้จอมพธูยิ้มออก
“แล้วตอนที่พี่ลูกเจี๊ยบไปบอกคุณนามเขาว่าอะไรไหมคะ ที่จู่ๆจอมก็ทิ้งงานตกแต่งบ้าน มาทำงานอื่นซึ่งอาจทำให้งานของเขาช้าลง”
ความกังวลที่เกิดขึ้นแสดงออกมาทางสีหน้าและแววตา พี่ลูกเจี๊ยบจึงปลุกปลอบ “เื่นั้นไม่ต้องห่วงหรอกค่ะพี่คุยกับน้องนามให้แล้ว เขาจะว่าอะไรละคะ ในเมื่อทีมงานที่ตกแต่งบ้านให้เขาก็ยังขยันขันแข็งกันทำงานอยู่ข้างนอกเหมือนเดิม พี่แค่ดึงตัวน้องจอมมาคนเดียวเสียเวลาไปแค่หนึ่งวัน มันคงจะไม่เป็เื่ใหญ่นักหรอกค่ะที่สำคัญงานถ่ายแบบวันนี้ก็ยังเดินหน้าได้ ไม่ต้องติดขัดตัวน้องนามเองก็ไม่ต้องมาหัวเสียด้วยค่ะ ที่ต้องมารอพี่หานางแบบคนอื่นมาแทน”
“แต่เมื่อครู่คุณนามดูจะไม่ค่อยปลื้มเท่าไหร่”
กะเทยชื่อกิ๊บซึ่งยืนฟังอยู่ใกล้ๆรีบแทรก “พี่จอมขา...อย่าไปถือสาเฮียนามเลยค่าเขาก็เป็แบบนี้มาแต่ไหนแต่ไรแล้ว ยิ้มน้อย...พูดน้อย ทีมงานทุกคนรู้ดีค่า”
จอมพธูสะดุดกับคำว่า ‘พูดน้อย’ เพราะเห็นทีข้อนี้จะขัดกับสิ่งที่หล่อนััจึงทวนคำนั้นอย่างงุนงง
“คุณนามนี่หรือคะที่พูดน้อย”
กะเทยนางเดิมออกเสียง ‘ฮื้อ’ พี่ลูกเจี๊ยบก็เห็นด้วยและเสริมต่ออีกนิด “ไม่เคยได้ยินหรือคะ ประเภทพูดน้อยต่อยหนักถึงเวลาทำงาน น้องนามเป็คนจริงจังเสมอล่ะค่ะ ส่วนบทจะพูดบางทีทำเอาหลายคนหน้าหงายไปก็มี แต่ไม่ใช่ว่าน้องนามจะไม่ยิ้มหรือพูดเล่นหัวกับใครนะคะเพียงแต่อาจน้อยจนไม่ค่อยเห็น คนที่น้องนามพูดเล่นด้วย ยิ้มให้ด้วยบ่อยๆถือว่าโชคดีแล้วค่ะ”
พูดจบทำให้หล่อนฟังอย่างสนอกสนใจนึกไปถึงการ ‘ฉีกยิ้ม’ วันก่อนของเสื้อยิ้มยากขึ้นมาทันที
.....................................................