ทันทีที่เสียงนั้นดังมา ก็ทำให้ผู้คนทั้งห้องโถงพากันหยุดชะงัก
ทันใดนั้น สายตาของทุกคนก็มองไปที่หน้าประตูห้องโถงพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย
และเห็นผู้ชายที่ร่างผอมบางท่านหนึ่งค่อยๆเดินเข้ามา ใบหน้าที่ขาวใสนั้น คมชัด ดวงตาที่ดำขลับ ราวกับมองทะลุทุกอย่างได้ เมื่อคู่กับชุดยีนส์ลำลองในความมีชีวิตชีวาก็มีความลึกลับน่าค้นหาอยู่เล็กน้อย
“ซูฮ่าว!”ดวงตาของไป๋เหวินหลิงเป็นประกาย ราวกับเห็นที่พึ่งที่ใหญ่ที่สุดแล้วบนใบหน้าเต็มไปด้วยความดีใจ
พวกกู้เพ่ยหลิงก็สบายใจขึ้นมาอย่างน่าแปลกราวกับมีซูฮ่าวอยู่ ไม่ว่าเรื่องอะไรก็แก้ไขได้
“เขาคือใคร?” โม่ลี่ฮัวตะลึงงัน และถามไป๋เหวินหลิง
ไม่รอให้ไป๋เหวินหลิงพูดอะไรออกมา หลัวไห่หัวหน้าฝ่ายตรวจสอบคุณภาพก็พูดแนะนำด้วยรอยยิ้ม “ท่านนี้คือคู่หมั้นของท่านประธานชื่อซูฮ่าวคือคนที่มีความสามารถเป็นอย่างมากท่านหนึ่ง”
“คู่หมั้นของคุณไป๋?” โม่ลี่ฮัวขมวดคิ้ว ราวกับคิดอะไรออกแล้ว ในน้ำเสียงก็เต็มไปด้วยความประหลาดใจ
“ที่แท้ก็เพลย์บอยที่ถูกสังคมเยาะเย้ยถากถางชื่อดังคนนั้นนี่เอง?”
เมื่อพูดเช่นนี้ออกมา รอยยิ้มบนใบหน้าของหลัวไห่ก็แข็งทื่อทันที
ไป๋เหวินหลิงที่อยู่ข้างๆกวาดตามองโม่ลี่ฮัว สายตาที่เหมือนมีดนั้นไม่พอใจเป็นอย่างมาก
เฉินคายเหยียนกับพยาบาลสองสามคนมองซูฮ่าวอย่างไม่เข้าใจ“คุณซู ที่คุณพูดก่อนหน้านี้หมายความว่าอย่างไร?”
“ใบหน้าของคุณต้วนผมรักษาได้” ซูฮ่าวฉีกยิ้มให้ต้วนหลิวเหนียนก่อน หลังจากนั้นก็หยิบโทรศัพท์มือถือออกมาพิมพ์ข้อความส่งไปให้หวางเฉิงเทียนให้อีกฝ่ายเรียกลูกน้องส่งวัสดุยาชะลอวัยมาจำนวนหนึ่ง
ก่อนที่จะมาถึงบริษัท เขาทราบเรื่องราวทั้งหมดจากกู้เพ่ยหลิงแล้ว ส่วนเรื่องอาการแพ้ในครั้งนี้ ต้องมีคนกลั่นแกล้งอย่างแน่นอน แต่ตอนนี้เพื่อเลี่ยงไม่ให้อีกฝ่ายประกาศออกสื่อจนเกิดผลกระทบกับบริษัทเตี๋ยเลี่ยนฮัว การรักษาใบหน้าของต้วนหลิวเหนียนจึงเป็นแผนการที่สำคัญเป็นอันดับแรก ส่วนการหาตัวมือมืดที่อยู่เบื้องหลัง ยังไม่ต้องรีบร้อน
พวกเฉินคายเหยียนตกใจ
ต้วนหลิวเหนียนที่เดิมทีน้ำตาไหลพรากเต็มหน้าก็เงยหน้าขึ้นมาทันที และจ้องซูฮ่าวในดวงตามีความหวัง และถามเสียงสั่นเครือว่า “คุณ… คุณมีวิธีการจริงๆหรือ?”
“ใช่!” ซูฮ่าวพยักหน้า
ต้วนหลิวเหนียนหายใจแรง “นาน… นานเท่าไร?”
“หากเวลานานหน่อยก็ครึ่งชั่วโมง” ซูฮ่าวมองเวลาที่ปรากฏในโทรศัพท์มือถือและพูดว่า “หากสั้นหน่อย สิบห้านาทีก็พอแล้ว”
ความสั้นยาวของเวลาก็มาจากความช้าเร็วที่วัสดุยาส่งมาถึงหากตอนนี้หวางเฉิงเทียนให้คนส่งวัสดุยามาแล้วเช่นนั้นไม่เกินห้านาทีเขาก็รักษาใบหน้าของต้วนหลิวเหนียนได้
“ซี้ด!”
ทันทีที่พูดเช่นนั้น คนทั้งห้องโถงก็สูดหายใจเข้า
ใบหน้าของต้วนหลิวเหนียนพังอย่างนี้ซูฮ่าวไม่ใช่แค่ฟื้นฟูได้ แต่ยังใช้เวลามากสุดไม่เกินครึ่งชั่วโมงเท่านั้นเองหรือ?
ล้อเล่นน่า!
มีเพียงแค่ไป๋เหวินหลิงที่ในแววตาเต็มไปด้วยความเชื่อใจโดยไม่เกิดความสงสัยแม้แต่น้อย ก่อนหน้านี้เธอเพิ่งจะไปที่โรงพยาบาลใจกลางเมืองไห่เป่ยกับซูฮ่าวและเห็นกับตาว่าซูฮ่าวใช้เข็มเงินไม่กี่เล่มก็สามารถรักษาสวีเซียงภรรยาของหลี่ช่างเสียงอัยการเมืองจนหายดีได้แล้ว
เวลานั้นผู้อาวุโสหยวนที่เป็นสุดยอดแห่งวงการแพทย์ก็ยังชมซูฮ่าวไม่หยุดรวมทั้งส่งนามบัตรให้ซูฮ่าว เพื่อให้เขาหาเวลาไปแนะนำเทคนิคด้านการแพทย์เขายอมรับว่าวิชาการฝังเข็มของซูฮ่าวถึงขั้นเรียกว่าความมหัศจรรย์แล้ว
ในเมื่อซูฮ่าวพูดว่ารักษาใบหน้าของต้วนหลิวเหนียนได้เช่นนั้นเขาจะต้องมีความมั่นใจเป็นอย่างยิ่ง
ไป๋เหวินหลิงนึกถึงตรงนี้แล้วก็ออกคำสั่งกับกู้เพ่ยหลิงทันที“เตรียมห้องเดี่ยวหนึ่งห้องให้ซูฮ่าวรักษาใบหน้าของคุณต้วนได้อย่างสะดวก”
“ค่ะ!”เดิมทีกู้เพ่ยหลิงยังอยากจะถามอีกหน่อยแต่เห็นบนใบหน้าของไป๋เหวินหลิงเต็มไปด้วยความมั่นใจที่มีต่อซูฮ่าวเธอก็ไม่ได้พูดอะไร แต่หันหลังกลับไปจัดการแล้ว
“เดี๋ยวก่อน!”เวลานี้ จู่ๆ โม่ลี่ฮัวกลับห้ามกู้เพ่ยหลิงเอาไว้
“คุณหมอเฉินคายเหยียนเป็นถึงนักวิชาการด้านผิวหนัง และยังเป็นหัวหน้าสมาคมศัลยกรรมความงามของฉวนโจวแนะนำให้รักษาด้วยการผ่าตัด ทว่าแม้แต่เขาก็ยังไม่มีความมั่นใจที่จะรักษาใบหน้าของหลิวเหนียนให้หายดีได้แต่คุณซูฮ่าวกลับพูดว่าสามารถรักษาใบหน้าของหลิวเหนียนให้หายได้ภายในครึ่งชั่วโมง จะมั่นใจเกินไปหรือเปล่า?”
เมื่อทุกคนฟังอย่างนี้แล้วก็สบตากัน และเผยสายตาที่เห็นด้วยแล้ว
เฉินคายเหยียนก็บอกว่า ใบหน้าของต้วนหลิวเหนียนเกิดจากสารปรอท ตะกั่ว และสารที่มีพิษอื่นๆอย่างน้อยก็ต้องใช้เวลาสามเดือนจึงจะรักษาใบหน้าของต้วนหลิวเหนียนให้หายได้ แถมยังไม่รับประกันว่าจะฟื้นฟูได้ดังเดิมอาจจะมีผิวบางส่วนที่ยังคงมีรอยแดง
นักวิชาการที่มีความรู้อย่างเขาก็สรุปอย่างนี้แล้ว ก็แสดงว่าใบหน้าของต้วนหลิวเหนียนเสียหายหนักมากจริงๆแต่ซูฮ่าวพูดแค่ประโยคเดียวว่าผมรักษาได้ แต่กลับไม่มีการวิเคราะห์ใดๆและไม่อธิบายวิธีการใดๆ ก็อยากจะล้มการวินิจฉัยของเฉินคายเหยียนจริงๆ แล้วก็ยากที่จะทำให้พวกเขาเชื่อได้
“ความเด็ดขาดและความมั่นใจของผมมาจากกำลังของตนเองหากพวกคุณไม่เชื่อ ผมก็ไม่มีหนทางอื่น” ซูฮ่าวเอามือกอดอกและหันไปมองต้วนหลิวเหนียน
“คุณต้วนสิทธิ์ในการเลือกของเรื่องนี้อยู่ในมือของคุณ หากคุณให้ผมรักษา ผมก็จะคืนใบหน้าที่สมบูรณ์ที่เหมือนเดิมให้กับคุณ แต่ว่าขอให้คุณเลือกเร็วๆ หน่อย หากผมเดาไม่ผิด หน้าของคุณเป็นอย่างนี้มาสองชั่วโมงแล้วใช่ไหม หากล่าช้าผลของการรักษาก็จะลดลง”
สีหน้าของต้วนหลิวเหนียนแปรเปลี่ยน เธออ้าปากและลังเลว่าจะพูดอย่างไรดี
แน่นอนว่าภายในใจของเธออยากให้ซูฮ่าวรักษาใบหน้าที่ได้รับความเสียหายอย่างไรใครๆ ก็ไม่อยากละทิ้งใบหน้าของตนเองแต่ก็เป็นอย่างที่ผู้จัดการโม่ลี่ฮัวพูด แม้แต่นักวิชาการด้านผิวหนังหัวหน้าสมาคมศัลยกรรมความงามของฉวนโจวอย่างเฉินคายเหยียนก็ยังไม่มีทางฟื้นฟูใบหน้าของเธอให้กลับมาเป็นดังเดิมภายในครึ่งชั่วโมงได้ดังนั้นการเชื่อซูฮ่าวอย่างนี้ก็ไม่ฉลาดเกินไป
อย่างไรไม่ว่าจะเป็นชื่อเสียงหรือความโด่งดังซูฮ่าวก็ไม่เคยมีแม้แต่น้อย ยิ่งไม่ต้องไปเทียบกับเฉินคายเหยียน
แต่เฉินคายเหยียนซึ่งเงียบมาตลอดกลับถามอย่างกะทันหันว่า“คุณซูฮ่าวบอกพวกเราได้ไหมว่า วิธีการรักษาของคุณคืออะไร?”
ดั่งคำที่ว่ายอดฝีมืออยู่ในคนธรรมดาถึงแม้เขามีประสบการณ์ด้านผิวหนังนิดหน่อย และได้รับความนิยมอย่างสูงในด้านศัลยกรรมความงาม แต่มันก็ไม่ได้หมายความว่าเรื่องที่เขาไม่สามารถทำได้คนอื่นก็จะทำไม่ได้เหมือนกัน
ก็เพราะการมีจิตใจที่ถ่อมตัวและเรียบง่ายจึงทำให้เขาดำรงตำแหน่งหัวหน้าสมาคมศัลยกรรมความงามของฉวนโจวได้อย่างมั่นคง
“การรักษาแบบการฝังเข็มควบคู่กับการรักษาด้วยยา” ซูฮ่าวตอบออกมาโดยไม่ปิดบังแม้แต่น้อย
เมื่อเขาพูดเช่นนั้นออกมา บรรยากาศของทั้งห้องโถงกลับเงียบลงทันที
“การรักษาแบบการฝังเข็ม? แพทย์แผนจีนหรือ?”
“ให้ตายสิ นี่ล้อเล่นกันอยู่หรือ แพทย์แผนจีนจะรักษาใบหน้าได้อย่างไร?”
“การรักษาแบบการฝังเข็มก็แค่กลต้มตุ๋นครั้งก่อนเพื่อนร่วมงานของฉันกล้ามเนื้อเอวอักเสบทางบ้านแนะนำแพทย์แผนจีนให้เขาหนึ่งท่าน ก็ฝังเข็มเหมือนกันลองฝังเข็มสองสามครั้งแล้ว ก็ไม่เห็นจะมีประโยชน์แม้แต่น้อยสุดท้ายก็ยังต้องไปหาแพทย์แผนปัจจุบันเพื่อรักษา”
………………..
ผู้ติดตามของสถานีโทรทัศน์สองสามคนก็ผลัดกันพูด เสียงไม่ดังมาก แต่ในบรรยากาศที่เงียบสงัดอย่างนี้กลับดังกังวาน
เฉินคายเหยียนขมวดคิ้วและพูดเสียงหนักอึ้งว่า “คุณซู ตามที่ผมรู้ในด้านการรักษาใบหน้าการฝังเข็มของการแพทย์แผนจีนเหมือนจะไม่ได้ผลมากนักนะครับ”
เขาก็ไม่ได้สงสัยในตัวซูฮ่าวและก็ไม่ได้ปฏิเสธการแพทย์แผนจีน แต่เรื่องจริงก็เป็นเช่นนี้การแพทย์แผนจีนส่วนใหญ่คือการดูแลรักษา คือกระบวนการที่ค่อยๆ ฟื้นฟูยากมากที่จะเกิดผลในช่วงเวลาสั้นๆ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงอาการซับซ้อนบนใบหน้าที่รักษายาก
“นั่นเป็นเพราะคนส่วนใหญ่ยังไม่เข้าใจการฝังเข็มอย่างแท้จริง” ซูฮ่าวส่ายหน้าเล็กน้อยและพูดพลางหัวเราะเบาๆ ว่า “นี่ก็เหมือนกับการวิ่งมาราธอน บางคนวิ่งเร็วบางคนวิ่งช้า หากคุณมัวแต่มองคนที่วิ่งช้า คุณก็คงไม่มีวันเห็นคนที่วิ่งเร็วไปตลอดกาล”
เฉินคายเหยียนสูดหายใจลึก“ที่คุณซูฮ่าวพูดก็มีเหตุผลแต่การแพทย์แผนจีนค่อยๆ เสื่อมโทรมลงนั่นก็คือความจริงที่เถียงไม่ได้ ด้านการรักษาใบหน้ายิ่งด้อยกว่าการแพทย์แผนปัจจุบันมากคุณใช้วิชาการฝังเข็มรักษาใบหน้าให้คุณต้วน หากรักษาไม่สำเร็จ แล้วพาผลที่ยิ่งเลวร้ายมาด้วย เช่นนั้นจะทำอย่างไร?”
“ผมจะรับผิดชอบผลที่ตามมาเอง!” ซูฮ่าวพูดโดยไม่คิด
โม่ลี่ฮัวที่อยู่ข้างๆ ก็แสยะยิ้ม “คุณแค่คนเดียวจะรับผิดชอบไหวได้อย่างไร?”
“ถ้าอย่างนั้นก็ให้ทั้งบริษัทเตี๋ยเลี่ยนฮัวมารับผิดชอบเป็นอย่างไร!” เวลานี้เสียงของไป๋เหวินหลิงดังขึ้นอย่างกะทันหันแล้ว
ทุกคนก็ตกใจเช่นกัน
พวกเขาต่างก็คาดไม่ถึงว่าไป๋เหวินหลิงจะรับประกันให้ซูฮ่าว โดยใช้บริษัทเตี๋ยเลี่ยนฮัวเป็นเดิมพันอย่างไม่ลังเล
ในสายตาของเฉินคายเหยียนก็เริ่มสับสน เขาก็คิดไม่ถึงเหมือนกันว่าไป๋เหวินหลิงจะทำเพื่อซูฮ่าวถึงขั้นนี้
เขามองไป๋เหวินหลิงและมองซูฮ่าวอีกครั้ง หลังจากนั้นก็อ้าปาก แต่สุดท้ายก็ยังไม่พูดอะไร
กลับเป็นโม่ลี่ฮัวที่ไม่ได้สะทกสะท้าน และพูดอย่างเยือกเย็นว่า “ใบหน้าของหลิวเหนียน ไม่ใช่สิ่งที่บริษัทของพวกคุณจะแลกได้!”
ซูฮ่าวไม่สนใจโม่ลี่ฮัวแต่มองไปทางต้วนหลิวเหนียน
“คุณต้วนสิทธิ์ในการเลือกของเรื่องนี้อยู่ในมือของคุณ ตอบผมมาเถอะ คุณจะเลือกอะไร?”
ผู้คนต่างมองต้วนหลิวเหนียนเธอเม้มปาก แต่ยังคงระแวง “คุณ… คุณมีความมั่นใจจริงๆหรือคะ?”
การรักษาใบหน้าก็ไม่ใช่เรื่องง่ายหากล้มเหลว ก็ไม่ต้องสงสัยเลยว่ามันคือการซวยซ้ำซวยซ้อนยิ่งไปกว่านั้นวิธีการรักษาของซูฮ่าวยังเป็นวิธีการแพทย์แผนจีนอีก
แต่ว่าเมื่อเห็นใบหน้าที่เต็มไปด้วยความมั่นใจนั้นของซูฮ่าวบวกกับสายตาที่เด็ดเดี่ยวของไป๋เหวินหลิง ภายในใจของเธอกลับอยากลองดูสักครั้ง
หากรู้ว่าไป๋เหวินหลิงคือผู้หญิงแกร่งในด้านธุรกิจเป็นไปไม่ได้ที่เธอจะเอาบริษัทเตี๋ยเลี่ยนฮัวมาล้อเล่นและจะเอาน้ำพักน้ำแรงของตนเองมาเดิมพันกับคนที่ไร้ความสามารถ
“หากไม่มีความมั่นใจจะกล้าพูดต่อหน้าผู้คนมากมายขนาดนี้ว่าสามารถรักษาใบหน้าของคุณได้ได้อย่างไร?” ซูฮ่าวถามกลับพลางหัวเราะ
ต้วนหลิวเหนียนกัดฟันและพยักหน้าพร้อมกล่าวว่า “ได้ ฉันจะให้คุณรักษาหวังว่าคุณจะไม่ทำให้ฉันผิดหวัง มิฉะนั้น คุณก็รู้ว่าจะมีผลลัพธ์อย่างไร!”
“ไม่มีปัญหา”ซูฮ่าวหัวเราะอย่างเมินเฉย สายตาเหลือบมองหน้าประตูห้องโถงของบริษัทพบว่าลูกน้องคนหนึ่งของหวางเฉิงเทียนเบียดกลุ่มนักข่าวเข้ามาและแบกวัสดุยาเดินเข้ามาหนึ่งกล่องด้วย
เขาเช็ดเหงื่อบนหน้าผากและพูดด้วยความเคารพว่า “คุณซูนี่คือวัสดุยาที่พี่เทียนสั่งให้ผมนำมาให้คุณ”
“ลำบากแล้ว!”ซูฮ่าวฉีกยิ้มเล็กน้อย ท่ามกลางสายตาที่งงงันของผู้คนเขายกวัสดุยาที่หนักห้าสิบกิโลกรัมด้วยมือเดียว
“เลขาฯ กู้จัดห้องเดี่ยวให้ผมหนึ่งห้อง พอผมปรุงยาเสร็จแล้ว ค่อยให้คุณต้วนเข้ามา”
กู้เพ่ยหลิงไม่ลังเลแม้แต่น้อยเธอพาซูฮ่าวไปยังห้องเดี่ยวที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกับห้องโถงหนึ่งห้องทันที
ในห้องเดี่ยวซูฮ่าวโบกมือให้กู้เพ่ยหลิงออกไปหลังจากนั้นก็พูดในใจให้ระบบนำเตาปรุงยาอัตโนมัติออกมาหลังจากที่แบ่งประเภทวัสดุยากล่องนี้แล้ว ก็ค่อยๆ ใส่เข้าไปในเตา
เพราะสั่งวัสดุยามาแค่หนึ่งชุดมันจึงมีปริมาณไม่มากดังนั้นจำนวนยาชะลอวัยที่ปรุงออกมาจึงมีแค่ห้าเม็ด
แต่ห้าเม็ดนี้ ก็พอสำหรับการใช้งานแล้ว
เขายกน้ำมาครึ่งถ้วยเก็บยาชะลอวัยเม็ดหนึ่งไว้ และใส่ยาชะลอวัยที่เหลืออีกสี่เม็ดลงไปในน้ำทั้งหมด พร้อมกับบด
หลังจากที่เตรียมพร้อมแล้วเขาก็เปิดประตูห้องเดี่ยว และเรียกต้วนหลิวเหนียนเข้ามาในห้องเดี่ยว
เพราะกังวลว่าซูฮ่าวจะทำอะไรตามอำเภอใจพวกโม่ลี่ฮัวจึงขอดูอยู่ข้างๆ รวมทั้งเฉินคายเหยียนและพยาบาลอีกสองสามคน เหมือนอยากให้เฉินคายเหยียนตรวจดูเพื่อเลี่ยงปัญหาที่จะเกิดขึ้น
สำหรับเรื่องนี้ซูฮ่าวไม่ได้คัดค้านอะไร ก็เลยให้ทุกคนมาที่ห้องเดี่ยวทั้งหมดแล้ว
หลังจากที่บอกให้ต้วนหลิวเหนียนนอนราบบนโซฟาแล้วซูฮ่าวก็หยิบกล่องหยกออกมา และหยิบเข็มเงินไป๋หาวออกมาหนึ่งเล่ม
“คุณต้วนกรุณาเปิดเสื้อขึ้นนิดหน่อย ให้เห็นแค่สะดือก็พอ”
สะดือคือตำแหน่งของจุดเฉินเชวี่ยการสำแดงของเข็มเทพเหลยหั่วจะต้องสำเร็จอยู่บนพื้นฐานของจุดเฉินเชวี่ย
สิ่งที่เขาต้องทำคือใช้ประโยชน์จากเข็มไฟเฉินเชวี่ย ใช้การฝังเข็มแบบแรกของเข็มเทพเหลยหั่วขับปรอท ตะกั่ว และสารที่มีพิษอื่นๆที่แทรกซึมอยู่ที่ใบหน้าของต้วนหลิวเหนียนออกมา
“ได้”ต้วนหลิวเหนียนสูดหายใจเข้าลึกๆ และเปิดเสื้อเผยสะดือออกมาด้านนอกตามที่ซูฮ่าวบอกแล้ว
ซูฮ่าวเห็นอย่างนี้แล้วก็ไม่ลังเลสายตาเขาจับจ้อง พลังสว่างรวมกันอยู่ที่ฝ่ามือซ้าย
ไม่นานไอร้อนก็ลอยออกมาจากฝ่ามือด้านซ้ายของเขา คลื่นความร้อนเริ่มดุเดือดอย่างที่สามารถเห็นได้ด้วยตาเปล่า
ตอนที่คลื่นความร้อนดุเดือดถึงที่สุดกลับกลายเป็นไฟ หลั่งไหลอยู่ที่ฝ่ามือ
ไฟนี้ไม่เหมือนกับไฟธรรมดาทั่วไปมันไม่มีความรู้สึกที่ร้อนระอุ แต่กลับเยือกเย็น
ท่ามกลางสายตาที่ประหลาดใจของผู้คนซูฮ่าวนำเข็มเงินไป๋หาวที่คีบอยู่ที่มือขวาวางไว้บนไฟของฝ่ามือซ้ายและเคลื่อนย้ายซ้ำแล้วซ้ำเล่า
เข็มเงินไป๋หาวที่ไม่มีทางจุดได้คิดไม่ถึงว่าหัวเข็มจะถูกไฟล้อมรอบ
ซูฮ่าวเห็นไฟปกคลุมเข็มเงินไป๋หาวก็จมพลังไปที่ตันเถียน ค่อยๆ พ่นพลังแห่งตันเถียนให้หลั่งไหลเข้าสู่ในเข็มเงินไป๋หาวแล้ว
หลังจากนั้นสายตาของเขาราวกับคบเพลิง จากหยินนำหยาง รักษาจากขวาไปซ้ายและฝังเข็มไฟเฉินเชวี่ยบนจุดเฉินเชวี่ยของต้วนหลิวเหนียน
เข็มไฟเฉินเชวี่ยเข้าสู่จุดเฉินเชวี่ยไฟในที่นี่ราวกับมีชีวิตแล้ว พุ่งเข้าไปในจุดเฉินเชวี่ยอย่างรวดเร็วส่งไปยังอวัยวะภายใน รวมทั้งมือ เท้า กระดูกของต้วนหลิวเหนียนด้วย
วิธีการฝังเข็มที่ช่ำชองและมหัศจรรย์นี้ผู้คนมองจนตาลายทันใดนั้นความรู้สึกที่เชื่อซูฮ่าวก็เพิ่มมากขึ้นแล้ว
แต่โม่ลี่ฮัวกลับรู้สึกไม่สบายใจ
ซูฮ่าวคนนี้ คงจะไม่ได้รักษาใบหน้าของต้วนหลิวเหนียนได้จริงๆ หรอกใช่ไหม?
ขณะที่กำลังคิดอยู่นั้น ทันใดนั้นพยาบาลคนหนึ่งก็ร้องออกมาอย่างตกใจ
“พวกคุณรีบดูที่ใบหน้าของคุณต้วนสิ!”