สิ่งที่ลอยวนเวียนอยู่ในหัวของเนี่ยนตงเฉินมันเป็นภาพฉากที่เกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้…
แสงจากโคมไฟพราวระยับเหนือศีรษะกระทบคาดผ่านนัยน์ตาสีเข้มที่สบประสานอยู่กับดวงตาอีกคู่หนึ่งอย่างไม่คิดยอมกันถึงแม้ว่าภายในห้องรับรองที่กว้างขวางนี้จะมีคนอาศัยอยู่ถึงห้าชีวิตก็ตามแต่กลับไม่มีเสียงของใครกล้าเอ่ยตัดความเงียบขึ้นมาก่อน…
มันเงียบชนิดที่ว่า...
สามารถได้ยินเสียงเครื่องปรับอากาศและสามารถได้ยินเสียงพรูลมหายใจที่เต็มไปด้วยความอึดอัดของกันและกันได้ง่าย ๆ
คนที่หนึ่งคือผู้ช่วยหลิวหลิวเจี้ยนฝาน คนที่สองคือผู้ช่วยอาวุโสที่คอยติดตามรับใช้เนี่ยนมู่กวงมานานเป็นสิบปีคนที่สามคือหญิงสาววัยยี่สิบต้น ๆ ที่หน้าตาสะสวยใช้ได้ส่วนคนที่สี่คือเจ้าลูกชายตัวดีอย่างเนี่ยนตงเฉินและแน่นอนว่าคนที่ห้าที่นั่งหัวโด่อยู่ในห้องรับรองที่โอ่โถงห้องนี้จะต้องเป็นเนี่ยนมู่กวง
สองพ่อลูกนั่งจ้องตากันไปมาอย่างไม่มีใครยอมใครท่าทางยียวนกวนประสาท และท่าทางลอยหน้าลอยตาของเจ้าลูกชายตัวดีเป็นเหตุให้เนี่ยนมู่กวงต้องความดันขึ้นอยู่บ่อย ๆ
“แกพูดมาซะว่าแกจะเอายังไงต่อไปกับชีวิต แต่ถ้าจะเลือกใช้ชีวิตล่องลอยเหลวไหลแบบเดิมฉันที่เป็นพ่อของแกจะไม่ยอมเด็ดขาด หมดเวลาที่แกจะใช้ชีวิตเหลวไหลแล้ว”
สุดท้ายแล้วก็เป็นเนี่ยนมู่กวงที่หมดความอดทนและเป็นฝ่ายเอ่ยเปิดปากขึ้นมาก่อน นี่ถ้าไม่เห็นว่าเป็นลูกชายแท้ ๆ ของตัวเองคนอย่างเนี่ยนมู่กวงคงไม่เสียเวลามานั่งคุยด้วยให้เปลืองน้ำลาย
“อะไรกันครับผมเพิ่งกลับมาจากต่างประเทศได้ไม่เท่าไหร่เอง ให้เวลาผมพักผ่อนและให้เวลาผมปรับตัวหน่อยสิครับ เรื่องงานในบริษัทผมก็ใส่ใจดูแลอย่างดีไม่ได้นิ่งเฉยสักหน่อยนี่ครับ” เนี่ยนตงเฉินเถียงแก้ต่างให้ตัวเองแทบจะทันควัน
“ปัดโถ่เอ้ย…คิดว่าฉันห่วงเรื่องนั้นหรือไง งานน่ะต่อให้แกไม่ทำ ฉันหรือลูกน้องฉันก็ทำได้ไม่ร้อนไปถึงแกหรอก… แกน่ะไม่ใช่คนโง่ ฉันรู้นะว่าแกกำลังพูดเบี่ยงประเด็น”เนี่ยนมู่กวงหรี่เปลือกตาลงพลางมองหน้าลูกชายอย่างจ้องจับผิด
“พูดเบี่ยงประเด็นที่ไหนล่ะครับก็พ่อถามว่าผมจะเอายังไงต่อกับชีวิต ผมก็ตอบไปแล้วนี่ไง”
เนี่ยนตงเฉินพูดโต้กลับอย่างไขสือใช่ว่าเขาจะไม่รู้ว่าพ่อของเขากำลังถามสื่อถึงอะไรแต่ตงเฉินก็เลือกที่จะตอบแบบเฉไฉ ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้เหมือนอย่างเคยจนท้ายที่สุดแล้วพ่อของเขาก็จะทนความน่ารำคาญนี้ไม่ไหว และยอมหยุดพูดไปเอง
“แกอายุขนาดนี้แล้วควรแต่งงานมีครอบครัวได้แล้ว ไม่ใช่มาใช้ชีวิตเตร็ดเตร่ไปวัน ๆ แบบนี้”
“เหอะ!ผมจะแต่งงานมีครอบครัวได้ยังไงล่ะครับ ในเมื่อผู้หญิงที่ผมพามาพ่อไม่เคยยอมรับพวกหล่อนได้เลยสักคน” เนี่ยนตงเฉินพูดจาประชดประชันอีกตามเคย
“ก็ผู้หญิงพวกนั้นเป็นพวกหน้าเงินฉันจะยอมให้เข้ามาสูบกินทรัพย์สมบัติที่ฉันหามาอย่างยากลำบากได้ยังไงแล้วแกคิดจริง ๆ เหรอว่าคนอย่างฉันจะไม่รู้น่ะ ว่าผู้หญิงแต่ละคนที่แกพามาเป็นการเซ็นสัญญาว่าจ้างแบบปลอม ๆ ด้วยกันทั้งนั้นคิดจะหลอกฉันมันไม่ง่ายอย่างนั้นหรอกนะเจ้าลูกชาย”
เนี่ยนมู่กวงพูดประโยคนี้ออกมาโดยไม่คิดไว้หน้าเด็กผู้หญิงคนสวยที่นั่งซุกอยู่ข้างกายของเนี่ยนตงเฉินเลยสักนิดด้านเนี่ยนตงเฉินที่ได้ยินอย่างนั้นก็หูผึ่งในทันทีเขาคิดว่าเรื่องนี้ถูกจัดการอย่างแยบยลมาโดยตลอดคาดไม่ถึงว่าพ่อของเขาจะรู้ทันแผนการของเขา
“พ่อยังไม่ล้มเลิกความคิดที่จะจับผมแต่งงานจริงๆ สินะครับ” เนี่ยนตงเฉินแสยะยิ้มเจื่อนที่มุมปากอย่างเสียมาด
คราวนี้เขายอมคลายท่อนแขนหนักๆออกจากวงไหล่แคบของหญิงสาวข้างกายเมื่อไม่เห็นถึงความจำเป็นที่จะต้องเล่นละครตบตาคนเป็นพ่ออีกต่อไป
เนี่ยนตงเฉินปัดมือไล่เป็นเชิงสัญลักษณ์แล้วผู้ช่วยหลิวก็เข้ามาพาตัวหญิงสาวคนนั้นออกไปจากห้องรับรองในทันที
ในขณะที่ผู้ช่วยหลิวกำลังพาหญิงสาวคนนั้นออกไปจู่ ๆ เสียงลมหายใจหอบถี่ของคนเป็นพ่อก็ดังขึ้นมาเรียกร้องความสนใจของเจ้าลูกชาย
“ผู้ช่วยเซวียน!ช่วยตามพยาบาลส่วนตัวให้รีบเข้ามาดูอาการของคุณพ่อทีครับ!”เนี่ยนตงเฉินหันไปสั่งผู้ช่วยอาวุโสที่ยืนนิ่งอยู่ที่มุมหนึ่งของห้องรับรอง
เนี่ยนตงเฉินจัดว่าเป็นคนเย็นชาคนหนึ่งตลอดหลายปีที่ผ่านมา เขาเย็นชากับพ่อของเขามากจริง ๆแต่พอเห็นอาการเจ็บป่วยของพ่อดูเหมือนจะทรุดลงต่อหน้าต่อตาความเย็นชาของชายหนุ่มก็เหมือนจะจางหายไปชั่วขณะ
ตงเฉินพุ่งตัวเข้าไปหาคนเป็นพ่อสองมือจับประคองร่างของเนี่ยนมู่กวงไว้แน่นสีหน้าแววตาของเขาดูเป็นห่วงพ่อคนนี้มากจริง ๆ
เนี่ยนมู่กวงอายุหกสิบเกือบจะย่างเข้าเจ็ดสิบปีอยู่รอมร่อเขามีโรคประจำตัวหลายอย่างและที่น่าเป็นห่วงที่สุดก็คือโรคหัวใจที่เกือบจะคร่าชีวิตของเขาไปหลายครั้ง
ช่วงหลายเดือนที่ผ่านมาเนี่ยนมู่กวงถูกส่งตัวเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งอันเนื่องมาจากสภาวะหัวใจล้มเหลวฉับพลัน เพราะอายุมากแล้วและเสี่ยงต่อการเกิดอาการแทรกซ้อนอื่น ๆ ตามมาแพทย์ประจำตัวของเนี่ยนมู่กวงจึงแนะนำให้เขาอยู่พักรักษาตัวที่โรงพยาบาลไปก่อน
เนี่ยนมู่กวงตัดสินใจอยู่พักรักษาตัวที่โรงพยาบาลนานกว่าครึ่งปีและอาการป่วยของเขาก็ดีขึ้นตามลำดับด้วยกลัวว่าตนเองจะจากไปโดยไม่ได้บอกลาลูกชายเพียงคนเดียวในสักวันตาเฒ่าเจ้าเล่ห์เนี่ยนมู่กวงจึงคิดแผนหนึ่งขึ้นมาได้!
แผนที่ว่านั่นก็คือ! แสร้งโกหกว่าตนเองป่วยหนักจนแทบจะลาโลกอยู่รอมร่อ
ทำอย่างนี้ก็เพื่อบีบบังคับให้เนี่ยนตงเฉินที่หนีไปอยู่ประเทศอังกฤษนานถึงห้าปียอมกลับมาดูดำดูดีพ่อของตัวเองอีกสักครั้ง
ส่วนสาเหตุที่ทำให้เนี่ยนตงเฉินเลือกหนีไปใช้ชีวิตในต่างประเทศแทนที่จะอยู่เสวยสุขกับความร่ำรวยของตระกูลเนี่ยนในจีนแผ่นดินใหญ่ก็เป็นเพราะพ่อของเขาเลือกที่จะแต่งงานใหม่และรับลูกติดของผู้หญิงคนนั้นเข้ามาเป็นบุตรบุญธรรม
เนี่ยนตงเฉินค้านหัวชนฝาแต่ก็ไม่สามารถหยุดงานแต่งงานของคนวัยห้าสิบปีปลาย ๆ ลงได้พ่อของเขาไม่ยอมฟังเสียงของเขา ไม่ยอมฟังเหตุผลของเขาและไม่ยอมทำตามความต้องการของเขาสุดท้ายก็กลายเป็นว่าสองพ่อลูกที่ปกติก็ไม่ค่อยจะสนิทกันสักเท่าไหร่ต้องมาทะเลาะกันอย่างหนักจนหาทางกู่กลับไม่ได้เป็นผลให้ความสัมพันธ์ของสองพ่อลูกยิ่งห่างเหินกันเข้าไปใหญ่
“อาเฉินเอ้ย…ถ้าแกไม่มีลูกไม่มีเมียจริง ๆ สักที ฉันก็คงตายตาไม่หลับและฉันก็ไม่มีวันที่จะหายห่วงด้วย แกน่ะมันนิสัยเสีย…ทั้งถือตัวทั้งมั่นใจในตัวเองมากจนเกินไป เลือกก็เยอะ เอาใจใครก็ไม่เป็น แล้วแบบนี้ผู้หญิงดีๆ ที่ไหนเขาจะมาทนอยู่กับแกได้ ถ้าฉันปล่อยให้แกเลือกเมียเองมีหวังชาตินี้แกคงได้อยู่ตัวคนเดียวไปจนตาย คุก~ คุก~”
เมื่อเห็นว่าการแสร้งเจ็บป่วยใช้ได้ผลดีเนี่ยนมู่กวงก็ไม่ลืมที่จะปิดท้ายประโยคอันยาวเหยียดด้วยการกระอักกระไอออกมาถี่ ๆสองครั้ง
“โถ่พ่อมาพูดเรื่องตายอะไรตอนนี้ ผมน่ะลูกชายของพ่อนะครับ ทั้งหน้าตาดี ฐานะก็ดีไหนจะการศึกษาดีอีก เพียบพร้อมขนาดนี้ มีผู้หญิงที่ไหนไม่อยากได้บ้างล่ะครับแค่หาเมียสักคน ผมแค่กระดิกนิ้วไม่กี่ทีก็ได้แล้ว พ่อวางใจและไม่ต้องห่วงเรื่องนี้นะครับ”
เนี่ยนตงเฉินพูดยกยอตัวเองโดยที่ใบหน้าไม่เปลี่ยนสีเลยสักนิดแค่นี้ก็แสดงให้เห็นแล้วว่า เนี่ยนตงเฉินคนนี้เป็นคนที่หลงตัวเองมากขนาดไหน
“ดูสิ!พูดยังไม่ทันขาดคำเลยด้วยซ้ำ แกก็ฉายแสงความมั่นหน้าออกมาอีกแล้วแบบนี้แกจะไปหาผู้หญิงดี ๆ มาเป็นคู่ชีวิตได้ยังไงกัน” เนี่ยนมู่กวงส่ายหน้าน้อย ๆอย่างเอือมระอาให้กับนิสัยที่แก้ไม่หายของเจ้าลูกชาย
“พ่อน่ะ…เลิกดูถูกผมได้แล้วครับ แล้วผมจะบอกอะไรให้ ที่เห็นผมผลัดเรื่องแต่งงานมาเรื่อย ๆควงผู้หญิงไม่ซ้ำหน้าเป็นเพราะผมอยากจะหาผู้หญิงที่คู่ควรด้วยตัวเองต่างหากล่ะครับไม่ใช่ว่าผมคิดจะคบใครเล่น ๆ ไปตลอดหรอกนะครับ”
‘ยังอีก!ยังไม่เลิกพูดจาเข้าข้างตัวเองอีกตามเคย คนอย่างเขาเนี่ย… มันเกินเยียวยาแล้วจริงๆ สินะ’
เนี่ยนตงเฉินพูดด้วยสีหน้าที่ดูจริงจังขึ้นถึงจะพูดไปอย่างนั้นแต่ความจริงแล้วเขาไม่ได้คิดจริงจังเรื่องการมีคู่ครองอะไรเถือก ๆ นั่นซะด้วยซ้ำเนี่ยนตงเฉินรักอิสระ หวงความเป็นส่วนตัว เขาไม่ชอบการผูกมัดทุกครั้งที่เขาคบหากับผู้หญิงคนไหนล้วนเป็นความสัมพันธ์ระยะสั้นทั้งสิ้นพอเบื่อก็แยกทางไม่คิดสานต่อหลังจากนั้น ในเมื่ออยู่แบบนี้ก็สบายดีออกแล้วจะหาลูกหาเมียมาเป็นบ่วงผูกคอตัวเองไปทำไมกัน
“ที่แกว่ามามันก็ไม่ผิดแต่แกแน่ใจหรือไง ว่าผู้หญิงที่แกหามาได้มันจะดีจริง ๆไม่ได้เข้าหาแกเพื่อหวังเรื่องเงิน ไอ้หย๊า… อาเฉินเอ้ยอาเฉิน เชื่อฉันเถอะผู้หญิงดี ๆ น่ะหายาก ไม่สู้ไปลงเอยกับผู้หญิงที่ฉันเตรียมไว้ให้เถอะนะ”
“แต่พ่อครับ…”
ตงเฉินครวญในลำคอเตรียมจะพูดแย้งขึ้นมาอีกครั้งเพราะไม่อยากจะยอมรับผู้หญิงคนที่พ่อของเขาเตรียมไว้ให้ผู้หญิงคนนั้นเป็นใครก็ไม่รู้ เป็นลูกเต้าเหล่าใครก็ไม่รู้ ไม่รู้กระทั่งชื่อแซ่แม้แต่หน้าก็ไม่เคยเห็นมาก่อน แล้วแบบนี้จะแน่ใจได้ยังไงว่าหล่อนคนนั้นดีจริง
“อะโอ้ย ๆๆ”
ด้วยรู้ทันว่า…ครั้งนี้เจ้าลูกชายก็คงจะพูดคัดค้านความต้องการของเขาอีกตามเคยตาเฒ่าเจ้าเล่ห์จึงแสร้งร้องโอดโอยออกมาว่าเจ็บจี๊ด ๆ ในหน้าอกอีกแล้วทำอย่างนี้ก็เพื่อกดดันลูกชายทางอ้อม และเพื่อปิดโอกาสไม่ให้เขาได้พูดปฏิเสธ
“ก็ได้ครับ!ผมจะยอมไปเจอผู้หญิงคนนั้นดูสักครั้ง” จู่ ๆคนดื้อรั้นอย่างเนี่ยนตงเฉินก็ยอมตกปากรับคำซะอย่างนั้นนี่ทำให้เนี่ยนมู่กวงตกใจหนักจนเผลอหลุดออกจากอาการแสร้งเจ็บหน้าอกแล้วอุทานถามย้ำด้วยน้ำเสียงที่กระตือรือร้นผิดธรรมชาติ “แกพูดจริงเหร๊อะ!!!”
‘เหอะ!ว่าแล้วเชียว ว่าตาแก่นี่ต้องแสร้งทำเป็นเจ็บหน้าอก’ เนี่ยนตงเฉินแสยะยิ้มมุมปากเพื่อเย้ยหยันให้กับความโง่เขลาของตัวเองคำก็บอกว่าตัวเองเก่งอย่างนั้น คำก็บอกว่าตัวเองฉลาดอย่างนี้แต่ไม่ทราบว่าไปฉลาดแบบไหนกันล่ะ ถึงได้โดนตาเฒ่านี่หลอกซะได้
“แต่พ่อต้องห้ามคืนคำนะครับที่เคยบอกว่าหากผมแต่งงานกับเธอ และสามารถทำให้เธอตั้งท้องได้พ่อจะเซ็นยกมรดกทั้งหมดให้กับผมแค่คนเดียวเรื่องนี้พ่อเป็นคนยื่นข้อเสนอให้กับผมเองนะครับจะโทษว่าผมหน้าเลือดเห็นแก่เงินไม่ได้” เนี่ยนตงเฉินแสยะยิ้มมุมปากอย่างมาดร้ายในเมื่อพ่อของเขาเจ้าเล่ห์กับเขาก่อน งั้นเขาก็จำเป็นต้องเจ้าเล่ห์กลับอย่างนี้
“นี่แก!!!”เนี่ยนมู่กวงตะเบ็งเสียงห้วนอย่างลืมตัว
“หากพ่อไม่รับปากก็อย่าหวังว่าผมจะยอมไปเจอหล่อนคนนั้นและอย่าหวังจะได้อุ้มหลานที่เป็นสายเลือดของตระกูลเนี่ยน”เนี่ยนตงเฉินยื่นคำขาดพร้อมกับชักสีหน้ายียวนกวนประสาทก่อนจะลุกเดินออกไปจากห้องรับรองเมื่อเห็นว่าผู้ช่วยอาวุโสเซวียนพาพยาบาลส่วนตัวเข้ามาตรวจดูอาการเจ็บหน้าอกออด ๆแอด ๆ ของพ่อเขาพอดี