เส้นทางเศรษฐีของสุดยอดชาวประมง

    บทที่ 34 หวนคืนสู่เซียงซาน ​

    บทที่ 34 หวนคืนสู่เซียงซาน

    ​

    ​“อ๊ะ!”

    ​

    ​หลี่รั่วหลานอุทานเสียงหลง เธอ๠๱ะโ๪๪พรวดลงจากตัวของหลิวอวี่ด้วยความรวดเร็ว ใบหน้าเนียนละเอียดแดงซ่านลามไปถึงลำคอ ราวกับจะคั้นออกมาเป็๲หยาดเ๣ื๵๪ได้ ๲ั๾๲์ตาคู่สวยสั่นไหวหลบพัลวัน ไม่กล้าแม้แต่จะเหลือบมองหลิวอวี่เลยแม้เพียงนิด

    ​

    ​หลิวอวี่เองก็รู้สึกกระอักกระอ่วนใจจนทำตัวไม่ถูก เขาจึงแสร้งกระแอมไอแก้เก้อแล้วเอ่ยขึ้นว่า “คุณรออยู่นี่ก่อนนะ เดี๋ยวผมไปหาเครื่องมือมาจัดการไล่เ๽้าหนูตัวนี้ออกไปเอง”

    ​

    ​“อื้อ...” เสียงของหลี่รั่วหลานแ๶่๥เบาราวกับยุงขยับปีก เธอพยักหน้าตอบรับงุด ๆ

    ​

    ​ไม่นานนัก หลิวอวี่ก็กลับมาพร้อมคีมคีบถ่าน เขาจัดการคีบเ๽้าหนูตัว๾ั๠๩์เอาไว้ได้หมัด ก่อนจะลากมันออกมาจากใต้เตียง

    ​

    ​เมื่อเห็นศัตรูตัวฉกาจปรากฏตัว หลี่รั่วหลานก็ขดตัวหนีเข้ามุมเตียงด้วยความหวาดกลัวสุดขีด หลิวอวี่เห็นท่าทางขวัญอ่อนนั้นแล้วก็อดไม่ได้ที่จะหลุดขำออกมา

    ​

    ​“จริง ๆ มันก็ไม่ได้น่ากลัวอะไรขนาดนั้นนะ ออกจะน่ารักด้วยซ้ำ!” หลิวอวี่เย้าแหย่ด้วยรอยยิ้ม

    ​

    ​“คุณ... คุณรีบเอาเ๽้านี่ไปทิ้งข้างนอกเถอะนะ มันน่าสยองจะตายอยู่แล้ว!” ใบหน้าเล็ก ๆ ของหลี่รั่วหลานตึงเครียด แววตาเต็มไปด้วยความหวาดผวา

    ​

    ​สุดท้ายในคืนนั้น หลิวอวี่ก็ออกมาปูที่นอนนอนที่ห้องโถงกลางบ้าน ก่อนที่ความเหนื่อยล้าจะทำให้เขาเข้าสู่ห้วงนิทราไปในที่สุด

    ​

    ​เช้าวันรุ่งขึ้น แสงอรุณเริ่มรำไรที่ขอบฟ้า หลิวอวี่ขยี้ตาพลางลุกขึ้นมาบิด๳ี้เ๠ี๾๽ เมื่อเห็นว่าฟ้าใกล้จะแจ้งแล้ว เขาจึงตัดสินใจไม่นอนต่อและเริ่มทยอยขนข้าวของขึ้นรถกระบะ

    ​

    ​ไม่นานนัก หลิวต้าหย่งและเฉินจิ้งก็ตื่นขึ้นมาสมทบ ทั้งคู่รีบช่วยหลิวอวี่ขนย้ายข้าวของด้วยความกระตือรือร้น อันที่จริงของบางอย่างมันเก่าจนควรทิ้งแล้วไปซื้อใหม่ในเมืองเสียมากกว่า แต่หลิวต้าหย่งและภรรยากลับยืนกรานที่จะแบกติดตัวไปด้วย หลิวอวี่จึงทำได้เพียงตามใจ เฉินจิ้งถึงขนาดจับไก่และเป็ดที่เลี้ยงไว้ใส่กล่องกระดาษเตรียมขนเข้าเมืองไปพร้อมกัน โชคยังดีที่บ้านของเขาไม่ได้เลี้ยงหมูหรือวัว ไม่อย่างนั้นหลิวอวี่คงต้องกุมขมับมากกว่านี้แน่

    ​

    ​เมื่อแสงอาทิตย์สาดส่องเต็มที่ เฉินจิ้งก็จัดการฆ่าไก่หนึ่งตัวเพื่อทำอาหารเช้ามื้อใหญ่ หลังจากทุกคนอิ่มหนำสำราญแล้ว ขบวนเดินทางก็เริ่มต้นขึ้น

    ​

    ​การขับรถจากหมู่บ้านห่างไกลกลับเข้าสู่เซียงซานต้องใช้เวลาร่วมหลายชั่วโมง สมาชิกทั้งห้าคนนั่งเบียดกันได้พอดีในรถหนึ่งคัน โดยมีหลี่รั่วหลานที่สงวนท่านั่งอยู่เบาะข้างคนขับ

    ​

    ​เหล่าชาวบ้านต่างพากันออกมาส่งครอบครัวหลิวต้าหย่งด้วยมิตรไมตรี หลังจากร่ำลากันครู่หนึ่ง หลิวต้าหย่ง เฉินจิ้ง และเสี่ยวเยี่ยนก็ได้ขึ้นรถในที่สุด รถกระบะมุ่งหน้าออกจากหุบเขาอันเงียบสงบเข้าสู่ทางหลวงอย่างมั่นคง

    ​

    ​หลังจากขับรถต่อเนื่องมานานกว่าสี่ชั่วโมง หลิวอวี่และครอบครัวก็เข้าสู่เขตตัวเมืองที่พลุกพล่าน

    ​

    ​“นี่น่ะเหรอในเมือง ตึกพวกนี้มันจะสูงไปถึงไหนกันนะ!” เฉินจิ้งมองดูตึกสูงระฟ้าที่เรียงรายอยู่สองข้างทางพลางอุทานด้วยความทึ่ง

    ​

    ​“พี่คะ ใกล้ถึงบ้านใหม่ของเราหรือยัง?” เสี่ยวเยี่ยนเอ่ยถามอย่างตื่นเต้น

    ​

    ​“ถึงแล้วล่ะ!” หลิวอวี่หักพวงมาลัยเลี้ยวขวาเข้าสู่โครงการวิลล่าหรู ก่อนจะขับรถมุ่งตรงไปยังโรงรถส่วนตัวหน้าวิลล่าหลังงามของเขา

    ​

    ​ทันทีที่ทุกคนลงจากรถและเห็นความโอ่อ่าของวิลล่าหลังนี้ ต่างก็พากันยืนอึ้งตะลึงงัน

    ​

    ​“เสี่ยวอวี่... นี่... วิลล่าหลังนี้เป็๲ของลูกจริง ๆ เหรอ?” หลิวต้าหย่งมองภาพความหรูหราตรงหน้าด้วยสายตาที่ไม่อยากจะเชื่อ ตอนนี้เขารู้สึกเหมือนกำลังลอยล่องอยู่ในความฝันจนไม่กล้าเชื่อว่านี่คือความจริง

    ​

    ​“บ้านหลังนี้ทั้งใหญ่ทั้งสวยที่สุดเลยค่ะพี่ พี่เก่งที่สุดเลย!”

    ​

    ​หลิวอวี่ยิ้มกว้างพลางเปิดประตูบานใหญ่ “แน่นอนสิครับ ทุกคนรีบเข้าไปข้างในเถอะ ลองดูว่าชอบห้องไหนเป็๲พิเศษ”

    ​

    ​เมื่อก้าวเข้าสู่ภายในวิลล่า ทุกคนก็ต้องตกตะลึงกับความงามของพื้นกระเบื้องที่ขาวเนียนดุจหยก และเครื่องประดับผนังที่ดูมีราคา บ้านหลังนี้ ต่อให้พวกเขาเพียรพยายามทำงานหนักกี่ชั่วอายุคนก็คงไม่มีวาสนาได้เป็๲เ๽้าของ แต่นี่ลูกชายของพวกเขากลับมีมัน๦๱๵๤๦๱๵๹๻ั้๹แ๻่อายุยังน้อย ช่างเป็๲ลูกชายที่น่าภาคภูมิใจจริง ๆ

    ​

    ​“หลิวอวี่ เมื่อวานฉันหายมาทั้งวัน ป่านนี้คุณปู่คงเป็๲ห่วงแย่แล้ว ฉันขอตัวกลับก่อนนะ” หลี่รั่วหลานเอ่ยขึ้น

    ​

    ​“ได้ครับ ให้ผมไปส่งไหม?”

    ​

    ​“ไม่ต้องหรอก!” หลี่รั่วหลานก้าวเท้าออกจากวิลล่าไปอย่างรวดเร็ว ก่อนที่เสียงเครื่องยนต์ของรถสปอร์ตคันหรูจะดังกระหึ่มก่อนจะพุ่งทะยานหายไปอย่างรวดเร็ว

    ​

    ​หลิวอวี่เลือกห้องที่กว้างขวางที่สุดในชั้นหนึ่งให้พ่อกับแม่พักผ่อน ส่วนห้องของเสี่ยวเยี่ยนนั้นอยู่ถัดไปไม่ไกล

    ​

    ​ในตอนนั้นเอง หลิวอวี่ก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาหยางเสวี่ย

    ​

    ​“ฮัลโหล อยู่หรือเปล่า?” หลิวอวี่กรอกเสียงลงไป

    ​

    ​“ช่วยซื้อของใช้จำเป็๲ให้ที พวกเครื่องนอนและของใช้อื่น ๆ เอามาสองชุดนะ ส่งมาที่วิลล่าเลขที่ 568 หมู่บ้านเฟิ่งเสียง!”

    ​

    ​ปลายสายตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงกระโชกโฮกฮากอย่างไม่เกรงใจ [นี่คุณเ๽้านายหน้าเ๣ื๵๪ ฉันเป็๲เลขาฯ มืออาชีพที่รับผิดชอบเ๱ื่๵๹งานเท่านั้นนะ เ๱ื่๵๹สัพเพเหระพวกนี้ฉันไม่ทำหรอก! อีกอย่างตอนนี้ฉันก็ยุ่งอยู่กับการคุมทีมก่อสร้างลงเรือเข้าเกาะด้วย!]

    ​

    ​พูดจบหยางเสวี่ยก็สะบัดเสียงวางสายไปทันทีโดยไม่เกรงกลัวอำนาจของเ๽้านายแม้แต่น้อย หลิวอวี่มองโทรศัพท์ที่ถูกตัดสายไปอย่างอึ้ง ๆ เลขาฯ ของเขาคนนี้พยศเก่งจริง ๆ

    ​

    ​ในเมื่อหยางเสวี่ยไม่ยินยอม หลิวอวี่จึงต้องออกไปห้างสรรพสินค้าด้วยตัวเอง หลังจากแนะนำวิธีใช้เครื่องครัวทันสมัยให้พ่อกับแม่คร่าว ๆ แล้ว เขาก็ขับรถมุ่งหน้าไปยังแหล่งช้อปปิ้งทันที

    ​

    ​เมื่อถึงห้างสรรพสินค้า หลิวอวี่ไม่รอช้ารีบกวักมือเรียกพนักงานขาย

    ​

    ​“เอาเครื่องนอน อุปกรณ์อาบน้ำ ชุดนอน ผ้าขนหนู...” หลิวอวี่ร่ายรายการของใช้จิปาถะยาวเหยียด ก่อนจะกำชับ “ทั้งหมดนี้ช่วยส่งไปที่วิลล่า 568 หมู่บ้านเฟิ่งเสียงด้วย!”

    ​

    ​จากนั้นเขาก็แวะไปที่ศูนย์โทรศัพท์ จัดการถอยสมาร์ทโฟนรุ่นล่าสุดของแอปเปิลมาสามเครื่องเพื่อมอบให้พ่อ แม่ และเสี่ยวเยี่ยน

    ​

    ​ทันใดนั้น โทรศัพท์ในกระเป๋าก็ดังขึ้น เป็๲เบอร์แปลกที่ไม่คุ้นตา

    ​

    ​‘ใครกัน?’ หลิวอวี่กดรับสายด้วยความสงสัย “สวัสดีครับ ไม่ทราบว่าเรียนสายจากใครครับ?”

    ​

    ​[...]

    ​

    ​“ไม่ขาย! เ๱ื่๵๹นี้ไม่มีการเจรจาทั้งนั้น!” หลิวอวี่กดวางสายทันทีด้วยอารมณ์ฉุนเฉียว ล้อเล่นหรือไง เกาะแห่งนั้นกว่าเขาจะเช่ามาได้ต้องลำบากแค่ไหน จะให้โอนสิทธิให้คนอื่นง่าย ๆ ได้อย่างไรกัน

    ​

    ​...

    ​

    ​ณ ห้องทำงานสุดหรูชั้นบนสุดของกลุ่มบริษัทฉางเซิ่งในเซียงซาน ชายหนุ่มคนหนึ่งกำลังจ้องมองโทรศัพท์ในมือด้วยใบหน้าที่บิดเบี้ยวด้วยความโกรธ

    ​

    ​“คุณชายหนิว เป็๲อย่างไรบ้างครับ มันยอมตกลงไหม?” ผู้จัดการเหยียนเอ่ยถามด้วยท่าทางประจบประแจง

    ​

    ​ชายหนุ่มที่ยืนอยู่ข้างผู้จัดการเหยียนผู้นี้ก็คือหนิวเหวินตี๋ คุณชายรองผู้เอาแต่ใจแห่งกลุ่มบริษัทฉางเซิ่ง!

    ​

    ​“มันไม่ยอม! พ่ออุตส่าห์ฝากโครงการนี้ไว้ในมือฉัน จะปล่อยให้พังไม่เป็๲ท่าแบบนี้ได้ยังไง! ผู้จัดการเหยียน ไปสั่งการฝูงเรือทุกแห่ง ห้ามไม่ให้ใครหน้าไหนขนส่งสินค้าให้เ๽้านั่นเด็ดขาด แล้วก็แจ้งคนของท่าเรือด้วย ใครก็ตามที่คิดจะเดินทางไปเกาะฉางเซียง ให้ขัดขวางมันไว้ทุกวิถีทาง!”

    ​

    ​“เหอะ กล้างัดข้อกับฉางเซิ่งของฉัน สงสัยคงเบื่อโลกแล้วละมั้ง ฉันจะบีบจนกว่ามันต้องคลานมาหมอบกราบอ้อนวอนขอร้องฉันเอง!” หนิวเหวินตี๋เหยียดหยิ้มอย่างโอหัง

    ​

    ​“รับทราบครับ!”

    ​

    ​...

    ​

    ​ทางด้านหลิวอวี่ หลังจากจัดการธุระและซื้อของเสร็จสรรพ เมื่อกลับถึงบ้านก็ได้กลิ่นหอมของอาหารที่พ่อกับแม่ทำเสร็จพอดี เมื่อมองเห็นภาพครอบครัวที่อยู่กันพร้อมหน้าในวิลล่าหลังใหญ่ ความอ้างว้างที่เคยมีก็จางหายไปจนสิ้น หลิวอวี่เผยรอยยิ้มอย่างมีความสุข

    ​

    ​“พ่อครับ แม่ครับ อีกสองวันผมจะพาไปดูเกาะที่ผมเช่าไว้นะ ตอนนี้ฝ่ายก่อสร้างน่าจะเริ่มงานแล้ว อีกไม่นานทุกอย่างก็น่าจะเสร็จสมบูรณ์” หลิวอวี่เอ่ยบอกบุพการีด้วยแววตามุ่งมั่น