คืนหนึ่ง... ณ ทิศเหนือของอาณาจักรนภา์ที่ตั้งของ ตระกูลไป๋... เปลวเพลิงสีแดงฉานกำลังลุกโชนอย่างเกรี้ยวกราดไปทั่วทุกบริเวณ ศพผู้คนนอนเกลื่อนกลาด กลิ่นคาวเืและโลหิตสาดกระจายไปทั่วทุกแห่งหน ราวกับไร้ซึ่งผู้รอดชีวิต
ห่างออกไปราวสามร้อยเมตร กลุ่มคนประมาณห้าคนกำลังขี่ม้าลงใต้ด้วยความเร่งรีบ นำโดยเด็กหนุ่มชุดขาวบริสุทธิ์บนหลังม้าสีหิมะ พร้อมชายฉกรรจ์อีกสี่คนขี่ม้าตามติด
“นายน้อย! รีบหนีไปให้เร็วที่สุดขอรับ! ส่วนพวกผู้บุกรุก ข้าจะต้านมันไว้เอง ไม่ต้องเป็ห่วง!” ชายวัยกลางคนผู้เป็หัวหน้ากลุ่มะโสั่งเสียงหลั่น
“ท่านอา! ข้าไม่ยอมทิ้งพวกท่านเด็ดขาด! ข้าจะอยู่สู้เคียงข้างพวกท่าน!” เด็กหนุ่มวัยไม่เกินสิบสองปีเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงสั่นคลอนแต่เด็ดเดี่ยว
ชายฉกรรจ์ทั้งสี่ชะงักไปเล็กน้อย ในใจตื้นตันที่นายน้อยไม่ทอดทิ้ง แต่ผู้เป็อาเบือนหน้าหนีแล้วตวาดเตือนสติทันที
“นายน้อย! อย่าห่วงพวกข้าเลย! เพียงได้เห็นท่านเติบใหญ่และกลับมากอบกู้ตระกูลไป๋ พวกข้าก็ตายตาหลับแล้ว! ท่านต้องหนีไปให้ไกลที่สุด... ไปเดี๋ยวนี้!!”
เมื่อเห็นเด็กหนุ่มยังคงลังเล ผู้เป็อา จึงตวาดลั่นอีกครั้ง “ไปเดี๋ยวนี้ ไป๋หลงหยาง!! อย่าหันกลับมา จงมุ่งหน้าไปซะ!!”
หลงหยางขอบตาร้อนผ่าว เขาจ้องมองเหล่าผู้จงรักภักดีด้วยความอาลัย ก่อนจะพยักหน้ารับด้วยจิตใจแตกสลาย เขาหันหน้ากลับไปทางทิศใต้ กระชับสายแส้ในมือแน่น
‘ข้าจะกลับมา... ข้าจะทำให้ตระกูลไป๋ฟื้นคืนกลับมาอีกครั้ง! ลาก่อนทุกท่าน ทุกสิ่งที่พวกท่านเสียสละ ข้าจะสลักไว้ในจิติญญา!’
สายตาของเด็กหนุ่มพลันแปรเปลี่ยนเป็เ็า “ย๊ากกก! ไป!!”
เสียงฝีเท้าม้ากระทบพื้นดังสนั่น ร่างของเด็กหนุ่มบนหลังม้าพุ่งทะยานหายลับเข้าสู่ป่าลึกอย่างรวดเร็ว
เหล่ายอดฝีมือตระกูลไป๋ที่เหลืออยู่มองตามด้วยรอยยิ้ม ผู้เป็อาหันมามองสหายอีกสี่คน “ภารกิจส่งนายน้อยหนีสำเร็จแล้ว ต่อจากนี้พวกเราจงแยกย้าย ห้ามให้พวกมันจับได้เด็ดขาด!”
ยังไม่ทันที่ทุกคนจะได้แยกย้าย...
ฟุบ! ฟุบ! ฟุบ! ฟุบ! ฟุบ!
ฉึก! ฉึก! ฉึก! ฉึก! ฉึก!
ตุบ! ตุบ! ตุบ! ตุบ!
คมอาวุธปริศนาพุ่งแหวกอากาศเจาะทะลุร่างชายสี่คนจนตกจากหลังม้าสิ้นใจทันที! เหลือเพียงผู้เป็อาที่โดนอาวุธบินปักอก แต่ยังกัดฟันฝืนใช้มือดึงรั้งแส้ม้าไม่ให้ตนเองตกหล่นลงพื้น
“ไป๋คง! ไป๋ฉาง! ไป๋เอ้อ! ไป๋ฟ่ง!” ชายาเ็สาหัสะโลั่นด้วยความโกรธแค้น “พวกเ้าตายหมดแล้วรึ?! ใครกัน! ออกมาเดี๋ยวนี้!!”
“ฮะๆๆ...” เสียงหัวเราะแ่เบาดังมาตามสายลม ก่อนที่ร่างในชุดดำปกปิดใบหน้านึกว่าจะปรากฏขึ้นตรงหน้า พร้อมมีดสั้นเล่มคมในมือ
“เหตุใดต้องมาลอบสังหารพวกข้า! เ้าเป็ใคร?!”
ชายชุดดำแสยะยิ้ม “คนกำลังจะตาย... จะอยากรู้ไปทำไม?”
“ตระกูลไป๋ไม่เคยมีแค้นกับเ้า เหตุใดต้องฆ่าล้างตระกูลพวกข้าด้วย!”
“ข้าบอกแล้วไง... ไม่จำเป็ต้องรู้ เพราะตระกูลไป๋ของเ้า จะต้องสูญสิ้นไปจากอาณาจักรนี้!”
ผู้เป็อาหัวเราะเย้ยหยัน “สูญสิ้นรึ? ฮ่าๆๆ! พวกเ้ามันโง่เง่า ฝันกลางวันอยู่หรืออย่างไร!”
ชายชุดดำขมวดคิ้วสงสัย “หมายความว่าอย่างไร... หรือว่ามีคนรอดไปได้?! เดี๋ยวนะ... สายรายงานว่ามีเด็กน้อยมาด้วยไม่ใช่หรือ?! มันหายไปไหน! บอกข้ามา!!”
“ต่อให้ข้าตาย... เ้าก็ไม่มีวันได้รู้! ฮ่าๆๆ!”
ฉึก!
ชายชุดดำสะบัดมีดสั้นปักเข้ากลางอกของชายาเ็ทันที! “ข้าจะทรมานเ้า จนกว่าเ้าจะปริปาก!”
ผู้เป็อาที่กระอักเืออกมา ยิ้มเหี้ยมเกรียม “ต่อให้ทรมานข้าเป็พันครั้ง ข้าก็ไม่มีวันทรยศตระกูลไป๋! ิญญาของข้าจะอยู่กับตระกูลไป๋ตลอดไป... ลาก่อน!”
ฉึก!!
ชายาเ็อาศัยจังหวะชักมีดที่ปักอกมาปาดคอตัวเองสิ้นใจบนหลังม้าทันที ชายชุดดำเดินเข้าไปตรวจศพด้วยความหงุดหงิด
“บัดซบ! ชิงฆ่าตัวตายเสียได้! เลยไม่รู้เลยว่าไอ้เด็กนั่นหนีไปทางไหน... ช่างเถอะ กลับไปรายงานหัวหน้าก่อน!” สิ้นเสียง ร่างชุดดำก็เลือนหายไปกับสายลม
ห่างออกไปห้าร้อยเมตร...
กลุ่มคนชุดดำประมาณ 20 คนกำลังปักหลักรออยู่ จู่ๆ ร่างของชายชุดดำที่สังหารกลุ่มหลบหนีก็ปรากฏกายขึ้น
“กลับมาแล้วหัวหน้าใหญ่”
“เป็อย่างไรบ้าง? คนที่หลบหนี เ้าสังหารหมดแล้วใช่หรือไม่?” ชายผู้เป็หัวหน้าเอ่ยถาม
“ข้าสังหารหมดแล้ว... แต่ข้าได้ความมาว่ามีเด็กน้อยรอดไปได้ ไม่แน่ใจว่าข่าวจริงหรือเท็จ”
หัวหน้าใหญ่ขมวดคิ้ว “ข่าวจริงแน่นอน... ตระกูลไป๋เป็ตระกูลยุทธ์ชื่อดังทางเหนือ มีผู้นำชื่อไป๋หลงชิง และมีลูกชายชื่อ ไป๋หลงหยาง ที่สำคัญ ตระกูลนี้ครองครอบ ‘กระบี่ัขาว’ กระบี่วิเศษประจำตระกูล! ผู้จ้างวาน้ากระบี่เล่มนี้ ส่วนเด็กนั่นจะเป็อย่างไรข้าไม่สนใจ... เอากระบี่มาให้ข้าดูซิ!”
ลูกน้องรีบยื่นกระบี่สีขาวบริสุทธิ์ราวน้ำนมให้ หัวหน้าใหญ่รับมาลูบคลำฝักกระบี่สลักลายัทองด้วยความทึ่ง
“สวยงามยิ่งนัก... ข้าขอดูเนื้อกระบี่หน่อยเถอะ!”
หัวหน้าใหญ่จับด้ามกระบี่ออกแรงดึง... ทว่า กระบี่กลับแแ่กับฝัก ไม่เขยื้อนเลยสักนิด!
“หืม?” หัวหน้าใหญ่เริ่มใช้ออกด้วยลมปราณสีเทา ย๊ากกก! แต่ไม่ว่าจะเค้นพลังเพียงใด กระบี่ัขาวก็ยังคงสงบนิ่งในฝัก ไม่ยอมเผยคมออกมาราวกับถูกหลอมเป็เนื้อเดียวกัน!
ลูกน้องรอบข้างต่างซุบซิบด้วยความตกตะลึง “ขนาดหัวหน้าใหญ่ใช้ลมปราณยังชักไม่ออก! กระบี่เล่มนี้ต้องเป็ของวิเศษที่ไม่ธรรมดาแน่!”
หัวหน้าใหญ่เก็บกระบี่ลง พลางสั่งเสียงเข้ม “ปิดปากให้เงียบ! เื่กระบี่เล่มนี้ห้ามแพร่งพรายออกไปเด็ดขาด ไม่งั้นพวกเราได้เดือดร้อนแน่! กลับรังโจร!”
ณ รังโจรกลุ่มลมดำ...
หลังจัดการพันผ้าห่อกระบี่อย่างมิดชิด หัวหน้าใหญ่ก็เรียกรองหัวหน้ามาพูดคุยในห้องทำงาน
“รองหัวหน้า... เ้ามีความเห็นอย่างไรกับผู้จ้างวานครั้งนี้?”
“เงินรางวัลสูงถึงห้าแสนตำลึง... เื้ัผู้จ้างวานย่อมไม่ธรรมดาแน่นอนพี่ใหญ่”
“อืม... อีกสามวันข้าจะเดินทางนำกระบี่ไปมอบให้ผู้จ้างวานด้วยตัวเอง เ้าอยู่ดูแลที่นี่ เงินห้าแสนตำลึงนี้เพียงพอให้พวกเราเสวยสุขไปได้หลายปี! ป่ะ... ออกไปกินเล่าฉลองกัน!”
ห้าวันต่อมา... ในป่าลึก
กุบกับ! กุบกับ!
ม้าสีขาวตัวหนึ่งพาร่างของ ไป๋หลงหยาง ควบทะยานมาหยุดอยู่ข้างลำธาร เด็กหนุ่มล้มตัวลงอาบน้ำล้างฝุ่นควันบนใบหน้า เสื้อผ้าขาวหรูหราเปรอะเปื้อนจนไม่เหลือชิ้นดี
เขาลูบหัวม้าคู่ใจเบาๆ “ขอบใจเ้ามากนะ... สหายที่เหลือเพียงหนึ่งเดียวของข้า”
เ้าม้าส่งเสียงพยักหน้ารับอย่างรู้ความ หลงหยางก้าวขึ้นหลังม้าอีกครั้ง สายตาทอดมองไปเบื้องหน้าด้วยความเ็าและเปี่ยมด้วยจิตสังหาร
“นับจากนี้... จะไม่มีไป๋หลงหยางอีกต่อไป! ชื่อของข้าคือ ‘ชิงหยาง’!”
ชิงหยางเดินทางผ่านเมืองเล็กๆ สามแห่ง ขายเครื่องประดับประทังชีวิต และมุ่งหน้าลงใต้ตามแผนที่ ‘ข้าจะไปซ่อนตัวในหมู่บ้านห่างไกล ฝึกยุทธ์ให้แข็งแกร่ง... แล้วข้าจะกลับมาทวงแค้นทุกอย่างคืน!’
อีกด้านหนึ่ง... ณ เทือกเขาหยกดำ
ฉิวหลงและฉิวฟงกำลังฝึกซ้อมประจำวัน บัดนี้เวลาผ่านพ้นไปจนครบหนึ่งปีเต็ม ฉิวฟงในวัยเก้าขวบมีความก้าวหน้าอย่างก้าวะโ เขาสามารถฟันโดนใบไม้ที่เคลื่อนไหวด้วยลมปราณได้ถึง 8 ใน 10 ครั้ง!
“เก่งมากฟงเอ๋อ!” ฉิวหลงเอ่ยชม “ครบหนึ่งปีแล้ว... ต่อไปพ่อจะเปลี่ยนวิธีฝึกใหม่ ่เช้าฝึกฟันใบไม้ ่บ่ายฝึกจิตกระบี่ และ่กลางคืน... เ้าต้องแช่ตัวในน้ำยาสมุนไพรเพื่อทะลวงจุดลมปราณและเตรียมร่างกายให้พร้อมรับจิตกระบี่!”
“สมุนไพรอะไรหรือขอรับท่านพ่อ?”
“มีห้าอย่าง... หญ้าจิตะ, ดอกไม้์สามกลีบ, รากเขี้ยวั, น้ำผึ้งผึ้งหยกดำ และผลไม้กายาแกร่ง... รีบไปหากันเถอะ!”
สองพ่อลูกเดินทางเข้าสู่ป่าลึก...
จุดแรก พวกเขาพบต้นไม้ดำซึ่งเป็รังของ ‘ผึ้งหยกดำ’ ขนาดใหญ่ ผึ้งนับร้อยตัวพุ่งเข้าโจมตี แต่ฉิวหลงเพียงสะบัดมือ สร้างคมปราณสีน้ำเงินเจ็ดแท่งพุ่งตัดรังผึ้งและขู่ผึ้งให้ถอยไปได้อย่างง่ายดาย
จากนั้น ฉิวหลงก็พาลูกชายไปสู้และแย่งชิงสมุนไพรอีกสี่ชนิดจากเหล่าสัตว์อสูรพิทักษ์ ทั้งงูั์ หมาป่า เสือ และหมีป่าั จนได้สมุนไพรครบถ้วนโดยไม่ได้ฆ่าสัตว์เ่าั้
ทว่า ระหว่างเดินทางกลับ... จู่ๆ ฉิวหลงก็หยุดชะงัก
“ฟงเอ๋อ... รอพ่อตรงนี้นะ พ่อััได้ถึงบางอย่าง” สิ้นคำ ร่างของฉิวหลงก็เลือนหายไปทันที!
ห่างออกไปสามร้อยเมตร...
เด็กหนุ่มสวมเสื้อผ้าขาดวิ่นกำลังวิ่งหนีเสือั์อย่างทุกลักทุเล! ทันใดนั้น เท้าของเขาสะดุดรากไม้ล้มลง!
เสือั์แยกเขี้ยวคำรามลั่น โฮกกก! ค่อยๆ ก้าวเข้ามาหาเหยื่อดั่งชัยชนะ
เด็กหนุ่มที่กำลังสิ้นหวัง พลันนึกถึงแค้นของตระกูล! แววตาหวาดกลัวแปรเปลี่ยนเป็ความเ็าและจิตสังหารลุกโชน! เขาฝืนลุกขึ้นจ้องหน้าเสืออย่างไม่เกรงกลัว!
จู่ๆ เสียงปริศนาก็ดังเข้าสู่โสตประสาท... “หากเ้าสู้ เ้าก็อาจจะไม่ตาย แต่หากไม่สู้... เ้าตายแน่! จงมีสติและจงเผชิญหน้ากับมัน!”
เด็กหนุ่มได้สติ! เขาคว้ากิ่งไม้ปลายแหลมข้างกายไว้แน่น!
เมื่อเสือกระโจนเข้าใส่ เด็กหนุ่มฉากหลบและใช้กิ่งไม้ แทงสวนเข้าที่ดวงตาของเสือเต็มแรง!
โฮกกก!! เสือร้องด้วยความเ็ป คมเล็บของมันตะปบเข้าที่อกของเด็กหนุ่มจนเืสาด ทั้งสองล้มลงนอนกองกับพื้น
เด็กหนุ่มนอนหมดแรง เืไหลอาบร่าง แต่ริมฝีปากกลับยกยิ้ม ‘อย่างน้อย... ข้าก็จัดสู้สุดชีวิตแล้ว...’
“ข้านับถือหัวใจเ้า... ข้าจะช่วยเ้าสักครั้ง!”
สิ้นเสียงปริศนา ร่างเสือั์พลันถูกพลังมหาศาลกระแทกลอยกระเด็นไปไกล!
“ออกไปซะ! ก่อนที่ข้าจะหมดความอดทน!” เสียงเ็าข่มขวัญจนเสือร้ายขวัญกระเจิง วิ่งหนีเตลิดเข้าป่าไปทันที
ร่างของชายวัยกลางคน—ฉิวหลง ปรากฏกายขึ้นข้างเด็กหนุ่มที่นอนาเ็สาหัส เขาป้อนยาหยุดเืให้เด็กหนุ่ม พลางถอนหายใจ
“เ้าดวงดีมากที่เจอข้า... พักผ่อนเสียเถอะ ข้าจะพาเ้าไปรักษาเอง”
ฉิวหลงอุ้มเด็กหนุ่มาเ็ขึ้นแบกบนหลัง แล้วมุ่งหน้ากลับไปหาฉิวฟงทันที...