บทที่ 4
ปะทะฝีปาก
“บังอาจ!!!”
ซือเหยียนตวาดเสียงกร้าวดังไปทั่วทั้งบริเวณ จิ่วเหรินเป็สตรีที่เกะกะขวางทาง ฝีปากนางที่เอื้อนเอ่ยไม่กลัวตายเช่นนี้เห็นทีเขาจะปล่อยนางไว้ไม่ได้อีก
ชิงมู่อ้อมด้านหลังเพื่อจับตัวนาง ทว่าเพียงแค่ฝ่ามือััก็ร้อนราวกับเปลวเพลิงนรก จิ่วเหรินผู้นี้มีพลังของเทพอยู่ในกาย หาใช่เซียนธรรมดาอย่างที่เข้าใจ ฝ่ามือเกิดแผลพุพองจนชิงมู่ถอยหนี ซือเหยียนเห็นแบบนั้นก็ขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจ
“ที่แท้เ้าก็ซ่อนความเป็เทพของตนเองไว้!”
เขาขยับตัวเข้ามาหานางอย่างไม่หวั่นเกรง จิ่วเหรินถอยห่างเพราะนางไม่อยากเปิดเผยตัวตน เพียงเท่านี้ซือเหยียนก็มองออกมากเกินไป แต่ยิ่งนางถอยหลังซือเหยียนก็ยิ่งเดินหน้าไม่ลดละ
“ซ..ซือเหยียน หยุดนะ!”
“เทพที่ชอบวุ่นวายกับข้ามักจะจบลงด้วยการไปเยือนปรโลก”
“ข้าเปล่ายุ่ง!”
“สิ่งใดเกะกะขวางทางก็ย่อมต้องกำจัดทิ้งไป สละเ้าเพื่อเทพทั้งเผ่านั้นนับว่าปราณี” เขาพูดออกมาราวกับว่าสิ่งที่ตนคิดนั้นถูกต้องเหมาะสม ต่างกับซือเหยียนที่นางเคยรู้จักสิ้นดี แววตาที่เขามองนางก็มุ่งร้ายอย่างเห็นได้ชัด
จิ่วเหรินปล่อยพลังออกมาเพื่อขัดขวางเขา ซัดลงไปที่อกข้างซ้ายของซือเหยียน พลังนั้นทำให้โลหิตวิหคสีชาดบีบรัดภายในอย่างรุนแรง ซือเหยียนทรุดฮวบลงกับพื้นมองหน้านาง
“จ..เ้า! เ้าทำสิ่งใดกับข้า!!!”
“แม้ท่านจดจำสิ่งใดไม่ได้เลย แต่ท่านก็ไม่ควรทำร้ายข้าซือเหยียน”
จิ่วเหรินกล่าวจบก็หายตัวไปจากบริเวณนั้นในทันที ส่วนเ้าสำนักหลิงและลูกชายก็วิ่งหนีตายคนละทาง ทิ้งไว้เพียงซือเหยียนที่กุมอกซ้ายด้วยความเจ็บแค้น
“นายท่านขอรับ!”
ชิงมู่พยุงประมุขเผ่าปีศาจที่สีหน้าไม่สู้ดี เขาพ่ายนางเพราะที่เ้าเล่ห์เป็จิ้งจอก อกซ้ายที่โดนบีบรัดค่อยคลายตัวเมื่อผ่านไปสักพัก ซือเหยียนหันไปสั่งชิงมู่ที่ยืนอยู่ด้านข้าง
“ส่งคนไปทำลายทุกสิ่งที่อยู่ในความดูแลของเผ่าเทพ!”
จิ่วเหรินกลับมาที่หน้าร้านขายยาสมุนไพรที่เดิม ก่อนจะเห็นไป๋หลี่ที่เดินวนหาบางอย่างอยู่ นางจึงรีบเดินไปหาสหายที่สีหน้าทุกข์ร้อนใจ เพียงไป๋หลี่เห็นนางก็ตีที่แขนเบาๆระคนโล่งใจ
“ข้าบอกให้เ้ารออยู่นี่!”
“ขอโทษๆ”
“เ้าไปไหนมาจิ่วเหริน มีเื่อะไรเกิดขึ้น อย่าบอกนะว่าเ้าไปหาเื่วุ่นวายมา” ไป๋หลี่คาดโทษสหายที่ทำหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก
“ข้าเปล่านะ!”
กรี๊ด!!!
ยังไม่ทันที่ทั้งสองจะสนนาอะไรกันต่อ ท้ายหมู่บ้านก็มีผู้คนวิ่งหนีอะไรบางอย่าง ส่งเสียงกรีดร้องกระจองอแง ทั้งบุรุษสตรีและเด็กวิ่งกันคนละทาง ไป๋หลี่จับมือของจิ่วเหรินให้วิ่งตามไปดู
“เกิดอะไรขึ้นหรือจ๊ะป้า”
“ปีศาจ! พวกมันบุกมาทำร้าย ฮรือ..”
จิ่วเหรินเบิกตากว้ารอบที่เท่าไรแล้วก็ไม่รู้ ไป๋หลี่ชักดาบออกมาและมุ่งหน้าไปต่อสู้ ส่วนจิ่วเหรินนั้นพาเด็กและสตรีหนีออกจากที่นั่น เผ่าปีศาจนับสิบที่กำลังทำร้ายผู้คน เป็ภาพที่จิ่วเหรินเคยพบเจอมาแล้ว มันวนกลับมาฉายซ้ำเพื่อย้ำเตือนความทรงจำ
ซือเหยียนยืนมองอยู่บนหลังคาโรงเตี๊ยม แววตาเ็ามองเห็นจิ่วเหรินที่กำลังช่วยเหลือผู้คน พลันอกซ้ายก็เจ็บแปลบขึ้นมาอีกหน โรคประหลาดบ้าบอนี่นับวันยิ่งทำชีวิตเขาไม่ปกติ
“ข้าจะทำลายทุกสิ่งที่เ้ารักจนสิ้นซาก!”
นั่นคือคำประกาศจากซือเหยียน เพื่อสั่งสอนสตรีถือดีจากเผ่าเทพว่าอย่ามาวุ่นวายกับเขาอีก
เพียงชั่วครู่แม่ทัพกู้เยี่ยก็มาถึง และเริ่มโรมรันกับพวกเผ่าปีศาจอย่างคลั่งแค้น ซือเหยียนยิ้มเยาะกับการทุ่มแรงของเผ่าเทพเพื่อกำจัดคนของเขาไม่กี่คน เสียงร้องไห้เริ่มเบาบางเมื่อสถานการณ์กลับสู่ปกติ พวกเผ่าปีศาจถูกกำจัดไปจนสิ้นซาก จิ่วเหรินยกยิ้มและปาดน้ำตาด้วยความดีใจ อย่างน้อยก็ไม่เกิดการสูญเสียอย่างที่นางกลัว
“นายท่านขอรับ”
“สักวันข้าเผ่าเทพก็ต้องอยู่ภายใต้อำนาจข้า ปล่อยให้พวกมันย่ามใจลำพองหางกันไปก่อน”
ซือเหยียนปรายตามองสตรีที่เอาแต่ยกแขนปาดน้ำตา จิ่วเหรินผู้นี้เป็ใครกันแน่! เพียงพลังต่ำต้อยของนางก็หยุดเขาได้ ยังคงมีเวลาอีกนานที่เขาจะเล่นกับนาง เทพอย่างนั้นหรือ.. เทพที่ปลอมตัวเป็เซียนอย่างแเีนั้นเพื่อสิ่งใดกัน
บ้านเรือนที่พังยับถูกแก้ไขกลับมาได้ดังเดิม พลังของเผ่าเทพนั้นบันดาลทุกสิ่งขึ้นมาได้
จิ่วเหรินนิ่งเงียบตลอดทางที่กลับเผ่าเทพ จนไป๋หลี่จับสังเกตได้และเริ่มที่จะคาดคั้นความจริงกับนาง ความผิดปกติมันเริ่มจากที่จิ่วเหรินหายตัวไป จากนั้นเผ่าปีศาจก็บุกมาทำร้ายชาวบ้าน
“บอกข้ามาเดี๋ยวนี้จิ่วเหริน! เื่วันนี้มันเกิดขึ้นได้อย่างไร?”
“...”
จิ่วเหรินเม้มปากของตนเองเข้าหากัน นางไม่อยากเอ่ยออกมาว่าเป็เพราะนางเข้าไปยุ่งกับซือเหยียน
“จิ่วเหริน!”
“เป็ข้าเอง.. ข้าปะทะฝีปากกับซือเหยียน และยังใช้พลังเทพกับเขาอีกด้วย”
“!!!”
ไป๋หลี่แทบจะลมจับกับสิ่งที่สหายกระทำ เื่นางเป็เทพนั้นก็ควรปกปิดเอาไว้มิใช่หรือ! ท่าปู่ย้ำนักหนาว่าไม่ให้นางเผยตัวตน จึงมอบสถานะเซียนให้นางมาจนถึงตอนนี้
“พอกันทีจิ่วเหริน นับจากนี้เ้ากับข้าจะกลับไปอยู่กับท่านอาจารย์”
“ไป๋หลี่!”
“ขืนอยู่ต่อไปอย่างอิสระ เ้ากับซือเหยียนได้พินาศแน่นอน”
“ไม่เอานะ ข้าสัญญาจะไม่ยุ่งกับเขาอีกแล้ว” จิ่วเหรินส่ายหน้ารัวขอให้สหายเห็นใจ อยู่กับท่านอาจารย์นางก็จะต้องทำแต่เื่เดิมในทุกวัน แบบนั้นมันใช่ชีวิตที่้าตรงไหนกัน
“ท่านอาจารย์กำลังหาเซียนไปอยู่ป่าเค่ออี้”
“หะ?”
“ที่นั่นจะเป็ที่บำเพ็ญของเทพและเซียน ข้าเสนอตัวไปแล้วรวมทั้งเ้าด้วย”
“ไป๋หลี่!!!”
สหายเซียนยกยิ้มให้ประกาศถึงชัยชนะ เมื่อรับปากแล้วจิ่วเหรินก็ไม่มีทางเปลี่ยนใจได้ อีกอย่างป่าเค่ออี้นั้นก็อยู่ไกลจากแดนเผ่าเทพ ไป๋หลี่คิดว่าที่นั่นเหมาะจะเป็ที่ซ่อนตัวของจิ่วเหริน ปิดบังตัวตนที่ท่านปู่และซือเหยียนยอมตายเพื่อมัน
แม่ทัพกู้เยี่ยยืนกรานว่าอย่างไรเผ่าปีศาจก็ละทิ้งความโลภไม่ได้ ก่อนหน้านี้ที่เกิดาวุ่นวายก็มาจากความละโมบอยากเป็ใหญ่ ยิ่งตอนนี้มันกล้าบุกรุกเขตที่เผ่าเทพรับผิดชอบดูแล เป็การหยามศักดิ์ศรีของเทพที่ยอมไม่ได้เป็อันขาด
“เอะอะสิ่งใดอยู่หรือท่านแม่ทัพ”
“เผ่าปีศาจบุกอาละวาดจนหมู่บ้านเละไปทั้งแถบ มันเหิมเกริมหนักข้อไม่เคยเปลี่ยน!”
จิ่วเหรินกับไป๋หลี่แวะมาหาท่านอาจารย์เื่ที่จะต้องไปอยู่ที่ป่าเค่ออี้ ได้ยินแม่ทัพกู้เอ่ยเช่นนั้นก็หน้าแห้งหน้าชาไปทั้งแถบ สองมือประสานเข้าหากันแน่น จิ่วเหรินคิดว่าตนเองนั้นสร้างหายนะครั้งใหญ่เกินแก้ การจากไปอยู่ที่ป่าเค่ออี้ดูคล้ายพวกหนีปัญหาอย่างไรก็ไม่รู้
“เอาเป็ว่าเราค่อยหารือเื่เผ่าปีศาจ วานท่านไปส่งเด็กทั้งสองที่ป่าเค่ออี้ด้วย”
“ป่าเค่ออี้?”
“เป็พระประสงค์ของเซิ่นหลางจวิ้น พระองค์อยากให้ป่าเค่ออี้เป็ที่บำเพ็ญของเทพและเซียน หลีกเร้นความวุ่นวาย ข้าจึงต้องหาเซียนที่รู้ความไปดูแลที่นั่นสักระยะ”
ตี้หวั่งิผู้เป็อาจารย์ของทั้งสองอธิบายขยายความ แม่ทัพกู้เยี่ยพยักหน้าเป็อันว่าเข้าใจ และบอกให้ทั้งสองไปเก็บของพร้อมออกเดินทางในวันพรุ่ง
“ว..วันพรุ่งหรือเ้าคะท่านอาจารย์”
“ไปเร็วสักหน่อยก็ดีไม่ใช่หรือ? อีกอย่างปู่ของเ้าก็คงดีใจไม่น้อยที่ตอนนี้เ้าเป็เซียนรู้ความ”
“จริงด้วยเ้าค่ะ” ไป๋หลี่เสริมคำพูดของตี้หวั่งิ
กลายเป็ว่าทั้งสองต้องกลับไปที่เรือนพักเพื่อเก็บของใช้ การเดินทางนั้นรวดเร็วเสียจนจิ่วเหรินไม่ทันได้ตั้งตัว ความวิตกกังวลในใจนั้นไม่ยอมคลาย หากซือเหยียนไม่พบหน้านางอีกแล้ว เขาจะหยุดความชั่วร้ายไม่เฉียดใกล้เผ่าเทพอย่างที่นางคิดหรือไม่
“เหตุใดสีหน้าเ้าจึงดูเป็ทุกข์นัก อย่าบอกว่าเ้าคิดถึงซือเหยียน”
“ข้าหวั่นใจน่ะสิไป๋หลี่ หากซือเหยียนไม่พบเจอหน้าข้า เขาจะล้มเลิกยุ่งวุ่นวายกับเผ่าเทพไหม?”
“อ๋อ..” ไป๋หลี่ยกยิ้มอย่างคนเ้าเล่ห์ “เขาอาจพังเผ่าเทพเพราะอยากพบโฉมงามก็เป็ได้”
#พันธะโลหิตวิหคสีชาด