"เด็กผมแดงที่ข้าไปตามจับมา มันเป็...."
"..."
"..."
"เป็อะไร อย่าชักช้าสิวะยิ่งไม่มีเวลาอยู่!" ชายชุดดำโวยวายขึ้นอย่างทนไม่ไหวเมื่อหญิงสาวมัวแต่เว้น่ไว้ให้ลุ้นนานเกินไป
"เออๆ บอกก็ได้ แต่ข้าก็ไม่แน่ใจหรอกว่าใช่คนเดียวกับที่เขาลือกันหรือเปล่า"
"ลือ? เื่อะไร?"
"ก็แคว้นจ้าวเขาลือกันไง จำไม่ได้หรือ เมื่อ 5 ปีก่อน..." หญิงสาวพูดเสียงเบาลง ราวกับกลัวว่าใครจะมาได้ยิน ทั้ง ๆ ที่อยู่กันแค่สามคน รอบข้างถูกล้อมรอบไปด้วยต้นไม้สูง ทั้งยังมืดสนิทแอบชวนให้วังเวงอยู่ไม่น้อย
"นี้เ้าจะบอกว่า ไอเด็กหัวแดงคือคน คนเดียวกับไอเด็กที่--"ชายชุดดำพูดพลางทำท่าทางใ แต่บทสนทนาก็ถูกขัดจากบุคคลที่ตอนแรกยังนอนหลับไม่ได้สติ ตอนนี้นั่งมองสหายร่วงงานทั้งสองด้วยความมึนงง
"อือออ~ พวกเ้าทำอะไรกัน~ยังไม่เช้าอีกรึ? แล้วเด็กที่จับมาละ~?"
ชายชุดดำที่ถูกขัดบทสนทนาได้ยินคำถามจากคนที่นั่งอยู่ ก็โมโหอย่างมาก
"เ้าโง่! เด็กหายไปก็เพราะเ้าโดนลูกเล่นโง่ๆ ไงละ! ยังมีหน้ามาถามอีกหรือ!"
ชายชุดดำะโบอกด้วยความคุกรุ่น ทำให้ชายที่เพิ่งได้สติเรียบเรียงเื่ราวจนเข้าใจ
"อ่ะ ข้าเข้าใจแล้ว ข้าขอโทษๆ ข้าไม่รู้ว่าจะโดนเด็กเล่นงานเอา"
"ไม่รู้! ถ้าเ้าไม่ประมาท พวกมันก็คงไม่มีทางหนีไปได้! แล้วอย่างไร?! จะทำอย่างไรละทีนี้?!" ขณะที่ชายชุดดำกำลังสติแตก หญิงสาวเลยเอ่ยเพื่อแก้สถานการณ์ตึงเครียด
"ข้าว่า เรารีบตามพวกมันไปดีกว่า พวกมันยังเด็กคงไปได้ไม่ไกล อีกอย่างในกลุ่มยังมีเด็ก 5 6 ขวบอยู่ด้วย ตอนนี้ก็ดึกมากแล้ว ข้าว่ามันก็ต้องงอแงแน่นอน ถ้าเราฟังเสียงดี ๆ อาจจะเจอพวกมันเร็วขึ้นก็ได้"
"อือ แต่จะไปหาทางไหนละ?" ชายคนขับรถมองรอบกายที่มืดสนิท
"แยกกันไป แต่ในกลุ่มนั้นมีไอเด็กหัวแดงอยู่" น้ำเสียงติดเคร่งเครียด
"เหอะ นี้เ้าคิดว่ามันคือเด็กเมื่อ 5 ปีก่อนจริงๆ นะหรือ?"เมื่อสงบสติอารมณ์โกรธลงได้แล้วจึงร่วมสนทนาต่อ
"เด็กหัวแดง? 5 ปีก่อน? เื่อันใดกัน?"ชายผู้ไม่รู้เื่ราวเอ่ยถามอย่างฉงน
"ก็ยัยนี้มันคิดว่าไอเด็กหัวแดงที่มันไปจับมาเป็ไอเด็กคนเดียวกับข่าวลือเมื่อ 5 ปีก่อน"
"5 ปีก่อน? อ้อ ตอนนั้นเอง ทำไมถึงคิดเช่นนั้นละ?"
"ข้าก็ไม่รู้ แต่ตอนที่สู้กัน พลังของเ้าเด็กนั้นมันแปลกๆ อีกอย่างข้าแค่คาดเดาไปเองไม่รู้เหมือนกันว่าจริงหรือไม่" หญิงสาวพูดแก้ต่าง
"อ่า ถ้าเป็เื่จริงคงแย่น่าดู.."
"จะจริงไม่ก็ช่าง ตอนนี้รีบไปจับพวกมันมาดีกว่า ถ้าจับมาไม่ได้มีหวังเราซวยแน่ๆ" ชายชุดดำเอ่ยตัดบทสนทนา เขากำลังเครียดอย่างหนัก
จับเด็กแซ่หลี่ได้ต้องหนีท่านแม่ทัพ ทั้ง ๆ ที่หนีพ้นแล้วเชียว ถ้าเกิดระหว่างทางเจอท่านแม่ทัพขึ้นมาล่ะจะทำอย่างไง ผู้เป็นายก็เหมือนกันทำไมอยากได้เด็กแซ่หลี่ขนาดนั้น ถ้าเขารู้ั้แ่แรกว่าเด็กแซ่หลี่คือคนของท่านแม่ทัพเขาจะไม่รับงานนี้แน่นอน ชายชุดดำคิดในใจ
"งั้นเดี๋ยวข้าไปย้อนไปดูทางเมืองอู๋เฉิงละกัน" คนขับรถอาสา
"อือ งั้นพวกข้าจะไปเมืองมี่อี้ เพราะทางนี้ดูท่าจะใกล้กว่าด้วย เผื่อพวกมันไม่ได้เดินย้อนกลับไป"
หลังจากนั้นทั้งสามก็ใช้วิชาตัวเบาทะยานออกไปทันที
[หลังจากผ่านไป 1เค่อ ทางด้านตระกูลหลี่]
หลังจากที่หลี่หวังฟางบุตรชายคนเล็กของตระกูลได้หายตัวไปก็ผ่านไปหลายชั่วยามแล้ว ทำให้นายหญิงของตระกูลกระสับกระส่ายแทบนั่งไม่ติดพื้น ทั้งเป็ห่วงและโกรธคนที่จับตัวลูกรักของตนไปในเวลาเดียวกัน เช่นเดียวกับนายใหญ่ของบ้านและเหล่าพี่ ๆ รวมถึงบ่าวไพร่ ไม่มีใครยอมไปนอนพักผ่อน เพราะมัวแต่หาข้อมูลคนร้ายที่จับตัวบุตรชายคนเล็กของตระกูลไป
"เสี่ยวอัน วันนี้เ้าไปพักเถอะ" อาหลงบอกผู้เป็ภรรยาด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลเป็ครั้งที่ 4 ของคืนนี้ แต่ฮูหยินของตนนั้นดื้อดึงยิ่งนัก
"ไม่เ้าค่ะ ข้าจะรอฟางเอ๋อร์"อันฉีตอบกลับไปเหมือนเดิม
"เฮ้ออ เสี่ยวอันเ้าอย่าห่วงไปเลย ลูกเราจะต้องไม่เป็อะไรเชื่อข้าสิ ฮ่องเต้เองก็ทรงช่วยส่งคนไปตามหาแล้ว" อาหลงเกลี้ยกล่อมฮูหยินอย่างใจเย็น
"แต่..."
"ข้าเป็ห่วงสุขภาพของเ้านะ ฮูหยิน" อาหลงขัดขึ้น พอพูดจบฮูหยินของเขาก็เกิดอาการใบ้กินทันที ก่อนที่จะพยักหน้ารับและรีบเดินออกจากห้องไป อาหลงที่เห็นแบบนั้นก็ยิ้มออกมาบางๆ ฮูหยินของตนช่างน่ารักจริงๆ
แต่ยังดื่มด่ำกับความสุขได้ไม่นานประตูห้องก็ถูกเปิดออกด้วยฝีมือของบุตรชายคนกลาง ตามมาติด ๆ คือบุตรชายคนโตและองครักษ์ประจำตัวขององค์ฮ่องเต้
"ได้ข่าวอะไรมาบ้าง?" อาหลงเอ่ยเสียงเข้มต่างจากตอนที่คุยกับฮูหยินของตนเมื่อกี้นี้ลิบลับ
"ข้าได้ข้อมูลมาแล้วขอรับ พี่ใหญ่" หลี่หวังหย่งเอ่ยขึ้น คนเป็พี่ใหญ่พยักหน้ากลับและจับบางอย่างโยนมาไว้ตรงกลางห้อง
"นี้คือ?" อาหลงมองไปทางบางอย่างที่บุตรชายของตนโยนเข้ามา และก็รู้ว่านั้นคือหัวคน
"หนึ่งในโจรที่มันจับน้องเล็กไปขอรับ" หลี่หวังหย่งตอบ
"!! แล้วฟางเอ๋อร์ละ!" อาหลงถามขึ้นด้วยความใ ดีใจ และกลัว กลัวว่าบุตรชายคนเล็กของตนจะเป็อะไรไป
"ขออภัย ข้าจับมันมาได้ตอนที่ข้าและท่านแม่ทัพออกไปหานอกเมือง แต่พวกข้าเห็นมันแค่คนเดียว พอพวกข้าจับมันได้กำลังจะเค้นถามข้อมูล มันก็ชิ่งฆ่าตัวตายเสียก่อน" ซีห่าว องครักษ์ประจำตัวของฮ่องเต้ถูกส่งมาเพื่อให้ช่วยตามหาบุตรชายคนเล็กเอ่ยตอบ
"ทางที่ท่านองครักษ์และท่านพี่พบเ้าโจรนี่เป็ทางไปเมืองมี่อี้ แต่ตอนที่เจอมัน มันกลับกำลังมุ่งตรงมาทางเมืองเรา ท่าทางมันรีบร้อนเหมือนกำลังหาอะไรอยู่ ข้าคิดว่าน้องเล็กคงหนีพวกมันไปแล้ว ทำให้พวกมันต้องรีบออกตามหา" หวังหย่งออกความคิดที่น่าจะเป็ไปได้ที่สุด
"อืมถ้าเป็แบบนั้นจริง ๆ ข้าก็หวังว่าฟางเอ๋อร์จะปลอดภัย งั้นส่งคนไปตามหาให้ทั่วเมืองอู๋เฉิงและส่งคนไปหาที่เมืองมี่อี้ด้วย!" อาหลงสั่งการทันที
"เช่นนั้นเดียวข้าจะนำไปก่อน ให้คนตามมาทีหลัง ในตอนนี้ก็ดึกมากแล้วพวกท่านพักผ่อนเสียหน่อยเถิด ข้าจะรีบไปรับน้องเล็กกลับมาเอง"
หลี่หวังเหว่ยขัดขึ้นก่อนจะพุ่งทะยานออกไปอย่างรวดเร็ว ถ้าให้มัวแต่รอคนอื่นออกไปตามหาน้องเล็กแล้วตนนั่งรอเฉย ๆ ไม่ไหวหรอก ไอความรู้สึกที่แปรปรวนไม่อาจรับรู้ได้ว่ามันคืออะไรช่างทรมานยิ่ง ความรู้สึกที่อยากเจอ อยากไปหา อยากรีบไปรับกลับ ไม่อยากให้ใครแตะต้อง อยากฆ่าทุกคนที่บังอาจมาแตะต้องน้องคนสำคัญของเขา เป็ความรู้สึกที่ ตัวเขาไม่เข้าใจเลยจริงๆ ....
[กลับมาทางหวังฟางปัจจุบัน]
หลังจากที่เหตุการณ์เมื่อ่เช้าผ่านไป พวกหลี่หวังฟางก็เดินเล่นชมเมืองกันไปเรื่อยเปื่อย มือของทุกคนเต็มไปด้วยของกิน
"ตอนนี้ยามอู๋แล้ว เราไปกินข้าวเที่ยงกันเถอะขอรับ" หลี่หวังฟางเอ่ยชวนทุกคน
"ฟางเอ๋อร์นี้เ้ายังจะกินอีกหรือ?" จินไห่ถามด้วยน้ำเสียงอ่อนแรง
"แน่นอนสิขอรับ เที่ยงแล้วก็ต้องกินข้าวสิ ถ้าไม่กินเดียวก็ไม่มีแรงทำอะไรหรอกนะขอรับ"
"ก็ใช่ แต่..." จินไห่ไม่พูดต่อแต่กลับหันไปมองของในมือของตนเองและมือของเด็กคนอื่นๆ ที่เดินตามหลัง
"อ่ะ เอาร้านนี้แหละขอรับ" คนตัวเล็กเดินเข้าไปในร้านทันทีเหล่าเด็กๆ ที่เดินตามหลังมาถอนหายใจพร้อมกันอย่างเหนื่อยอ่อนกับความกินเยอะของน้องคนเล็กของกลุ่ม
หลังจากที่พวกเขาทำการกิน กิน และก็กินเสร็จเรียบร้อย ก็ตัดสินใจเดินทางกลับโรงเตี๊ยมเพราะตอนนี้เงินรวมเหลืออยู่แค่ประมาณ 2 เหรียญเงินกับอีก 85 เหรียญทองแดง ถ้าหักค่าพักค่ากินของทุกคนในวันพรุ่งนี้อีก 1 วันก็จะเหลือ อยู่แค่ 97 เหรียญทองแดงเท่านั้น แต่ก็น่าจะพอกับการจ้างรถม้าเพื่อเดินทางกลับเมืองอู๋เฉิง
แต่ระหว่างทางเดินกลับโรงเตี๊ยมไม่ใช่น้อย ๆ ทั้ง่บ่ายนี้คนดูจะเยอะเป็พิเศษหากไม่ระวังให้ดีอาจพลัดหลงกันได้ โดยเฉพาะเด็กตัวเล็ก ๆ อย่างหลี่หวังฟาง
ซึ่งตอนนี้ได้แต่ยืนงงท่ามกลางผู้คนมากมาย หันซ้ายหันขวาก็ไม่เจอคนอื่น ๆ สรุปความได้ว่า หลี่หวังฟางพลัดหลงกับคนอื่นๆเรียบร้อย เขาตัดสินใจเดินตรงตามทางเดิมในหัวจำได้ว่าต้องเดินเลี้ยวอีกสองซอยก็จะถึง แต่ซอยไหนละทางซ้ายหรือทางขวา
"แม่หนู มาทำอะไรแถวนี้จ๊ะ" ชายแปลกหน้าเดินเข้ามาทักเมื่อเห็นว่าเด็กชายยืนหันซ้ายหันขวา
"ข้าหลงทางขอรับ อีกอย่างข้าเป็บุรุษ.." หลี่หวังฟางตอบด้วยน้ำเสียงติดหงุดหงิด เขาเป็บุรุษหาใช่สตรีไม่ เหตุใดชอบเข้าใจผิดกันนัก
"ฮ่าฮ่า ข้าขอโทษด้วย ถ้าเ้าหลงทางเดียวข้าพาไปส่งก็ได้นะ" ชายแปลกหน้าพูดพร้อมยิ้มกว้าง
"ไม่เป็ไรขอรับ แค่บอกทางข้าก็พอขอรับ" เหตุใดคนเมืองนี้ใจดีกับคนแปลกหน้านัก ถ้ามีคนใจดีไปส่งก็คงดี แต่จินไห่ชอบกระชับว่าห้ามคุยกับคนแปลกหน้า ห้ามเชื่อใจใคร ดังนั้นเขาจะระวังตัวไว้เป็การดีที่สุด
"มิต้องเกรงใจ เดี๋ยวข้าพาเ้าไปส่งให้ถึงเตียงเลย ฮุ่ๆ"
เขาขอถอนคำพูด!! คนดีไม่หวังผลไม่มีในโลกจริงๆ ไม่ว่าจะโลกไหน ๆ หลี่หวังฟางหลี่ตามองชายโรคจิตที่พยายามเดินเข้ามาใกล้ด้วยความหวาดระแวง คนตัวเล็กหันซ้ายหันขวาก่อนตัดสินใจวิ่งไปทางฝั่งที่คิดว่าเป็ทางกลับโรงเตี๊ยม แต่เหมือน์ไม่เข้าข้างสักเท่าไรเพราะนอกจากจะไม่ใช่ทางกลับโรงเตี๊ยมแล้วนั้นยังทำให้เขาหลงทางมากกว่าเดิมอีก
วิ่งมาได้ไม่ถึง3ลี้ดี ขาเล็กก็สั่นแทบทรงตัวไม่อยู่ ร่างกายเด็กอ่อนแอเสียจริง หลี่หวังฟางคิดอย่างหงุดหงิด รอบด้านไร้ผู้คน ก็รู้ตัวอยู่หรอกว่าเป็คนหลงลืมเส้นทางง่าย แต่ไม่คิดจะมั่วจนหาทางกลับไม่ได้เช่นนี้ ร่างเล็กทิ้งตัวนั่งยองๆ ถอนหายใจออกมาอีกครั้งขณะคิดหาทางออก
"หึหึ เจอตัวจนได้นะ หนีเก่งดีหนิ" เสียงหัวเราะดังขึ้น หลี่หวังฟางมองหาต้นเสียงที่คุ้นหูแต่นึกไม่ออกว่าได้ยินมาจากไหน
"เ้าเป็ใคร!?"
ตากลมหยุดอยู่ที่เงาตึก ไม่นานก็มีคนเดินออกมาซึ่งเ้าของเสียงไม่ใช่ใครที่ไหนแต่เป็หญิงสาวที่จับตัวพวกหลี่หวังฟางมานั้นเอง
"!!" ตอนนี้หลี่หวังฟางเริ่มคิดจริงจังกับโชคของตนแล้วแหละ เมืองก็ออกจะกว้างเหตุใดถึงมาเจอกันได้ง่ายดายเช่นนี้ ทั้งยังมาเจอตอนที่เขาเพิ่งวิ่งหนีชายโรคจิตมายังหอบไม่หายเลย หนีเสือปะจระเข้ชัดๆ
"หึ จำข้าไม่ได้เสียแล้วหรือคุณหนู"
มันพูดพลางเดินเข้ามาใกล้เรื่อยๆ หากไม่หนีคงโดนจับตัวไปอีกแน่ คิดได้ดังนั้นก็ใช้แรงทั้งหมดทรงตัวหวังวิ่งหนี แต่มีหรือที่ตัวมันจะปล่อยให้เหยื่อหลุดมือไปง่าย ๆ หญิงสาวพุ่งตัวมาจับข้อมือเล็กเอาไว้แน่นก่อนกระชากทำให้หันกลับมาเผชิญหน้ากัน
"อึก" แรงจับแทบป่นกระดูกทำให้ตากลมที่ปกติจะมีแววสดใสอยู่ตลอดบัดนี้หยาดน้ำตาเอ่อล้นไปด้วยความเจ็บที่ได้รับ อย่าลืมถึงจะเกิดมาหลายชาติแต่ชาตินี้ร่างกายและจิตใจบางส่วนเขายังเป็เพียงเด็กห้าขวบเท่านั้น!
แต่หญิงสาวไม่คิดจะสนใจหรือใจอ่อน ร่างเพรียวนั่งยองปลดปล่อยพลังบางอย่างทำให้หลี่หวังฟางรู้สึกกดดันจนแถบหายใจไม่ออก มือไม่ใหญ่มากของนางอีกข้างที่ว่างอยู่ล้วงเข้าไปในอกเสื้อแล้วดึงมีดเล่มออกมา แนบคมมีดไว้กับแก้มคนตัวเล็ก
"เอาละ บอกมาซะดี ๆ คนอื่น ๆ อยู่ที่ไหน"
ถ้าบอกไปหญิงบ้าคนนี้ต้องตามไปจับตัวทุกคนแน่ แต่ถ้าไม่บอกเขาก็อาจถูกมันฆ่าตายได้ ทำเช่นไรดี
"อึก!"
เมื่อถามแต่ไม่มีเสียงตอบกลับ จึงเพิ่มน้ำหนักมือที่จับมีดกดลงไป ทำให้คมมีดบาดเข้าที่ข้างแก้มเล็กจนเืไหลซึมออกมา
"หืมม ว่าไงคนสวย" นางเลื่อนมีดไปตรงคอพลางก้มหน้าลงมากระซิบข้าง ๆ หูของเหยื่อตัวน้อยที่สั่นไม่หยุด นางชอบเล่นกับเหยื่อที่กำลังหวาดกลัวที่สุด!
"ข้าไม่ฆ่าเ้าหรอก แค่เ้ายอมบอก"
เสียงกระซิบบอกเบา ๆ ชวนขนลุกทำให้หลี่หวังฟางตัวสั่นอย่างห้ามไม่อยู่ทั้งความกลัวและความโกรธ โกรธที่ทำอะไรไม่ได้เลย อยากจะร้องออกมาดังๆ แต่ก็ยังทำไม่ได้ อ่อนแอ อ่อนแอเกินไป
"อึก.." ช่วยด้วย...