หลังจากกลับมายืนประจำตำแหน่งในแถว หลินหานก็ก้มหน้ามองแผงหน้าต่างอาชีพที่ปรากฏขึ้นหลังเสร็จสิ้นการปลุกพลังโดยสัญชาตญาณ
แผงหน้าต่างอาชีพแบ่งออกเป็สองส่วน คือ ค่าสถานะและทักษะ
[ชื่อ] : หลินหาน
[อาชีพ] : ผู้สังเวยชีวิต (ขั้นต่อไปเลเวล 10 เงื่อนไขการเลื่อนคลาส : ดูดซับแหล่งกำเนิดธาตุหนึ่งชนิด)
[เลเวล] : คลาส 1 เลเวล 1
[พลังชีวิต] : 100
[ความเร็ว] : 30
[พลังเวท] : 50
[ความอึด] : 110
[พละกำลัง] : 120
หลังอ่านแผงค่าสถานะจบ หลินหานก็นิ่งไป
ในบรรดาค่าสถานะทั้งห้า มีถึงสามค่าที่ทะลุหนึ่งร้อยหน่วย
พูดกันตามตรง ค่าสถานะพื้นฐานของเขาทรงพลังกว่าคนปกติมาก
หากปลุกพลังได้อาชีพนักรบ ค่าสถานะเริ่มต้นนี้ถือว่าหรูหราจนะเิระเบ้ออย่างแน่นอน แต่น่าเสียดายที่เขาเป็สายเวท จึงไม่อาจเปิดฉากต่อสู้ระยะประชิดกับใครได้
หลินหานเบนสายตาไปมองแผงทักษะต่อ
[ข้อห้ามเวทมนตร์] : พร์เฉพาะตัว สามารถกดข่มธาตุเวทมนตร์ในรัศมี 50 เมตร เพื่อเปลี่ยนเป็พลังเวทของตนเอง
[บทเพลงแห่งการบำบัด] : ขับขานบทสรรเสริญเทพีแห่งชีวิต ปลดปล่อยออร่าการรักษาเพื่อเติมเต็มพลังชีวิตให้พันธมิตร สามารถรักษาอาการาเ็ได้ในระดับหนึ่ง
[บทเพลงเรียกิญญา] : ขับขานบทสรรเสริญเทพแห่งความตาย ปลดปล่อยออร่าแห่งความตายเพื่อลดทอนความสามารถของศัตรู และสุ่มอัญเชิญสิ่งมีชีวิตอันเดดจากใต้พิภพออกมาหนึ่งตน
[บทเพลงล่อลวง] : ขับขานบทสรรเสริญเทพีแห่งความเสื่อมทราม ปลดปล่อยออร่าสะกดจิต เพื่อสุ่มมอบสถานะผิดปกติ เช่น ตาบอด หลับใหล คลุ้มคลั่ง หรือภาพลวงตาแก่ศัตรู
[บทเพลงแห่งคำอวยพร] : ขับขานบทสรรเสริญเทพแห่งความโกลาหล ปลดปล่อยออร่าคำอวยพรเพื่อมอบบัฟให้กับฝ่ายพันธมิตรหนึ่งอย่าง โดยผลของบัฟจะเป็แบบสุ่ม
“???”
มีหนึ่งพร์เฉพาะตัวกับอีกสี่ทักษะเริ่มต้นที่สืบทอดมา
ผู้สังเวยชีวิตสมกับเป็อาชีพลับ แค่ทักษะเริ่มต้นก็มอบให้ถึงสี่ทักษะ ต้องรู้ว่าอาชีพทั่วไปเมื่อตื่นรู้คลาส 1 แล้วจะได้รับทักษะเพียงสองทักษะเท่านั้น
แต่ทำไมมันถึงมีแต่ทักษะสายฮีลทั้งนั้นเลยล่ะเนี่ย...
หลินหานถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ตอนแรกนึกว่ายังพอมีทางรอด แต่ดูจากตอนนี้แล้ว ถ้าไม่มีเพื่อนร่วมทีมคอยช่วย แค่การเก็บเลเวลก็ยากลำบากมากแล้ว
“หลินหาน นายอย่าเพิ่งท้อแท้ไปนะ อีกไม่กี่วันสถาบันต่าง ๆ ก็จะมาเปิดรับสมัครนักเรียนที่โรงเรียนเราแล้ว เดิมทีผลการเรียนของนายก็ดีมาก ลองพยายามดูสักตั้ง ไม่แน่อาจจะมีสถาบันไหนรับเข้าเรียนก็ได้นะ พอเรียนจบไป อย่างน้อยก็ยังสามารถช่วยเหลือคนอื่นล่ามอนสเตอร์หาเงินเลี้ยงตัวเองได้”
ตอนนั้นเอง หวังเฉียงเดินมาหยุดอยู่ข้างกายพลางเอ่ยปากให้กำลังใจ เพราะกลัวว่าหลินหานจะหมดอาลัยตายอยาก
“อืม” หลินหานตอบรับพร้อมกับยิ้มเจื่อน
สิ่งที่หวังเฉียงพูดมานั้นถูกต้อง ในโลกนี้หลังมอนสเตอร์ถูกกำจัดแล้ว พวกมันจะดรอปวัสดุ อุปกรณ์สวมใส่ หรือหนังสือทักษะออกมา การเป็สายสนับสนุนให้พวกนักล่ามอนสเตอร์ จึงถือเป็งานที่ดีงานหนึ่งจริง ๆ
‘น่าเสียดายที่ชาตินี้ฉันคงไม่มีวันได้เลื่อนเป็คลาส 2 เพราะแค่เลเวล 10 ก็ต้องออกตามหาแหล่งกำเนิดธาตุแล้ว นี่มันกะจะเอาชีวิตกันชัด ๆ ’
หลินหานถอนหายใจเงียบ ๆ เป็อย่างที่หัวหน้าระดับชั้นหวังเจี้ยนกล่าวไว้จริง ๆ สถานที่ที่มีแหล่งกำเนิดธาตุหนาแน่นที่สุดก็คือใจกลางภัยพิบัติ ตอนที่มันอุบัติขึ้น
ทว่าอาศัยแค่เลเวล 10 ตัวเขาอาจจะทนไม่ได้แม้แต่เพียงวินาทีเดียวด้วยซ้ำก็คงถูกพลังภัยพิบัติบดขยี้จนตายแล้ว การจะเลื่อนขึ้นคลาส 2 จึงเป็ไปไม่ได้เลย เส้นทางการเปลี่ยนคลาสอาชีพนี้มัน… ยากระดับนรกขุมลึกสุดชัด ๆ
‘แม่งเอ๊ย คนอื่นเขาข้ามมิติมาปุ๊บก็มีสูตรโกงปั๊บ แล้วทำไมฉันที่อยู่ที่นี่มาตั้งสิบปีเต็ม กลับไม่เคยเห็นแม้แต่เงาของสูตรโกงเลยสักนิด อุตส่าห์ปลุกอาชีพได้ แต่ดันเป็สายฮีลที่ไม่มีใคร้าอีก’
คนอื่นทะลุมิติมาเริ่มต้นด้วยสัตว์เลี้ยงระดับเทพ มีเื้ัเป็ตระกูลใหญ่ สาวงามพลีกายให้ หรืออุปกรณ์เทพไร้เทียมทานยอมรับเป็นายโดยอัตโนมัติ แต่ทำไมพอมาถึงตาเขา นอกจากฐานะทางบ้านจะยากจนแล้ว ชาตินี้ยังถูกกำหนดให้ไม่อาจก้าวข้ามคลาส 1 ได้อีกด้วย
หลินหานไม่อยากยอมรับจริง ๆ ความไม่ยินยอมอันลึกล้ำผุดขึ้นมาในส่วนลึกของหัวใจเขา
เขาแค้น!
แค้นว่าทำไมตัวเองต้องปลุกพลังได้อาชีพลับสายฮีลที่ไร้ประโยชน์แบบนี้ด้วย!
สู้ปล่อยให้เขาปลุกพลังได้อาชีพสายใช้ชีวิตทั่วไปเสียยังจะดีกว่า!
[ติ๊ง!]
[ตรวจพบว่าโฮสต์กำลังตกอยู่ในความสับสน ระบบอาจารย์ผู้ชี้แนะเปิดใช้งานอย่างเป็ทางการ!]
[ระบบขยายหมื่นเท่าเปิดใช้งานแล้ว!]
ระบบ?
หลินหานสะดุ้งโหยง ในฐานะนักอ่านนิยายตัวยง เขาเข้าใจดีว่าสูตรโกงประเภทระบบที่ไม่มีขีดจำกัดนั้นมันสุดยอดแค่ไหน!
เขาตั้งสติ ก่อนจะเริ่มศึกษาข้อมูลอย่างละเอียด
[ระบบขยายหมื่นเท่า โฮสต์สามารถเลือกสิ่งใดก็ได้ที่เกี่ยวข้องกับตนเอง เพื่อทำการขยายพลังหมื่นเท่าได้หนึ่งครั้ง]
[ไม่มีข้อจำกัดใด ๆ ไม่มีเงื่อนไขใด ๆ ทุกอย่างจะถูกขยายหมื่นเท่า]
หมื่นเท่าเนี่ยนะ!?
ใบหน้าของหลินหานแปรเปลี่ยนเป็ความยินดี ความหม่นหมองก่อนหน้านี้มลายหายไปเป็ปลิดทิ้ง
แค่ดูจากคำอธิบายก็รู้แล้วว่าระบบของเขามันทรงพลังแค่ไหน!
ต้องรู้ว่า ในชาติก่อนเขาอ่านหนังสือมามากมาย เห็นระบบมาทุกรูปแบบ แต่โดยทั่วไปแล้ว หากคิดจะได้รับรางวัลจากระบบ บรรดาโฮสต์เ่าั้ถ้าไม่กลายเป็คนคลั่งภารกิจ ก็ต้องกลายเป็หุ่นเชิดที่คอยตอบสนองความ้าของระบบ
พูดง่าย ๆ ก็คือท้ายที่สุดก็เป็แค่เครื่องมือที่ระบบจัดวางไว้เท่านั้น แต่ระบบของเขานั้นไม่มีเงื่อนไข และไม่มีข้อจำกัดใด ๆ เลย นี่มันออกจะฝืนกฎเกณฑ์เกินไปแล้ว!
“ระบบ ช่วยขยายหมื่นเท่าให้แผงหน้าต่างอาชีพของฉันได้ไหม” หลินหานเอ่ยถามอย่างระมัดระวัง
[ติ๊ง! ได้แน่นอน!]
[แผงหน้าต่างอาชีพเป็ของโฮสต์ ไม่มีเหตุผลที่จะไม่เสริมพลัง ยืนยันที่จะเลือกขยายหมื่นเท่าทันทีหรือไม่!?]
เมื่อได้ยินคำตอบของระบบ
“ยืนยัน!” หลินหานเผลอกลืนน้ำลายโดยไม่รู้ตัว
[ติ๊ง!]
[ขยายหมื่นเท่าให้กับแผงหน้าต่างอาชีพสำเร็จ โปรดตรวจสอบโดยเร็ว!]
เวลาผ่านไปไม่ถึงหนึ่งวินาที เสียงอันไพเราะของระบบก็ดังขึ้น หลินหานรีบกวาดสายตามองแผงค่าสถานะทันที
[ชื่อ] : หลินหาน
[อาชีพ] : ผู้สังเวยชีวิต
[เลเวล] : คลาส 1 เลเวล 1 (เงื่อนไขการเลื่อนคลาสเื่แหล่งกำเนิดธาตุยังไม่สำเร็จ จึงไม่อาจขยายพลังได้)
[พลังชีวิต] : 1 ล้าน
[ความเร็ว] : 3 แสน
[พลังเวท] : 5 แสน
[ความอึด] : 1.1 ล้าน
[พละกำลัง] : 1.2 ล้าน
“!!!”
หลินหานรีบเปิดแผงทักษะดูต่อทันที
[ข้อห้ามเวทมนตร์] : พร์เฉพาะตัว สามารถกดข่มธาตุเวทมนตร์ในรัศมี 500 กิโลเมตร เพื่อเปลี่ยนเป็พลังเวทของตนเอง
[เทวทูตผู้พิทักษ์] : ระดับมหาเวทต้องห้าม ขับขานบทสรรเสริญเทพีแห่งชีวิต สามารถชุบชีวิตสิ่งมีชีวิตที่ตายไปแล้วบางส่วนได้โดยอัตโนมัติ (ไม่สามารถชุบชีวิตสิ่งมีชีวิตประเภทจักรกล ธาตุ และอันเดดได้)
[ปลุกชีพิญญาคนตาย] : ระดับมหาเวทต้องห้าม ขับขานบทสรรเสริญเทพแห่งความตาย การันตีอัญเชิญสิ่งมีชีวิตประเภทปีศาจ และหลังจากชนะการต่อสู้จะเปลี่ยนศัตรูที่ถูกฆ่าในอัตราส่วน 30% ให้กลายเป็อันเดดเข้าร่วมกับฝ่ายตน (ไม่รวมสิ่งมีชีวิตประเภทจักรกล ธาตุ และอันเดด)
[อาณัติแห่งความเสื่อมทราม] : ระดับมหาเวทต้องห้าม ขับขานบทสรรเสริญเทพีแห่งความเสื่อมทราม การันตีมอบสถานะผิดปกติสองชนิด และสามารถบังคับให้ศัตรูยอมจำนนได้โดยไม่ต้องรับความยินยอมในอัตรา 15%
[อาณาเขตโกลาหล] : ระดับมหาเวทต้องห้าม ขับขานบทสรรเสริญเทพแห่งความโกลาหล สามารถอัญเชิญอาณาเขตออกมาเพื่อมอบบัฟสองชนิดให้ฝ่ายตน และสามารถสุ่มปล่อยเวทมนตร์ระดับมหาเวทต้องห้าม เช่น ศรกัมปนาทน้ำแข็ง ทัณฑ์อัสนีต่อเนื่อง อุกกาบาตทลาย หรือการพิพากษาครั้งสุดท้าย ออกมาได้หนึ่งทักษะ
“นี่มัน...”
หลินหานขยี้ตาตัวเอง สงสัยว่าตนเองกำลังตาฝาดไปหรือเปล่า แต่หลังจากเพ่งมองอยู่หลายรอบ แผงหน้าต่างอาชีพก็เปลี่ยนไปอย่างนั้นจริง ๆ
“ให้ตาย ฉันที่เป็นักเวทคลาส 1 มหาเวทต้องห้ามถึงสี่ทักษะ แถมค่าสถานะพื้นฐานยังเพิ่มขึ้นหมื่นเท่าอีกด้วย มีสิ่งเหล่านี้อยู่ ฉันก็มีโอกาสบุกเข้าไปในใจกลางภัยพิบัติแล้ว การเลื่อนคลาสไม่ใช่ความฝันอีกต่อไปแล้ว!”
หลินหานกำหมัดแน่น ััได้ถึงอนาคตอันโชติ่ไร้ขีดจำกัด ขอเพียงเขาเลื่อนคลาสสำเร็จ หลังจากนี้ใครหน้าไหนมันจะกล้าบอกว่าอาชีพนี้ไร้ประโยชน์อีก!?
“ฮ่า ๆ ๆ ! หวังเฉียง แกกำลังล้อเล่นอยู่หรือไง หลินหานปลุกพลังได้อาชีพขยะที่สุดขนาดนั้นยังคิดจะสอบเข้าสถาบันการศึกษาอีกเหรอ จะเข้าไปเป็เบ๊ให้คนอื่นหรือไง!?”
จู่ ๆ เสียงหัวเราะเยาะถากถางก็ดังแว่วมา
หลินหานเงยหน้าขึ้นมอง ก็เห็นว่ามีคนกลุ่มหนึ่งกำลังมองมาที่ตน พวกเขาล้วนสวมเสื้อผ้าแบรนด์เนมราคาแพง ดูฟุ้งเฟ้อหรูหราไม่เบา
นี่คือกลุ่มก้อนคนรวยภายในห้องเรียน ซึ่งประกอบไปด้วยนักเรียนที่ฐานะทางบ้านค่อนข้างดี และผู้นำกลุ่มก็คือเกาชงที่เพิ่งเปลี่ยนอาชีพเป็โจรขโมยไปเมื่อครู่นี้เอง
ที่ผ่านมา หลินหานมักจะทำคะแนนสอบกดหัวเกาชงได้ก้าวหนึ่งเสมอ ดังนั้น เกาชงจึงริษยาในพร์อันเป็เลิศของเขามาโดยตลอด
“หลินหาน ฉันบอกแกตั้งนานแล้ว! เรียนดีก็ไม่ได้หมายความว่าทุกอย่างจะดีตามหรอกนะ! คนที่เกิดในสลัมอย่างแก ชะตากรรมมันถูกกำหนดให้เป็ไอ้ขยะอยู่แล้ว ไม่มีทางเปลี่ยนมันได้ด้วยความพยายามส่วนตัวหรอก!”
สายตาของเกาชงเต็มไปด้วยการเหยียดหยาม ตอนแรกที่เห็นปรากฏการณ์ฟ้าดินของหลินหานสั่นะเืเลื่อนลั่นขนาดนั้น เขายังคิดจะไปประลองฝีมือกับหลินหานในการสอบคัดเลือกเข้าศึกษาเสียหน่อย แต่ดูจากตอนนี้แล้ว ไม่มีประโยชน์อะไรเลยที่จะมองไอ้คนน่าสมเพชคนนี้เป็คู่แข่ง
“เกาชง แกหุบปากไปเลย! ก็แค่ปลุกอาชีพสายต่อสู้ได้ มีอะไรน่าภูมิใจนักหนา!? ถ้าไม่พอใจก็มาตัวต่อตัวกับฉันสิ!”
เมื่อเห็นว่าพี่น้องของตนถูกโจมตี หวังเฉียงก็ก้าวออกมายืนบังหน้าหลินหาน ตวาดเสียงใส่เกาชงทันที
หลังจากปลุกพลังเป็ปรมาจารย์การ์ดแล้ว ในบรรดาคนกลุ่มนั้นนอกจากเกาชงที่พอจะสร้างความกดดันให้เขาได้บ้าง คนอื่น ๆ ที่เหลือก็ไม่นับเป็ตัวอะไรเลย
“ช่างเถอะ ไม่ต้องไปสนใจไอ้ขยะนี่หรอก”
หลินหานรั้งแขนหวังเฉียงไว้ เขาปรายตามองเกาชงปราดหนึ่งก่อนจะส่ายหน้าเบา ๆ ท่าทีที่แสดงออกมาทำให้คนรอบข้างรู้สึกราวกับว่า หลินหานกำลังมองสุนัขตัวหนึ่งที่กำลังเห่าหอนเท่านั้น
ตอนนี้หลินหานอารมณ์ดีเป็อย่างมาก จึงไม่อยากเสียเวลาไปต่อปากต่อคำกับไอ้ตัวตลกตัวนี้เลย
“หลินหาน แกจะมาเสแสร้งเพื่ออะไร! ยังคิดว่าตัวเองเป็อัจฉริยะอันดับหนึ่งของโรงเรียนมัธยมฮุยเยว่ที่สองอยู่หรือไง!? อาชีพขยะ ๆ แบบแก ฉันใช้มือเดียวก็ขยี้ได้แล้ว!”
ใบหน้าของเกาชงบิดเบี้ยวถมึงทึง ตลอดสามปีในมัธยมปลาย สิ่งที่เขาเกลียดที่สุดก็คือท่าทางไม่เห็นหัวใครของหลินหานนี่แหละ
“หึ! ใช้มือเดียวขยี้ฉันงั้นเหรอ เกาชง แกมั่นใจขนาดนั้นเชียวว่าตอนนี้ฉันไม่มีปัญญาจัดการแกได้!”
หลินหานปรายตามองใบหน้าบิดเบี้ยวของเกาชง แล้วกำหมัดแน่น กล้ามเนื้อบนร่างกายของเขาเริ่มขยับ ดูแข็งแกร่งและน่าเกรงขามอย่างยิ่ง
ค่าพละกำลังของเขาสูงถึง 1.2 ล้านหน่วย หากลงมือจริง ๆ เกรงว่าเพียงหมัดเดียวก็คงซัดเกาชงจนกลายเป็เศษเนื้อชุ่มเืได้ในพริบตา
ถ้าไม่ใช่เพราะมีคณะครูของโรงเรียนคอยเฝ้าอยู่รอบ ๆ เขาก็ไม่รังเกียจที่จะส่งเกาชงไปลงนรกั้แ่อยู่ใน่เริ่มต้นของเส้นทางอาชีพ
“แก! เหอะ! ฉันไม่ลดตัวลงไปเสวนากับคนอาชีพขยะแบบแกหรอก รอดูอีกไม่กี่วันเถอะ ว่าจะมีสถาบันโง่ ๆ ที่ไหนมารับแกเข้าเรียนบ้าง!”
เกาชงแค่นเสียงเย็น หลังจากผู้ใช้อาชีพปลุกพลังสำเร็จ แต่ยังไม่ได้เริ่มเก็บเลเวล พละกำลังส่วนบุคคลยังคงเป็สิ่งสำคัญที่สุด
พูดง่าย ๆ คือก่อนเลเวล 10 ช่องว่างระหว่างเขากับหลินหานยังไม่ได้ห่างกันมากนัก หากลงมือตอนนี้ตนเองอาจจะเป็ฝ่ายเสียเปรียบ
แต่ทางบ้านของเขาเตรียมดันเจี้ยนสำหรับเก็บเลเวลไว้ให้เรียบร้อยแล้ว ทั้งยังมีเงินมากพอที่จะกว้านซื้อหนังสือทักษะมาประเคนให้อีกด้วย
หวังว่าหลังจากผ่านไปไม่กี่วัน ตอนที่เขาเลเวล 10 หรือแม้กระทั่งเลื่อนเป็คลาส 2 สำเร็จ หลินหานจะยังคงปากดีแบบนี้ได้อยู่ก็แล้วกัน
“หลินหาน ในการสอบคัดเลือกเข้าศึกษาอีกไม่กี่วันข้างหน้า ฉันจะบอกกับอาจารย์คุมสอบว่า้าประลองกับแก! ถึงเวลานั้น ฉันอยากจะเห็นแกนั่งคุกเข่าร้องขอชีวิตต่อหน้าฉันจริง ๆ ! พวกเราไป!” พูดจบ เกาชงก็จากไปด้วยสายตามืดมน พร้อมกับพากลุ่มเพื่อนสนิทไปเก็บเลเวล