ครืดดดดครืดดดดดด !
7 โมงเช้า ในวันพุธกลางสัปดาห์ เสียงโทรศัพท์ไอโฟนสั่นเป็นจังหวะอยู่บนโต๊ะเล็กข้างเตียงริสางัวเงีย พลางหรี่ตาหยิบมือถือขึ้นมาดู ปรากฎชื่อบนหน้าจอตัวโต ‘พี่ปลา’ นั่นเอง
“ฮะ..ฮัลโหล”
เธอตอบเสียงอู้อี้พลางขยี้ตา
“Morning จ้าริสา วันนี้พี่ปลาคนสวยมีข่าวดีมาบอกเธอด้วยแหละอย่าบอกนะเสียงแบบนี้คือยังไม่ตื่น !!”
เลขาสาวแผดเสียงมาตามสายจนเธอเริ่มตั้งสติได้
“อะไรนะคะเห็นชื่อพี่ปลาโชว์บนหน้าจอแล้วใจคอไม่ดีเลยบอกตรงๆ อิอิ”
สาวน้อยแซวกลับอย่างซุกซนพลางยกมือปิดปากหาว
“เช้านี้คุณธวัชให้เธอเอาReport ผลประกอบการไตรมาสล่าสุดของบริษัทเราไปให้คุณเฟยหลงที่โรงแรมจ้ะเดี๋ยวชั้นแชร์โลเคชั่นของเขาให้นะ”
“อ้อแล้วที่สำคัญนางย้ำอีกว่า ให้เธอพาเขาไปดูโรงแรมที่เราจะจัดงานประชุมกับนักลงทุนตอนบ่ายด้วยเอาเป็นว่าวันนี้เธอต้องอยู่กับหนุ่มหล่อคนนั้นทั้งวันชั้นสรุปให้ คิคิ”
พี่ปลาถ่ายถอดคำสั่งจากคุณธวัช นายใหญ่ของเธอครบถ้วนทุกตัวอักษรตามแบบฉบับเลขามืออาชีพ
“หะอะไรนะคะ จะให้ริสาเอารีพอร์ทไปให้ตานั่น เอ้ย คุณเฟยหลงถึงโรงแรมเลยหรอ !”
ริสาถามกลับเสียงสูง ดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกใจ เธอดันร่างน้อยลุกขึ้นจากเตียงทันทีพลางหันไปดูนาฬิกา
“ใช่-จ้ะ เธอกล้าขัดคำสั่งพ่อไหมล่ะ ไปเลยรีบไปแต่งตัว 8.30 น. เขาต้องเห็นหน้าเธอนะจ้ะ”
พี่ปลาตอบอย่างเน้นเสียงพลางวางสายอย่างรวดเร็ว ปล่อยให้สาวสวยนั่งหน้ามุ่ยด้วยความงุนงงอยู่ปลายเตียง
-----------------------------------
8.20 น.
สาวน้อยรีบหักพวงมาลัยรถเข้าจอดที่ชั้นใต้ดินของโรงแรมWaldorf Astoria โรงแรมหรูรูปทรงทันสมัยย่านราชดำริ วันนี้เธออยู่ในมาดเรียบร้อยแต่แอบแฝงด้วยความเซ็กซี่เล็กๆร่างบางอยู่ในชุดจั๊มสูทกางเกงขายาวสีดำ ด้านบนปกปิดเนินอกอวบอิ่มด้วยผ้าลูกไม้สีดำซีทรูเปลือยหลังนิดหน่อยเผยให้เห็นแผ่นหลังขาวเนียนละเอียดของสาวรุ่น
ริสา รีบจ้ำอ้าวพร้อมแฟ้มเอกสารในมือน้อยเธอเดินผ่านประตูใหญ่ใต้ Lobby โรงแรมหรู ภายในถูกตกแต่งด้วยสไตล์โมเดิร์นที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวเธอกวาดสายตามองไปรอบๆ มองหานักธุรกิจหนุ่ม แต่ทว่าไร้ซึ่งคนตรงหน้า
“สวัสดีครับไม่ทราบว่าใช่ คุณริสา หรือเปล่าครับ”
พนักงานชายที่เคาท์เตอร์ต้อนรับทักทายเธออย่างสุภาพ
“อ้อใช่ค่ะ ริสาค่ะ”
ริสาหันไปตอบด้วยความสงสัยพลางชะเง้อหน้ามองหาเฟยหลง
“พอดีคุณผู้ชายห้อง 707 ฝากคีย์การ์ดเอาไว้ให้คุณครับแจ้งว่าถ้ามาถึงแล้วให้ขึ้นไปพบข้างบน”
พนักงานหนุ่มพูดจบพลางยืนคีย์การ์ดให้สาวสวยเธอรับคีย์การ์ดสีทองมันวาวมาอย่างงุนงง ในหัวเต็มไปด้วยความข้องใจ
‘หะอะไรนะ นี่ต้องให้ชั้นขึ้นไปประเคนแฟ้มให้ถึงห้องเลยหรือไง !’
‘อร๊ายยยยยยยยยยย’
เธอหัวเสียเล็กน้อยกับความเรื่องเยอะของเฟยหลงแต่ภาพคุณธวัช เจ้านายใหญ่ของเธอกลับแว่บเข้ามาในหัว พร้อมกับคำพูดของเธอเองที่ตบปากรับคำอย่างเป็นมั่นเป็นเหมาะว่าจะดูแลนักธุรกิจหนุ่มคนนี้เป็นอย่างดีทำให้ ริสา จำใจรีบสาวเท้าเรียวยาวกดลิฟท์ตรงดิ่งไปชั้น 52 อย่างเสียไม่ได้…
ก๊อกๆๆ
……………………..
ก๊อกๆๆ
ไร้เสียงตอบรับจากคนในห้อง
‘เอทำไมไม่เปิดนะ ทำยังไงดี’
‘จะเปิดเข้าไปเลยดีไหมนะจะดูไม่มีมารยาทหรือเปล่า’
ริสาบ่นพึมพำอยู่หน้าประตูห้อง เธอยืนครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่แต่แล้วตัดสินใจใช้มือน้อยหยิบคีย์การ์ดสีทองแตะเข้าที่หน้าประตูห้อง Suite หัวมุมริมทางเดิน
“ขอโทษนะคะริสาเองค่ะ ขออนุญาตเข้าไปนะคะ”
สาวน้อยเปิดประตูห้องออกอย่างประหม่าพลางส่งเสียงหวานเชิงขออนุญาต เธอเดินเข้าห้องอย่างถือวิสาสะพลางรีบกวาดสายตามองอย่างลวกๆ ด้านในห้องพักสุดหรูหราราคาหลักหมื่นต่อคืนถูกแบ่งออกอย่างเป็นสัดส่วน เธอก้าวเข้าไปในห้องรับแขกสุดกว้างขวางที่ตกแต่งในสีเอิร์ธโทน ด้านขวามีกระจกใสบานใหญ่มองเห็นวิวใจกลางกรุงเทพแบบ 360 องศา
เธอหย่อนร่างบางลงบนโซฟาหนานุ่มสีน้ำตาลอ่อนพลางวางแฟ้มงานลงบนโต๊ะกลม แต่กลับไร้ซึ่งเงาของชายหนุ่ม ทว่าทันใดนั้น…
แกร๊กก..
เสียงประตูห้องนอนเปิดออกอย่างช้าๆสาวน้อยรีบหันไปตามต้นเสียงอย่างรวดเร็ว แต่ต้องตกตะลึงกับภาพตรงหน้า ชายหนุ่มที่ท่อนบนเปลือยเปล่ามีเพียงผ้าขนหนูสีขาวปิดบังท่อนล่างที่แข็งแกร่ง เขาขยับตัวเดินมาใกล้เธอยิ่งเผยให้เห็นแผงอกกำยำอย่างชัดเจนซิกแพคที่อัดแน่นในทุกตารางนิ้วพร้อมขนหน้าอกรำไร ผมสีดำขลับของเฟยหลงเปียกลู่ด้วยหยดน้ำใสไหลย้อยลงมาจรดคางแหลม
“อ้าวมาแล้วหรอครับ กำลังรออยู่พอดี”
เขายกผ้าขนหนูผืนเล็กในมือขึ้นขยี้ผมอย่างสบายๆ
“ค่ะ…ริสานั่งรอข้างนอกดีกะ..กว่าค่ะ”
ริสา รีบหันหน้าเบือนหนีไปทางอื่นพลางตอบเขาอย่างประหม่าหน้านวลสวยเปลี่ยนเป็นสีแดงระเรื่อ เธอไม่คิดว่าจะมาตกอยู่ในสถานการณ์น่ากระอักกระอ่วนแบบนี้กับลูกค้าหนุ่ม
เฟยหลงสังเกตเห็นท่าทีเขินอายเป็นเด็กของริสาแววตาแน่วนิ่งเปลี่ยนเป็นประกายด้วยรอยยิ้มในความขบขัน เขายิ้มกริ่มที่มุมปากอยากจะแกล้งเธอด้วยความคิดซนๆชายหนุ่มเคลื่อนตัวมายืนอยู่ด้านหลังโซฟาที่เธอนั่งพร้อมโน้มร่างสูงลงมาประชิดข้างตัวเธอทำทีเป็นอ่านรายงานที่เธอจัดเตรียมมาให้
“ผมว่าจุดนี้งบมันแปลกๆนะ ผมจำได้ว่ากำไรมันน่าจะมากกว่าไตรมาสที่แล้ว”
เขาพูดพลางหันหน้าหล่อเข้าหาเธอริสาแก้มแดงปลั่ง เขาอยู่ใกล้เธอจนได้กลิ่นหอมอ่อนๆของสบู่โชยออกมาแตะจมูก พร้อมหยดน้ำใสที่หยดลงมาเปียกมือเธอ
“เดี๋ยวริสาแก้ให้ค่ะ”
เธอตอบเขาทันทีด้วยตัวแข็งทื่อเฟยหลง กลัวว่าสาวสวยจะหายใจไม่ออกด้วยความเขินเขาหยุดแกล้งเธอพลางหันหลังเดินกลับเข้าห้องนอนไปแต่งตัว…
--------------------------------------------
เฟยหลงสาวเท้ายาวของเขาลงจากลิฟท์ โดยมีริสา เดินตามหลังมาติดๆเขาหยุดยืนรอคนขับรถที่หน้า Lobby อย่างใจเย็น ร่างสูงโปร่งดูดีกว่าเคยด้วยเสื้อเชิ้ตสีเทาอ่อนพร้อมเสื้อสูท Blazer สีดำสนิทกึ่งทางการเขายังคงสวมสร้อยเงินเงาวับรูปตัวอักษรจีนสัญลักษณ์ของตะกูลเฉียวเอาไว้รอบลำคอตลอดเวลา
วันนี้ริสาต้องพาเขาไปดูสถานที่เพื่อเตรียมจัดงานConference ครั้งใหญ่ประจำปี ที่เชิญนักลงทุนจากทั่วทุกมุมโลกมาร่วมงานในครั้งนี้
ประตูรถตู้อัลพาร์ดสีดำคันโตจอดแนบสนิททั้งคู่ขึ้นรถเตรียมตัวมุ่งหน้าไปโรงแรมเก่าแก่ที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา สถานที่ประจำสำหรับดาราเซเลปไฮโซ รวมไปถึงนักการเมือง ต่างมาจัดงานใหญ่กันอยู่บ่อยๆ
“รายละเอียดของงานในครั้งนี้เป็นยังไงบ้างครับ”
เฟยหลงเอ่ยปากถามริสาอย่างนุ่มนวล พลางหยิบไอแพดเปิดเช็คพอร์ตหุ้น
“อ้องานครั้งนี้เราจัดเป็นปีที่ 2 ค่ะ โดยบริษัทเราในฝั่งของประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดงานในครั้งนี้เราจะนำเสนอโซลูชั่นทางการเงิน และนวัตกรรมใหม่ๆที่นักพัฒนาของบริษัทเราคิดค้นขึ้น ริสาคาดว่าน่าจะมีนักลงทุนเข้าร่วมงานประมาณ 300คนค่ะ”
ริสาตอบเขาอย่างแข็งขัน พลางยื่นแฟ้มรายละเอียดข้อมูลของงานที่เธอทำเตรียมไว้แต่เมื่อคืน
“แล้วShow case ด้านเทคโนโลยีบล็อกเชนจะมีมาเข้าร่วมด้วยไหมครับ”
เขาละสายตาจากจอไอแพดพร้อมหันไปถามเธอด้วยความสงสัย เลิกคิ้วขึ้นนิดๆ
“วันงานจะมีสตาร์ทอัพที่ทำแพลตฟอร์มด้านบริหารจัดการสินทรัพย์ดิจิทัลที่เราไปร่วมลงทุนมาโชว์ผลงานด้วยค่ะ”
สาวน้อยตอบเขาอย่างกระตือรือร้นเธอเป็นสาวเก่ง และเตรียมตัวมาเป็นอย่างดี
“ขอบคุณครับ”
เฟยหลงตอบเธอเบาๆเขาเป็นนักธุรกิจหนุ่มไฟแรง ที่มีลูกน้องเก่งกาจมากมาย ด้วยความรอบรู้ของ ริสาทำให้หนุ่มหล่อเผลออมยิ้มออกมาอย่างไม่รู้ตัว
-----------------------------------