ตอนที่17 อคติที่เบาบาง
จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นคราวก่อนทำให้ระยะห่างระหว่างอ้ายซินและหวนฉีมากขึ้นจนเกาชุนสังเกตได้แต่เขาไม่กล้าที่จะเอ่ยถามฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหากยัง้าใช้ชีวิตหลังเกษียณทว่าบรรยากาศแปลกๆ ที่ทั้งคู่ปล่อยออกมาสร้างความอึดอัดให้บรรดาคนรอบๆ จนแทบอยากจะหนีหายไปในทันที
ทั้งที่ควรจะดีใจกับการที่ชายหนุ่มหมางเมินอ้ายซินกลับรู้สึกกระอักกระอ่วนภายในใจด้วยคำพูดที่ค่อนข้างรุนแรงและการปฏิบัติตัวอันหยาบคายเธอจึงเลือกจะขอคำปรึกษาจากคนสนิทเพียงผู้เดียวในทัพนั่นก็คือหม่าเฉาซึ่งเป็คนเดียวที่ยังไม่ได้กลับบ้านของตน
“ที่บอกมีเื่จะปรึกษาข้าเป็เื่เกี่ยวกับหัวหน้าใช่มั้ย”เขาเอ่ยถามอย่างรู้ทันอ้ายซินอ้าปากจะพูดแต่ก็หุบลงอย่างรวดเร็วก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็พยักหน้าน้อยๆ“ไปทำอะไรให้หัวหน้าไม่พอใจอีกล่ะ” เขาทำเหมือนเธอมักจะสร้างเื่ก่อนเสมอทำเอาเ้าตัวดีมองค้อนน้อยๆ
“ข้าพูดไม่ดีใส่เขา”เธอตอบเสียงอู้อี้ “เขาคงโกรธข้าเอามากๆ ถึงได้ทำราวกับข้าเป็อากาศธาตุ”
“เ้า้าแบบนั้นไม่ใช่หรือ”หม่าเฉาย้อนจนอ้ายสะอึก ชายหนุ่มหัวเราะราวกับคนกำชัยเหนือกว่า“สบายใจได้หัวหน้าไม่ได้โกรธเ้าหรอก เขาอาจจะรำคาญเ้าจนไม่อยากยุ่งมากกว่า”ประโยคท้ายทำเอาเด็กสาวยิ้มแห้ง
“ขอบคุณในคำปลอบที่ข้าไม่้า”ร่างเล็กถอนหายใจยาว นี่เธอจะมาขอคำปรึกษาหรือมาโดนเขาเทศนากันแน่
“ดูเ้าจะใส่ใจความรู้สึกของหัวหน้าจังเลยนะเ้าชอบหัวหน้าอย่างนั้นหรือ”คำพูดของหม่าเฉาทำเอาอ้ายที่นั่งอยู่บนหินก้อนใหญ่เกือบหน้าคะมำลงพื้นเขาใช้สมองซีกไหนคิดนี่ถึงได้ถามเธอออกมาแบบนี้
“ไม่มีทางน่ะ! ข้าก็แค่รู้สึกไม่ดีกับคำพูดของตนเองเท่านั้นอย่าพูดอะไรที่ชวนขนลุกแบบนั้นอีกนะ” เธอมองขนแขนของตนที่ขนตั้งขึ้นอย่างสยดสยอง
“แล้วเ้า้าให้ข้าช่วยอะไร”
“ข้ามีเื่ที่อยากรู้”สีหน้าของอ้ายซินจริงจังขึ้นจนคนมองมุ่นหัวคิ้วอย่างสงสัย“ข้าอยากรู้ว่าแม่ทัพหวนฉีเค้ามีครอบครัวมั้ย เค้ามาจากไหน ทำไมถึงมาเป็ทหารได้”
“เ้าจะอยากรู้เื่ส่วนตัวของหัวหน้าไปทำไม”หม่าเฉาประหลาดใจ ตามปกติแล้วเธอไม่ค่อยอยากจะพูดถึงหวนฉีราวกับเขาเป็สิ่งที่น่าขยะแขยงในชีวิตเธอทว่าตอนนี้เ้าหล่อนกลับมาถามถึงเื่ของชายหนุ่มที่เธอคิดว่าเป็ไม้เบื่อไม้เมากันแม้จะมีคำตอบที่รองรับเหตุผลนี้แต่หากพูดออกไปคนตรงหน้าคงโวยวายใส่เป็แน่
“ข้าก็แค่คิดว่า...ข้าไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเขาเลย”เด็กสาวคิดว่ามันอาจจะเป็คำตอบที่งี่เง่ามาก แต่มันคือความรู้สึกจริงๆ ของเธอที่ตนเองก็หาเหตุผลเชิงลึกไม่ได้หม่าเฉามองเธออย่างช่างใจก่อนจะพูดขึ้น
“ข้าพึ่งเข้ามาอยู่ในทัพได้เพียง2 ปีเท่านั้น เื่ที่เ้าถามถึงเป็เกาชุนก็คงให้คำตอบที่ชัดเจนไม่ได้ข้าเคยได้คุยกับคนที่อยู่กับหัวหน้ามานานที่สุด เขาบอกข้าว่าไม่มีใครรู้ว่าหัวหน้ามาจากไหน มีครอบครัวหรือไม่ มีคนรักหรือเคยแต่งงานรึเปล่าทำไมถึงเป็โจรป่าและมีเหตุอันใดถึงมาเป็ทหาร...แทบจะไม่มีข้อมูลของหัวหน้าเลยนอกจากชื่อ อายุพวกเรารู้แค่ว่า เขาเป็คนที่เก่งกาจ โเี้ น่ากลัวเป็คนโลภที่ทำทุกอย่างเพื่อให้ได้สิ่งที่้า”
...เติบโตมาแบบไหนกันเนี่ย...แต่ว่าเขาเป็เด็กกำพร้าเหมือนเรางั้นเหรอ...
“เื่ที่น่าแปลกที่สุดก็คือคนอย่างหัวหน้าสู่ขอหญิงสาวที่ยังไม่เคยพบหน้ามีเพียงแค่ข่าวลือในทางเสียหายคนที่เห็นผู้หญิงเป็แค่ที่ระบายความใคร่และสามารถตัดหัวได้อย่างไร้ความปราณีถ้าอีกฝ่ายทำเื่ให้ไม่พอใจ”เขาพูดด้วยรอยยิ้มมุมปากขณะที่จ้องมองเด็กสาวตรงหน้าด้วยความคิดอันหลากหลายว่าเธอมีสิ่งใดที่สามารถดึงดูดจอมวายร้ายอย่างหวนฉีได้
“และการที่หัวข้ายังอยู่ทั้งที่ทำเื่เสียมารยาทกับแม่ทัพหวนฉีไปหลายครั้งมันก็ยิ่งทำให้พวกท่านประหลาดใจมากเลยสินะ”
“เ้าก็รู้ตัวนี่”รอยยิ้มของหม่าเฉาน่าขนลุกในความคิดของอ้ายซิน เขาเป็คนที่เธอรู้สึกว่าไม่ควรเป็ศัตรูด้วยในอันดับต้นๆ“แค่นี้น่ะหรือที่อยากให้ข้าช่วย”
“ข้า...ข้าควรจะทำอย่างไร...หรือคะ”ดวงตาคู่สวยไหววูบ อีกฝ่ายถอนหายใจพลางยื่นมือมาลูบหัวเธออย่างอ่อนโยน
“ข้าว่าเ้ามีคำตอบในใจอยู่แล้วนะมันก็แค่เื่ง่ายๆ ไม่ใช่รึไง”
“คนแบบแม่ทัพหวนฉีจบง่ายๆด้วยคำพูดไม่กี่คำรึเปล่าละคะ”
“หัวหน้าไม่โกรธเ้าหรอกเผลอๆ ไม่ได้ใส่ใจด้วยซ้ำ เ้าก็ทำตัวปกติก็ได้ถ้าหัวหน้าอยากพูดกับเ้าเขาก็คงเริ่มก่อนเอง”
“ข้ารู้สึกใจชื้นขึ้นมาเลยค่ะ”เธอตอบเสียงซังกระตายก่อนจะดันมือของหม่าเฉาออก “ขอบคุณท่านที่รับฟังและให้คำแนะนำข้านะคะถ้าเป็ไปได้ท่านอาจจะต้องรับหัวของข้าด้วยก็ได้” เด็กสาวพูดติดตลกคนฟังขำด้วยความเอ็นดู
“ข้าขอให้เ้าโชคดีนะ”
“นั่นเป็คำอวยพรที่ดีที่สุดในชีวิตของข้าตอนนี้เลยค่ะ”
“เหล้าครับ”เกาชุนตอบอ้ายซินที่เลียบๆ เคียงๆ ถามเขาว่าหวนฉีชอบอะไร “และก็ผู้หญิง”คำตอบของเขาเป็สิ่งที่เธอรู้ดีอยู่แล้วถึงอย่างนั้นเ้าหล่อนคิดว่าอาจจะมีอย่างอื่นที่ตนมองข้ามไป
“ผู้หญิง”นายกองหญิงก่านหนิงตอบเรียบๆ อ้ายสาบานว่าได้ยินเสียงเธอเดาะลิ้นด้วยความไม่พอใจ
หลังผ่านมื้อเย็นที่เงียบราวกับป่าช้าเด็กสาวอาบน้ำและเตรียมเข้านอนในตอนหัวค่ำ เนื่องจากไม่มีอะไรให้เธอทำมากนักขณะที่นอนกลิ้งเล่นบนเตียงเพราะตาเ้ากรรมไม่ยอมปรือลงเธอก็เหลือบไปมองขวดเหล้าสีขาวบนโต๊ะซึ่งห่างออกไปไม่ไกลมันเป็เหล้าชั้นดีที่เธอว่าจ้างคนรับใช้ให้ไปซื้อมาจากในเมืองหรือความจริงเธอควรจะจ้างนางโลมสักคนมาปรนนิบัติเขากันนะ
“ดื่มเองดีมั้ยเนี่ย”เธอพึมพำเสียงแ่ก่อนจะตัดสินใจลุกขึ้นจากเตียง “เอาวะ เป็ไงเป็กัน”
อ้ายซินมาหยุดยืนหน้าห้องของหวนฉีนี่เป็ครั้งที่ 2 ที่เธอเฉียดกายเข้ามาใกล้ ไพล่คิดไปถึงเหตุการณ์ก่อนหน้าแล้วก็พยายามรวบรวมสมาธิเพื่อจะฟังเสียงข้างในหากแจ็คพ็อตประวัติศาสตร์ซ้ำรอยเดิมเธอจะได้รีบจรลีหายตัวทันที
เงียบกริบ...นอน?...หรืออะไรหว่าเด็กสาวสูดลมหายใจลึกๆ แล้วตัดสินใจทำสิ่งที่กล้าหาญที่สุดในชีวิตนั่นคือการเคาะประตูห้องนอนของสัตว์กินเนื้อซึ่งน่ากลัวที่สุดในโลก(ของเธอ)
ก๊อกๆๆ
“ใคร”
“ข้าเองค่ะ”ตั้งใจจะพูดชื่อตัวเองแต่คำพูดไวกว่าความคิดเกิดความเงียบราวกำแพงที่มองไม่เห็นจนเธอแทบจะได้ยินเสียงหัวใจตนเอง
ประตูห้องเปิดออกเผยให้เห็นร่างสูงใหญ่ในชุดคลุมนอนสีดำอวดแผงอกน้อยๆแววตาคมกริบของชายหนุ่มเลื่อนมองถาดในมือของอีกฝ่ายซึ่งมีขวดเหล้าและจอกเล็กๆ 1 ใบทว่าเขากลับไม่พูดอะไรราวกับ้าให้เธอเป็ฝ่ายเอ่ยออกมาเอง
“ข้าได้เหล้าชั้นดีมาเลยคิดว่าจะเอามาให้ท่านค่ะ” ทั้งที่ซักซ้อมมาแล้วว่าควรพูดอะไร แต่สคริปทุกอย่างพลันหายออกจากหัวในบัดดลทำได้แค่ด้นสดหน้างาน
เอาละสิมีหน้าต่างป๊อบอัพตัวเลือกให้หน่อยมั้ยนี่ เช่น เขาไล่เรา หรือ เขาโยนมันทิ้งไม่ว่าทางไหนก็ดูอดสูชะมัด!
“ข้าขอรินเหล้าให้ท่านได้มั้ยคะ”ปากเ้ากรรมดันทำงานอัตโนมัติอีกครั้ง จะยกมือขึ้นป้องปากแต่ก็ไม่มีมือข้างใดว่างจะกลับคำพูดก็ไม่ทันเสียแล้วแว่บหนึ่งเธอสังเกตเห็นประกายความสงสัยในดวงตาของเขาก่อนที่มันจะหายวับไป
“เข้ามา”หวนฉีบอก และหลบทางให้เด็กสาวเธอมองเลยเข้าไปในห้องรู้สึกเหมือนตนเองกำลังเดินเข้าสู่ลานปะาที่มีเขาเป็เพชรฆาตอ้ายซิน(จำใจ)เดินเข้าห้อง สองขาหนักอึ้งดั่งต้องสาปชายหนุ่มปิดประตูเสียงดังทำเอาเธอสะดุ้งโหยงแต่ไม่กล้าหันกลับไปมอง
ร่างสูงก้าวยาวๆอย่างรวดเร็วเพื่อไปนั่งเอนกายพิงหัวเตียง เด็กสาวอ้าปากค้างน้อยๆทั้งที่มีโต๊ะสำหรับนั่งเล่น แต่เขาเลือกที่จะดื่มบนที่นอน
“เป็อะไรมานี่สิ” หวนฉีกระตุกยิ้มมุมปากเช่นเคย นี่เขา้าจะแกล้งอะไรเธออีกละนี่อ้ายซินเผลอตัวเกือบจะอ้าปากแหวใส่ ทว่าคราวนี้ห้ามตัวเองไว้ได้ทัน
เย็นไว้อ้ายอย่าห้าวเป้ง...เดี๋ยวศพไม่สวย
คนอ่อนวัยวางถาดเหล้าแล้วนั่งลงขอบเตียงเธอไม่อยากที่จะขึ้นไปนั่งชิดติดเขา และหากมีอะไรจะได้เคลื่อนไหวได้รวดเร็ว(หมายถึงวิ่งหนีละนะ) ชายหนุ่มนิ่งเงียบมองจ้องร่างเล็กเธอหลุบสายตาก่อนจะจดจ่อกับการรินเหล้า
“นี่ค่ะ”อ้ายซินยื่นจอกเหล้าให้เขา หวนฉีรับมันมาแต่ไม่ดื่มในทันทีเขาพิจารณาสีและดมกลิ่นเหมือนจะพิสูจน์ว่าเหล้าที่เธอนำมานั้นใช่ของดีหรือไม่“กลัวข้าจะใส่ยาพิษไว้รึไงคะ”
“มันก็ไม่แน่หรอกนะถ้ามาจากเ้าในเมื่อเ้าเกลียดข้ามากเลยนี่” หวนฉีพูดกลั้วหัวเราะ เขาค่อยๆจิบของเหลวใสนั้นช้าๆ
“ข้าบอกว่าเกลียดท่านแต่ไม่ได้บอกว่าเกลียดมากซะหน่อย”
“แล้วมันต่างกันอย่างไรล่ะ”
“ก็ระดับปกติกับ มาก มันก็ต่างกันแล้วมั้ยละคะ” เด็กสาวเถียงอย่างยียวนชายหนุ่มไม่คิดจะต่อล้อต่อเถียงด้วย
“ก็ไม่ได้ดีเด่อะไร”เขาบอกพลางยื่นส่งจอกกลับไปให้เด็กสาว “พอใช้ได้”
เททิ้งซะดีมั้ยเนี่ย...
“ดูเหมือนจะไม่ถูกปากท่านเท่าไหร่ข้าควรจะเอามันไปทิ้งมากกว่าสินะคะ”
“ข้าบอกแล้วหรือว่าไม่ถูกปาก”
“ท่านบอกว่าไม่ดีเด่อะไรนี่”เด็กสาวทำหน้ามุ่ย เหล้าของเธอมันรสชาติแย่หรือลิ้นของเขามันเข้าไม่ถึงกันแน่
“จากการที่ไล่ถามว่าข้าชอบอะไรจนกลายเป็เหล้าที่ไม่ดีเด่ขวดนี้จุดประสงค์ของเ้า้าอะไรจากข้า” คำถามลูกตรงของหวนฉีทำอ้ายสะดุดกึกนี่เกาชุนปากมากอีกแล้วสินะ
อ้ายซินนิ่งเงียบอยู่ชั่วครู่ก่อนจะขยับร่างกายของตนขึ้นไปนั่งคุกเข่าใกล้ๆเขา ดวงตาคู่สวยมองอีกฝ่ายโดยไม่หลบเลี่ยง ท่าทีเก้ๆ กังๆของเธอที่พยายามจะพูดอะไรออกมาทำให้เขาเลิกคิ้วด้วยความสงสัยว่าคนอ่อนวัยกว่าจะเล่นพิเรนท์อะไร
“ข้าคิดว่าได้พูดไม่ดีกับท่านออกไปเพราะข้าเอาอารมณ์ตัวเองเป็ใหญ่โดยไม่คิดไตร่ตรอง...ข้า”เธออึกอักรู้สึกน้ำลายช่างเหนียวหนืดคอมากกว่าปกติ “ข้าขอโทษค่ะ”
“ทำไมเ้าต้องขอโทษข้าบอกหรือว่าโกรธเ้า”
“ถึงท่านไม่โกรธข้าแต่ข้าโกรธตัวเองค่ะ” ความสำนึกผิดฉายชัดอาบดวงหน้ามนเธอเหมือนลูกแมวตัวน้อยที่กำลังหวาดกลัวสุนัขที่ตัวใหญ่กว่ามาก
หวนฉียื่นมือไปััที่แก้มซ้ายของเธอเขาประหลาดใจที่อีกฝ่ายไม่ปัดป้องหรือขัดขืนใดๆ แม้เธอจะสะดุ้งตอนที่จับก็ตาม
“ข้าไม่เข้าใจเ้าเลยอ้ายซิน”
“ข้าก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันค่ะ”เธอตอบสวนทันควัน “แล้วท่านจะยกโทษให้ข้าได้หรือไม่คะ”
“ข้าไม่ได้โกรธอะไรเ้า”นิ้วโป้งของชายหนุ่มเลื่อนมายังริมฝีปากสีระเรือก่อนจะลูบไล้เบาๆเธอยังคงตัวสั่นเช่นทุกครั้งที่เขาแตะต้องเขาคิดว่าขีดจำกัดของเธอคงจะอยู่อีกเพียงไม่นาน เ้าหล่อนจะต้องแหวใส่และปัดมือเขาออก
เขาคิดผิด...แล้วเป็ชายหนุ่มเองที่คาดไม่ถึงกับท่าทีของอีกฝ่ายนอกจากจะไม่เบือนหนีแล้ว เธอยังเอนหน้าเข้าหามือของเขาจากที่ตอนแรกฝ่ามือของหวนฉีโดนแก้มของเธอเพียงผิวเผินตอนนี้กลับแนบชิดจนรู้สึกได้ถึงความนุ่มละมุนของผิวกาย
หากจะว่าไปแล้วหลายเดือนที่เธอมาอยู่บ้านของหวนฉีแม้จะไม่ได้ใกล้ชิดสนิทสนมหรือเข้ามาเอาใจพะเน้าพะนอหวนฉีก็ไม่เคยทำอะไรที่เป็การหักหาญน้ำใจและิ่เกียรติของเธอเลย(ถ้าไม่นับเวลาที่เขาแกล้งเธอละก็นะ)หลายครั้งที่เขาตามใจเธอเสียด้วยซ้ำแต่เป็เธอเองที่เมินเฉยและไม่ให้ค่ากับการกระทำของชายหนุ่มเด็กสาวอคติจากนิยายบวกกับการที่หลิวหยางตายด้วยมือของชายหนุ่มผสมด้วยความโหดร้ายกับข่าวลือมากมายที่ได้ยินมาเธอจึงตั้งแง่ั้แ่ยังไม่ได้พบเจอกันและเลือกจะมองแต่สิ่งที่ไม่ดีในตัวของอีกฝ่าย
นี่ไม่ใช่นิยาย...มันคือชีวิตจริงเป็ทางที่เธอเลือกเอง...หาก้ามีความสุขเธออาจจะลองหลับตาลงสักข้างเผื่อหมาป่าจะกลายเป็หมาบ้าน(ก็ยังน่ากลัวอยู่ดีถ้าเป็ร็อตไวเลอร์)
“อ๊ะ...ข้าคิดมานานแล้ว”จู่ๆ เธอก็เอื้อมมือไปที่หูขวาของเขา “ข้าอยากจะเจาะหูบ้าง แต่พวกท่านพี่ไม่มีใครยอมทำให้เลยบอกไม่อยากให้ข้ามีแผล ทำยังกับว่ามันจะเป็แผลใหญ่แบบนั้นแหละ” เธอบ่นอุบเพราะชาติที่แล้วเ้าหล่อนก็ใส่ต่างหูแบบจัดเต็ม
ชายหนุ่มละมือจากแก้มของเด็กสาวมายังมือเล็กๆของเ้าหล่อนแทน
“ให้ข้าเจาะให้มั้ย”เขาเสนอ อีกฝ่ายแววตาพราวระยับ
“ได้เหรอคะ”เธอตื่นเต้นดีใจจนเกือบเก็บอาการไม่อยู่ “เจาะเยอะๆ แบบท่านได้ใช่มั้ย”เสนออย่างมีความหวัง หวนฉีลดมือของเธอลงแต่ยังคงกุมไว้
“ข้างละหนึ่งก็พอ”คำพูดของเขาทำให้อีกฝ่ายหน้าหมองลง “ข้าคิดเหมือนพวกพี่ของเ้าถ้าเ้าอยากใส่ต่างหูสวยๆ แบบผู้หญิงทั่วไปเพียงแค่รูเดียวก็พอหรือจะใส่แบบหนีบก็ไม่จำเป็ต้องเจาะ”
“ข้าอยากใส่แบบท่านค่ะ”เธอว่าเสียงใส ต่างหูแบบที่เขาใส่คือเป็หมุดปกติทำจากนิล
“อยากใส่แบบข้าเหรอ”หวนฉีทวนคำ เขาดึงมือที่กุมไว้มาจรดริมฝีปากตนเองอ้ายซินหน้าแดงซ่านด้วยความเขินทันที
“ไม่เอาแล้วค่ะไม่เจาะแล้ว” เธอบอกเสียงอู้อี้ แววตาเ้าเล่ห์มองอากัปกิริยาคนตรงหน้าอย่างถูกใจ“ข้าว่าข้าไปนอนดีกว่าค่ะ นี่มันก็ดึกแล้วข้าไม่ควรจะรบกวนท่านไปมากกว่านี้”จะชักมือกลับแต่เขากุมแน่นเสียเหลือเกิน
“ข้าไม่ว่าอะไรนะถ้าเ้าจะนอนที่นี่”
“ข้าชอบที่นอนของห้องนั้นมากกว่าค่ะ”
“ถ้าอย่างนั้นข้าคงต้องไปลองนอนดูบ้างแล้ว”
คนเ้าเล่ห์! ได้คืบจะเอาศอกชัดๆ เห็นเราอ่อนข้อให้หน่อยเอาใหญ่เลยนะ!...เหมือนว่าชายหนุ่มจะแกล้งเธอจนหนำใจแล้วเขายอมปล่อยมือเล็กให้เป็อิสระ เธออยากจะดึงผ้าห่มขึ้นมาเช็ดมันเสียเหลือเกิน
“ข้าขอตัวก่อนนะคะ”เธอไม่รีรอที่จะผละออกจากเตียง หากอยู่ต่อไม่รู้ว่าเขาจะแกล้งอะไรเธออีก
เมื่อกลับมาถึงห้องเด็กสาวทิ้งตัวลงนอนบนเตียงนึกทบทวนเหตุการณ์ก่อนหน้าภายในใจของเธอเต้นระรัวราวกับจะหลุดออกมานอกอกใบหน้าร้อนผ่าวทั้งที่อากาศกลางคืนค่อนข้างเย็น เธอยังรู้สึกได้ถึงััของเขาจากตรงแก้มและฝ่ามือ
อะไรกันนะไอ้ความรู้สึกแปลกๆนี่ ครั้งแรกเลยที่เราเป็แบบนี้...
เธอพยายามสลัดไล่ความคิดทุกอย่างเพื่อทำให้หัวว่างเปล่าหากถึงพรุ่งนี้เช้า...ความรู้สึกเหล่านี้ก็คงจะมลายหายไปหมดสิ้นและเธอก็คงกลับมาทำตัวปกติเหมือนเดิมเวลาอยู่ต่อหน้าเข้า...แน่ล่ะ—ในเมื่อ--อ้ายซินยังคงเกลียดแม่ทัพหวนฉีนั่นคือความจริงที่ยากจะเปลี่ยนแปลง