ฮูหยินเฒ่าได้ยินว่าหลานสาวบ้านรองของตนกำลังจะทำพิธีสวดส่งิญญา ก็โมโหจนหน้าสั่น “นี่นางคิดจะทำอะไรกันแน่เ้ารองกับเมียไม่คิดห้ามนางเลยรึ”
“เห็นว่าเพราะคุณหนูรองอยู่อารามเต๋ามานานเลยเรียนรู้เื่พิธีกรรมของเต๋ามาด้วย นางบอกว่าสามารถสวดส่งิญญาได้ขอรับ”พ่อบ้านหม่ารายงานด้วยสีหน้าลำบากใจ เป็สตรีในตระกูลใหญ่กลับต้องไปสวดส่งิญญาราวกับนักพรตเต๋าก็ไม่ปาน
“เหลวไหลสิ้นดี !” หลินเฉินส่ายหน้าไปมา แต่พอมองสถานการณ์ในตอนนี้จะมีสิ่งใดสำคัญไปกว่าการมีชีวิตรอดไปได้ เื่สมควรหรือไม่นั้นคงไม่สลักสำคัญอีกต่อไป
“บุตรสาวน้องรองผู้นี้เรียนอะไรไม่เรียนดันไปเรียนวิชาต้มตุ๋นมา น่าขายหน้าจริง ๆ” หวางฮูหยินเย้นหยันบ้านรองดัง ๆตั้งใจให้คนอื่นในตระกูลหลินได้ยิน
“นั่นสิท่านแม่ พวกบ่าวไพร่ก็หูตามืดบอดยอมทำตามไปได้” หลินจื่อรั่วไม่ถูกชะตากับหลินซือเยว่อยู่ก่อนหน้าแล้วเหตุเพราะเื่แต่งงาน ท้ายที่สุดนางก็ไม่อาจสมหวังได้ เป็เพราะตัวซวยตัวนี้จริงๆ
บ่าวไพร่บางคนได้ยินคำพูดเหล่านี้ต่างก็เก็บไปคิดอยู่ไม่น้อย พวกเขาไม่ได้สูญเสียคนในครอบครัวไปย่อมไม่เชื่ออยู่แล้ว แต่พวกที่ตายไปสิบกว่าคนนั้นญาติของเขาต้องยอมทำตามอย่างเลี่ยงไม่ได้ ว่าไปแล้วก็ไม่ใช่เื่เสียหายอันใด
หลินซือเยว่เห็นทหารลากศพพวกเดียวกันไปกองรวมกันไว้ตรงมุมหนึ่งคล้ายไม่ได้สนใจมาขุดหลุมฝังศพใต้ต้นไม้นางเห็นิญญาของคนตายแผ่ไอเย็นด้วยความเคียดแค้นออกมาจึงให้หลินอ้ายไปเรียกจี๋ไห่มาพบนาง
“เ้าคู่ควรเรียกหาข้ารึ”
คำพูดแรกก็ทำให้หลินซือเยว่ก็ต้องกลอกตามองเขาตรงๆ “เหตุใดไม่ให้คนขุดหลุมฝังศพให้พวกเขา” นางมองไปยังกองศพทหารนับสิบคน
“เสียเวลาเปล่า ๆอย่างไรก็นำศพกลับไปไม่ได้”
“เ้าเกียจคร้านเช่นนี้ไม่กลัวว่าิญญาของคนตายจะตามมาหลอกหลอนให้รึ”
นางแสยะยิ้มใส่จี๋ไห่รอยยิ้มสยดสยองอยู่ไม่น้อย จี๋ไห่ถึงกับรู้สึกขนลุกซู่ขึ้นมาในทันที
“อากาศเย็นะเืกว่าเดิมใช่หรือไม่เพราะอะไรเ้ารู้ไหม” หลินซือเยว่เห็นท่าทีหวาดกลัวของเขาก็หัวเราะออกมาเบา ๆ“เหล่าิญญาคนตายพวกนั้น กำลังยืนอยู่รอบตัวของเ้าอย่างไรล่ะดูไปแล้วพวกเขาคงจะตามติดเ้าไปตลอดการเดินทางเป็แน่ทางที่ดีมอบหลุมฝังศพให้คนตายเสีย ข้าจะได้สวดส่งิญญาให้พวกเขาจากไปอย่างสงบสุข”
นางยังทำเป็มองไม่เห็นเหล่าิญญาเพราะนางไม่้าฟังคำขอครั้งสุดท้ายจากพวกเขา คนตายมากเพียงนี้หากให้อยู่รับฟังจนครบ คงไม่ได้เดินทางไปไหนต่อเป็แน่
จี๋ไห่รู้สึกความหนาวเย็นผิดปกติตามติดตัวเขาจริงๆ ไม่ว่าจะผิงไฟอย่างไรก็ไม่สามารถบรรเทาได้ สุดท้ายก็ต้องให้ลูกน้องไปขุดหลุมศพของทหารทั้งสิบกว่าคนนั้น ทำตามที่หลินซือเยว่บอกกล่าวแก่ทุกคน
“ป้าเผิงกระดาษเหลืองเราพอหรือไม่”
“น่าจะพอเ้าค่ะคุณหนูโชคดีที่คุณหนูให้ข้านำติดกระเป๋ามาด้วย”
“เช่นนั้นไปบอกพวกเขาว่าให้คนที่รู้ชื่อวันเดือนปีเกิดของคนตายมาหาข้า”
นางเขียนชื่อกับวันเดือนปีเกิดและวันตายลงบนกระดาษเหลืองด้วยนิ้วที่แต้มด้วยชาดสีแดงแต่ละศพจะได้รับมอบกระดาษสีเหลืองสองแผ่น แผ่นแรกให้พวกเขานำลงไปวางไว้ในหลุมศพอีกแผ่นให้เอาไว้เผายามทำพิธีส่งิญญา
ญาติคนตายเห็นเช่นนี้รู้สึกราวกับได้รับการปลอบโยนขึ้นมา พวกเขารีบเข้าไปนั่งอยู่รอบ ๆหลุมฝังศพของคนในครอบครัว ส่วนนายทหารที่ตายไปนั้นจี๋ไห่ให้ลูกน้องเป็คนเผากระดาษเหลืองให้แทนญาติ
เสียงลมหวีดหวิวเปลวไฟที่ลุกโชนหิมะเริ่มตกหนักลงมาเรื่อย ๆ กองฟืนที่เผาไหม้อยู่ในตอนแรก กำลังจะดับมอดทำให้บรรยากาศรอบข้างพรั่นสะพรึงเป็อย่างมากหลินซือเยว่รวบผมให้เป็ก้อนอยู่ด้านหลัง นำกระดิ่งอันเล็กที่พกติดกระเป๋าออกมายืนอยู่ตรงหน้าหลุมฝังศพใต้ต้นไม้ เผิงฉือคอยอยู่ด้านข้างเพื่ออำนวยความสะดวกนางดีดนิ้วทีเดียวเปลวไฟก็ลุกโชนขึ้นมาอีกครั้ง ไม่ว่าหิมะจะตกหนักเพียงใดไม่อาจทำให้มันมอดดับลงไปได้
คนอื่นที่ยืนดูอยู่ห่าง ๆต่างขยับเข้ามาล้อมวงรอบ ๆ ต้นไม้ เนื่องจากกองไฟจุดอื่นดับหมดเหลือเพียงกองไฟจุดนี้จุดเดียว พวกเขาจึงได้เห็นพิธีกรรมใต้ต้นไม้อย่างชัดเจนเถียนฮูหยินเห็นบุตรสาวยืนอยู่ตรงหน้าหลุมฝังศพ ใบหน้าเ็าไร้ซึ่งอารมณ์ไม่รู้ว่านางต้องพบเจอเื่ราวใดมา ถึงได้กลายเป็หินน้ำแข็งไปเช่นนี้
“ท่านแม่พี่รองดูน่ากลัว”หลินซูฮวากระตุกแขนเสื้อมารดาเบา ๆ
“ซูฮวานางแค่ทำพิธีกรรมของเต๋าไม่เห็นจะน่ากลัวสักนิด”
หลินเต๋อที่ยืนอยู่ไม่ไกลรู้สึกขมเฝื่อนในลำคอเขาแยกแยะไม่ได้ว่าตรงหน้านี้ เป็พิธีกรรมทางเต๋าจริงหรือหลอก แต่ไม่ว่าจะทางไหนบุตรสาวของเขาไม่น่าเข้าไปยุ่งเกี่ยวด้วยเลย เอ่ยออกมาเบา ๆ ว่า
“ข้าคงทอดทิ้งนางนานเกินไปจนทำให้สติของนางวิปลาสไปเสียแล้ว”
หลินซูฮวา “?!”
เถียนฮูหยิน “?!”
เสียงสวดมนต์ส่งิญญาดังขึ้นพร้อมกับเสียงกระดิ่งที่คอยสั่นอยู่เป็ระยะ หลินซือเยว่ก้าวเดินไปรอบ ๆต้นไม้ใหญ่ บทสวดของนางขับกล่อมเหล่าิญญาให้จิตใจสงบ ปล่อยวางเื่ราวในโลกนี้ฝีเท้าของนางเบาหวิวคล้ายดั่งล่องลอยได้ บทสวดทำนองเย็นะเื สะท้านไปถึงจิติญญาของผู้คนเมื่อนางวนรอบครบทุกหลุมฝังศพ กระดาษเหลืองในมือของเหล่าญาติ ฟุบ ! ไฟลุกไหม้ในทันที
“อ๊ะ ! ร้อน ๆ” พวกเขาต่างผงะด้วยความใ แทบจะลุกวิ่งหนีไปเสียให้ได้
“ทุกท่านโปรดสงบ พิธีกรรมยังไม่เสร็จ”เสียงของเผิงฉือดังขึ้น คล้ายบอกว่านี่เหตุการณ์ปกติของการทำพิธีกรรมทำให้คนที่ยืนล้อมวงอยู่วางใจลง ในใจเริ่มรู้สึกเลื่อมใสหลินซือเยว่ขึ้นกว่าเดิม
เสียงสวดมนต์หยุดลง พร้อมกับเสียงกระดิ่งที่สั่นครั้งสุดท้ายเสียงสีขาวสว่างจ้าพร้อมประตูปรโลกถูกเปิดออก ดูดดวงิญญาผู้ตายเข้าสู่ปรโลกไปจากนั้นก็ปิดประตูลงอย่างรวดเร็ว
หลินซือเยว่สะบัดแขนเสื้อหันหลังกลับมา“พิธีเสร็จสิ้นแล้ว ทุกคนออกเดินทางต่อได้”
ญาติคนตายทำตามคำสั่งของหลินซือเยว่พวกเขาเตรียมตัวออกเดินทางต่อในทันที แต่ซุนต้าหลงกลับไม่พอใจเขายังาเ็ที่ต้นแขน แม้ได้รับการทำแผลมาแล้วแต่ก็ยังรู้สึกอยากพักผ่อนเสียก่อน เขายังมีรถม้าอยู่สองคันพอให้เป็ที่นอนหลับพักผ่อนได้ เขาไม่สนใจด้วยซ้ำว่านักโทษทั้งหมดจะมีที่หลับนอนหรือไม่
“นางคิดว่านางเป็ใครสั่งให้คนออกเดินทางอย่างนั้นรึ ข้างหน้ามืดมิดเช่นนั้นจะเดินไปหาความตายหรืออย่างไร”
จี๋ไห่ไม่ได้เล่าเื่พิธีสวดส่งิญญาที่กระดาษเหลืองถูกเผาไหม้ไปเอง ทั้งที่ไม่มีผู้ใดถือคบไฟแม้แต่คนเดียวยามนั้นเขาเองยังตกตะลึง ท่วงทำนองเสียงสวดมนต์ส่งิญญานั่น ช่างขลังจนเหมือนจริง
“ท่านรองแม่ทัพดูเหมือนทหารของเราจะได้รับาเ็จนไม่สามารถควบคุมพวกเขาได้แล้วขอรับ” นายพันหวงอี้รีบรายงาน“พวกตระกูลหยางก็ปลดโซ่ตรวนเองจนหมด”
“พวกมันจะแหกแถวหรืออย่างไร”
หวงอี้ส่ายหน้า “พวกเขาบอกว่าจะไม่หนีแต่จะขอตามคุณหนูหลินไปก่อนขอรับ”
“คุณหนูหลินไหนอีก”ซุนต้าหลงแทบจะขว้างปาข้าวของใส่คนตรงหน้า
“นางเป็คุณหนูรองของนายท่านหลินเต๋อขอรับนางคือคนที่สวดส่งิญญาให้คนตาย”
“เฮอะ” ซุนต้าหลงหมดคำจะเอ่ยได้อีกทหารของตนได้รับาเ็หนักเช่นนี้ มีหรือจะสู้กับพวกนักโทษทั้งหมดได้
จี๋ไห่กลอกตาไปมาราวกับคิดว่าควรเอ่ยในเื่ที่ตนเองถูกกำชับมาดีหรือไม่แต่ท่าทางกระสับกระส่ายของเขา ไม่ได้รอดพ้นสายตาของซุนต้าหลงไปได้
“เ้ามีอะไรก็พูดมา อย่ามาอ้ำอึ้งแถวนี้!”
“เรียนท่านรองแม่ทัพความจริงแล้วคุณหนูหลินผู้นั้นบอกข้า ให้มาแจ้งข่าวแก่ท่านด้วยขอรับ”
“เหตุใดไม่บอกั้แ่เนิ่น ๆ”
ท่านโมโหนางเช่นนั้นข้าจะกล้าเอาคอไปพาดเขียงได้อย่างไร
“นางว่าอย่างไร”
“นางบอกว่าหากขืนอยู่ที่นี่ต่อจะเกิดอันตรายขึ้นให้รีบย้ายออกจากที่แห่งนี้ไปให้เร็วที่สุดขอรับ”
“ฮึนางคิดว่านางเป็ผู้รู้ฟ้ารู้ดินหรืออย่างไร ก็แค่สตรีเติบโตในอารามเต๋าใช้วิชาต้มตุ๋นชาวบ้านไปเรื่อย”
“ท่านรองแม่ทัพข้ามีบางเื่อยากบอกท่าน” จี๋ไห่เกรงว่าหากไม่เอ่ยความจริงออกไปแล้วเกิดเหตุร้ายขึ้นจริง ชีวิตของเขา คงไม่อยู่ได้เห็นหน้าอนุภรรยาอีกครั้งจึงได้เล่าเื่ที่หลินซือเยว่เอ่ยถึงอนุภรรยาที่กำลังตั้งท้องและเคราะห์ร้ายที่กำลังจะเกิดขึ้นกับนาง
“เ้าแน่ใจนะว่าไม่ได้พูดกับคนอื่นจนนางไปได้ยินเข้า”
“ข้าไม่กล้าโป้ปดต่อท่านรองแม่ทัพขอรับข้าไม่เคยพูดคุยกับคนของข้าในระหว่างการเดินทางเลยขอรับ”
ซุนต้าหลงเริ่มคิดหนักเขามองทุกคนกำลังเตรียมเดินทาง รู้สึกในใจพลันหวาดระแวงขึ้นมาหากพวกเขาไม่เชื่อฟังแล้วเดินทางตามหลินซือเยว่เขาจะมีหน้าเป็ผู้คุ้มกันนักโทษได้อย่างไร เมื่อขัดขวางไม่ได้ก็ต้องปล่อยตามน้ำไป
“ไปบอกให้ทุกคนเตรียมตัวออกเดินทาง”
“ขอรับท่านรองแม่ทัพ”จี๋ไห่นับว่าบรรลุจุดประสงค์ของตนแล้ว อำเภอข้างหน้านี้เป็บ้านเกิดของอนุภรรยาที่เขาเลี้ยงดูเอาไว้ จะได้รู้ข่าวคราวของนางว่ายามนี้มีเคราะห์จริงหรือไม่
ตระกูลหลินในตอนแรกไม่คิดออกเดินทางตามหลินซือเยว่พวกเขาคิดว่านางหลอกลวงผู้คน เพื่อสร้างชื่อเสียงให้ตนเองเท่านั้นแต่พอเป็คำสั่งจากซุนต้าหลงให้ทุกคนออกเดินทางได้พวกเขากลับไม่มีเหตุผลให้โต้แย้งได้อีก เก็บของเตรียมออกเดินทางในทันที
หนึ่งเค่อต่อมา
ครืน !
หินที่อยู่้าูเาเกิดถล่มลงมาอย่างหนักเหล่านักโทษพร้อมผู้คุม ต่างหันไปด้านหลังกันหมด หากพวกเขายังอยู่ที่เดิมเกรงว่าไม่ตายก็คงาเ็หนักอย่างแน่นอน บางคนถึงกับสวดภาวนาให้หลินซือเยว่นางช่างทำนายฟ้าดินได้แม่นยำยิ่งนัก บางคนนึกถึงศพที่อยู่ตรงนั้น เพราะถูกฝังลงดินไปแล้วจึงไม่ต้องกลายเป็ศพใต้ซากหินถล่มมิเช่นนั้นคงยากในการจะระบุตัวตนได้
“คุณหนูหลินผู้นี้ช่างน่าเลื่อมใสยิ่งนัก”เสียงเอ่ยขอบคุณของพวกเขา ดังแ่เบาในสายลม
มีเพียงหวางฮูหยินที่แสยะยิ้มเย้ยหยัน“นางก็แค่ดวงดีเท่านั้นแหละ” หลินจื่อรั่วเอ่ยเสริมขึ้น“ข้าก็คิดเหมือนกันกับท่านแม่เ้าค่ะ”
ทว่าในใจของหลินเฉินกับฮูหยินเฒ่ากลับรู้สึกไม่สบายใจเท่าใดนัก หากยังอยู่ตรงนั้นต่อ คาดว่าเคราะห์คงหนักหนายิ่งกว่าตอนถูกโจรป่าปล้นเสียอีก
หลินซือเยว่ตอนนี้กลับมาอยู่ท้ายขบวนตามเดิมนางคงไม่อาจไปแย่งหน้าที่ของซุนต้าหลงได้ และไม่อยากอยู่กับคนตระกูลหลินอีกด้วยอีกทั้งบนรถม้ายังมีหยางห่าวหรานนอนรักษาตัวอยู่รั้งท้ายขบวนเช่นนี้นับว่าถูกต้องแล้ว