สายลมหนาวะเืบนเชิงเขาน้ำแข็งยังคงพัดโหมกระหน่ำแช่แข็งจิติญญาไป๋หยุนเฟยแข็งค้างสายตาสีแดงสดใสจ้องมองไปยังรูปภาพในมืออย่างเลื่อนลอยเนิ่นนาน
"เป็ข้า…" สุ้มเสียงแ่เบาราวกระซิบถูกชายหนุ่มพึมพำแ่เบา
ร่างสูงใหญ่สง่าของผู้ชรายังคงยืนองอาจน่าเกรงขามสองมือไพร่หลังอย่างยิ่งใหญ่ ยืนท้าทายอำนาจสายลมเย็นอย่างไม่สะทกสะท้านสายตาคมกล้าฉายแววความภาคภูมิแห่งราชันจ้องมองผ่านขุนเขาน้อยใหญ่ที่เด่นสง่าสลับซับซ้อนมากมายไปยังพื้นที่ห่างไกล
เหมือนจมจ่อมอยู่ในความคิดเนิ่นนานคล้ายกลับว่ามิอยากหวนนึกถึงเื่ราวความหลังแต่ในที่สุดก็ต้องฝืนทนกล่าวออกมาอย่างกล้ำกลืน
"ภายในสายลมแห่งเทวะที่โหมกระหน่ำรุนแรงด้วยความหนาแน่นของวายุคลั่ง ตอนนั้นไม่มีใครสังเกตเห็นเ้าแม้แต่คนเดียวจนกระทั่งเ้าร้องไห้เพราะความหิวขึ้นมาดังลั่น…ตอนนั้นเองในอ้อมกอดของเซียนเออร์เ้ายังตัวเล็กกระจ้อยร่อยนักคล้ายพึ่งเกิดเพียงไม่กี่วัน…" นึกถึงตอนนั้นมุมปากชายชราคลี่ยิ้มอ่อนโยนก่อนกล่าวต่อ"ภายใต้สายลมเทวะอันบ้าคลั่งพวกเราทุกคนล้วนอับจนปัญญาที่จะนำเ้าออกมาจากอ้อมอกผู้เป็มารดา ทำได้เพียงจ้องด้วยความเ็ปใจอย่างกระวนกระวายเท่านั้น..."
กล่าวถึงตรงนี้เหมือนเวลาถูกผนึกแช่แข็งไป๋เทียนอวิ๋นขนลุกซู่ยามนึกถึงภาพอัศจรรย์ครานั้น
"แล้วใครนำข้าออกมา…ข้าออกมาได้เช่นใด?!" ไป๋หยุนเฟยโพล่งถามด้วยความอยากรู้
ไป๋เทียนอวิ๋นนิ่งงันก่อนจะกล่าว
"ตอนนั้นกำลังใจของข้าแห้งเหี่ยวอย่างหมดความหวังข้าและจ้าวขุนเขาเทพราชันเยว่ชิงหลงไม่ว่าจะใช้ของวิเศษที่มีคุณสมบัติต้านทานวายุธาตุมากเท่าไหร่ก็ไม่อาจเข้าใกล้ได้ในรัศมีสามจ้าง!"
ชายชราหยุดเล็กน้อยก่อนจะหันมามองแผ่นประกาศิตใบมือชายหนุ่ม ชายตาไป๋เทียนอวิ๋นจ้องมองด้วยความยำเกรงปนเทิดทูลกล่าวด้วยน้ำเสียงเคารพอย่างที่สุดจากก้นบึ้งในจิตใจ
"วินาทีที่ไร้สิ้นหนทางทำได้เพียงจ้องมองเ้าอย่างเ็ปสิ้นหวัง...และแล้วปาฏิหาริย์ก็บังเกิด...ภาพที่พวกเราทุกคนในตำหนักไม่อาจจะลืมเลือนไปทั่วชีวิต!...วินาทีนั้นภายใต้ความรู้สึกมืดบอดทั้งแปดด้านก็ได้ปรากฏแสงแห่งความหวังขึ้นมาอีกครั้งเมื่อแผ่นหยกประกาศิตเทพราชันพยัคฆ์์ส่องแสงสว่างไสวขึ้นก่อนจะล่องลอยออกมาจากตัวเซียนเออร์...แสงสว่างที่เฉิดฉันอาบย้อมทั่วทั้งท้องพระโรงแปรเปลี่ยนสถานที่งดงามให้กลายเป็ดินแดนสุขาวดีเจิดจ้า!...และสิ่งที่ปรากฏออกมาข้า...ไป๋เทียนอวิ๋นจะจดจำและจะไม่ลืมเลือนไปชั่วชีวิต!"
พูดถึงตรงนี้ น้ำเสียงชายชราสั่นสะท้านจิตใจหนักแน่นโหมกระหน่ำอย่างไม่เป็จังหวะ
"ชั่วพริบมาต่อมาเบื้องหน้าข้ากลับปรากฏพยัคฆ์ขาว...พยัคฆ์ขาวร่างสูงใหญ่ดุจขุนเขา อำนาจสะทกสะท้านน่าเกรงขามสุดพรรณนา!แพรขนทั่วร่างท่านส่องประกายเงินวาวเจิดจ้าสะท้อนดินแดนสุขาวดีให้กำเนิดดวงดาวพรั่งพรายมากมาย เนื้อตัวขาววิสุทธ์สวมใส่ชิ้นเกราะทองคำล้ำค่าประดุจเทพแห่งสรรพสัตว์บนแดน์ดาวดึงส์กระทั่งคมเคี้ยวของท่านยังแหลมคมโปร่งใสราวแก้วผลึกเมื่อรวมกับดวงตาใหญ่โตส่องประกายสีทองอร่ามยามจ้องมองเสมือนเทพราชันแห่งสรรพสัตว์ผู้ลงมาเยือนจากสรวง์!..."
ทุกการกระทำที่ไป๋เทียนอวิ๋นกล่าวชายชราหอบหายใจอย่างถี่รัวตื่นเต้นก่อนไป๋หยุนเฟยจะเอ่ยขึ้นด้วยอารมณ์ครุรุ่นเช่นเดียวกัน "หรือว่า?...เป็เทพราชันพยัคฆ์์ที่ช่วยข้า?!"
ไป๋เทียนอวิ๋นยิ้มอย่างยำเกรง กล่าว "ใช่แล้ว...ท่านคือราชันแห่งวายุธาตุผู้มอบสายโลหิตเทวะให้แก่บรรพชนเรา...เทพราชันพยัคฆ์์!" ชายชราลูบหัวไป๋หยุนเฟยอีกครั้ง "กายจิติญญาที่ปรากฏออกมาจากแผ่นหยกประกาศิตเทพราชันพยัคฆ์์ถึงแม้จะไม่ใช่กายหยาบอันแท้จริงของท่าน...แต่ก็นับว่าเ้ามีบุญวาสนามากแล้ว...และต่อจากนี้จงเก็บรักษาแผ่นหยกประกาศิตไว้ให้ดี"
ไป๋หยุนเฟยกำแผ่นหยกกระกาศิตในมือแน่นไป๋เทียนอวิ๋นเห็นเช่นนั้นพยักหน้าพอใจก่อนจะกล่าวต่อ
"ข่าวการกลับมาของเซียนเออร์ได้สร้างความแตกตื่นดีใจอย่างล้นหลามแก่คนในวงศ์ตระกูล...แต่เื่ที่นางได้นำเด็กทารักเช่นเ้ากลับมาด้วยนั้นนอกจากคนที่อยู่ในเหตุการณ์วันนั้น เื่ราวของเ้ายังคงถูกปกปิดเป็ความลับเพื่อรอการตรวจสอบอย่างแน่ใจว่าเ้าคือบุตรของนางจริงหรือไม่?!"
"ลูกเฟยเ้าต้องทราบ!...ทุกผู้คนที่มีสายโลหิตเทวะแห่งวงศ์ตระกูลเราไม่ว่าจะมีความบริสุทธิ์เข้มข้นทางสายโลหิตมากเท่าไหร่? ไม่มากก็น้อยทุกผู้คนจะมีเอกลักษณ์เฉพาะกรรมพันธุ์ติดตัวมาั้แ่เกิด...ไม่ว่าเส้นผมคิ้ว ดวงตา หรือิั ล้วนต้องมีสีขาวบริสุทธิ์แบ่งแยกแตกต่างจากคนธรรมดาอย่างชัดเจนและสิ่งที่ยืนยันความบริสุทธิ์ของสายเืที่ดีที่สุดก็คือรอยขีดใจกลางหน้าฝากข้า!"
กล่าวจบไป๋เทียนอวิ๋นเลิกเส้นผมขาวโพรนที่บดบังหน้าฝากขึ้นเผยให้เห็นรอยขีดสายหนึ่งลากยาวจากระหว่างคิ้วขึ้นไปเล็กน้อยประดุจหยดน้ำเรืองรองแสงสีทองพิสดาร
"เ้าเห็นหรือไม่?...นี่คือ'เจตจำนงแห่งโลหิต’เมื่อใดก็ตามที่ทารกแรกเกิดในสายโลหิตเราเกิดขึ้นมาเด็กทุกคนจะมีเจตจำนงแห่งโลหิตแสดงความเข้มข้นปรากฏขึ้นมาั้แ่เกิด...เจตจำนงแห่งโลหิตจะแสดงสีตามความบริสุทธิ์ของสายเืออกเป็สามสี...ผู้คนที่มีสายเืเทวะเจือจางจะมีสีดำ...ส่วนผู้คนที่มีความเข้มข้นระดับสูงมีความสามารถบังคับจิติญญาวายุธาตุถึง5-7ส่วนเจตจำนงแห่งโลหิตจะมีสีแดงชาด...และสุดท้ายผู้ที่ถือครองสายเืบริสุทธิ์มีความสามารถบงการจิติญญาวายุธาตุระดับสูง8-10ส่วนแต่กำเนิดเจตจำนงแห่งโลหิตจะมีสีทอง...และส่วนมากล้วนแต่เป็คนในราชวงศ์ทั้งสิ้น!"
ได้ยินเช่นนั้นไป๋หยุนเฟยตื่นใยิ่งสีหน้าชายหนุ่มพลันมืดครึ้มยับยู่ยี่ในบัดดล เจตจำนงแห่งสายโลหิตอันใดกัน? ั้แ่ยามเล็ก ชายหนุ่มชอบส่องใบหน้าตนเองในเงาน้ำทุกเช้าค่ำ! ถ้าตาไม่ได้มืดบอดชายหนุ่มมีความมั่นใจอย่างเต็มเปี่ยมว่าหน้าฝากของมันไม่มีเจตจำนงแห่งโลหิตกระผีอะไรผุดขึ้นมาทั้งสิ้น...แม้กระทั่งเส้นผมยังสีดำดวงตายังเป็สีแดงอีก...
"หรือที่แท้?...ข้าไม่ได้เป็บุตรของนาง!" ไป๋หยุนเฟยถอยหลังไปสามก้าวอย่างเสียใจ
เห็นท่าทางของหลานชายชายชราหัวเราะเล็กน้อยก่อนจะส่ายหัว
"ลูกเฟย...เ้านั้นคือข้อยกเว้นอันแปลกประหลาด...หลังจากข้าทำการตรวจสอบเ้าด้วยสายโลหิตแล้วผลปรากฏว่าในกายเ้ามีสายเืของสายโลหิตเราไหลเวียนอยู่จริงๆซึ่งเื่ราวเช่นนี้นับว่าเป็เื่อันแปลกประหลาดจนน่าเหลือเชื่อที่มิเคยปรากฏขึ้นในประวัติศาสตร์อันยาวนานของราชวงศ์เลยสักครั้ง"น้ำเสียงไป๋เทียนอวิ๋นชะงักเล็กน้อยกล่าวต่อ "...ในวันนั้นเป็วันที่ข้าไป๋เทียนอวิ๋นดีใจยิ่ง คล้าย์ประทานพรอันล้ำค่าให้แก่ข้าเซียนเออร์ได้กลับมา...และยังนำบุตรชายตัวเล็กกลับมาด้วยถึงแม้ข้าจะไม่รู้ว่าบิดาของเ้าคือใคร...แต่อย่างน้อยข้าเชื่อว่าบุรุษที่ได้เข้าไปกอบกุมอยู่ในดวงใจแม่เ้าต้องเป็บุรุษอันยอดเยี่ยมยิ่ง! ฮ่าๆๆ"
ยามเอ่ยจบ ไป๋เทียนอวิ๋นหัวเราะร่วนคล้ายชอบใจ
ไป๋หยุนเฟยกอดอกผงกศีรษะเห็นด้วยกับคำกล่าวชายชราอย่างยิ่งมีท่านปู่และมารดาสุดยอดเช่นนี้...ชายหนุ่มผู้มีใบหน้าหล่อเหลา? ไหนจะ...เก่งกาจศาสตร์แขนงต่างๆอีกมากมาย?...แล้วผู้เป็บิดาจะไม่ยอดเยี่ยมได้เช่นไร?
เห็นท่าทางภาคภูมิของชายหนุ่มหัวคิ้วตั้งชันของไป๋เทียนอวิ๋นกระตุกไปมา
ตึง ตึงง ตึง!
เสียงโหมกระหน่ำดังลึงลั่นจากเบื้องล่างของหุบเขาตามมาด้วยเสียงด่าทอแว่วบางมากับสายลมอย่างไม่ขาด่จ้องมองลงไปด้านล่างสามารถมองเห็นกระโจมสีแดงตั้งระเนระนาดเกลื่อนกลาดมากมายพวกทหารกองกำลังราชวงศ์หยางบางกลุ่มยังคงไม่ละความพยายามปีนป่ายผนังหินด้วยสารพัดวิธีแต่สุดท้ายก็ร่วงหล่นลงมาเช่นเดิมทุกครั้ง
เสียงด่าทอข่มขู่ดังมาเป็ระยะเป็อื่นใครไม่ได้นอกจากชายฉกรรจ์ผู้บ้าดีเดือดหยางเสี้ยนตลอดเวลาสามวันที่ผ่านมาความโกรธในจิตใจของมันยิ่งทวีเข้มข้นเพื่อระบายความอัดอั้นบางครั้งมันลงมือทุบตีโล่อักขระมนตราด้วยความโกรธแค้นถึงแม้จะทำได้เพียงสั่นะเืเล็กน้อยก็ตาม
ได้ยินเสียงแว่วมาเช่นนี้ อารมณ์ความรู้สึกไป๋เทียนอวิ๋นจืดชายิ่งเวลาผ่านไปมากเพียงใด? โอกาสที่ไป๋หยุนเฟยจะหลบหนีไปอย่างปลอดภัยล้วนน้อยมากเท่านั้น...จิตใจชายชราย่อมรับรู้ดี
ยามเล่าเื่ราวอันอบอุ่นเช่นนี้รอยยิ้มไป๋เทียนอวิ๋นบนใบหน้าเต็มไปด้วยความอบอุ่น ก่อนจะเจือจางกลับกลายเป็ขมขื่นชายชราหวนนึกถึงเื่ราวที่กำลังจะเอ่ยปากต่อจากนี้ ใบหน้าองอาจพลันยับย่นขบฟันแน่นเล่าต่อ
"ลูกเฟยข้าจะเล่าต่อแล้วเื่ราวต่อจากนี้เ้าจงรับฟังให้ดี"
ไป๋เทียนอวิ๋นถอนหายใจซึมเซาด้วยใบหน้าหม่นหมองเอ่ยปากว่า
"หลังจากนั้นไม่กี่วัน ข้าได้ตัดสินใจเดินทางกลับอาณาจักรพยัคฆ์์...ด้วยสายลมแห่งเทวะที่คุ้มกันเซียนเออร์ไว้ทำให้ข้าไม่อาจพานางกลับไปด้วยได้ข้าจึงตัดสินใจฝากเซียนเออร์ไว้ที่สำนักขุนเขาเทพราชันเพื่อรอนางฟื้นตื่นจากนิทราจากนั้นพวกเราได้เดินทางกลับด้วยนาวาลอยฟ้า"
กล่าวถึงตรงนี้ สุ้มเสียงชายชราชะงักงันใบหน้าที่พยายามรักษาท่าทีให้สงบที่สุดเริ่มกลับปลายเป็มืดครึ้มก่อนจะขบกรามแน่นอย่างโกรธแค้น รำรามดังลั่น
"สามปี! ด้วยความโง่เขลาเอาแต่ใจของข้า...สามปีที่ข้าห่างหายไปจากราชบัลลังก์มันเป็เวลามากพอที่เ้าฏโฉดชั่วไป๋เทียนิจะเริ่มแผนการชั่วช้า! มันได้รวบรวมกำลังพลมากมายมหาศาลดักรอข้าที่ชายแดนทวีปพยัคฆ์์...ดักรอปลงพระชนข้าและครอบครัวเพื่อราชย์บังลังก์!"
ไป๋หยุนเฟยรับฟังเริ่มหน้าถอดสีจิตใจชายหนุ่มเริ่มจับเค้าเื่ราวความเศร้าเสียใจของชายชราตลอดเวลาสิบหกปีได้เรือนลางด้วยจิตใจเย็นเยียบ
ดวงตาไป๋เทียนอวิ๋นเริ่มแดงก่ำด้วยความโกรธอีกครั้งกัดฟันเล่าต่อ
"หลังจากนาวาลอยฟ้าลอยเข้าสู่เขตชายแดนทิศตะวันออกของทวีปพยัคฆ์์มีกองกำลังขนาดใหญ่กว่าแปดแสนชีวิตโดยมีไป๋เทียนิเป็คนสั่งการดักรอฆ่าสังหารพวกเราอยู่และในกองกำลังของมันกว่าครึ่งมีพลังขั้นพรมแดนิญญาสถิตหรือมากกว่าทั้งสิ้น! หมู่มวลฏชั่วช้าเกือบล้านคนเหาะเหินตีวงล้อมวานาลอยฟ้าราวกลุ่มเมฆทะมึนสีดำกลุ่มใหญ่...ตอนนั้นข้าโกรธแค้นเจ็บใจยิ่ง แต่ด้วยกำลังพลที่แตกต่างจนเกินไป ข้าไม่อาจทำอย่างไรได้!
่เวลานั้น หนทางเพื่อจะหนีรอดมีอยู่เพียงหนทางเดียวคือหลบหนี!...ทว่า ทันทีที่นาวาลอยฟ้าขับเคลื่อนมาถึงพื้นที่ดักซุ่มข้าได้ตกอยู่ในแผนการสกปรกโสมของมันอย่างสมบูรณ์แบบ ด้วยค่ายกลพิสดารประเภทหนึ่งไม่ว่าแหวนมิติ เวทคาถาเคลื่อนย้ายทางไกลของวิเศษทุกชนิดที่ใช้อักษรจารึกล้วนถูกค่ายกลพิสดารปิดผนึกไม่อาจใช้การได้ทั้งสิ้น!
วานาลอยฟ้าเมื่อไม่อาจใช้อักษรอักขระขับเคลื่อนก็ลอยคว้างอยู่กับที่ด้วยฏโฉดชั่วหลายแสนคนที่รายล้อมพวกมันได้โหมกระหน่ำโจมตีนาวาลอยฟ้าที่ตกกลายเป็เป้าหมายนิ่งอย่างบ้าคลั่งเวทพลังที่โหมกระหน่ำทั้งสี่ทิศพุ่งพรวดใส่นาวาลอยฟ้ามากมายราวห่าฝน! เพื่อปกป้องพวกเรา! ผู้พิทักษ์แห่งราชวงศ์และนายทหารผู้ภักดีกว่าร้อยคนที่ติดตามมาด้วยตกตายในทันที...เพียงไม่นานวานาลอยฟ้าได้ล่วงหล่นจากฟากฟ้าตกลงสู่พื้นดิน
่เวลานั้น ชีวิตที่เคยรุ่งโรจน์ยิ่งใหญ่ของข้าจบสิ้นอย่างแท้จริงไม่มีปาฏิหาริย์เกิดขึ้น ไร้ซึ่งความเมตตาใดใดของ์มีเพียงการเข่นฆ่าต่อสู้แลกชีวิตกันอย่างบ้าคลั่งเท่านั้น!
ไม่ว่าข้าและบุตรชาย รวมถึงผู้าุโจะแข็งแกร่งสักเพียงไหนภายใต้การกลุ้มรุมอันบ้าคลั่ง ไหนเลยจะตกอยู่ในค่ายกลอันวิปลาสนั่นอีกพวกเราผู้สืบทอดสายโลหิตแห่งเทวะ มีหรือจะก้มกราบกรานร้องขอชีวิตข้าและบุตรชายฆ่าล้างสังหารเดียรัจฉานชั่วร้ายหลายแสนคน โลหิตต่ำทรามของพวกมันย้อมสีพื้นที่บริเวณโดยรอบประดุจทะเลเื สร้างความครั่นครามแก่พวกมันจนขวัญหนีดีฟ่อ ทว่าต่อให้แข็งแกร่งสักเพียงไหน ก็ไม่อาจต้านทานกำลังพลมากมายมหาศาลเช่นนั้นได้! ข้า...ข้าได้เพียงจ้องมองบุตรชายและสหายอันเป็ที่รักถูกสังหารไปทีละคน...คนแล้วคนเล่า..."
พูดถึงตรงนี้เข่าที่เคยมั่นคงแข็งแรงของชายชราทรุดยวบลงสู่พื้นหิมะก่อนจะแหงนหน้ากู่ร้องด้วยหยาดน้ำตา
"์! ในความโชคดีเพียงไม่นานที่ท่านประทานให้...ท่านได้สาปแช่งในความโง่เขลาของข้าใช่หรือไม่ที่ต้องพบเจอเภทภัยเวทนาเช่นนี้?...ท่านตอบข้ามาสิ์! จะเงียบอยู่อีกทำไม?...ตอบข้ามา อั่กก!"
สุดจะทานทนได้อีกต่อไปไป๋เทียนอวิ๋นกระอักโลหิตออกมาคำโต ดวงตาทอประกายแดงฉานอันเต็มไปด้วยความโกรธแค้นทรวงอกชายชราหอบหายใจขึ้นลงอย่างหนักหน่วงคล้ายเพลิงไฟที่สุมอกกำลังจะปะทุ
ไป๋หยุนเฟยพยุงชายชราอย่างเป็ห่วง ชายหนุ่มไม่เอ่ยปากอันใดั์ตาแดงมีหยดน้ำตาซึมจ้องมองใบหน้าไป๋เทียนอวิ๋นเขม็งเห็นสีหน้าชายชราเ็ปรวดร้าวเช่นนี้จิตใจไป๋หยุนเฟยย่อมปวดช้ำไปด้วยความลับดำมืดที่เคี่ยวกรำจิตใจชายชรามาเนิ่นนาน ช่างเ็ปถึงเพียงนี้
ไป๋หยุนเฟยขบกรามแน่น เพลิงโทสะล้างแค้นพุ่งพล่านเผาไหม้ในจิตใจกำหมัดแน่นจนโลหิตไหลซึมออกมา ภายในใจให้คำสัตย์สาบานจะล้างแค้นให้ชายชราให้จงได้!
เชิงเขาหิมะขาวโพรนตกสู่ความเงียบสงัดไม่มีใครเอ่ยและไม่มีใครอยากเอ่ยถาม ไม่รู้ว่า่เวลาหนาวเย็นผ่านไปนานเท่าใดน้ำเสียงเศร้าสร้อยของชายชราเอ่ยทำลายความเงียบงันดังขึ้นมา
"ภายใต้สมรภูมิโลหิตที่เจิ่งนองคนใกล้ชิดกับข้า บุคคลอันเป็ที่รัก...ต่อสู้จนถึงวินาทีสุดท้ายของชีวิตตกตายสิ้นชีพอย่างสมเกียรติอันยิ่งใหญ่...กองฏเลวทรามกว่าแปดส่วนล้วนตกตายไร้ที่กรบฝังตอนนั้นข้าต่อสู้พัวพันกับเดียรัจฉานฏไป๋เทียนิและเ้าคนชั่วช้าร้ายกาจอีกผู้หนึ่งอย่างไม่คิดชีวิตด้วยการต่อสู้ที่อ่อนล้าจากการถูกพวกมันสองคนกลุ้มรุมเป็เวลานาน ข้าได้เผาผลาญ'แก่นิญญาชีวิต’ ตนเองไปเป็จำนวนมากเพื่อรับมือกับพวกมันทั้งคู่และด้วยการเผาผลาญแก่นิญญาชีวิตเช่นนี้ เมื่อไรก็ตามที่พลังิญญาของข้ามอดดับ...เมื่อนั้นข้าจะกลายเป็คนเส้นชีพจริญญาพิการในทันทีข้าได้ใช้พลังเฮือกสุดท้ายต่อสู้และไล่ต้อนไป๋เทียนิได้ในที่สุด!
ทว่าในวินาทีที่ข้าคิดจะแลกกระบวนท่าตกตายพร้อมกับมันคนใดคนหนึ่ง่เวลานั้น ในนาวาลอยฟ้าที่กำลังมอดไหม้ด้วยเปลวเพลิงเสียงร้องของเ้าที่ดังขึ้นได้ฉุดดึงสติของข้ากลับมาอีกครั้ง...ข้าตัดสินใจละทิ้งการต่อสู้ตกตายในที่สุดเพื่อพาเ้าหลบหนีเพื่อมีชีวิตรอด! ข้าตัดสินใจเผาผลาญแก่นิญญาชีวิตจนสิ้นเมื่อพาเ้าหลบหนีออกมาจากค่ายกลพิสดารนั้น ทว่า พวกมันสองคนยังคงติดตามข้ามาไม่ห่างด้วยพลังิญญาใกล้จะสูญสิ้นมันเป็ไปไม่ได้เลยที่จะสลัดพวกมันสองคนให้หลุดพ้น...ตอนนั้นข้าตัดสินใจใช้เวทคาถาเคลื่อนย้ายทางไกลเพื่อพาเ้าหลบหนีเอาชีวิตรอดแต่สำหรับทารกแรกเกิดเช่นเ้าผลกระทบต่อเวทมิติส่งผลรุนแรงกับอวัยวะภายในร่างกายเ้ายิ่งนัก...ซึ่งข้าในเวลานั้นเพื่อหวังว่าพวกเราจะต้องมีชีวิตรอดต่อไปข้าได้ใช้เวทถาคาเคลื่อนย้ายและนำพาพวกเราทั้งคู่มาติดยังหุบเขาลูกนี้จนถึงปัจจุบัน"
ชายชราจ้องมองไป๋หยุนเฟยด้วยสีหน้าเ็ป "เด็กน้อย...ต้นเหตุของเส้นชีพจริญญาอุดตันของเ้าเป็เพราะข้า...เ้าไม่คิดโกรธชายชราผู้นี้กระมัง"
ไป๋หยุนเฟยไร้สิ้นความพยายามอีกต่อไปชายหนุ่มโอบกอดชายชราด้วยความรักใบหน้าน้อยซุกอกชายชราเพื่อปกปิดหยาดน้ำตาลูกผู้ชายที่ไหลรินก่อนจะส่งเสียงร่ำไห้ออกมาในที่สุด
"ท่าน...ท่านกล่าววาจาเหลวไหลอันใด....ต่อให้ท่านเป็คนทำให้ข้าพิการ...แขนขาขาด...ข้าก็ไม่คิดจะโกรธท่านเลย...ท่านปู่"
ม่านตาไป๋เทียนอวิ๋นสะท้านก่อนจะกล่าวด้วยสุ้มเสียงสั่นพร่าอบอุ่น "เด็กอันประเสริฐ..."มือแกร่งลูบเส้นผมดำอย่างอ่อยโยน กล่าวต่อ
"ข้ายังมีของอีกชิ้นหนึ่งที่ยังไม่ได้ส่งคืนให้แก่เ้าของชิ้นนี้มันติดตัวเ้ามาั้แ่อยู่ในอ้อมกอดเซียนเออร์และอาจเป็ของที่ระลึกเพียงชิ้นเดียวจากบิดาเ้าก่อนจากลาคงได้เวลาที่ข้าจะส่งคืนให้แก่เ้าเสียที..."
#ตอนนี้แต่งยากจริงๆ เล่นซะปวดหัวเลย Toon Crazoon