"ท่านอาจารย์.......” หลิ่งซานะโแหกปากเรียก เขาร้อนใจเอามากๆ ราวกับว่ามีเื่ใหญ่้าจะบอกหนิงหลง
“หยุดะโได้แล้วนายน้อยหนิงหลงกำลังทานอาหารอยู่ อีกสักพักจึงจะออกมาพบเ้าเองก็เข้ามารอข้างในก่อนเถอะ” พ่อบ้านหวังเดินออกมาเปิดประตูรั้วก่อนจะเชิญหลิ่งซานด้วยท่าทีสุภาพเรียบร้อย
ทันทีที่ประตูไม้บานใหญ่เปิดออกหลิ่งซานก็เดินตามพ่อบ้านหวังเข้าไปนั่งรออยู่ที่สวนหน้าบ้าน สีหน้าของเขายังคงแสดงออกถึงความกังวลอยู่ตลอดเวลา
ผ่านไปไม่นานหนิงหลงก็เดินออกมาด้วยท่าทีอ่อนแรง ถึงเขาจะเพิ่งทานอาหารไปจนอิ่มแต่ความเหนื่อยล้าจากการอดนอนมานานหลายวันก็ยังคงอยู่
“มีเื่อะไร เหตุใดจึงมาหาข้าถึงที่นี่” หนิงหลงเอ่ยถามพร้อมกับนั่งลงข้างๆความจริงหลังจากทานอาหารเสร็จเขาตั้งใจจะลงมือจัดการเื่เจตจำนงโลหิตทันที ไม่คาดคิดว่าเด็กหนุ่มที่เขาเคยสอนพื้นฐานให้ จะมาหาตนถึงที่บ้าน
“อาจารย์ ท่านจะไม่สอนที่สถาบันไผ่แดงแล้วจริงๆ ?” หลิ่งซานหน้าเศร้า ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมาเขาไปหาหนิงหลงที่อาคารสอนพื้นฐานทุกวัน แต่กลับไม่เคยเจอตัวเลย
จนมารู้เอาทีหลังว่าทางสถาบันได้รับเอาอาจารย์สอนพื้นฐานคนใหม่เข้ามา หลิ่งซานจึงได้รีบมาที่นี่เพื่อถามให้รู้แน่ชัด
สำหรับหลิ่งซานแล้วหนิงหลงเปรียบได้ดั่งผู้มีพระคุณ หากไม่ได้รับการชี้แนะในครั้งนั้น เกรงว่าตอนนี้เขาก็คงยังเป็เด็กโง่จากตระกูลชาวไร่ที่ไม่รู้แม้แต่พื้นฐาน จึงไม่แปลกที่เขาจะรู้สึกเป็กังวลเมื่ออาจารย์คนเดียวที่เขานับถือสุดหัวใจจะไม่ได้มาสอนที่สถาบันอีก
หนิงหลงนั่งหน้านิ่งราวกับอยู่แล้วว่าเื่นี้จะต้องเกิดขึ้นเขาหายหน้าไปนานเกือบสามเดือน สถาบันไหนจะบ้าเก็บเขาไว้ให้เปลืองค่าจ้าง
“ก็คงเป็อย่างเ้าว่า” หนิงหลงถอนหายใจหากไม่เพราะมีเื่เจตจำนงโลหิตที่ต้องรีบจัดการ เขาเองก็อยากจะอยู่สอนต่อไป
หลิ่งซานได้ยินดังนั้นก็ตัดสินใจทรุดตัวลงคุกเข่าต่อหน้าหนิงหลง
“อาจารย์ นับั้แ่ข้าเข้าเรียนที่สถาบัน มีเพียงอาจารย์คนเดียวที่เมตตายอมชี้แนะแก่ข้าหากท่านไม่รังเกียจ ได้โปรดเมตตารับข้าหลิ่งซานคนนี้ไว้เป็ศิษย์ของท่านด้วยเถอะ”
น้ำเสียงหนักแน่นจริงจังพร้อมกับการก้มกรามของเด็กหนุ่มตรงหน้าทำเอาหนิงหลงสั่นสะท้านไปทั้งตัวตลอดทั้งชีวิตเขาไม่เคยได้รับความเคารพนับถือมากมายเช่นนี้มาก่อน
“เ้าแน่ใจแล้วรึ ที่มากราบคนไร้วรยุทธเช่นข้าเป็อาจารย์” หนิงหลงย้ำเตือนอีกฝ่าย
ในโลกผู้ฝึกตนการกราบใครสักคนเป็อาจารย์จะเกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวในชีวิตดังนั้นผู้ฝึกตนทุกคนไม่ว่าจะอยู่ในระดับไหน ล้วนต่าง้ากราบอาจารย์ที่เก่งกาจมีชื่อเสียง
“ข้าแน่ใจ นับจากนี้ท่านจะเป็อาจารย์เพียงคนเดียวของข้าไปตลอดทั้งชีวิต” หลิ่งซานยืนกรานหนักแน่น เขาตัดสินใจจะออกจากสถาบันเพื่อมาเรียนกับหนิงหลงโดยตรง
“ดี ! ในเมื่อเ้ายินดีรับข้าเป็อาจารย์ข้าก็ไม่มีเหตุผลใดจะต้องปฏิเสธ” หนิงหลงประคองเด็กหนุ่มตรงหน้าขึ้นมานั่งสำหรับเขาแล้วหลิ่งซานเป็คนซื่อตรงที่หาได้ยากได้คนเช่นนี้มาเป็ศิษย์นับว่าเป็เื่ดีไม่น้อย
“ในเมื่อเ้าเป็ศิษย์หลักคนแรกข้าเองก็มีโชควาสนาจะมอบให้” หนิงหลงเดินนำทางเข้าบ้าน โดยมีหลิ่งซานเดินตามหลังไปติดๆ
เดินเข้าไปภายในบ้านเพียงไม่กี่ก้าวหลิ่งซานผู้มีท่าทีจริงจังอยู่ตลอดเวลาถึงกับตื่นตะลึงเมื่อได้เห็นชั้นหนังสือเรียงยาวราวกับบ้านทั้งหลังเป็หอเก็บตำราขนาดใหญ่
“โชควาสนาที่ว่าคือตำราพวกนี้ ?” หลิ่งซานมึนงง
“ไม่ใช่ตำราพวกนี้หรอก” หนิงหลงยิ้มก่อนจะชี้ให้หลิ่งซานนั่งลงข้างๆพ่อบ้านหวัง ซึ่งเป็ห้องโถงใกล้ๆกับห้องนอนของหนิงหลง
“ดูดซับลมปราณให้มากเท่าที่จะมากได้” หนิงหลงกล่าวเพียงสั้นๆก่อนจะเดินเข้าห้องไป
ก่อนหน้าหนิงหลงได้บอกพ่อบ้านหวังให้มาดูดซับปราณที่ห้องโถงแม้พ่อบ้านหวังจะไม่เข้าใจคำพูดของนายน้อยสักเท่าไรแต่เขาก็ยังคงทำตามโดยไม่ได้คัดค้านอะไร
“ถึงเวลาจัดการปัญหาของข้าสักที” หนิงหลงคว้าเอาผลึกพลังที่ได้จากตัวราชันปีศาจโลหิตมาบีบจนแตกคามือ
ทันทีที่ผลึกพลังแตกออกพลังปราณมหาศาลก็พวยพุ่งออกมาราวกับเขื่อนแตก กลายเป็คลื่นลมแรงหมุนวนรอบตัวหนิงหลงอย่างบ้าคลั่ง
ผ่านไปครู่เดียวพลังปราณมหาศาลก็ถูกหนิงหลงดูดซับเข้าไปจนหมด
ร่างกายของเขาสั่นเทิ้มด้วยความเ็ปราวกับว่าตัวจะปริแตกออกเป็เสี่ยงๆ
หนิงหลงล้มตัวงอกระอักเืซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่กระนั้นเขาก็ยังเพ่งสมาธิบังคับพลังปราณมหาศาลที่อัดแน่นอยู่ภายในตัวให้ไหลเวียนไปทั่วร่างกายตนเอง ทั้งหมดนี่ก็เพื่อใช้พลังปราณมหาศาลในตัวหลอมละลายหยดเืที่เป็เจตจำนงโลหิต
หลังจากคิดหาวิธีอยู่นานเกือบสามเดือนหนิงหลงก็ได้ข้อสรุปเดียวคือต้องใช้พลังปราณจำนวนมหาศาลหลอมละลายหยดเืที่ได้รับมาเท่านั้นจึงจะทำลายเจตจำนงโลหิตได้
และวิธีการนี้นับว่าได้ผลดีเลยทีเดียวทันทีที่พลังปราณมหาศาลถูกบังคับให้ไหลเวียนไปตามความคิดของเขา
หยดเืปีศาจที่เป็เจตจำนงก็ถูกทำลายลงพร้อมกับแตกตัวกลายเป็ละอองเล็กๆก่อนจะหลอมรวมเป็หนึ่งเดียวกับเืของหนิงหลง
ซึ่งการหลอมรวมกับเืปีศาจถือได้ว่าเป็ข้อเสียใหญ่หลวงของวิธีการนี้และหนิงหลงก็รู้ดีอยู่แก่ใจว่าการหลอมรวมครั้งนี้อาจส่งผลให้เขากลายเป็อสูรร้ายได้ในอนาคตหากควบคุมอารมณ์ตัวเองได้ไม่ดีพอ
เพราะเืปีศาจในตัวหนิงหลงจะถูกกระตุ้นทันทีเมื่อเขามีอารมณ์รุนแรงหรือจิตใจไม่มั่นคง
ซึ่งเมื่อไรก็ตามที่หนิงหลงควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้เขาจะค่อยๆสูญเสียตัวตนไปจนหมด และกลายเป็สัตว์อสูรไร้สติปัญญาในที่สุด
หลังจากทำลายเจตจำนงโลหิตลงได้หนิงหลงก็นอนสลบหมดสติไป
ด้วยความที่ร่างกายของเขาไม่สามารถดูดซับปราณมาเป็ของตัวเองได้พลังปราณทั้งหมดที่หนิงหลงได้ดูดกลืนมาก่อนหน้านี้ก็ไหลกระจัดกระจายกลับสู่ธรรมชาติ
ทำให้ปราณธรรมชาติภายในบ้านหนิงหลงหนาแน่นจนน่าใและนี่ก็คือโชควาสนาที่เขาได้บอกกับหลิ่งซานก่อนหน้านี้
ภายในห้องโถงข้างๆ
พ่อบ้านหวังกับหลิ่งซานััได้ถึงความหนาแน่นของปราณธรรมชาติที่พุ่งสูงขึ้นอย่างน่าประหลาด ทั้งคู่ต่างมีสีหน้าใก่อนจะรีบตั้งสติเพ่งสมาธิจดจ่ออยู่กับการดูดซับปราณอย่างบ้าคลั่ง
“นี่สินะโชควาสนาที่ท่านอาจารย์บอก” หลิ่งซานตื่นเต้นดีใจนับั้แ่เกิดมาเขาไม่เคยได้ัักับปราณที่หนาแน่นเช่นนี้มาก่อน
หลิ่งซานรู้สึกดีใจที่เลือกกราบหนิงหลงเป็อาจารย์แค่เพียงวันแรกของการเป็ศิษย์ อาจารย์ก็มอบโชควาสนาครั้งใหญ่ให้กับเขาแล้วจะไม่ให้หลิ่งซานรู้สึกนับถือหนิงหลงสุดหัวใจได้อย่างไร
ทั้งสองคนดูดซับปราณที่อัดแน่นอยู่ภายในบ้านตลอดทั้งวันโดยไม่มีท่าทีจะหยุดพักพวกเขาไม่คิดจะให้ปราณเหล่านี้หลุดรอดออกไปแม้แต่นิดเดียว
หลังจากการดูดซับปราณอย่างตะกละตะกลามอยู่นานตลอดทั้งวันระดับพลังของทั้งคู่ก็ก้าวะโจนน่าตกตะลึง
โดยเฉพาะหลิ่งซานผู้ที่มีพร์โดดเด่นในการดูดซับปราณจากผู้ฝึกยุทธขั้น 1 ก็พุ่งทะยานฝ่าด่านพลังไปถึง 5 ขั้น กลายเป็ผู้ฝึกยุทธขั้น 6เต็มตัว เขารู้สึกถึงพลังมหาศาลไหลเวียนอยู่ในร่างกาย เป็พลังที่เขาไม่คาดฝันว่าจะได้มา
ส่วนทางด้านพ่อบ้านหวังแม้จะไม่มีพร์โดดเด่นเหมือนเช่นหลิ่งซานแต่ด้วยปราณจำนวนมหาศาลที่ไหลเวียนอยู่ภายในบ้าน ก็ช่วยให้เขาฝ่าด่านพลังไปถึง 2ขั้น กลายเป็จอมยุทธขั้น 4 อย่างง่ายดาย