หนึ่งสัปดาห์ต่อมา
ร่างเล็กของมินตราในชุดนักศึกษายังคงนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานเล็กๆ หน้าห้องส่วนตัวของคริสเตียน ดวงตาจับจ้องอยู่ที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ แต่จิตใจกลับลอยไปไกล เสียงซุบซิบของพนักงานในออฟฟิศยังคงแว่วเข้ามาเป็ระยะ ข่าวลือเื่ความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับคริสเตียนกลายเป็หัวข้อที่คนในบริษัทพูดถึงอย่างเปิดเผย เธอรู้ว่ามันไม่ใช่แค่การพูดเล่น แต่กำลังกลายเป็อาวุธที่ใครบางคนใช้โจมตีเธอ
ในขณะที่เธอกำลังพยายามสงบใจ เสียงรองเท้าส้นสูงกระทบพื้นดังก้องเดินมาทางเธอด้วยจังหวะที่มั่นคงจากประตูทางเข้าลิฟต์ อลิสา วิลเลียมส์ ผู้ช่วยคนเก่าของคริสเตียน
ร่างสูงสง่าเดินเข้ามาหาเธอ ใบหน้าของอลิสาฉายรอยยิ้มบางๆ แต่ดวงตาเ็า
“ดูเหมือนเธอจะทำงานหนักเกินหน้าที่นะ”
อลิสาพูดพร้อมวางแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะ
มินตราเงยหน้าขึ้น ยิ้มบาง เป็การตอบรับ
“มีอะไรให้ช่วยไหมคะ?”
อลิสาหัวเราะเบาๆ
“ช่วยเหรอ?ฉันว่าเธอน่าจะช่วยตัวเองก่อนดีกว่า ได้ข่าวว่าหลายคนไม่พอใจเธอ”
คำพูดนั้นเหมือนเข็มที่ทิ่มแทงหัวใจ มินตราพยายามสงบสติอารมณ์ แล้วตอบกลับเสียงเบา
“ฉันไม่ได้ทำอะไรผิด…”
“เหรอ?”
อลิสาเลิกคิ้ว ยิ้มเยาะ
“งั้นดูนี่สิ” เธอยื่นโทรศัพท์มือถือที่แสดงภาพหน้าจอของอีเมลที่ส่งข้อมูลสำคัญของบริษัทไปยังที่อยู่อีเมลแปลกปลอม
มินตรานิ่งไปเมื่อเห็นอีเมลนั้น
นี่มันไม่ใช่เื่ที่เธอกับคริสเตียนใกล้ชิดกัน แต่มันเป็อะไรที่ร้ายแรงมากยิ่งกว่าเพราะอีเมลนั้นเป็ของเธอเอง แต่เธอไม่เคยส่งข้อมูลอะไรแบบนั้น เื่นี้เริ่มไม่ชอบมาพากลแล้วจริงๆ เธอรับรู้ได้ทันที
“นี่มันเื่อะไร?”
มินตราถามเสียงสั่น ขณะที่ดวงตาจ้องมองภาพหน้าจออย่างไม่เชื่อสายตา
“มันคือหลักฐาน”
อลิสาพูดพลางยักไหล่
“บางทีเธออาจจะไม่รู้ตัวว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่ หรือบางที...เธออาจจะทำจริงๆ แล้วไม่อยากยอมรับ”
มินตราเริ่มรู้ว่ามันไม่ใช่เื่บังเอิญ มีใครบางคนพยายามทำลายเธอ และเธอรู้ว่าอลิสาคือหนึ่งในคนที่เกี่ยวข้อง
...
่บ่าย คริสเตียนเรียกมินตราให้เข้าร่วมการประชุมในห้องประชุมใหญ่ ห้องนั้นเต็มไปด้วยพนักงานระดับสูงและผู้บริหาร แต่บรรยากาศกลับเคร่งเครียดมากกว่าที่ควรจะเป็
เมื่อมินตราเดินเข้ามา เธอััได้ถึงสายตาหลายคู่ที่มองมาอย่างกดดัน อลิสายืนอยู่ด้านหน้า สายตาที่เธอมองมาราวกับเป็ผู้ชนะที่กำลังมองดูผู้พ่ายแพ้
“คุณมินตรา”
อลิสาพูดขึ้น น้ำเสียงของเธอเยือกเย็น
“คุณพอจะอธิบายได้ไหมว่าทำไมข้อมูลภายในของบริษัทถึงไปโผล่อยู่ในอีเมลของคุณ?”
มินตราหันไปมองคริสเตียน แต่เขาไม่ได้แสดงสีหน้าใดๆ เธอรู้ว่าตัวเองต้องตอบคำถามนี้ด้วยตัวเอง
“ฉันไม่รู้เื่นี้เลยค่ะ อาจจะมีใครบางคนใช้ชื่อของฉันเพื่อทำเื่นี้”
อลิสายิ้มบาง
“เธอแน่ใจเหรอ?หรือเธอแค่ปกปิดอะไรบางอย่างอยู่?”
เสียงซุบซิบในห้องประชุมเริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ อลิสาใช้โอกาสนี้เพิ่มแรงกดดัน
“คุณคริส…”
อลิสาหันไปมองเ้านายเก่าของเธอ
“คุณคิดว่าพนักงานฝึกงานคนนี้ยังสมควรอยู่ในตำแหน่งนี้ต่อไปไหม?”
คริสเตียนมองตรงไปที่อลิสาด้วยสายตาคมกริบ
“พอได้แล้ว อลิสา ผมรู้ว่าใครอยู่เื้ัเื่นี้ และมันไม่ใช่มินตรา”
เสียงในห้องเงียบลงทันที อลิสาเบิกตากว้างเล็กน้อย แต่ยังคงรักษาท่าทีสงบนิ่ง
“คุณควรระวังคำพูดของคุณ”
คริสเตียนพูดต่อ
“เพราะสิ่งที่คุณทำ…มันล้ำเส้นเกินไป!”
มินตรายืนนิ่งอยู่ตรงนั้น ความเงียบภายในห้องประชุมที่เต็มไปด้วยผู้บริหารระดับสูงทำให้เธอรู้สึกเหมือนหายใจไม่ออก สายตาหลายคู่ยังคงจับจ้องเธออยู่ รวมถึงสายตาของอลิสาที่ดูเหมือนกำลังรอให้เธอพังลงไป
"คุณบอกว่าไม่รู้เื่? แต่หลักฐานมันอยู่ตรงนี้" อลิสากล่าวพร้อมกับชูโทรศัพท์ขึ้นมาอีกครั้ง ภาพอีเมลที่ถูกส่งออกไปยังคงแสดงอยู่บนหน้าจอ
“มันอาจจะเป็การปลอมแปลงหรือการแทรกแซงระบบ”
คริสเตียนพูดขึ้น น้ำเสียงของเขาเ็า แต่เต็มไปด้วยอำนาจ
“และผมมั่นใจว่ามินตราไม่ได้ทำเื่นี้แน่นอน”
คำพูดนั้นสร้างความเงียบงันในห้องประชุม แต่ก็ไม่ได้ทำให้ทุกคนคลายความสงสัย บางคนเริ่มหันไปกระซิบกับคนข้างๆ สายตาที่มองมินตราเริ่มเปลี่ยนเป็ความไม่ไว้วางใจ
อลิสายิ้มเล็กน้อย ก่อนจะตอบกลับอย่างรวดเร็ว
“ถ้าอย่างนั้น เราควรตรวจสอบทุกอย่างให้ละเอียด ฉันแค่สงสัยว่า เด็กฝึกงานคนนี้อาจไม่มีความระมัดระวังพอที่จะรับผิดชอบหน้าที่ในบริษัทระดับนี้ ตอนแรกฉันก็สงสัยว่าทำไมคุณถึงอนุญาตให้เด็กฝึกงานทำหน้าที่นี้ได้ แต่ตอนนี้ฉันพอจะคาดเดาอะไรบางอย่างได้บ้างแล้ว…”
อลิสาพูดพลางกวาดตาขึ้นลงราวกับ้าพิจารณาเรือนร่างของมินตราที่อยู่ด้านในชุดนักศึกษา จากคำพูดของเธอรวมถึงข่าวลือในบริษัทที่หนาหูใน่นี้ ทำให้คนที่อยู่ในห้องประชุมเข้าใจถึงความหมายที่อลิสา้าจะสื่อสารออกมา
มินตราเม้มปากแน่น น้ำตาที่พยายามสะกดกลั้นเอาไว้เริ่มคลอในดวงตา เธออยากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่แรงกดดันจากทุกสายตาทำให้เธอเหมือนถูกแช่แข็ง
คริสเตียนยืนขึ้นจากเก้าอี้ หยิบเอกสารบางอย่างจากแฟ้มสีน้ำตาลแล้วโยนลงบนโต๊ะตรงหน้าอลิสา
“ผมจะจัดการเื่นี้เอง อลิสา และผมขอเตือนคุณว่า อย่าทำให้บริษัทเสียหายด้วยการปล่อยข่าวลือที่ไม่มีมูลอีก”
บรรยากาศในห้องประชุมเย็นะเื อลิสายังคงรักษาท่าทีสงบ แต่ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความไม่พอใจ เธอก้าวถอยหลังเล็กน้อย ก่อนจะหันไปยิ้มบางๆ ให้ผู้บริหารคนอื่น
“แน่นอนค่ะ ฉันก็แค่ทำตามหน้าที่ของฉันเท่านั้น”
…
หลังจากการประชุมจบลง มินตรารีบเดินออกจากห้องประชุม เธอรู้สึกว่าห้องสี่เหลี่ยมนั้นเหมือนกับหลุมพรางที่เธอไม่อยากกลับเข้าไปอีก เธอเดินเร็วขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งมาหยุดอยู่ที่มุมเงียบๆ ของออฟฟิศ
เธอยืนพิงผนัง หายใจลึกและพยายามสงบสติอารมณ์ แต่น้ำตาที่เธอกลั้นไว้กลับไหลออกมาโดยไม่รู้ตัว
ไม่นานนัก เสียงฝีเท้าก็ดังขึ้นใกล้ๆ คริสเตียนเดินตรงมาหาเธอ เขายื่นผ้าเช็ดหน้าให้ด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความห่วงใย
“คุณไม่ต้องสนใจคำพูดของอลิสา ผมจะจัดการเื่นี้เอง”
เขาพูดเสียงต่ำ แต่หนักแน่น
มินตราส่ายหน้าเบาๆ เธอพยายามปาดน้ำตาออก แต่คำพูดของเขากลับทำให้เธอรู้สึกเ็ปมากกว่าเดิม
“ฉันไม่อยากเป็ภาระของคุณค่ะ คุณคริสเตียน...”
“คุณไม่ใช่ภาระของผม”
เขาตอบทันที สายตาของเขาเต็มไปด้วยความจริงจัง
“คุณเป็คนสำคัญของผม ผมจะไม่ปล่อยให้ใครมาใส่ร้ายคุณแบบนี้”
มินตรามองเขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกหลากหลาย เธออยากเชื่อคำพูดของเขา แต่สถานการณ์ที่เกิดขึ้นกลับทำให้เธอรู้สึกเหมือนเป็จุดอ่อนที่ทุกคนจับตามอง
เย็นวันนั้น บนโต๊ะทำงานเล็กๆ ของเธอ มินตรานั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ ร่างข้อความลาออกที่เธอตั้งใจจะยื่นในวันถัดไป
เธอหยุดมือที่กำลังพิมพ์ หันไปมองรูปถ่ายเล็กๆ ของครอบครัวที่วางอยู่บนโต๊ะ ความกังวลเกี่ยวกับอนาคตของเธอและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับคริสเตียนทำให้เธอตัดสินใจได้
“ฉันจะไม่ทำให้เขาต้องเสี่ยงอีก...”
เธอพึมพำกับตัวเอง ก่อนจะเซ็นชื่อในใบลาออก
ในค่ำคืนนั้น เธอเดินออกจากบริษัทพร้อมกับความรู้สึกหนักอึ้ง เธอรู้ว่าการตัดสินใจครั้งนี้จะเปลี่ยนแปลงทุกอย่างระหว่างเธอกับคริสเตียน แต่เธอไม่มีทางเลือกอื่น
เธอต้องปกป้องเขา...แม้จะหมายถึงการเดินออกไปจากชีวิตของเขาก็ตาม