บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 2 บทที่ 55 พี่น้องร่วมสาบาน

            สีหน้าของฉีอวี้ดูเหี้ยมโหดกล้ามเนื้อที่ใบหน้ากระตุก ยิ้มแห้งแล้วพูดว่า “เจ้า...เจ้ามันหาประโยชน์จากผู้อื่นเจ้า...เจ้าต้องการจะแก้แค้นข้า ในตอนที่เจ้าอยู่เหนือกว่า”

          หยางหนิงหัวเราะชอบใจแล้วพูดว่า “พูดได้ดีข้าบอกเจ้าแล้วว่าเจ้ามันคนฉลาด ในเมื่อเป็นอย่างนี้แล้ว เจ้าพูดถูกแล้ว ข้าหาประโยชน์จากคนอื่นและข้าต้องการแก้แค้นเจ้า” จากนั้นเขาก็เดินไปข้างหน้าแล้วพูดว่า “ข้าชอบเห็นท่าทางไม่เต็มใจแต่ไร้หนทางของเจ้าแบบนี้จังเลย อย่างเจ้าจะทำอะไรข้าได้?” เขาเห็นฉีอวี้กำหมัดก็พูดว่า “ดูท่าเจ้าเตรียมพร้อมจะลงมือแล้วนี่ มา เข้ามาได้เลย ข้าจะไม่ตอบโต้เจ้าในเวลานี้เจ้าหาเหตุผลที่เหมาะสมให้ข้าไล่เจ้าออกจากจวนด้วยตัวเอง โดยที่ข้าไม่ต้องขอ”

           สายตาของฉงอี๋เหนียงดูโหดเหี้ยมจากนั้นนางก็พูดขึ้นว่า “ฉีอวี้ เขาเป็นซื่อจื่อ ในเมื่อเขาให้เจ้าคำนับเขาเจ้าก็ทำเถอะ”

           “ท่านแม่...!” ฉีอวี้หันหน้ากลับมาเห็นฉงอี๋เหนียงพยักหน้าเบาๆ ด้วยสายตาโหดเหี้ยมมาก ฉีอวี้อดกลั้นความโกรธเอาไว้ลังเลครู่หนึ่ง จากนั้นก็ยกมือขึ้นมาคำนับหยางหนิง

           “ดีมาก” หยางหนิงยิ้มแล้วพูดว่า “เริ่มเข้าใจกฎเกณฑ์แล้วนี่ถือเป็นสัญญาณที่ดี ฉีอวี้ ในฐานะพี่ชาย ข้ามีอะไรจะพูดกับเจ้าสักเล็กน้อยจะเชื่อหรือไม่ก็แล้วแต่เจ้า”

           ฉีอวี้แค่พยักหน้ารับสีหน้าท่าทางที่มองหยางหนิงมันคือสายตาของคนที่มองศัตรู แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร

           หยางหนิงพูดอย่างช้าๆ ว่า “ข้ารู้ดีว่าเจ้าชอบอวดฉลาด  และก็รู้ด้วยว่าเจ้าไม่ใช่คนโง่หากเจ้าใช้ความฉลาดของเจ้าอย่างถูกต้อง มันก็จะไม่มีปัญหาอะไร เสื้อผ้าอาภรณ์ อาหารการกินต่างๆก็จะไม่ขาด แต่ข้าขอเตือนเจ้า อย่าเอาความฉลาดของเจ้าไปใช้ในทางที่ผิด และอย่ามาทำอะไรลับหลังข้าข้าก็จะไม่พาลโมโหเจ้า แต่หากว่าเจ้าทำอะไรให้ข้าโกรธ ช่วงชีวิตที่เหลือของเจ้าก็จะไม่มีความสุขอีกต่อไป”พูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาอีกว่า “เจ้าได้ยินหรือเปล่า?”

           ฉีอวี้ส่งเสียงเคืองเบาๆ หลังจากนั้นก็หันหลังเดินจากไปอย่างรวดเร็วเขาเดินผ่านหน้าฉงอี๋เหนียงไป ไม่หันกลับมาอีก

           ฉงอี๋เหนียงเหลือบไปมองหยางหนิงหลังจากนั้นก็เดินตามฉีอวี้ไป

           หยางหนิงมองสองแม่ลูกสายตาของเขาเปลี่ยนเป็นความเย็นชา

           ตระกูลที่ยิ่งใหญ่แบบนี้ จะทำลายจากภายนอกมันแทบเป็นไปไม่ได้เลยแต่สาเหตุที่มันทลายลง มันก็มาจากภายในรั้วกำแพงทั้งนั้น ที่มันทำให้มีรอยร้าว

           จริงๆ แล้วหยางหนิงไม่ได้สนใจเลยว่าอำนาจบารมีของจวนองครักษ์เสื้อแพรจะสูงขึ้นหรือต่ำลงแต่ว่าฉีอวี้และแม่ของเขา ก็น่ารังเกียจจริงๆ นั่นแหละ

           ที่ฉีอวี้ด่าทอสาปแช่งกู้ชิงฮั่นเมื่อครู่หยางหนิงเชื่อว่ามันไม่ใช่แค่การพูดออกมาพล่อยๆ เท่านั้น แต่ว่าฉีอวี้เก็บไว้ในใจมานานมากแล้ว

           กู้ชิงฮั่นต้องการรักษากฎและระเบียนดั้งเดิมของจวนองครักษ์เสื้อแพรเอาไว้ปกป้องการปกครองของฉีหนิง ซึ่งมันต้องกระทบไปถึงพวกของฉีอวี้แน่นอนอยู่แล้ว และเป็นอุปสรรคชิ้นโตสำหรับฉีอวี้ในการรับตำแหน่งสืบทอดองครักษ์เสื้อแพรคนแบบนี้ ฉีอวี้ก็จะต้องเห็นนางเป็นก้างชิ้นโตแน่นอน หากมีวันไหนที่ฉีอวี้มีอำนาจขึ้นมาแล้วละก็จะต้องแก้แค้นกู้ชิงฮั่นแน่

           หยางหนิงเข้าใจคนอื่นๆ ได้ขนาดนี้มันเป็นเพราะหลักการแต่ว่าเรื่องเลวร้ายที่สองแม่ลูกคิดจะทำ ที่ชอบวางแผนทำอะไรลับหลังคนอื่น มันเป็นวิธีที่แตกต่างกับที่กู้ชิงฮั่นใช้

           ต่อให้วันหนึ่งตัวเขาต้องจากไปจริงๆก็จะต้องกำจัดเสี้ยนนามให้กู้ชิงฮั่นก่อน

           หยางหนิงรู้ดีว่า คนประเภทนี้จะปล่อยเอาไว้ไม่ได้ เป้าหมายของสองแม่ลูกในตอนนี้ก็คือเขาตัวเขาเองก็จะต้องระวังตัวให้มากกว่านี้ หากว่าเจอจุดอ่อนหรือช่องโหว่ของพวกเขาได้ตัวเขาก็จะไม่ปล่อยไปเช่นกัน

           เดินไปพลางคิดไปพลางทันใดนั้นเองก็ได้ยินเสียงของต้วนชางไห่ดังขึ้นมาว่า “ซื่อจื่อ ในที่สุดก็เจอท่านเสียที”

           “อ้อ ท่านอาต้วน ท่านหาข้ามีอะไรหรือ?”หยางหนิงมองไป เห็นต้วนชางไห่เดินเข้ามาหาอย่างรวดเร็ว จากนั้นก็ยิ้มแล้วพูดว่า “ข้าเองก็มีเรื่องสำคัญจะต้องปรึกษาท่าน”

           “ซื่อจื่อท่านมีอะไรจะสั่งหรือ?” ต้วนชางไห่เดินเข้ามาทำความเคารพ

           หยางหนิงยิ้มแล้วพูดว่า “ระหว่างเราก็ไม่ต้องมากพิธีอะไรขนาดนี้หรอกนะ”จากนั้นก็พูดเบาๆว่า “จริงสิ ท่านอาต้วนท่านรู้หรือเปล่าว่าจวนอู่เซียงโหวอยู่ที่ไหน? อยู่ที่ถนนผีพานี่ด้วยเหมือนกันหรือเปล่า?”

           ต้วนชางไห่ส่ายหน้า“จวนอู่เซียงโหวอยู่ที่สะพานเหวินเต๋อ ห่างจากจวนของเราระยะทางประมาณหนึ่ง อยู่ดีๆท่านถามถึงจวนอู่เซียงโหวทำไมกัน?”

           “ข้าอยากจะไปเยี่ยมเยียนอู่เซียงโหวสักหน่อย”หยางหนิงยิ้มแล้วพูดว่า “ไม่ไปมาหาสู่กันมันเสียมารยาทอู่เซียงโหวครั้งที่แล้วมาหาเราถึงจวน เรายังไม่ได้ให้คำตอบเขาเลย งานศพก็เสร็จสิ้นเกือบหมดแล้วเราก็ควรจะไปให้คำตอบเขาสักหน่อย”

           “อ๊า?” ต้วนชางไห่รีบถามกลับว่า “ไท่ฮูหยินตัดสินใจได้แล้วหรือ?”

           หยางหนิงพูดอย่างเรียบเฉยว่า “นี่เป็นการแต่งงานของข้าจะอย่างไรเสีย ข้าก็จะเป็นคนตัดสินใจเอง” เขาหยุดไปครู่หนึ่ง แล้วพูดต่อว่า “อีกอย่างอู่เซียงโหวพูดขนาดนั้นแล้วท่านคิดว่าเรามีสิทธิที่จะพลิกกลับมาได้อีกหรือ?”

           ต้วนชางไห่สีหน้าจริงจัง แล้วพูดว่า “ซูเจินเจ้าคนไร้ศักดิ์ศรีเรื่องใหญ่ขนาดนี้ คิดจะทิ้งก็ทิ้งคิดว่าต่อไปคงไม่มีหน้าไปพบท่านเหล่าอู่เซียงโหวอีกแล้ว” เมื่อคิดถึงตรงนี้ก็เหมือนนึกอะไรขึ้นมาได้ “เกือบลืมไปเลย ซื่อจื่อท่านอย่าเพิ่งรีบร้อนไปจวนอู่เซียงโหว ตอนนี้มีคนมาหาท่าน”

           “หาข้าหรือ?” หยางหนิงพูดด้วยความประหลาดใจ“ใครกันที่มาหาข้า?”

           ต้วนชางไห่พูดด้วยเสียงเบาว่า “พี่น้องร่วมสาบานของท่านหยวนหรง”

            “พี่น้องร่วมสาบาน?”หยางหนิงตกใจ “ข้า...ข้ามีพี่น้องร่วมสาบานด้วยหรือ?”

           “เอ่อเรื่องนี้...!” ต้วนชางไห่คิดไปครู่หนึ่ง แล้วพูดอย่างระวังว่า “ซื่อจื่อ คุณชายหยวนกับท่านก็ถือว่าสนิทสนมกันระดับหนึ่งแต่ว่า...ขออภัยที่ต้องพูดตรงๆ คนแบบนั้นอย่าไปสนิมสนมมากจะดีกว่าเมื่อก่อนท่านชอบอยู่กับคนพวกนี้ จริงๆ...จริงๆ ก็ไม่ได้มีประโยชน์อะไรเลย มิหนำซ้ำยังเสียเปรียบด้วยซ้ำฮูหยินสามเองก็ไม่ชอบให้ท่านอยู่กับคนพวกนี้มากนัก”

           “อ๋อ?” หยางหนิงเหมือนคิดอะไรขึ้นมาได้เมื่อได้ยินต้วนชางไห่พูดอย่างนั้น ก็เข้าใจในทันที จากนั้นก็หัวเราะแล้วถามว่า “ท่านอาต้วนพี่น้องร่วมสาบานของข้าคนนี้ เป็นพวกชอบดื่มเที่ยวอะไรแบบนั้นใช่หรือไม่?พวกเขาเป็นเพื่อนเที่ยวเพื่อนดื่มของข้าอย่างนั้นหรือ?”

           ต้วนชางไห่ได้ยินดังนั้นจากที่ขมวดคิ้วก็คลายลง ยิ้มแล้วพูดว่า “ที่แท้ท่านซื่อจื่อก็รู้อยู่แล้วแบบนี้ข้าน้อยค่อยวางใจหน่อย หยวนหรงเป็นหลานชายคนโตของใต้เท้าหยวนราชเลขาประจำกรมพิธีการใต้เท้าหยวนเป็นคนที่รอบรู้เรื่องราวมากมายทั้งอดีตและปัจจุบัน แต่คุณชายหยวนกลับเป็นแบบนี้ความรู้ก็พอมี แต่ว่า...!” ยิ้มแล้วส่ายหัวว่า “อายุน้อยบ้าคลั่งไปบ้าง ก็ยังถือว่าปกติ”

           “น่าแปลกนะ ข้ากลับมาตั้งนานแล้ว งานศพของท่านพ่อก็จัดเสร็จแล้วข้าไม่ยักจะเห็นพี่น้องของข้าคนนี้โผล่มาเลย” หยางหนิงพูดทีเล่นทีจริง“ทำไมพอเสร็จงานศพถึงได้วิ่งแจ้นมาเร็วขนาดนี้ล่ะ?”

           ต้วนชางไห่พูดเสียงเบาๆ ว่า “หากข้าน้อยเดาไม่ผิดน่าจะเป็นเพราะเรื่องการลอบสังหารท่านที่เรือนรับรองจงหลิง”

           “อ๋อ?” หยางหนิงขมวดคิ้ว“ท่านอาต้วนหมายความว่าไง?”

           ต้วนชางไห่คิดว่าหยางหนิงคงเข้าใจผิดจึงอธิบายว่า “ท่านซื่อจื่ออย่าเพิ่งคิดมาก เรื่องการลอบสังหารท่านคงไม่เกี่ยวกับหยวนหรงหรอกหยวนหรงถึงแม้จะไม่เอาไหน แต่ก็ไม่ใช่คนเลวร้ายอะไร” จากนั้นก็มองไปรอบๆ แล้วพูดว่า“ปู่ของเขาเป็นถึงราชเลขาประจำกรมพิธีการ เรือนรับรองจงหลิงอยู่ในการดูแลของกรมพิธีการลอบสังหารซื่อจื่อเป็นเรื่องใหญ่ หากทำให้เป็นเรื่องขึ้นมา ใต้เท้าหยวนในฐานะราชเลขากรมพิธีการคงหนีไม่พ้นต้องรับโทษ”

           “อ๊า?” หยางหนิงเข้าใจในทันที “ใต้เท้าหยวนกรมพิธีการอยากให้เรื่องนี้จบเงียบๆแต่ไม่สะดวกออกหน้าเอง ก็เลยจะให้หยวนหรงมาหยั่งเชิงก่อนอย่างนั้นสินะ?”

           ต้วนชางไห่ยกนิ้วโป่งให้“ท่านซื่อจื่ออ่านขาดมาก ก็น่าจะเป็นเช่นนั้น” สายตาของเขาเต็มไปด้วยความชื่นชมในใจก็แอบคิดว่าซื่อจื่อฉลาดขึ้นทุกวัน สวรรค์คุ้มครองจริงๆ มันเป็นเรื่องโชคดีมากๆของจวนองครักษ์เสื้อแพรทีเดียว

           เมื่อหยางหนิงพบหน้าหยวนหรง หยวนหรงกำลังนั่งจิบชาอยู่ที่เรือนรับรองของจวนองครักษ์เสื้อแพร

           หยางหนิงไม่ได้เข้าไปหาในทันทีแต่แอบมองอยู่ด้านนอก หยวนหรงอายุราวยี่สิบ สวมชุดผ้าไหมสีขาวนวล สวมหมวกผ้าแพรที่ชุดมีแส้บังคับม้า มีเครื่องประดับหยกมากมาย ดูแล้วก็น่าจะขี้เหล้าพอสมควร

           ที่เรือนรับรองมีหยวนหรงอยู่คนเดียวเขาเหมือนจะไม่ค่อยชอบชาสักเท่าไรแถมยังไม่รู้ด้วยว่าหยางหนิงซ่อนตัวแอบดูเขาอยู่ข้างนอก จากนั้นก็ลุกขึ้นยืนฉีกยิ้มแล้วพูดว่า “น้องชาย ข้าคิดถึงเจ้าที่สุดเลยในที่สุดวันนี้ก็ได้เจอเจ้าสักที...!”มือของเขากางออกเหมือนกับจะกอด

           หยางหนิงตกใจ คิดว่าเขาเก่งมากถึงได้รู้ว่าตัวเขานั้นแอบอยู่ข้างนอก แต่เมื่อเห็นเขากอดกับอากาศก็เข้าใจทันทีว่าเขากำลังพูดกับตัวเองอยู่

           ไม่ผิดจากที่คิด หยวนหรงส่ายหัวจากนั้นก็พูดกับตัวเองว่า “แบบนี้ไม่ได้ พ่อของเขาเพิ่งจะเสียไปเวลาแบบนี้ข้าจะต้องแสดงความเสียใจถึงจะถูก...!”จากนั้นเขาก็เงยหน้า แล้วทำท่าทางเสียใจ เช็ดน้ำตาเบาๆ แล้วพูดว่า “น้องชาย ท่านองครักษ์เสื้อแพรสิ้นไปทั่วแค้วนต่างก็โศกเศร้า เจ้าจะต้องทำใจให้สบายนะ หากมีอะไรให้ข้าช่วยก็พูดออกมาได้เลย ไม่ว่าจะต้องบุกน้ำลุยไฟข้าก็จะทำให้เพราะเรามันเป็นพี่น้องร่วมสาบานกัน” เมื่อพูดมาถึงตรงนี้ เขาก็ส่ายหน้าแล้วพูดว่า“แบบนี้ไม่ได้ เกิดเจ้าเด็กนั้นให้ข้าไปทำอะไรให้จริงๆ ข้าก็ขุดหลุมฝังตัวเองชัดๆ น่ะสิ?”

           สีหน้าของเขามีหลากอารมณ์มากทั้งดีใจทั้งเสียใจ พูดอยู่กับตัวเองวนไปวนมา หยางหนิงอดหัวเราะไม่ได้จากนั้นเขาก็ส่งเสียงกระแอม มือไขว้หลังแล้วเดินเข้าไปในเรือนรับรอง

           หยวนหรงได้ยินเสียงกระแอมก็รีบกลับสู่สภาพปกติ หันไปเห็นหยางหนิงเดินเข้ามา  เขารีบยิ้มให้ก่อนเห็นสีหน้าของหยางหนิงเรียบเฉย ก็รีบเปลี่ยนท่าทางเป็นโศกเศร้า แล้วเดินหน้าขึ้นมา“น้องชาย เจ้า...!” เขายังไม่ทันพูดจบหยางหนิงแทบจะไม่มองเขาเลย แล้วเดินผ่านหน้าเขาไป หยวนหรงตะลึงแบบเขินๆเห็นหยางหนิงเดินไปนั่งที่เก้าอี้แล้ว ก็รีบเดินเข้าไปหา แล้วถามเบาๆ ว่า “น้องหนิงเจ้า...เจ้าไม่เป็นไรใช่ไหม?”

           หยางหนิงเงยหน้าขึ้นมาแล้วจ้องไปที่หยวนหรงไม่พูดอะไรเลย สีหน้าไร้ความรู้สึก

           หยวนหรงถูกหยางหนิงจ้องจนขนลุกฝืนยิ้มแล้วพูดว่า “ท่านองครักษ์เสื้อแพรโหว... ท่านองครักษ์เสื้อแพรสิ้นบุญแล้วเจ้า...เจ้าคงโศกเศร้ามาก หากมีอะไร...หากมีอะไรให้ช่วย... เอ่อ ไม่ใช่ น้องหนิงเจ้าเอ่อข้า...คือว่า...!” เขาพูดติดอ่างไม่เป็นคำแล้วเหมือนจะคิดอะไรขึ้นมาได้ จากนั้นก็ยิ้มแบบขมขื่นว่า “น้องชายคงไม่พอใจที่ข้าไม่ได้มาช่วยงานเลยใช่ไหม?”

           หยางหนิงไม่พูดอะไร

           หยวนหรงยกมือขึ้นมา แล้วพูดว่า “ให้สวรรค์เป็นพยานตอนที่ข้าได้ยินว่าเจ้าถูกจับตัวไป กินไม่ได้นอนไม่หลับคิดจะนำคนออกไปตามหาเจ้าตั้งหลายครั้ง แต่ว่า...แต่ว่าผู้อาวุโสในบ้านข้าบอกว่าแม้แต่ทายาทองครักษ์เสื้อแพรยังกล้าจับในเมืองหลวงก็วุ่นวาย ก็เลยจับข้าขังเอาไว้ในห้อง ออกไปไหนไม่ได้เลย”

           หยางหนิงเหลือบไปมองเขา แล้วยิ้มแห้ง

           “แต่จริงๆ แล้ว แม้เขาคิดจะขวางข้า แต่ก็ไม่ได้ง่ายขนาดนั้น”หยวนหรงพูดด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น “น้องชายเจ้าโดนจับตัวไปในฐานะที่ข้าเป็นพี่ชายข้าจะไม่สนใจเจ้าได้อย่างไรกัน? ข้าหยวนหรงทำอะไรคุณธรรมต้องมาก่อนหัวหลุดจากบ่าได้ เลือดไหลออกจากกายได้ แต่จะทิ้งคุณธรรมไปไม่ได้มีคืนหนึ่งข้าแอบออกจากจวนกลางดึก คิดจะไปตามหาเจ้า แต่ว่า...!” ถอนหายใจยาว “แต่ว่าอาวุโสที่จวนข้าเจ้าเล่ห์มาก จับตัวข้ากลับไปแถมยังลงโทษข้าด้วยกฎบ้านอีก ก้นข้าแทบเละ ขยับไม่ได้ตั้งครึ่งเดือน”เห็นหยางหนิงนิ่งๆ ก็รีบร้อนพูดอีกว่า “น้องชายเจ้าไม่เชื่อข้าหรือ ไม่เป็นไรข้าถอดกางเกงให้เจ้าดูตอนนี้เลยก็ได้นะ”

           สายตาของหยวนหรงดูร้อนรน เขาสะบัดชุดออกแล้วเขยิบหลังเข้ามาหาหยางหนิง จากนั้นก็ถอดกางเกงลงเพื่อพิสูจน์ตนเอง

    คล้ายกับเรื่องบันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    เลเวลอัพ

    เลเวลอัพ

    นิยาย เกมออนไลน์
    738K 4984
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    นิยาย รัก
    635K 1371