บทที่ 2 นอกจากจะเปลี่ยนคน
“ไม่เบี้ยวหนี้ พวกเราไม่หนีหนี้แน่เ้าค่ะ” หลิ่วเมิ่งหรูร้องไห้พลางพูดขึ้น “นายท่านหวัง ท่านรอสักหน่อยเถิด ข้าจะไปเอาของสักหน่อย”
หืม?
จ้าวผิงสงสัย…หรือภรรยายังมีเงินส่วนตัวซ่อนไว้อยู่?
ไม่น่านะ…
ด้วยทรัพย์สินของครอบครัวเ้าของร่างเดิม อย่างไรก็ไม่มีทางมีเงินห้าสิบตำลึงแน่ ด้วยราชวงศ์ต้าเว่ยไม่ได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาการค้า เกษตรกรทั่วไปถ้าอยากจะหาเงินก็ต้องใช้แรงงาน เดือนหนึ่งหาได้ราวสามสิบถึงห้าสิบอีแปะ*[1]เท่านั้น
กระทั่งคนไม่กินไม่ดื่ม ทั้งชีวิตยังหาเงินไม่ได้มากขนาดนั้นเลย
ยิ่งกับเ้าของร่างเดิมยิ่งแล้วใหญ่ รู้ ๆ กันอยู่ว่าเขาเป็คนเสเพล ไม่ทำการทำงาน แล้วยังติดเหล้าติดพนัน ที่บ้านจะมีห้าสิบตำลึงได้อย่างไร?!
หวังชื่อเหรินเองก็สงสัย เขาขมวดคิ้วแน่น …มีเงินมาคืนจริงหรือ? เช่นนั้น ดูเหมือนเขาจะต้องออกอุบายใหม่ ท่านผู้นั้นชอบพอหลิ่วเมิ่งหรูนัก หากไม่ได้ตัวนางไป เกรงว่าเขาจะพลอยโดนโกรธไปด้วย
เพียงไม่นานหลิ่วเมิ่งหรูก็วิ่งกลับมา ในมือถือจี้หยกอยู่ชิ้นหนึ่ง แล้วนางก็ยื่นให้หวังชื่อเหริน
“นายท่านหวัง นี่เป็หยกที่ตระกูลข้าส่งต่อกันมา ท่านช่วยดูสักหน่อยเถอะ มันพอจะชำระหนี้สามีข้าได้หรือไม่?”
จี้หยกนี้ลื่นเป็เงาวาวไปทั้งชิ้น ตรงกลางสลักอักษรคำว่า ‘หลิ่ว’ แค่เห็นก็รู้แล้วว่ามีมูลค่า
ั์ตาหวังชื่อเหรินแทบถูกดูดออกไปแล้ว
แต่เขาก็รีบปิดบังอารมณ์อย่างรวดเร็ว คว้าจี้หยกไป ก่อนจะพูดเสียงทุ้ม “นี่ก็แค่ของเด็กเล่น มูลค่าไม่ถึงสองตำลึงเงินด้วยซ้ำ”
“แต่เห็นแก่เ้า ข้าจะรับไปก็แล้วกัน ถือว่าเป็ค่าน้ำชาที่ข้าเดินทางมา”
“เอาละ ข้าจะให้เวลาพวกเ้าเพิ่มอีกสักสองวัน...”
เมื่อเห็นจี้หยกนั่น ั์ตาจ้าวผิงแทบจะหลุดออกมาแล้ว เขาพลันนึกเื่บางอย่างออก ตอนเ้าของร่างเดิมซื้อหลิ่วเมิ่งหรูมา นางสูญเสียความทรงจำ ทั้งตัวมีเพียงจี้หยกชิ้นนี้เป็เครื่องแสดงถึงฐานะ
ความทรงจำแจ่มชัดราวกับร่างเดิมยังจำฝังใจ จ้าวผิง้าจี้หยกนั่นนัก เขากระทั่งทุบตีภรรยาจนเกือบตาย แต่เพื่อจี้หยกชิ้นนี้ หลิ่วเมิ่งหรูไม่ยอมอ่อนข้อแม้แต่น้อย ด้วยนางยังคิดจะอาศัยจี้หยกนี้ ตามหาคนในครอบครัว
คิดไม่ถึงว่าวันนี้นางกลับเป็ฝ่ายนำจี้หยกล้ำค่าออกมา
จ้าวผิงตื้นตันใจมาก ไม่รอให้หวังชื่อเหรินพูดจบ จ้าวผิงก็พุ่งตรงเข้าไป คว้าจี้หยกกลับมา แล้วพูดด้วยใบหน้าเคร่งขรึม
“นายท่านหวัง ท่านคำนวณตามใจตัวเองเช่นนี้”
“และน่าเสียดายที่ท่านคำนวณผิดไป”
“ทั้งยังให้เวลาข้าอีกสองวันด้วย? บนใบกู้ยืมเขียนชัดเจนว่า ‘มีเวลาหนึ่งเดือนในการใช้คืน’ นี่เพิ่งผ่านมาเพียงสามวันเท่านั้น แต่ท่านกลับรีบมาทวงหนี้เสียแล้ว คิดว่าคนอย่างจ้าวผิงกลั่นแกล้งได้ง่าย ๆ หรือ?”
“ฮึ ๆ”
หวังชื่อเหรินขำเสียงเยือกเย็น “ด้วยสถานภาพครอบครัวพวกเ้า อย่าว่าให้เวลาหนึ่งเดือนเลย แม้จะให้เวลาเ้าสามปี แต่เ้าจะมีปัญญาหาห้าสิบตำลึงมาให้ข้าได้รึ?”
“ถ้าข้าสามารถหามาคืนได้เล่า?” จ้าวผิงถามพลางจ้องเขา
“ถ้าเ้าหามาคืนได้ ข้าจะไม่คิดดอกเบี้ยเลย”
หวังชื่อเหรินกล่าว และเขาจะไม่ยอมเป็ฝ่ายเสียเปรียบแน่ เขาจ้องมองจ้าวผิงแล้วถามกลับ
“แล้วหากเ้าหามาคืนไม่ได้เล่า?”
“ถ้าอย่างนั้นข้าจะขายตัวเองเป็ทาสท่าน” จ้าวผิงตอบทันที
“ดี!”
หวังชื่อเหรินตอบรับด้วยความยินดี
ไม่ว่าอย่างไร แม้จะให้เวลาเขานานเท่าไร คนเสเพลไปวัน ๆ อย่างจ้าวผิง ก็ย่อมไม่มีทางหาห้าสิบตำลึงมาคืนได้แน่นอน
ถึงตอนนั้นเขาไม่เพียงแต่จะทำงานที่ท่านผู้นั้นมอบหมายได้สำเร็จ ซ้ำยังจะได้แรงงานมาอีกด้วย เช่นนี้แล้วไยจะไม่ตกลงเล่า
อย่างไรก็แค่เดือนเดียว เขารอได้
“เพียงลมปากย่อมไร้น้ำหนัก พวกเรามาทำสัญญากันดีหรือไม่?”
หวังชื่อเหรินระวังตัวมาก กลัวว่าจ้าวผิงจะไม่ยอมรับภายหลัง เขาจึงอยากมีหลักฐานเก็บไว้ นับว่าใจตรงกันกับจ้าวผิงพอดี
หลิ่วเมิ่งหรูขยับปาก อยากจะพูด แต่ก็ไม่กล้าพูดสิ่งใดออกมา ด้วยภายในใจนางได้ตัดสินใจแล้วว่า หลังหวังชื่อเหรินกลับไป นางจะเอายาฆ่าหนูใส่ลงในโจ๊ก ลาโลกนี้ไปด้วยกันทั้งครอบครัว ถึงเวลาจะได้ไม่โดนขาย
จ้าวผิงไม่รู้ความคิดนี้ เขาลงรายนามสัญญาเสร็จก็ไล่หวังชื่อเหรินกลับไป
จากนั้นก็จับมือหลิ่วเมิ่งหรูขึ้นมา คืนจี้หยกให้นาง
“เมิ่งหรู นี่เป็ของเพียงชิ้นเดียวที่สามารถระบุตัวตนของเ้าได้ เก็บไว้ให้ดี ห้ามเอามันออกมาอีก จะได้ไม่ทำหาย”
หืม?
หลิ่วเมิ่งหรูตาโต จ้องเขาพร้อมน้ำตาไหล ใบหน้าเต็มไปด้วยความไม่อยากเชื่อ เ้าคนชั่วคนนี้ไม่ใช่ว่าฝังใจอยากจะได้จี้หยกของนางมาตลอดหรอกหรือ? ตอนนี้จี้หยกอยู่ในมือเขาแล้ว ไยเขากลับไม่อยากได้เล่า? หรือว่าเขามีแผนอันใด?
หลิ่วเมิ่งหรูไม่กล้ารับ ได้แต่พูดด้วยความกังวลว่า
“สามี จี้หยกนี้ข้าให้ท่าน ท่านอย่าขายเสียวเสี่ยวเลย นางเป็ลูกสาวของพวกเรานะ”
หลิ่วเมิ่งหรูเน้นย้ำคำว่า ‘ลูกสาว’ สองคำนี้มาก
ด้วยนางตั้งใจจะเตือนจ้าวผิง ถ้าเื่นี้ถูกเปิดเผยขึ้นมา ความชั่วที่เขาทำย่อมไม่สามารถซ่อนไว้ได้อีก
“เมิ่งหรู ข้าไม่ขายเสียวเสี่ยวหรอก” จ้าวผิงหัวเราะอย่างขมขื่น “และจะไม่ขายเ้าด้วย”
“ซ้ำยังต้องขอบใจเ้า เมื่อก่อนข้ามันเลวนัก ทำร้ายจิตใจพวกเ้าสองแม่ลูก แต่เ้าก็ยังไม่ทอดทิ้งข้าไป ทั้งยังดูแลบ้านนี้และข้าเป็อย่างดี ไม่ปล่อยให้ข้าหิวตาย ข้าต้องขอบใจเ้าจากใจจริง”
“ั้แ่วันนี้เป็ต้นไป ข้าจะเป็คนใหม่ ไม่ทำให้พวกเ้าสองแม่ลูกต้องลำบากอีก” พูดไป จ้าวผิงก็โค้งให้หลิ่วเมิ่งหรูอย่างขอโทษ
เมื่อหลิ่วเมิ่งหรูได้ยินคำพูดที่แสดงออกถึงความจริงใจ และเห็นพฤติกรรมของจ้าวผิงแตกต่างไปจากเดิม นางก็พลันทำอะไรไม่ถูก ได้แต่ร้องไห้หนักยิ่งกว่าเดิม
เปาะแปะ เปาะแปะ
หยดน้ำตาสีใส่ร่วงพื้น เพียงไม่นาน พื้นก็เปียกชื้นเป็ดวง ๆ
จ้าวผิงไม่ได้ปลอบนาง เื่บางเื่คำพูดไม่อาจอธิบายได้หมด มีเพียงการกระทำเท่านั้น…
การกระทำย่อมเป็ข้อพิสูจน์ที่ดีที่สุด
เขายัดจี้หยกใส่มือหลิ่วเมิ่งหรู แล้วเดินเข้าไปในครัว ดื่มน้ำเล็กน้อย ก่อนจะสะพายตะกร้าหวายขึ้นหลัง หยิบเคียวและออกจากบ้านไป
ห้าสิบตำลึงไม่ใช่เงินน้อย ๆ เลย
แม้จ้าวผิงจะเป็นักศึกษาแพทย์ที่มีความสามารถ เรียนปริญญาตรีและปริญญาโทต่อเนื่อง รวมถึงในสมองก็มีอารยธรรมตลอดห้าพันปี ทว่าด้วยฐานะครอบครัวตอนนี้ คิดจะหาเงินห้าสิบตำลึงให้ได้ภายในหนึ่งเดือนไม่ใช่เื่ง่ายเลย
ไหนจะเื่ปากท้องอีก
โชคดีที่ใกล้ ๆ หมู่บ้านซีผิงมีูเาหลายลูก สำหรับหมอแล้วนี่นับว่าเป็ขุมทรัพย์ โดยเฉพาะการแพทย์ของราชวงศ์ต้าเว่ยที่ล้าหลังสุดขีด กระทั่งตำราพวกคัมภีร์เน่ยจิง*[2] ตำราพืชสมุนไพรเสินหนง*[3] บทความเื่ไข้และโรคเบ็ดเตล็ด บันทึกการใช้พืชสมุนไพร ตำราพวกนี้ล้วนไม่เคยปรากฏมาก่อนเลย
แน่นอนว่าอาจจะมี เพียงเ้าของร่างเดิมไม่รู้ แต่นี่ไม่ใช่อุปสรรคที่จะขัดขวางจ้าวผิงจากการหาเงิน อีกทั้งบนูเาก็ยังมีอาหารป่า สามารถล่ากระต่ายหรือไก่ป่าก็ยังได้ เพียงไกู่เาสักสองตัวก็ช่วยให้อิ่มท้องได้แล้ว
ไม่อย่างนั้นทุกวันต้องทนกินแต่โจ๊กใสที่ไม่ช่วยให้อิ่มท้องเลยสักนิด เกิดวันใดหิวจนหน้ามืดตาลาย จะเอาแรงที่ไหนมาทำงาน ดังนั้นจ้าวผิงเลยออกจากบ้าน ตรงไปยังูเาข้างหลังทันที
“ท่านแม่ ท่านพ่อไปทำอะไรน่ะ?” เห็นจ้าวผิงออกไป จ้าวเสียวเสี่ยวค่อยมีความกล้าถามขึ้นมา
“แม่ก็ไม่รู้” หลิ่วเมิ่งหรูส่ายหน้า ยังไม่ทันได้สติกลับมาจากเื่ใเมื่อครู่เลย
จ้าวเสียวเสี่ยวถามอีก “ท่านพ่อกลายเป็คนดีแล้วใช่หรือไม่?”
“ไยวันนี้ไม่เห็นตีพวกเรา?”
“ดีขึ้นแล้วใช่หรือไม่?”
หลิ่วเมิ่งหรูบ่นพึมพำเสียงเบา แล้วหัวเราะด้วยเสียงขมขื่น
“เขาเลวมาตั้งหลายปี จู่ ๆ จะมาบอกว่ากลายเป็คนดีขึ้นแล้วได้อย่างไร นอกเสียจากจะเปลี่ยนคนใหม่เท่านั้น”
“ชาติหมาย่อมอดกินขี้มิได้*[4] อย่างไรก็อย่างนั้น ไม่แน่ว่าท่านพ่อเ้าอาจจะมีความคิดไม่ดีอะไรอยู่ในใจก็เป็ได้”
“พวกเราทำตามแผนเดิมไปก่อนเถิด”
จ้าวเสียวเสี่ยวพยักหน้า
หลิ่วเมิ่งหรูลูบศีรษะลูกสาว พูดด้วยความเสียใจ “เสียวเสี่ยว ลำบากเ้าแล้ว เพิ่งจะอายุเท่านี้ เ้าก็จะ...”
“ท่านแม่ เสียวเสี่ยวไม่ลำบาก”
ไม่รอให้หลิ่วเมิ่งหรูพูดจบ จ้าวเสียวเสี่ยวกอดนางพลางร้องได้ “ขอแค่ได้อยู่กับแม่ ถึงแม้จะต้องตาย เสียวเสี่ยวก็มีความสุข”
ทั้งสองคนกอดกันร้องไห้อย่างเ็ป เวลาเดียวกันนี้ จ้าวผิงมาถึงูเาด้านหลังแล้ว ดอกสายน้ำผึ้ง*[5] ไป๋จื่อ*[6] รากไฉหู*[7] สะระแหน่…*[8] พอเห็นสมุนไพรเต็มูเาไปหมด จ้าวผิงรู้สึกดีใจมาก มีความสุขมาก มีของดีมากมายขนาดนี้ เขายังต้องกังวลเื่จะหาเงินไม่ได้อยู่อีกหรือ?
ทว่ายังไม่ทันที่เขาจะลงมือ ชายหนุ่มก็ได้ยินเสียงประหลาดใจดังมาจากด้านหลัง
“หนุ่มตระกูลจ้าว?”
“เป็เด็กหนุ่มจากตระกูลจ้าวจริงด้วย เ้ามาทำอะไรทีู่เาด้านหลังเล่า? อย่าบอกนะว่าคิดจะมาขุดผักป่า?”
[1] 1 ตำลึงเงิน เท่ากับ 1,000 อีแปะ 50 ตำลึง ก็เท่ากับ 50,000 อีแปะ
[2] คัมภีร์เน่ยจิง คือตำราทางการแพทย์ของจีนในยุคแรก ๆ
[3] ตำราพืชสมุนไพรเสินหนง อาจถือได้ว่าเป็ตำราสมุนไพรเล่มแรกของโลก ‘เสินหนง’ เป็ 1 ใน 5 กษัตริย์โบราณ เขาเสาะหาสมุนไพรตามป่าเขาเพื่อรักษาผู้คน โดยเขาชิมสมุนไพรต่าง ๆ และทดลองใช้กับตนเองก่อน ทำให้ได้รับพิษบ่อย มาสุดวันนึงได้รับพิษถึง 70 ชนิด และเขาก็จดบันทึกสมุนไพรที่ได้ทดลองไว้ จึงเกิดเป็ตำรายาสมุนไพนเสินหนง
[4] ชาติหมาย่อมอดกินขี้มิได้ เป็สำนวนจีน หมายถึงสันดานหมา เมื่อชอบกินขี้ก็เปลี่ยนนิสัยไม่ได้ ใช้เปรียบกับคนเลว ที่แม้ได้รับการอบรม หรืออยูในสภาพแวดล้อมดี ๆ ก็ยังคงเป็คนเลว
[5] ดอกสายน้ำผึ้ง เป็พืชที่มีกลิ่นหอม ออกฤทธิ์เย็น ช่วยขับพิษร้อน
[6] ไป๋จื่อ มีรูปกรวยทรงยาว มีฤทธิ์ร้อน ช่วยขับไล่ลมเย็นในร่าง
[7] รากไฉหู มีรูปร่างทรงกรวยออกไปทางเรียว มีฤทธิ์ลดไข้ กระตุ้นหยางชี่
[8] สะระแหน่ มีฤทธิ์ไล่ยุง ลดเครียด