Gashapong Cupid เมื่อผมสุ่มกาชาเเล้วได้เป็นกามเทพ

    บทที่ 50

    “แต๊กๆๆๆๆๆๆ...” เสียงเครื่องยนต์ขับเคลื่อนเรือโดยสารดังลั่นตลอดการเดินทางข้ามทะเล นอกจากไต้ก๋งเจ้าของเรือกับลูกเรืออีกคนหนึ่งแล้ว ก็มีผู้โดยสารอีกสี่คนแน่นอนว่าพวกเขาก็คือกลุ่มบาทหลวงจากโบสถ์ศักดิ์สิทธิ์นั่นเอง และดูเหมือนว่าการเดินทางครั้งนี้จะไม่ค่อยราบรื่นอย่างที่หวังเท่าไร“แหวะ!!!” กรอาเจียนออกมาอย่างมากจากอาการเมาเรือ ตอนนี้เขาได้แต่เกาะขอบเรือเอาไว้ แล้วยื่นหน้าอ้วกลงทะเลอย่างอ่อนแรงเท่านั้น“อ่อนแอ! แค่นี้ก็ทนไม่ได้เหรอ แหวะ!!!” เหมยที่เพิ่งตะโกนข่มกามเทพฝึกหัดยังไม่ทันจบก็อาเจียนออกมาเช่นกัน สุดท้ายทั้งคู่ก็ต้องมานั่งเกาะขอบเรือข้างๆกันอย่างช่วยไม่ได้ที่เหมยมาอยู่บนเรือนี้ได้นั้นก็ต้องย้อนกลับไปก่อนหน้านี้ ซึ่งถังลู่ได้สัญญาว่าจะพาเธอมาเที่ยวทะเลเป็นการขอโทษจากการฝึกซ้อมอันทารุณ ด้วยสกิลวาร์ปของกามเทพระดับ 7 เขาจึงสามารถพาเธอมายังท่าเรือได้ในพริบตาเดียว และก็มาทันเวลาก่อนที่เรือจะออกพอดี ในตอนนี้นอกจากสองคนที่เมาเรือไม่หยุดแล้ว เดวิดที่เงียบมาก่อนหน้านี้ก็กลับมาเป็นปกตินั่นก็เพราะต้องคอยดูแลผู้ป่วยเมาเรือนั่นเอง ส่วนถังลู่นั้นก็นั่งเอนหลังบนเก้าอี้ชายหาดชมวิวทะเลไปชิลๆ เหมือนกับมาเที่ยวพักผ่อนอย่างแท้จริง“นอนอาบแดดพร้อมกับดื่มน้ำมะพร้าวสดๆนี่มันดีจังเลยน้า!” ถังลู่ในเสื้อฮาวายกางเกงขาสั้น และสวมแว่นกันแดดกำลังดูดน้ำจากลูกพร้าวอย่างสบายใจ และพูดออกมาเสียงดังเหมือนกับจะให้คนรอบข้างได้ยิน“แก! ไอ้เฒ่าทารก! ไหนบอกจะพาฉันมาเที่ยว แต่นี่มันพามาทรมานชัดๆ คอยดูนะถ้าถึงฝั่งเมื่อ...แหวะ!” ยมทูตสาวตะโกนด่าบาทหลวงหนุ่มผมยาวด้วยความโกรธแค้นสุดๆ แต่เมื่ออาการเมาเรือยังไม่หายเธอก็ต้องหันกลับไปอาเจียนต่ออย่างช่วยไม่ได้“แหมๆๆ นี่เธอจะโทษฉันก็ไม่ถูกนะ ไม่มีใครรู้สักหน่อยว่าเธอเมาเรือ ไม่อย่างนั้นฉันพาวาร์ปไปถึงเกาะแล้ว อ้ะๆๆ ไม่ต้องทำหน้าอย่างนั้นเลยยัยเหมย สกิลนี้มีระยะเวลาคูลดาวน์ 24 ชั่วโมง ถึงอยากจะช่วยแค่ไหนก็ทำไม่ได้หรอกนะเสียใจด้วย ฉันนี่รู้สึกผิดมากจริงๆ” ถังลู่อธิบายเหตุผลที่มาที่ไปที่ยมทูตสาวต้องมาลงเอยแบบนี้ว่าไม่ใช่ความผิดของเขา แถมสุดท้ายยังแกล้งทำหน้ารู้สึกผิดอีกด้วย“ไอ้บ้าเอ้ย! แหวะ!” เหมยอดไม่ได้ที่จะสบถออกมา แต่สุดท้ายมันก็ทำให้เธออยากอาเจียนมากขึ้นไปอีก ในที่สุดการล่องเรืออันแสนทรหดตลอดหนึ่งชั่วโมงก็สิ้นสุดลง เมื่อมันได้เทียบท่าจอดที่เกาะที่มีนามว่าเกาะหวี ซึ่งที่เกาะได้รับการตั้งชื่อแบบนี้ก็เป็นเพราะลักษณะของมัน ที่เป็นแนวยาวมีสันเขากับหน้าผาสูงชันสลับกับซอกผา และชายหาดแคบๆที่ลักษณะคล้ายกับซี่ของหวีนั่นเอง เพียงแต่ว่าแนวชายหาดกว้างยาวที่เรือมาจอดเทียบท่านี้เป็นคนละฟากกับซี่หวีที่ว่าเท่านั้น และการนี้จะได้ชมทิวทัศน์เลื่องชื่อสมกับนามของเกาะหวีได้นั้นมีสองทาง หนึ่งจะต้องเดินขึ้นภูเขากลางเกาะขึ้นไปดู หรือทางที่สองคือต้องนั่งเรืออ้อมเกาะไปเท่านั้น แต่เป้าหมายหลักของเหล่านักบวชแห่งไลเทน่าไม่ใช่การมาเที่ยว กิจกรรมเผยแผ่ความศรัทธายังคงเป็นงานหลักที่ต้องทำให้ลุล่วงเสียก่อน แต่การเดินทางอันยาวนานในวันนี้ก็ต้องจบลงด้วยการพักผ่อนเท่านั้น เพราะกว่าจะมาถึงเกาะเวลาก็ล่วงเลยมาจนพระอาทิตย์ใกล้จะตกดินพอดี“เหมย คุณกร เป็นยังไงบ้างครับเดินกันเองไหวไหม?” เดวิดกล่าวถามก่อนที่พวกเขาต้องลงจากเรือ“ผมเดินไหวอยู่ครับ” แม้สีหน้าของกรจะยังย่ำแย่ แต่เขาก็สามารถพยุงตัวลุกขึ้นเองได้“เอ่อ...แล้วเหมยล่ะ?” เมื่อเห็นความพยายามลุกขึ้นอย่างทุลักทุเลยากลำบากของเหมย เดวิดจึงพยายามเข้าไปช่วยประคอง“ฉันไหวค่ะ...โอ้ย!” ยมทูตสาวปฏิเสธความหวังดีจากเทพหมอ แต่เพียงแค่เธอก้าวออกไปก้าวเดียวก็ล้มลงไปอีกครั้ง“เฮ้อ! ไม่ไหว บอกไหวงั้นเหรอ อย่างนี้เธอจะเป็นตัวถ่วงเอานะ ถ้าไม่พูดออกมาตรงๆคนอื่นก็จะไม่สบายใจไปด้วยรู้ไหม” ถังลู่เข้ามายืนบ่นต่อหน้าเหมยด้วยท่าทางเบื่อหน่าย“ตาแก่! แกตาย!!!” ยมทูตสาวที่ต้องทนทรมานมาตลอดทางจากการเมาเรือ เมื่อรวมกับคำดูถูกจากเทพจอมกวนประสาทก็ทำให้เธอมีแรงฮึดสู้ขึ้นมาด้วยความแค้น และพุ่งกระโจนไล่ตามถังลู่ที่เผ่นหนีลงเรือไปอย่างรวดเร็ว แม้ว่าจะเป็นการหยอกล้อที่รุนแรงเกินปกติไปบ้าง แต่ทุกคนในที่นั้นก็รู้สึกตลกขบขันไปกับทั้งสองคนอย่างช่วยไม่ได้ ถึงจะดูเหมือนว่าฝ่ายของเหมยจะเสียเปรียบถังลู่อยู่หลายขั้นก็ตาม ส่วนกรที่ดีขึ้นมากแล้วเมื่อหันไปมองทางเดวิดเขาก็โล่งใจขึ้นมาอีกเปราะหนึ่ง ที่เทพหมอไม่กลับไปเครียดเหมือนก่อนหน้านี้ และในขณะที่ขณะเดินทางกำลังขนของลงจากเรือ กลุ่มชาวบ้านสิบกว่าคนก็เดินมาถึงท่าเรือพอดี โดยมีชายชราหน้าดุสวมหมวกฟางเดินนำหน้า ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าพวกเขาคือกลุ่มคนที่มาต้อนรับเหล่านักบวชนั่นเอง“บราเตอร์ถัง! ไม่คิดว่าปีนี้ท่านจะมาด้วยตัวเอง สบายดีนะครับ” ชายชรากล่าวทักทายถังลู่ที่กำลังวิ่งหนีการตามล่าจากเหมยอยู่“อ้าว! ไม่ได้เจอกันนานนะครับคุณอิน ผมก็สบายดีเหมือนเดิมนั่นแหละ คุณก็ยังดูแข็งแรงอยู่เลยนะ” ถังลู่กล่าวทักทายกลับอีกฝ่ายที่เหมือนจะสนิทสนมกันมาก่อน นั่นทำให้การวิ่งไล่จับนั้นต้องหยุดลง“โอ้ย! ผมก็แก่มากแล้ว เดี๋ยวปีหน้าก็ว่าจะส่งต่อตำแหน่งผู้ใหญ่บ้านให้ลูกหลานแล้วล่ะครับ นี่ คนนี้เอกลูกชายคนโต ส่วนคนนี้อานันลูกชายคนที่สองครับ แล้วก็...” แล้วมหากาพย์การแนะนำตัวครอบครัวของผู้ใหญ่บ้านก็เริ่มขึ้น และดูเหมือนว่ากลุ่มคนที่ตามมานี้จะเป็นลูกหลานของเขาทั้งหมด ส่วนถังลู่ก็ต้องตั้งใจรับฟังด้วยรอยยิ้มไปตามมารยาท ทางด้านของกรที่แม้จะลุกขึ้นเดินเองได้แล้ว แต่ก็ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ก็ต้องยืนนิ่งๆฟังไปตามน้ำเช่นเดียวกัน เพียงแค่เขานั้นรู้สึกสะกิดใจอะไรบางอย่างจากบทสนทนาระหว่างผู้ดูแลโบสถ์ และผู้ใหญ่บ้าน‘เหมือนสองคนนี้จะเคยสนิทกัน และผู้ใหญ่บ้านดูจะเคารพคุณถังมากเป็นพิเศษ แล้วทั้งที่สนิทกันมานานทำไมคุณอินถึงเพิ่งจะแนะนำลูกๆของพวกเขาให้คุณถังรู้จักล่ะ ไม่ใช่ว่าพวกเขาต้องรู้จักกันอยู่แล้วเหรอ?’ กรที่ยังไม่สะดวกจะถามใครในตอนนี้ก็ได้แต่เก็บความสงสัยไว้ก่อนเท่านี้ การเดินทางจากท่าเรือไปจนถึงที่พักของพวกกรนั้นไม่ไกลเลย แค่ผ่านพ้นแนวต้นไม้หนาทึบริมชายหาดมานิดหน่อยก็ถึงแล้ว เรียกได้ว่าปราการธรรมชาติของที่นี่นั้นแน่นหนาจริงๆ เพราะมันสามารถปกปิดหมู่บ้านแห่งนี้จากการมองเห็นจากภายนอกได้อย่างมิดชิดดีทีเดียว และดูเหมือนว่าชาวบ้านที่นี่จะตื่นเต้นกับการมาเยือนของเหล่านักบวช โดยเฉพาะผู้ใหญ่บ้านที่ลากตัวถังลู่ให้ไปเจอคนอื่นๆในหมู่บ้านอีกมากมายจนลับสายตาไป ส่วนเดวิดที่มาเยือนเกาะนี้เป็นประจำทุกปีนอกจากจะถูกเด็กๆรุมล้อมแล้ว ลูกชายของผู้ใหญ่บ้านทั้งสองคนก็ดูจะสนิทสนมกับเขาเช่นกัน ก่อนจะถึงเวลามื้อเย็นที่ชาวบ้านเตรียมงานเลี้ยงไว้ให้ กรจึงมีเวลานั่งพักผ่อนที่ชานหน้ากระท่อมหลังน้อยอย่างสงบสุข เช่นเดียวกับยมทูตสาวที่อยู่ข้างๆ“เฮ้ย! เธอไม่ไปกับพวกเขาเหรอ?” กรตกใจที่จู่ๆก็หันไปเจอตัวอันตรายอย่างเหมยมานั่งบนแคร่ข้างๆตัวเอง“ชิ! น่าเบื่อจะตาย ต้องคอยฉีกยิ้มให้คนนั้นทีคนนี้ที นอนพักอยู่นี่ดีกว่าฉันยังเวียนหัวไม่หายเลย” ยมทูตสาวล้มตัวลงนอนแผ่กับแคร่ไม้ไผ่พร้อมกับเอามือก่ายหน้าผากอย่างหมดแรง“เออ ฉันก็เหมือนกัน” จากนั้นกรก็เลือกที่จะพักผ่อนเหมือนกัน เขาเอนหลังไปกับข้างฝาแล้วหลับตาลงกะว่าจะพักสายตาสักครู่หนึ่ง และมันก็เพียงครู่หนึ่งจริงๆ เมื่อมีเสียงมอเตอร์ไซค์ดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ และมันก็ยิ่งดังขึ้นไปอีกเมื่อคนขับมาเบิ้นเครื่องอยู่หน้าบ้านพักจนกรต้องลืมตาขึ้นมาดู“แว๊นๆๆๆ แว๊นๆๆ!!!”“นี่! พวกนายรู้ไหมบ้านผู้ใหญ่บ้านไปทางไหน?” ชายหนุ่มหน้าตี๋รูปหล่อที่กำลังควบมอเตอร์ไซค์วิบากตะโกนถามกลับอย่างไม่สนใจสีหน้าของกร“อะ...เอ็ดดี้!”

    คล้ายกับเรื่องGashapong Cupid เมื่อผมสุ่มกาชาเเล้วได้เป็นกามเทพ ที่คุณอ่าน