ตอนที่สิบสี่ เมืองหลวงอันหรูหรา
“โอ๊ยนายท่านช่างเก่งกาจเหลือเกิน”
“นายน้อยช่างเก่งกาจ”
การเป็องค์ชายก็ดีอย่างนี้ทำอะไรคนก็ชื่นชมขอเพียงไม่ขวางเส้นทางอำนาจหรือเข้าข้างคนผิดตอนเปลี่ยนแปลงการปกครองก็ยังสามารถอยู่ได้อย่างชิลๆ
ที่แน่ๆอยู่ได้อย่างชิลๆมากกว่าชาวบ้านธรรมดาที่หมาป่าอสูรบุกมาหนึ่งฝูงก็มีโอกาสตายอนาถทั้งหมู่บ้านแน่นอน
วังที่จัดสร้างอย่างดีมีเวรยามแ่า
ยามร้อนมีคนตั้งน้ำแข็งและใช้พัดสร้างความเย็น
ยามหนาวมีการผิงไฟให้ความอบอุ่น
ส่วนชาวบ้านต้องไปตัดไม้เตรียมฟืนเพื่อใช้ในฤดูหนาวเสียเวลาไปทั้งหมดกับการที่จะเอาชีวิตรอดไปอีกวันหนึ่ง
ต้องไปสุ่มกาชะเสี่ยงชีวิตบนหุบเขาตอนที่ไปหาฟืนว่าจะโดนหมาป่าอสูรคาบไปรับประทานก่อนหรือไม่ในแต่ละวัน
แต่สำหรับผมแล้วไม่ว่าทำอะไรก็มีแต่คนชื่นชม อาหารทุกอย่างก็เป็อาหารอย่างดี
อยากได้อะไรก็ได้
ไม่แปลกเลยที่จะมีบรรดานายน้อยที่เย่อหยิ่งออกมาจำนวนมากในแนวปราณยุทธนี้พวกเขาไม่เคยได้รับการสอนว่าให้ถ่อมตัว
เพราะคนรวยและมีอำนาจสามารถดำเนินชีวิตไปได้อย่างสบายโดยไม่มีความจำเป็ต้องถ่อมตัวแต่ประการใด
ทำให้ผมมีความสุขเป็อย่างมาก
โครก
และผมก็ไดรับรู้ถึงผลเสียที่ผมต้องรับมา
Gluttony
ความตะกละ
ที่ทำให้ผมสามารถทานอาหารได้แบบแทบไม่มีขีดจำกัดหากผมไปเกิดในบ้านของคนธรรมดา อาจจะทำให้ชาวบ้านทั้งหมู่บ้านอดตายหรือไม่ก็ฆ่าผมก่อนเลยก็ได้เพื่อปกป้องเสบียงของชาวบ้านที่ยากจนแต่ทว่าพอผมเป็องค์ชายแล้วล่ะก็
หมูหัน เนื้อวัวย่าง เป็ดตุ๋น ประหลาดทอดและอาหารที่ปรุงด้วยพ่อครัวฝีมือดีแห่งวังหลวงก็มาเสิร์ฟผมอย่างไม่อั้น
ผมทานอาหารที่สามารถเลี้ยงคนห้าสิบคนได้ด้วยตัวคนเดียว
“องค์ชายช่างกินได้อย่างองอาจกล้าหาญทรงพลังยิ่งนัก”
ขันทีบ่าวรับใช้ต่างๆก็ชื่นชมผมที่ผมทานอาหารได้จำนวนมาก
ท่าทางแนวความคิด
การทานอาหารหรือดื่มเหล้าได้มาก =ลูกผู้ชายชาตรี
ยังมีอยู่ในโลกนี้
ผู้คนชื่นชมคนที่ร่างกายแข็งแรงมาตลอด
ในชีวิตของผมเพื่อให้ใช้ประโยชน์จากร่างกายให้เต็มที่จึงทานอาหารให้เต็มที่ ออกกำลังให้เต็มที่และพักผ่อนให้เต็มที่นั่นเอง
คือการปรับพื้นฐานอย่างนักแน่นของผม
ให้ร่างกายสามารถแข็งแรงจนสามารถรองรับการทะลวงฝ่าด่านขั้นสูงๆขึ้นไปได้ในอนาคต
เมื่อเป็เด็กก็ควรใช้เวลา กิน นอน และเล่นออกกำลังกายให้เต็มที่
ท่ามกลางวังทองคำที่มีอาหารและลานต่อสู้เครื่องเล่นมากมาย ภายนอกวังทองคำก็ยังมีเมืองใหญ่ตระการตาที่เต็มไปด้วยชนชั้นสูงมีชีวิตอย่างหรูหราฟุ่มเฟือย
ไกลออกไปหน่อยก็ยังเป็ชาวบ้านชนชั้นกลางช่างฝีมือพวกทหารต่างๆเรียงไปตามลำดับชั้น ตามระบบผังเมืองในยุคศักดินา
แต่ละคนก็ยังมีชีวิตอยู่อย่างสบายเพราะเมืองหลวงคือแหล่งรวบรวมทรัพยากรมาจากทั่วแผ่นดิน
ทุกสิ่งอย่างในแผ่นดินสามารถหาได้ในเมืองหลวงนี้รวมไปถึงอาหารทุกท้องถิ่นล้วนมีพ่อครัวรวมอยู่ในเมืองหลวงแต่นอกเขตกำแพงไป
สถานที่ซึ่งไม่มีกำแพงที่แข็งแกร่งและทหารคอยคุ้มกันชาวบ้านก็ต้องปกป้องชีวิตของตนเอง
นี่คือสาเหตุที่ชาวสวนแม่ลูกสาม้าคนที่มีทะเบียนบ้านในปักกิ่ง
เพราะการมีทะเบียนบ้านที่อยู่ในเมืองหลวง
ไม่ใช่แสดงถึงความร่ำรวยเท่านั้นแต่ยังแสดงโอกาสและความปลอดภัยที่สามารถเข้าถึงสิ่งต่างๆในอารยธรรมของชนชาตินั้นๆด้วย
เป็สิ่งที่คนไม่มีทะเบียนบ้านในปักกิ่งไม่สามารถััได้
เป็เื่ไม่แปลกเลยหากคนที่อยู่เมืองหลวงมาชั่วชีวิต
จะคิดว่าทั้งแผ่นดินยังสุขสำราญ
มีชีวิตอยู่ได้อย่างมีความสุขราวกับแดน์
การที่หมู่บ้านหนึ่งโดนสัตว์อสูรฆ่าล้างหมู่บ้านหรือคาราวานพ่อค้าโดนปล้นฆ่าจนหมดสิ้น
สำหรับคนในเมืองหลวงก็รู้สึกเพียงว่า
“ขบวนพ่อค้าเดินทางมาในเมืองหลวงน้อยไปนิดความคึกครื้นน้อยลงไปหน่อย”
พวกเขาไม่สามารถจิตนาการภาพชีวิตของตนเองที่ไม่มีกำแพงเมืองที่แข็งแกร่งและทุกสิ่งที่เขา้าซื้อหาได้ในเมืองหลวงแห่งนี้
ที่ผมเลือกกลับชาติมาเกิดพลังโกงกลายเป็นายน้อยYoung Master
ก็เพราะเหตุนี้เอง
ว่าวีรบุรุษแห่งยุคอาจจะไล่กระทืบแต่ละคนเริ่มมาจากหมู่บ้านที่อ่อนแอที่สุดก่อน
แต่เมืองหลวงจะต้องโดนกระทืบเป็ที่สุดท้ายแน่ๆเพราะแข็งแกร่งที่สุด
แม้แต่ในสภาพที่แผ่นดินเกิดความวุ่นวายขึ้นคนที่อยู่ในเมืองหลวงก็ยังอยู่รอดปลอดภัยหาความสำราญกันตลอดเวลา
“เอิ้ก เอาอาหารมาอีก”
“ได้เ้าฮ้า”
อาหารทั้งหมดที่เคยกองเต็มโต๊ะไม่เหลือแม้แต่เศษผักและกระดูก
ผมไม่ใช่คนที่กินอย่างฟุ่มเฟือยจนเหลืออาหารทิ้งแต่ปริมาณอาหารที่ผมทานนั้น สามารถเลี้ยงหมู่บ้านทั้งหมู่บ้านได้เลยทีเดียว