บทที่ 6
รถคันนั้นมาหยุดลงตรงหน้าอาคารจิลล์ไม่อาจจะหันไปสบตาที่เต็มไปด้วยแววอ้อนวอนของเคอรี่ได้จิลล์เลื่อนสายตาจากใบหน้าเพื่อนหันไปมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของคนขับ
“ขอบคุณมากนะคะที่ช่วยขับรถมาส่งให้คุณริออดัน” เธอพูดด้วยน้ำเสียงแจ่มใสและได้รับการพยักหน้าหยิ่ง ๆ เป็การตอบรับในคำพูด
จิลล์หันไปกล่าวคำสวัสดีกับเคอรี่ก่อนที่จะถลาลงจากรถเธออยากจะรีบวิ่งไปยังประตูเสียด้วยซ้ำ แต่ก็ยังตั้งสติไว้มันเดินเรื่อย ๆเข้าไปในตัวอาคารทันทีที่ประตูปิดตามหลังลง เธอก็รีบถลาเข้าไปที่ตู้โทรศัพท์ทันที
ความตื่นเต้นที่บังเกิดขึ้นทำให้นิ้วสั่นจิลล์ต้องหมุนหมายเลขถึงสองครั้งกว่าจะได้หมายเลขที่ถูกต้อง
“ขอพูดกับ ทอดด์ ริออดันหน่อยค่ะเร็วหน่อยนะคะ” เธอพูดเสียงกระหืดกระหอบจับหูโทรศัพท์ไว้แน่นขณะที่อดใจรอเขามารับสาย
“ทอดด์ ริออดัน พูดครับ” เธอได้ยินเสียงที่คุ้นเคยดังมาตามสาย
“ทอดด์..นี่จิลล์พูดนะ”
“จิลล์” น้ำเสียงของเขาบอกความแปลกใจอย่างเห็นได้ชัด“เกิดอะไรขึ้น..มีอะไรเกิดขึ้นกับเคอรี่งั้นรึ?”
“ใช่..แต่ว่าฉันไม่มีเวลาที่จะอธิบายมากนักหรอกรู้ไหม พี่ชายคุณน่ะเขามาที่นี่”
“ริออดันน่ะรึ? ..ไอ้ห่ะ..” ทอดด์คำรามออกมา
ความคิดหนึ่งสว่างวาบขึ้นมาในใจ จากน้ำเสียงนั้นจิลล์รู้ได้ทันทีว่า ริออดันจะต้องแสดงความคิดเห็นของตัวเองออกมาอย่างแจ้งชัดในเื่การหมั้นหมายระหว่างทอดด์กับเคอรี่แล้วเมื่อเขาโทรศัพท์ไปบอกให้ทราบอย่างน้อยมันก็ทำให้เธอไม่ต้องเสียเวลาอธิบายอะไรยืดยาวอีกต่อไป
“ตอนนี้เขากับเคอรี่กำลังอยู่ข้างนอกแน่ะฉันคิดว่าตอนนี้เขาคงกำลังพูดจาให้เคอรี่เห็นด้วยว่าการหมั้นของคุณทั้งสองน่ะมันเป็การกระทำที่ไม่ฉลาดเลยเคอรี่เขาไม่อยากให้คุณรู้เื่นี้รู้ไหม เพราะฉะนั้นเดี๋ยวฉันจะวิ่งไปตามเขาแล้วก็บอกว่าคุณโทรมานะ แสร้งทำเป็ว่าคุณเป็คนโทรมาหาเขาก็แล้วกันอย่าบอกว่าฉันเป็คนโทรมานะ”
“รับรอง” ทอดด์ตอบห้วนๆ
เธอวางหูโทรศัพท์ลงบนชั้นเล็ก ๆหมุนตัวผลักบานประตูออก เดินเร็ว ๆ กลับไปที่รถหัวใจเต้นระรัวเหมือนจะขึ้นมาตันอยู่ตรงลำคอเมื่อโน้มร่างเข้าไปตรงหน้าต่าง
“เคอรี่ ทอดด์โทรมาแน่ะเขาจะพูดกับเธอ” ในน้ำเสียงสงบนั้นแฝงแววแห่งชัยชนะอยู่เธอมองเห็นสีหน้าที่บอกความโล่งใจของเพื่อน
เคอรี่แทบจะวิ่งถลาลงจากรถไม่แม้แต่จะกล่าวคำอำลากับผู้ชายคนที่นั่งหน้าขรึมอยู่เื้ัพวงมาลัย
จิลล์อดที่จะเหลือบมองหน้าเขาไม่ได้ บางครั้งการที่ได้ราดเกลือลงบนแผลสด ๆ มันก็เจ็บ ๆ คัน ๆ ดีไม่น้อย และมันสะใจนัก
“บางทีคุณคงอยากจะพูดกับทอดด์ด้วยกระมังคะคุณริออดัน?” เธอเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงหวานเจื้อย
เขาเม้มริมฝีปากแน่น
“ไม่ละ คุณแรนดอลล์ ไม่อยากพูด”
เครื่องยนต์ถูกสตาร์ทขึ้นจิลล์ช่วยปิดประตูรถด้านที่เปิดทิ้งไว้ แววแห่งความพอใจฉายแสงอยู่ในดวงตาคู่สีฟ้าขณะที่มองตามไฟแดงท้ายรถที่เคลื่อนจากไป ซึ่งแสดงว่ายกนี้เธอเป็ผู้ชนะ
เธอเดินทอดน่องกลับเข้าสู่ตัวอาคารสีหน้าแย้มยิ้มดวงตาที่ฉ่ำชื้นไปด้วยหยาดน้ำตาของเคอรี่ชี้ชัดให้เห็นว่าทอดด์ได้ให้ความมั่นใจในความรู้สึกที่เขามีต่อเธออย่างมั่นคงยิ่งนัก
การกระทำของริออดันที่ถูกขัดขวางไว้ในยกแรกและบัดนี้ทอดด์ก็ได้ล่วงรู้ถึงแผนการของเขาแล้วนั้นมันเกิดเป็ปัญหาตามมาว่าริออดันจะใช้ความพยายามอีกหรือไม่? จิลล์พยายามไตร่ตรองในเื่นี้อยู่และได้คำตอบมาว่า แน่นอน เขาจะต้องทำอีกแน่ถึงจะไม่แสดงออกมาอย่างโจ่งแจ้งเพราะมีทอดด์คอยขัดขวางอยู่แต่จิลล์ก็ยังสงสัยว่าความตั้งใจของเขาจะยุติลงเพียงแค่นี้ละหรือ?
มันเป็ธรรมชาติอย่างหนึ่งของจิลล์ที่จะไม่ไต่ถามเคอรี่ว่าทอดด์ได้พูดอะไรออกมาบ้างเธอกับเคอรี่อาจจะใกล้ชิดสนิทสนมถึงขนาดรู้เื่ส่วนตัวบางเื่ของกันและกันแต่เพื่อนสาวของเธอนั้นเป็คนเก็บตัวโดยเฉพาะเมื่อเป็เื่ที่เกี่ยวกับความรู้สึกภายในด้วยแล้วเคอรี่มีความรู้สึกขลาดอายเกินกว่าที่จะขอความคิดเห็นจากจิลล์
แม้จะไม่พอใจนักแต่ทอดด์ก็มีความเห็นว่าการรับประทานอาหารค่ำในวันรุ่งขึ้นจำเป็ต้องกำหนดนัดหมายให้แน่นอนไม่ว่าจะพอใจหรือไม่แต่จิลล์ก็จำเป็ที่จะต้องไปร่วมด้วยเธอไม่อาจหาเหตุผลมาเป็ข้ออ้างได้ว่ามันเป็เื่ภายในครอบครัวโดยเฉพาะอย่างยิ่งในเมื่อเธอเองเป็ตัวตั้งตัวตีในการเชื้อเชิญริออดันให้มาร่วมงาน
เมื่อถึงเวลานัดหมาย จิลล์ออกจะรู้สึกแปลก ๆและรอเวลาที่จะได้เผชิญหน้ากับริออดันอีกครั้งซึ่งเธอเรียกความรู้สึกนั้นว่าเป็ความแปลกใจแกมใคร่รู้มันออกจะเป็เื่น่าสนใจที่จะได้รู้ว่าเขาจะมีแผนการอย่างไรต่อไปในเมื่อเขาเป็ฝ่ายเดินหน้าเข้ามาก่อน และไม่ประสบผลสำเร็จที่จะแยกตัวเธอออกมาเจรจาด้วยตามลำพังได้อยากรู้ว่าเขาจะทำต่อหน้าทั้ง 3 คนหรือไม่
กระจกของห้องโถงในโรงแรมบอกให้จิลล์รู้ตัวว่าเธอได้เลือกเสื้อผ้าเครื่องแต่งตัวอย่างเหมาะสมแล้วในวันนี้เสื้อผ้าชุดเรียบง่ายทำให้เธอมองดูเหมือนสาวน้อยไร้เดียงสา และเน้นความงามในดวงตาให้เด่นชัดขึ้น
เธอสบสายตากับทอดด์ในกระจกใบหน้าของเขาเกลื่อนด้วยรอยยิ้มจึงได้ยิ้มตอบเขาควงแขนเคอรี่ไว้อย่างพร้อมที่จะคุ้มครองป้องกันเธอเต็มที่
“เขาอยู่ไหนล่ะคะ?” เคอรี่ที่ยังหวาดผวาเื่พี่ชายของคู่หมั้นกระซิบถามขึ้นดวงตาสีน้ำตาลกวาดไปทั่วห้องล็อบบี้และบันไดที่ผู้ชายคนนั้นจะต้องเดินลงมา
ทอดด์โอบแขนอยู่รอบเอว ตอบเบา ๆ ว่า
“ริออดันเขาบอกว่าจะรอพบเราอยู่ที่ห้องเครื่องดื่มนี่”
“พี่ชายคุณนี่ไม่มีชื่อแรกหรอกหรือคะ?”จิลล์มองไปทางประตูห้องเครื่องดื่ม เพราะคิดอยู่ในใจว่าเขาจะ
ต้องปรากฏตัวขึ้นในทันทีทันใดั้แ่ตอนแรกที่เหยียบย่างเข้ามาแล้ว
“มี..ชื่อจอห์นแต่ไม่เห็นมีใครเรียกเขาชื่อนี้สักคน ใคร ๆ ก็เรียกว่าริออดันและผมก็เห็นจะไม่แนะนำให้คุณเรียกเขาว่าจอห์นหรอก เขาไม่ชอบชื่อนั้น”
“ไม่ชอบชื่อจอห์นน่ะหรือคะ เอ๊ะแต่มันก็เป็ชื่อคริสเตียนที่ดีนี่” จิลล์เบิกตาอย่างแปลกใจ
“แม่ผมตั้งชื่อนี้ให้เขาตามชื่อของคนที่แม่รักมากที่สุดพ่อไงล่ะ” ทอดด์ตอบ เลื่อนมือไปจับข้อศอกเคอรี่ไว้อีกมือหนึ่งเอื้อมไปเปิดประตูห้องเครื่องดื่ม
จิลล์อยากจะชวนคุยเื่ที่น่าสนใจนี้ต่อแต่ก็ไม่มีเวลามากพอที่จะมาคุยกันด้วยเื่ประวัติของครอบครัวริออดันขณะนี้ทุกคนเข้ามายืนอยู่ในห้องเครื่องดื่มแล้ว และตรงใดตรงหนึ่งภายในห้องสลัว ๆนี้ทั้งพี่ชายของทอดด์กำลังนั่งรออยู่
เช่นเดียวกับทอดด์และเคอรี่ที่เธอกวาดสายตามองไปตามใบหน้าของแขกที่นั่งอยู่ในห้องแต่ไม่เห็นริออดันในพวกผู้ชายที่นั่งดื่มกันอยู่ตรงเคาน์เตอร์หน้าบาร์หรือนั่งอยู่ตรงโต๊ะกลมเล็ก ๆ ที่ตั้งอยู่ในห้องนั้น
แสงไฟสว่างวาบขึ้นตรงที่นั่งในมุมบาร์เครื่องดื่มเป็แสงของไม้ขีดไฟเปลวไฟสีทองสว่างพอที่จะส่องให้เห็นเรือนผมสีดำสนิทกับใบหน้าค่อนข้างคล้ำที่กำลังโน้มลงไปจุดบุหรี่
จิลล์รู้สึกว่าประสาททุกส่วนในเรือนกายเครียดขึ้นทันทีทันใดตวัดสายตามองไปทางทอดด์และได้เห็นเขาเลิกคิ้วขึ้นซึ่งบอกให้รู้ว่าเขาเองก็ได้เห็นพี่ชายแล้วแววในดวงตาเหมือนจะบอกกับเธอว่า ไปพบให้เสร็จ ๆ เื่ไปเสียเลยดีกว่าอ้อมแขนที่โอบอยู่รอบเอวเคอรี่รั้งร่างพาเธอเดินตรงไปยังบาร์เครื่องดื่มและแล้วทั้ง 3 คนก็เดินออกไปพร้อม ๆ กัน
เสียงจากภายในบอกให้จิลล์รู้ว่าริออดันได้เห็นทุกคนั้แ่ตอนที่เดินเข้ามาในห้องเครื่องดื่มแล้วด้วยซ้ำแต่มิได้ทำสัญญาณอะไรให้เห็นจนเมื่อทุกคนเดินเข้ามาใกล้บาร์เครื่องดื่ม จึงได้ยืนขึ้นต้อนรับด้วยท่าทางที่บอกถึงความมีอำนาจ
เสื้อคลุมขนแกะหายไปแล้วเช่นเดียวกับกางเกงขายาวผ้าฝ้ายกับรองเท้าบู๊ทสายไปเสียแล้วกว่าที่จิลล์จะรู้สึกตัวว่าเธอชอบชุดโคบาลที่เขาสวมอยู่ตอนที่พบกันครั้งแรกมากกว่า
เธอมิได้คาดคิดว่าจะได้พบเขาอยู่ในเครื่องแต่งกายที่ประณีตเช่นที่กำลังเห็นอยู่ในเวลานี้ริออดันดูแปลกตาไปเมื่ออยู่ในกางเกงขายาวสีเทา เสื้อเชิ้ตสีดำกับเสื้อตัวนอกซึ่งเป็สเวตเตอร์สีขาว ซึ่งทำให้เขาอยู่ในมาดของนักธุรกิจมิใช่คนที่ทำงานตรากตรำอยู่กลางแจ้งอย่างที่จิลล์ตีตราไว้ให้เธออาจจะตีราคาเขาต่ำไปสักหน่อย และมันก็ถือได้ว่าเป็ความผิดพลาดที่ไม่้าให้เกิดซ้ำขึ้นอีก