พรนับพันเดินกลับมายังร้านกาแฟ หญิงสาวเปิดประตูเดินเข้ามาภายในร้านณัฐรินีย์และรสรินอยู่เฝ้าหน้าเคาน์เตอร์
“กลับมาแล้วเหรอนับ” ณัฐรินีย์เอ่ยปากถามเมื่อเห็นพรนับพรเดินเข้ามาภายในร้านหลังจากหมดเวลาพักของเธอ
“ค่ะ ขอโทษที่ขอลากะทันหันนะคะพอดีเอ่อ...เอ่อ...แมวที่นับเลี้ยงไม่ค่อยสบาย นับเลยเป็ห่วงนะคะ”แม้จะรู้สึกผิดที่ต้องโกหกแต่จะให้บอกว่ามีผู้ชายอยู่ในห้องของเธอก็คงจะยังไงยังไงอยู่
“ไม่เป็ไรหรอก อพาร์เม้นท์ของนับก็อยู่ใกล้ๆนี้เอง” ณัฐรินีย์เอ่ยปากบอก เธอเป็รุ่นพี่ที่ทำงานอยู่ในร้านกาแฟด้วยกัน
‘ณัฐรินีย์ โยธาบดี’ เป็คนไทยเชื้อสายจีนผิวขาวซีดผมสีดำตาชั้นเดียวแต่กลมโตขนตายาวเป็แพ หน้าตาดูเด็กกว่าอายุจริงเธอเป็พนักงานรุ่นพี่สาวผู้ใจดีที่ค่อยดูแลพรนับพันั้แ่ที่เริ่มเข้ามาทำงานที่นี้
“ค่ะ”
“ใช่แน่เหรอไม่ใช่แอบไปเจอผู้ชายมาหรอกเหรอ” เสียงของรสรินดังขึ้น เธอคนนี้ก็เป็รุ่นพี่อีกคนเป็เพื่อนสนิทกับณัฐรินีย์
‘รสริน ศิริวงศ์’ พนักงานรุ่นพี่ที่เข้าทำงานเวลาไล่เลี่ยกับพรนับพันไม่รู้ทำไมรสรินถึงดูไม่ชอบหน้าของพรนับพันนักไม่ว่าพรนับพันจะทำอะไรรสรินมักจะแสดงท่าทีไม่พอใจเสมอ
“ยัยรสแกจะไปแขวะนับทำไม ยังไงก็เป็เพื่อนที่ทำงานอยู่ด้วยกันอย่าทะเลาะกันเลยรักกันไม่ดีกว่าหรือยังไงฮะ”
“อะไร ฉันแขวะที่ไหนฉันก็แค่พูดเล่นเอง”รสรินไม่ได้สนใจว่าคำพูดของเธอจะไปทำให้ใครเ็ปหัวใจหรือเปล่า
“คิดมากไปได้”พูดจบรสรินก็เดินเข้าไปหลังร้านแทบจะทันที
“อย่าไปคิดมากเลยนะนับยัยรสก็เป็แบบนี้ตลอดไปทำงานเถอะ” หลังจบบทสนทนาต่างคนต่างแยกย้ายกันทำตามหน้าที่ของตัวเอง
เมื่อถึงเวลาปิดร้านทุกคนในร้านต่างช่วยกันทำความสะอาดและเช็กของสำหรับเตรียมเปิดร้านในวันพรุ่งนี้วันนี้เพราะทุกคนว่างอยู่ช่วยกันปิดร้านพรนับพันจึงมีเวลาเหลืออีกพอสมควร พรนับพันเดินขึ้นสะพานลอยเพื่อข้ามไปยังตลาดที่ตั้งอยู่อีกฝั่งหนึ่งของถนนเลือกซื้ออาหารมื้อเย็นสำหรับวันนี้ก่อนจะเดินไปเลือกเสื้อผ้าสำหรับผู้ชาย
“ไงจ๊ะน้องอยากได้อะไรถามพี่ได้เลยนะ” แม่ค้าวัยกลางคนเดินเข้ามาทักทายลูกค้าตามมารยาท
“ค่ะ”
พรนับพันเลือกเสื้อผ้าของผู้ชายตามไซซ์ของชายหนุ่มจนมาถึงสิ่งสำคัญที่ทำเอาหน้าขึ้นสีตอนที่ต้องมาเลือกมันตอนนี้ ‘กางเกงชั้นในของผู้ชาย’สิ่งนี้เธอควรจะให้ชายหนุ่มมาเลือกซื้อเองหรือเปล่าสาวบริสุทธิ์อย่างเธอยังมีความกระดากอายที่จะมาเลือกซื้อฉันในให้ผู้ชายที่เพิ่งรู้จักกันไม่ถึงยี่สิบสี่ชั่วโมง
“มีปัญหาอะไรหรือเปล่าน้องถามพี่ได้นะ”แม่ค้าเ้าของร้านเดินเข้ามาให้ความช่วยเหลือหญิงสาวที่มัวแต่ยืนหน้าแดงอยู่
“เอ่อคือ...หนู...คือหนูอยากได้...เอ่อ...”
“อยากได้อะไรจ๊ะ”
“เอ่อ...กาง...กางเกงในค่ะ”ตอบออกไปอย่างแ่เบา
“กางเกงใน อยากได้แบบไหนพี่มีให้เลือกหลายลายเลยนะ” เ้าของร้านเสื้อผ้าพาเธอมาดูกางเกงชั้นในสำหรับผู้หญิงมากมายหลากหลายลวดลาย
“เอ่อไม่ใช่ของหนูแต่...เอ่อ...ของ...ของพี่ชายหนูนะคะ”
“ทำไมไม่บอกั้แ่ทีแรกล่ะไซซ์อะไรล่ะ”
“เอ่อไซซ์เอาตามนี้เลยค่ะ” พรนับพันยื่นโพสอิทที่ให้กับแม่ค้าดู
“แล้วหนูจะเอากี่แพ็ค แพ็คหนึ่งมีสามตัว”
“หนูเอาสามแพ็คค่ะแล้วก็เสื้อผ้าพวกนี้รบกวนคิดเงินเลยค่ะ”
“ได้จ้ะ รอแป๊บนะน้อง”สองมือทาบทับลงบนใบหน้าที่กำลังร้อนผ่าวจากความเขินอาย เธอไม่อยากยืนอยู่ตรงนี้อีกแล้วอยากจะรีบๆ เดินไปจากตรงให้เร็วที่สุดหลังจากซื้อพวกเสื้อผ้าและพวกข้าวของเครื่องใช้ที่ชายหนุ่ม้าพรนับพันก็ตรงกลับกอพาร์ทเม้นท์ทันที
“ว่ายังไงบ้างตารันติดต่อคุณกันต์ได้ไหมลูก” เสียงของนมนวลไถ่ถามหลานชายทันทีที่รู้ว่ากันต์ดนัยหายตัวติดต่อไม่ได้การันต์ก็รีบโทรแจ้งตำรวจและออกตามหาเท่าที่เข้าจะทำได้
“ยังครับผมบอกไอ้นัทแล้วมันจะช่วยตามหาให้ครับ ไม่ต้องห่วงนะครับ”
“ย่าล่ะห่วงคุณกันต์เหลือเกินไม่รู้ตอนนี้จะไปอยู่ที่ไหน”
“ไม่เป็ไรนะครับย่า คุณกันต์เอาตัวรอดได้อยู่แล้ว”การันต์กอดปลอบผู้เป็ย่า ให้นางสบายใจมากขึ้น
“ย่าไปพักเถอะครับนี่ก็ดึกมากแล้วเดี๋ยวพรุ่งนี้ผมกับไอ้นัทจะช่วยกันตามหาอีกรอบ”พูดจบการันต์ก็ช่วยประคองร่างของหญิงชราพาไปส่งยังห้องของเธอ
“อืม หลานก็อย่าอยู่ดึกเกินไปละรีบเข้านอนด้วยนะ”
“ครับ ฝันดีนะครับย่าฝากด้วยนะดวงยิหวา”
การันต์เดินขึ้นบันไดมายังชั้นสองของบ้านเดินตรงมายังส่วนที่เป็ห้องนอนของเขาก่อนจะเห็นอาทิตยาญาติผู้น้องที่ยืนรออยู่ก่อนแล้ว
“พี่รัน เป็ไงบ้างเจอคุณกันต์ไหม?”
‘อาทิตยา วราฤทธิ์’ญาติผู้น้องของการันต์เป็หลานยายของนมนวลถูกเลี้ยงดูมาโดยนมนวลผู้เป็ยายหญิงสาวเป็เด็กกำพร้าแม่ั้แ่ยังไม่ทันหย่านมแม่เลยด้วยซ้ำ
“ยัง”
“คุณกันต์ไปอยู่ที่ไหนกันนะทำไมเมื่อวานพี่ไม่ไปกับคุณกันต์ด้วยล่ะ ทำไมถึงปล่อยให้คุณกันต์ไปคนเดียว”
“ก็พี่ก็มีงานที่ต้องทำเหมือนกัน”
“โถ่ ถ้างั้นก็น่าจะให้ฉันตามไปด้วยตอนนี้ก็ไม่รู้ไปอยู่ที่ไหน?”
เสียงแห่งความเป็ห่วงของอาทิตยาดังออกมาเรื่อยๆการันต์ได้แต่เดินฟังไปเงียบๆ ไม่ได้ตอบโต้อะไรกลับไป เขารู้ว่าไม่ใช่แค่เธอที่เป็ห่วงกันต์ดนัยแต่ทุกคนในบ้านต่างก็เป็ห่วงชายหนุ่มแม้จะบอกว่าเป็เ้านายแต่เราก็อยู่ด้วยกันมานาน อยู่กันแบบพี่น้องแบบครอบครัวมากกว่า
‘....RRRRRRR.....’ เสียงโทรศัพท์มือถือของการันต์ดังขึ้น
‘คุณหนูเล็ก’ ชื่อที่ปรากฏบนหน้าจอโทรศัพท์มือถือทำเอาการันต์ลอบถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ชายหนุ่มเลือกที่จะตัดสายทิ้งทำเอาอาทิตยามองอย่างสงสัย
“มีอะไรหรือเปล่าพี่รัน? หรือว่าคุณนัทโทรมาเื่คุณกันต์เหรอคะ?”อาทิตยาเอ่ยปากถามความผิดปกติจากญาติผู้พี่
“เปล่า ไม่ใช่ไอ้นัทหรอก ซันก็ไปนอนได้แล้วพี่เองก็จะไปนอนแล้วเหมือนกัน”บอกปัดน้องสาวก่อนจะเดินออกจากตรงนั้น
“ก็ได้ค่ะ”
หลังจากแยกย้ายกันการันต์ก็กลับเข้าห้องมาอาบน้ำอาบท่าเพื่อเตรียมเข้านอนแต่ก่อนที่จะปิดไฟเสียงของโทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้นอีกครั้ง
‘....RRRRRRR.....’
‘....RRRRRRR.....’
‘คุณหนูเล็ก’ ชื่อเดิมยังคงโทรเข้ามาเรื่อยๆจะปล่อยให้มันดังอยู่อย่างนี้เรื่อยๆ ก็คงไม่ได้ ชายหนุ่มจำใจรับสายที่ไม่อยากรับที่สุด
“ฮัลโหลครับ คุณหนูเล็ก”
(พี่รัน!!! พี่ยอมรับสายแพรวแล้ว) เสียงหวานๆ ของแพรววนิต น้องสาวต่างมารดาของกันต์ดนัยตอบกลับมา
“มีธุระอะไรหรือครับคุณหนูเล็ก? ผมกำลังจะนอนแล้ว”การันต์ถามออกไปอย่างเหนื่อยใจ
(แพรวจะโทรหาต้องมีธุระอะไรด้วยเหรอคะ?ถ้าแพรวคิดถึงพี่ก็โทรหาไม่ได้งั้นหรือคะ?)
(พี่รันก็รู้ว่าแพรวรู้สึกยังไงกับพี่)
(พี่รู้ว่าแพรวรักพี่แค่ไหนทำไมพี่ถึงเอาเมินเฉยต่อความรู้สึกของแพรวล่ะค่ะ)
“ตกลงคุณหนูเล็กมีธุระอะไรหรือเปล่าครับ?”
(....) ไร้เสียงตอบจากปลายสาย
“คุณหนูเล็กครับ”
(...)
“ถ้าไม่มีอะไรผมวางสายนะครับ”
(ยะ...อย่าเพิ่งวางนะคะ)
(คือ...แพรวได้ยินมาจากคุณพ่อว่าคุณกันต์หายตัวไปเกิดอะไรขึ้นงั้นเหรอคะพี่รัน?)
“เปล่านี่ครับคุณกันต์เขามีงานที่ต้องไปจัดการที่ต่างประเทศต่างหาก”
(อย่างนั้นเหรอคะ?)
“ครับ แค่นี้ใช่ไหมครับ”
(เอ่อ...)
“ผมง่วงแล้วขออนุญาตวางสายนะครับคุณหนูเล็ก” ไม่ต้องรอให้อีกฝ่ายเอ่ยปากโต้ตอบอะไรอีกการันต์วางสายทันทีที่พูดจบ
“รู้เื่เร็วชะมัด”
‘....RRRRRRR.....’ เสียงโทรศัพท์ขึ้นมาอีกครั้ง ชายหนุ่มรับสายทันทีโดนไม่สนใจดูชื่อที่โทรเข้ามา
“คุณหนูเล็กครับ ผมง่วงมากแล้วก็อยากพักผ่อนได้โปรดอย่าโทรมาอีกจะได้ไหมครับ”
(อะไรไอ้เชี้ยรัน คุณหนูเล็กอะไรของมึงกูเองชนัสถ์นันท์เพื่อนรักของมึงไง ไม่ใช่คุณหนูเล็กคนสวยของมึง)เสียงของชนัสถ์นันท์ตำรวจเพื่อนรักที่โทรเข้ามาไม่ใช่แพรววนิตที่เขาเพิ่งตัดสายเธอไป
“คุณหนูเล็กไม่ใช่ของกูแล้วมึงโทรมาทำไมตอนนี้”
(มีคนโทรมาแจ้งว่าเจอรถจอดทิ้งไว้ที่ข้างถนนกูจะเข้าไปตรวจสอบพรุ่งนี้ กูอยากให้มึงไปดูว่าใช่รถไอ้คุณกันต์หรือเปล่า?)
“เออ! เออ! เดี๋ยวกูเข้าไปหามึงพรุ่งนี้แล้วกัน แค่นี้!!!”
(รีบวางจังวะจะโทรไปบอกฝันดีกับคุณหนูเล็กหรือไงวะ)
“หุบปากไปเลย กูจะนอนแล้ว”
เื่วุ่นวายมากมายเกิดขึ้นมาพร้อมๆกัน ทำเอาเขาปวดหัว ไหนจะเื่ที่กันต์ดนัยหายไปไร้การติดต่อกลับไหนจะเื่งานที่บริษัทและยังจะเื่ของแพรววนิตอีก
ห้องนอนสีขาวสะอาดตาของหญิงสาวใบหน้าสวยหวานแต่กลับเศร้าสร้อยหลังถูกตัดสายจากชายที่เธอหลงรัก เธอก็เอาแต่คิดว่าที่ผ่านมันเกิดอะไรขึ้น อยู่ๆความสัมพันธ์ของเธอกับการันต์ก็เกิดรอยร้าวทั้งๆ ที่เธอยังไม่ทันได้ทำอะไรเลยความรักของเธอมันพังทั้งที่ยังไม่ได้เริ่ม
‘แพรววนิต เธียรนิติฐาดล’ ลูกสาวคนเดียวและยังเป็ลูกคนสุดท้องของกษิดิศและเพราพนิตเพราะเป็ลูกคนสุดท้องเธอมักจะถูกเลี้ยงมาอย่างตามใจต่างจากพวกพี่ชายที่ถูกเลี้ยงมาอย่างเข้มงวด
“ทำไมพี่ถึงใจร้ายกับแพรวจังเลย”แพรววนิตพูดตัดพ้อกับโทรศัพท์มือถือเครื่องหรูความรู้สึกที่ข้อเท้าทำให้รู้ว่าใครอีกตัวภายในห้องกำลัง้าความสนใจจากเธอ
“โมริง่วงแล้วงั้นเหรอคะ?” แมวสายพันธุ์เจแปนนิส บ็อบเทลเพศเมียลายกระดองเต่าสามสี รูปร่างอ้วนกลมกำลังคลอเคลียกับข้อเท้าเล็กๆของเพราพนิต
“มานอนกันดีกว่านะคะ”วางเ้าแมวน้อยลงบนเตียงนอนนุ่มที่ประจำของมันเ้าแมวน้อยติดแพรววนิตแจั้แ่ที่ได้มาเลี้ยงไม่เคยห่างกันเลยแม้แต่ครั้งเดียว
ทุกครั้งที่รู้สึกเหงาหรือเศร้าใจมันจะคอยอยู่ข้างๆเธอเสมอ บางครั้งก็มีพี่ชายอย่างกล้ากวีอยู่ด้วยต่างจากผู้เป็แม่ของเธอที่ไม่เคยสนใจว่าความรู้สึกของลูกว่าจะเป็อย่างไรไม่เคยถามไถ่ ไม่เคยห่วงหา ครอบครัวของเธอไม่เคยอบอุ่นเธอถึงได้มองหาความอบอุ่นจากคนอื่นแต่เมื่อเจอสิ่งที่ตามหากลับต้องเสียมันไปโดยที่ไม่ทันได้ทำอะไร