เฟิงเยว่เดินทางมาถึงกระท่อมในยามอู่ (11.00น.-13.00น.) เขาบอกกับซูเหวินว่าจะเข้าตลาดไปซื้อเมล็ดผักและดอกไม้มาให้นางั้แ่เมื่อวาน เพราะเสี่ยวถิงถูกบิดาของเขาใช้ให้ไปทำธุระเขาจึงต้องออกไปซื้อด้วยตัวเอง
"ซูเหวินข้ากลับมาแล้ว" เฟิวเยว่เดินเข้ามาพร้อมกับถุงกระดาษใบใหญ่ด้านในใส่เมล็ดผักและดอกไม้หลากหลายชนิด
"เ้ากินอะไรมาหรือยังข้าเพิ่งทำอาหารเสร็จพอดีเ้ามากินด้วยกันสิ"
"เ้าทำอะไรกลิ่นหอมเชียว" เขาเดินเอาถุงกระดาษไปวางบนโต๊ะแล้วเดินไปหาซูเหวินในครัว
"ข้าทำแกงคั่วกระรอกป่าที่เ้าเป็คนจับมาเมื่อวาน" เฟิงเยว่ได้ฟังดังนั้นก็หุบยิ้มทันทีก่อนจะมีสีหน้าพะอืดพะอม ถึงแม้จะมีกลิ่นหอมชวนหิวแต่เขากลับทำใจกินมันไม่ลง
"ทำไมเ้าทำหน้าอย่างนั้น หรือว่าเ้าไม่กินกระรอกอย่างนั้นหรือ"
"ข้าไม่เคยกินสัตว์เหล่านี้" เฟิงเยว่เติบโตมาในตระกูลที่ร่ำรวยจึงไม่มีโอกาสได้ลิ้มลองรสชาติของสัตว์ป่าเหล่านี้เพียงแต่ล่าสัตว์เพื่อความสนุกก็เท่านั้น
"อ๋อข้าลืมไปว่าเ้าเป็ลูกเศรษฐีมีอันจะกินเ้าคงกินอะไรแบบนี้ไม่เป็หรอกใช่ไหม" เธอไม่เชื่อหรอกว่าเขาจะกินไม่ได้จึงได้เกิดความคิดอะไรบางอย่างก่อนจะแอบยิ้มออกมาโดยที่เขาไม่เห็น
"คือว่า...ั้แ่เกิดมาข้ายังไม่เคยกินเนื้อกระรอก" เฟิงเยว่ตอบแบบไม่เต็มปาก
"เ้าไม่กินแล้วเ้ายิงมันมาให้ข้าทำไมกัน" นางนึกสงสัย ล่าได้แต่เหตุใดถึงไม่กิน
"ก็เ้าบอกให้ข้าจับมันมาให้เ้าไม่ใช่หรือ" ถึงแม้เขาจะไม่เคยกินเนื้อกระรอกแต่ก็ใช่ว่าจะไม่เคยจับมันสักหน่อย
"ไม่เป็ไรข้าทำอย่างอื่นเผื่อไว้ให้เ้าแล้ว" ซูเหวินยิ้มออกมาก่อนเดินไปตักน้ำแกงที่อยู่ในหม้อใส่ชามให้เฟิงเยว่แล้วจึงได้นั่งลงกินข้าวพร้อมกัน
"เป็ยังไงอร่อยหรือไม่" ซูเหวินถามออกไปเมื่อเฟิงเยว่ตักน้ำแกงขึ้นชิม
"ก็อร่อยดี น้ำแกงไก่หรือ"
"ไม่ใช่หรอก มันคือน้ำแกงกระรอกเ้าจะให้ข้าไปเอาเนื้อไก่มาจากที่ไหน" เมื่อได้ฟังคำตอบของซูเหวิน เฟิงเยว่ก็รีบวิ่งออกไปสำรอกสิ่งที่เพิ่งได้กินเข้าไปเมื่อครู่นี้ออกมาในทันที
โอ๊กกกกกก!!!! อ๊อกกกกกก!!!
"นี่เ้าหลอกให้ข้ากินน้ำแกงกระรอกอย่างนั้นหรือ" น้ำเสียงสั่นเครือเอ่ยถามออกไป
"ก็ถ้าหากวันใดที่เ้าไม่มีอะไรให้กินเลยเ้าจะยอมอดอย่างนั้นหรือ" นางก็แค่ฝึกให้เขากินอย่างอื่นเป็บ้างก็เท่านั้น คนเราจะเลือกเฉพาะที่ชอบไม่ได้หรอกนะ
"นี่เ้า..." เฟิงเยว่กำหมัดแน่นก่อนจะสำรอกสิ่งที่อยู่ในท้องออกมาอีกครั้งถึงแม้มันจะไม่มีอะไรออกมาแล้วก็ตาม
"นี่หน้าเ้าทำไมซีดขนาดนี้เ้าแพ้เนื้อกระรอกอย่างนั้นหรือทำไมไม่บอกข้า" ซูเหวินเริ่มใจคอไม่ดีเมื่อเห็นสีหน้าของเฟิงเยว่ซีดเผือดราวกับคนไม่มีเื
"........." เฟิงเยว่เงยหน้าขึ้นมองซูเหวินอีกครั้งด้วยความอิดโรยไร้คำพูดใดก่อนจะวูบหมดสติไป
"เฟิงเยว่เ้าเป็อะไรไป" ซูเหวินเขย่าตัวเขาเบาๆ เพื่อให้เขารู้สึกตัวแต่ก็ไม่เป็ผลเมื่อเห็นท่าไม่ดีจึงได้รีบแบกร่างที่ไม่ได้สติของเฟิงเยว่เข้าไปในห้องนอนก่อนจะรีบหาผ้าชุบน้ำมาเช็ดตัวให้แต่เขาก็ยังไม่ได้สติ เธอจะต้องทำอย่างไรเขาถึงจะฟื้นคืนสติกลับมาแต่ตอนนี้ทำได้แค่เพียงนั่งเฝ้าดูอาการก็เท่านั้น
"คุณชายอาหารเย็นมาแล้วขอรับ" เสี่ยวถิงเดินเข้ามาพร้อมกับปิ่นโตมื้อเย็นที่เขาต้องนำมาให้เฟิงเยว่เป็ประจำ
"เสี่ยวถิงเ้ามาสักทีนะ" ซูเหวินรีบปรี่เข้าไปหาเสี่ยวถิงโดยทันทีเมื่อเขาก้าวขาผ่านพ้นประตูเข้ามา
"มีเื่ด่วนอะไรหรือแม่นางซู"
"เฟิวเยว่...." นางไม่รู้จะบอกกับเสี่ยวถิงยังไงว่าคุณชายของเขาหมดสติอยู่ด้านใน
"คุณชายเป็อะไรไปหรือ" เสี่ยวถิงถามด้วยความร้อนใจ
"ข้าไม่รู้ เฟิงเยว่กินน้ำแกงกระรอกที่ข้าทำแล้วก็หมดสติไป" ซูเหวินตอบด้วยน้ำเสียงสั่นเครือเธอยังคงเป็กังวลกับกาการของเฟิงเยว่
"ตอนนี้คุณชายของข้าอยู่ที่ไหน"
"อยู่ในห้อง" เสี่ยวถิงรีบวิ่งเข้าไปดูอาการของเฟิงเยว่ในทันทีโดยมีซูเหวินเดินตามมาติดๆ
"คุณชายหมดสติไปนานเท่าไรแล้ว" เมื่อจับดูการเต้นของหัวใจแล้วจึงเอ่ยถามนาง
"น่าจะสองชั่วยามได้"
"เช่นนั้นเ้าคอยเอาผ้าชุบน้ำเช็ดตัวและเฝ้าคุณชายเอาไว้ดีๆ นะเดี๋ยวข้าจะไปตามหมอ" ั้แ่อยู่กับเฟิงเยว่มาเขาไม่เคยเห็นเ้านายเป็เช่นนี้มาก่อน
"อือ" ซูเหวินไม่ทันได้ถามอะไรเสี่ยวถิงก็ได้รีบออกไปก่อนจะควบม้าเร็วไปทันที ครู่ใหญ่ก็กลับมาพร้อมกับท่านหมอและกระเป๋ายาใบใหญ่
"ทางนี้ขอรับท่านหมอ" เสี่ยวถิงนำทางให้ท่านหมอเข้ามาถึงในห้องของเฟิงเยว่ จากนั้นท่านหมอจึงเข้าไปจับดูชีพจรของเฟิงเยว่
"เป็อย่างไรบ้างท่านหมอ" เสี่ยวถิงถามด้วยความร้อนใจที่เห็นเฟิงเยว่ยังคงนอนนิ่ง
"อาการไม่สาหัสหากแต่ต้องรักษาด้วยการฝังเข็ม เ้ามาช่วยประคองคุณชายของเ้าให้ลุกขึ้นนั่งเสียก่อนข้าจะได้ทำการฝังเข็ม" เสี่ยวถิงเข้าไปประคองให้เฟิงเยว่ลุกขึ้นนั่งตามที่ท่านหมอบอก จากนั้นจึงได้จัดการฝังเข็มเพื่อรักษา เข็มเล็กๆ หลายเล่มถูกท่านหมอจิ้มลงบนศีรษะของเฟิงเยว่
"เ้าเอายานี้ไปต้มมาให้ข้าที" ท่านหมอหันมาสั่งซูเหวินบ้าง เธอจึงได้รีบนำยาไปต้มให้เขาในทันที ในส่วนนี้นางก็มีความผิดด้วยที่คิดให้เฟิงเยว่ได้ลองกินน้ำแกงกระรอก
"ยาที่ท่านหมอสั่งให้ต้มได้แล้วเ้าค่ะ" ซูเหวินที่เพิ่งเดินเข้ามาพร้อมกับถ้วยยาก่อนจะยื่นให้ท่านหมอ จากนั้นท่านหมอจึงได้ป้อนยาให้กับเฟิงเยว่หลังจากที่ดื่มยาเข้าไปเพียงไม่นานเขาก็ได้สติตื่นขึ้นมา
"ท่านหมอคุณชายฟื้นแล้ว" เสี่ยวถิงเอ่ยเรียกให้ท่านหมอดูอาการของเฟิงเยว่เมื่อเห็นว่าคุณชายของเขาเริ่มขยับตัวท่านหมดจึงได้จับชีพจรดูอีกครั้ง
"อาการไม่น่าเป็ห่วง กินยาแล้วนอนพักสักสองสามวันก็ดีขึ้นแล้ว"
"อีกเดี๋ยวนายท่านกับฮูหยินจะมาเยี่ยมดูอาการของท่านนะขอรับคุณชาย" เสี่ยวถิงบอกพร้อมกับนำยาส่วนที่เหลือป้อนให้เฟิงเยว่
"อือ" เฟิงเยว่ตอบเสียงแ่ เขามองเลยไปถึงซูเหวินที่ยืนห่างออกไปหากพ่อกับแม่ของเขามาเห็นว่านางอาศัยอยู่ที่นี่ก็ไม่รู้ว่านางจะทำตัวอย่างไรกลัวนางจะรับมือกับบิดาของเขาไม่ได้นะสิ
"นายท่านกับฮูหยิน ก็แสดงว่าพ่อกับแม่ของเฟิงเยว่นะสิ"
"ใช่แล้วขอรับแม่นางซู" เสี่ยวถิงตอบออกไปพร้อมกับเสียงรถม้าวิ่งมาจอดด้านหน้ากระท่อมพอดี ร่างของสองสามีภรรยาในวัยกลางคนเดินลงมาจากรถม้าพร้อมกับสาวใช้อีกสองสามคนเดินตรงเข้ามาในกระท่อมมุ่งหน้าไปยังห้องของบุตรชาย