บทที่
| 10 |
ถูกลอบวางเพลิง
“แค่กๆๆ!! ใครก็ได้ช่วยกูด้วย!!!”
โชคดีที่เสียงของเ้าพ่อใหญ่อย่างทวีสินดังขึ้นมาเสียก่อน นั่นจึงทำให้คนที่กำลังตามหาตัวต้องรีบออกแรงพังประตูบานใหญ่เข้าไป
เนื่องจากกลอนประตูนั้นร้อนดั่งไฟ เก่งกล้าจึงใช้เสื้อของตัวเองรองจับแทนมือเปล่า เขาพยายามเปิดประตูนั้นอย่างทุลักทุเล ออกแรงสุดกำลังได้อยู่เพียงไม่นานนัก เขาก็เข้าไปถึงตัวนายท่านภายในห้องจนได้
“แฮ่กๆๆ นายท่าน!!”
เ้าพ่อทวีสินยืนหอบหายใจอยู่ตรงปลายเตียง ในห้องนอนของเขามีแต่ควันไฟลอยคลุ้งไปทั่ว ขืนยืนอยู่ที่นี่นานเกินกว่านี้ มีหวังทั้งสองได้ตายแน่ๆ
“อึ่ก อ..ไอ้เก่งกล้า มึงมาช่วยกูเรอะ!!”
“อย่าเพิ่งถามอะไรมากเลยครับนายท่าน รีบไปกันเถอะครับ! ข้างนอกไฟเริ่มลามมาถึงที่นี่แล้ว”
“มึงาเ็ด้วยนี่!”
นายท่านใหญ่ที่ไม่เคยเหลียวแลเก่งกล้าเอ่ยถามเสียงแข็งกร้าว สีหน้าของเขาดูใกับาแฉกรรจ์บริเวณแผ่นหลังเก่งกล้าไม่น้อย
“ไม่เป็อะไรหรอกครับนายท่าน รีบไปกันเถอะครับ!! เร็วครับนายท่าน!!”
“อ..เออ!”
หนุ่มใหญ่วัยเจ็ดสิบปลายๆพยักหน้าตอบรับลูกน้อง ก่อนที่เขาจะถูกประคองร่างออกไปจากห้องนี้ เรียกได้ว่าทั้งเก่งกล้ากับเ้าพ่อทวีสินก็แทบตาย พวกเขาช่วยกันเอาตัวรอดอย่างหวุดหวิด
ไฟได้ไหม้จนวอดไปเกือบทั้งคฤหาสน์ แถมกระแสลมนั้นยังโหมจนทำให้มันลุกโชนแรงกว่าเดิม
วี๊หว่อ!! วี๊หว่อ!! วี๊หว่อ!!
ทั้งเสียงรถตำรวจ รถพยาบาล สำนักข่าวใหญ่ๆต่างก็ทยอยมาที่คฤหาสน์หงส์ดำกันในทันที เรียกได้ว่าเื่ที่เพิ่งเกิดขึ้นสร้างความเสียหายหลายร้อยล้าน
“แฮ่กๆๆๆ น..นายท่านไหวนะครับ!! นายท่านอดทนอีกนิดนะ อึ่ก.. เราใกล้จะถึงประตูทางออกกันแล้วครับ”
เก่งกล้าเอ่ยบอกกับผู้ชายในอ้อมแขนเสียงสั่น ถัดไปไม่กี่ก้าวก็จะถึงประตูบานใหญ่ของคฤหาสน์ที่ถูกเปิดออก โชคดีเหลือเกินที่ศัตรูอีกแก๊งได้หายออกไปแล้ว ไม่งั้นพวกนั้นคงจะเข้ามาซ้ำเ้าพ่อทวีสินอีกรอบ
“นายท่าน!!!”
“ไอ้เก่งกล้า!!!!”
“ไอ้กล้า!!!!”
“น..นายท่านครับ!!!”
เื่ที่เกิดขึ้นในวันนี้มันเปลี่ยนแปลงทุกอย่างในคฤหาสน์ ไม่ใช่แค่เพียงสิ่งของที่สูญสิ้นไป แต่เ้าพ่อทวีสินกลับได้อะไรที่ยิ่งใหญ่กลับมามากกว่านั้น
“นายท่านไม่เป็อะไรใช่ไหมครับ!!!”
“น..นายท่านทวีสิน ฮึก..”
“พวกผมคิดว่านายท่านจะไม่รอดแล้วซะอีก!! สิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองนายท่านเหลือเกินครับ!!”
รามที่ยืนรอรถพยาบาลอยู่ด้านนอกกับลูกน้อง พอพวกเขาได้เห็นว่าเก่งกล้าประคองร่างนายท่านออกมา มือขวาที่เห็นแก่ตัวก็รีบปรี่เข้าไปเอาหน้า
“เออ กูไม่ได้เป็อะไร”
เ้าพ่อใหญ่เอ่ยบอกลูกน้องด้วยความเฉยชา ก่อนสายตาคมจะเหลือบมองไปทางคนที่เพิ่งช่วยชีวิต เก่งกล้าได้ยืนอยู่กับพวกของใหญ่ถัดไปนี้เอง
สายตาที่เต็มไปด้วยคำขอบคุณ ความซาบซึ้งหัวใจจ้องมองยังแผ่นหลังที่เหวอะหวะของเขา
“มึงไม่เป็อะไรใช่ไหมไอ้เก่งกล้า!!”
“ฮึกๆๆ ไอ้กล้า กูคิดว่ามึงไม่รอดแล้ว ฮือออ”
“กู.. อึ่ก ไม่ได้เป็อะไร ฮู่ววว.. กูโอเค..”
“มึงนี่มันเป็แมวเก้าชีวิตฉิบหายเลยไอ้สัด!”
ตอนนี้เ้าพ่อใหญ่ก็คงพอจะเห็นความจริงบางอย่าง ลูกน้องที่เขาเทิดทูนให้อยู่เหนือคนอื่น กับคนงานต่ำต้อยที่เขาไม่เคยเหลียวแล สองคนนี้มันต่างกันยังไง
วันนี้ทวีสินเองก็ได้เข้าใจแล้ว.. เข้าใจอย่างถ่องแท้
บ้านญาดา (ร้านขายของชำ)
“เฮ้ยยยย!!! น..นี่มันข่าวใหญ่ ข่าวดังเลยนี่หว่า!! คฤหาสน์ของเ้าพ่อทวีสินถูกไฟไหม้เว้ย!!!”
“ห๊ะ!!!”
สิ้นเสียงอันแหลมปรี๊ดของคนเป็แม่ บริเวณลานกว้างทางหน้าบ้านก็แตกฮือ ทั้งป้าข้างบ้าน ลูกค้าที่เข้ามาซื้อของในร้านต่างก็เบิกตาโพลง ทุกคนกรูเข้ามาทางนางอิงอรด้วยความใ
บ้านของญาดาเปิดเป็ร้านขายของชำบังหน้า แต่ความจริงแล้วบ้านเธอนั้นขายหวยเถื่อนที่พวกตำรวจยังไม่รู้ ครอบครัวของญาดาทำผิดกฎหมายแทบทุกอย่าง
พวกเขาจึงค่อนข้างที่จะย้ายถิ่นฐานบ่อย ไม่แปลกที่ญาดาจะไม่อยากสานความสัมพันธ์กับใคร เพราะเธอรู้ดีว่ายังไงก็ต้องแยกจากกันอยู่วันยังค่ำ
“จริงเรอะ!? ไหม้วอดเลยเรอะ!!”
“จริงสิป้า!! ฉันอ่านข่าวอยู่เนี่ย นี่ไง.. มีถ่ายทอดสดให้ดูด้วย ตายแล้ว.. ไหม้ทั้งหลังเลย! คฤหาสน์ใหญ่โตด้วย”
“น่ากลัวจังเลยยัยอิงอร เฮ้อ..”
ทั้งคนเป็ป้ากับแม่ต่างก็สมทบกันด้วยสีหน้าจริงจัง ไม่เว้นแม้แต่ลูกค้าที่เข้ามายืนออกันเต็มร้าน
“จะมีวันไหนไหมที่แม่ของพี่ไม่ยุ่งเื่ชาวบ้านเนี่ย เื่คนอื่นล่ะเป็งานอดิเรกของตัวเองจริงๆ”
ญาดาที่นั่งอยู่บนโซฟาด้านในเอ่ยพลางส่ายหน้า เธอกำลังเลื่อนหางานพาร์ทไทม์ในโทรศัพท์ ส่วนข้างๆก็มีเจตนั่งหัวเราะร่า
“ฮ่าๆๆ บ้านพี่แม่งโคตรสุดเลยว่ะ ทั้งแม่พี่ ทั้งป้าพี่ ลุงพี่อีก! ั้แ่ผมเกิดมายังไม่เคยเจอคนแบบนี้เลย”
“หึ อืม.. ก็รู้ไว้ด้วยว่ามันมีครอบครัวแบบนี้อยู่จริงๆ แกจะได้เปิดโลกบ้าง”
เธอพูดพลางก็จิ้มเข้าไปอ่านรายละเอียดเงินเดือนงาน ก่อนที่เจตจะถอนหายใจแล้วหยิบโทรศัพท์ของตัวเองขึ้นมาเล่นบ้าง
“แล้วนี่ไม่ออกไปทำงานทำการกันหรือไงเนี่ย ห๊ะ!? เอาแต่มานั่งหายใจอยู่ในบ้านฉันอยู่ได้”
อิงอรที่เดินกลับเข้ามาด้านในเริ่มบ่นลูกสาวกับเด็กผู้ชายอีกคน สาววัยกลางคนยืนเท้าเอวและจ้องมองไปยังญาดาที่เริ่มถอนหายใจ
“เฮ้อ แม่.. หนูก็หาอยู่นี่ไง ใจเย็นๆก่อนสิ”
“ฉันบอกแล้วใช่ไหมว่าให้ไปขอโทษเสี่ยโป้เขาน่ะ! ครั้งที่แล้วแกไปเตะเป้าเขาจนเข้าโรงพยาบาล เื่นั้นน่ะยังไม่ได้ชำระคดีเลยนะนังลูกเวร”
“เอ่อ.. ค..คุณแม่ครับ แต่ไอ้เสี่ยมันจะปล้ำพี่ญา..”
“หุบปากไปเลยไอ้เจต!!”
“อะจึ๋ยยย.. ขอโทษค้าบ!”
หนุ่มหล่อหน้าขาวใสสะดุ้งโหยงตอบรับ ไม่ว่าจะโดนแม่ของญาดาตะคอกใส่กี่ครั้งก็ไม่เคยชินสักที
“อ้อ! หรือว่าแกแอบรักยัยญาดา!? ถ้าแอบรักลูกสาวฉันละก็รีบเอาเงินมาสู่ขอเลยนะ”
“แม่!! พูดบ้าอะไรเนี่ย นี่มันน้องหนู!!”
“เอ่อ คุณแม่ครับ..”
“ค่าสินสอดห้าล้านเว้ย!! นังญาดามันสวย ฉันก็ต้องคิดแพงหน่อย! มีเงินจ่ายหรือเปล่าห้าล้านน่ะ!!”
อิงอรชี้นิ้วใส่หน้าเจตด้วยท่าทางดุดัน สิ่งนี้มันก็ยิ่งทำให้ญาดารู้สึกแย่กับแม่ตัวเองมากขึ้นไปอีก ไม่ว่าจะผ่านไปนานแค่ไหนแม่เธอก็เหมือนเดิม
แม่ทั้งหน้าเงิน ไม่เคยสนใจความรู้สึกลูก ขายลูกกิน ไม่แคร์ด้วยซ้ำว่าลูกสาวจะถูกใครขืนใจหรือเปล่า?
แม่คนนี้ขอแค่ได้เงินหนักๆก็พอแล้ว..
“ผมไม่ได้คิดอะไรกับพี่ญาดาแบบนั้นครับคุณแม่ เอ่อ ให้ผมไปสาบานวัดไหนก็ได้ ผมมองพี่ญาดาเป็แค่พี่สาวคนนึงครับ”
“เหลวไหล!! ฮึ่มมม.. ความสัมพันธ์บ้าบอแบบนี้เสียเวลาจริงๆเลย!!”
คนเป็แม่ตะคอกเสียงแข็งกร้าว ก่อนเธอจะสะบัดตัวเดินหนีออกไปยังนอกร้าน ทิ้งให้ญาดาที่นั่งส่ายหน้ายกมือขึ้นมากุมขมับ
“แม่พี่อาการหนักขึ้นทุกวันแล้วนะ คิดยังไงจะให้ผมกับพี่ปี้กันวะ มันขนลุกนะเนี่ย! ถึงพี่จะสวยปานนางฟ้าก็เหอะ แต่พวกเรามองกันเป็แค่พี่น้องอะ”
“เจต.. แกหยุดพูดเถอะ ยิ่งพูดยิ่งหนักกว่าเดิมอีก เฮ้อ! ฉันจะบ้าตาย”
ญาดาเอ่ยพลางก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่เป็รอบที่ล้านของวัน เธอรู้สึกเหนื่อยใจจนแทบทนไม่ไหว มีบางครั้งที่เธออยากหนีออกไปจากที่นี่ แต่คำว่าบุญคุณของคนเป็แม่ก็ค้ำหัว
(เสียงจากทีวี)
(รายงานสถานการณ์สดจากในคฤหาสน์หงส์ดำค่ะ! ตอนนี้ไฟที่ลุกลามไปทั่วคฤหาสน์ได้เริ่มสงบลงแล้ว ตอนนี้มีผู้าเ็จำนวนมาก ซึ่งก็มีลูกน้องของเ้าพ่อทวีสิน และตัวของเ้าพ่อเองก็าเ็เช่นเดียวกัน)
(กุกกักๆๆ ไอ้เก่งกล้า!! มึงรีบไปทำแผลก่อนเร็ว!! คุณพยาบาลครับ! เพื่อนผมถูกไฟไหม้หลังครับ!!!)
กึก!
ก่อนที่ความเงียบงันภายในร้านจะทำให้ญาดาได้ยินทุกอย่างชัดเจน ทันทีที่มีชื่อของผู้ชายคนนั้นดังออกมาจากจอทีวี มันก็ทำให้ใบหน้าที่เคยเรียบเฉยแปรเปลี่ยนเป็ความใ
พรวด!
ตึกๆๆๆ!!
“พ..พี่ญาดา!?”
พอเห็นว่าพี่สาวคนสวยวิ่งหน้าตั้งออกไปยังนอกร้าน เจตก็รีบวิ่งตามเธอไปในทันที ซึ่งร่างบางของญาดาก็เอาแต่จ้องมองไปยังหน้าจอที่มีนักข่าว และก็..
(ค่ะ! ตอนนี้ทางทีมคุณหมอกำลังจะนำตัวคนเจ็บไปโรงพยาบาลนะคะ จากรายงานล่าสุดยังไม่พบผู้เสียชีวิตภายในคฤหาสน์ค่ะ)
“พี่ญาดา?”
“น..นั่น..”
ญาดาชี้นิ้วไปทางหน้าจอทีวีเก่าๆ ครู่เดียวเธอก็หันมามองเจตที่ยืนอึ้งอยู่ด้านหลัง ดวงตาแดงก่ำของญาดามีน้ำตาเอ่อคลอเต็มสองเบ้า
เสียงกระซิบที่ไม่อยากให้แม่กับป้าตัวเองได้ยิน มันดังพอที่จะให้เจตรับรู้ได้ ผู้ชายที่ญาดาไม่เคยลืมเลือนได้ปรากฏบนหน้าจอสี่เหลี่ยม
แม้มันจะไม่ค่อยชัดเท่าไหร่เพราะเห็นเพียงนิดเดียว เขานั่งอยู่บนรถพยาบาลในจังหวะที่กล้องได้สาดส่องไปพอดี เธอยังคงจำเขาได้ ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหนก็ตาม
“ผู้ชายที่ชื่อว่าเก่งกล้าน่ะเจต เขา.. อยู่ตรงนั้น”