ทันใดนั้นเองเขาก็จำได้ว่าก่อนที่เขาจะถูกนำตัวมายังโลกนี้เขาได้พบกับชายชราคนหนึ่งในห้องสีขาว…
“แม่ง เอ๊ย!”
ความเ็ปแล่นเข้าสู่สมองของเซียวอวี๋ราวกับเป็สิ่งกีดขวางการย้อนความทรงจำของเขา ก่อนที่สติจะวูบดับลง
เซียวอวี๋ะโออกจากเตียงหินแข็ง“นี่ข้าต้องกลายเป็นักโทษหลังจากที่เคยเป็นักศึกษามาก่อนรึนี้?”
“หรือว่าจะแอบหนีไปจากที่นี้? แล้วจะหนีอย่างไรในเมื่อมีทหารคุมกันโคลอสเซียมอยู่ไม่รู้ว่าข้าจะมีความสามารถพอจะจัดการพวกเขาได้ไหม? เดี๋ยวนะข้ามีแค่ตัวคนเดียวจะไปสู้กับทั้งกองทัพได้อย่างไรและอีกอย่างศัตรูเป็ยอดฝีมือที่ถูกฝึกฝนมาทั้งนั้น”
เขากลับขึ้นเตียงหินและนอนทบทวนเื่ที่เกิดขึ้นอีกครั้งต่อให้เขาเก่งยังไงก็ไม่สามารถสู้กับคนหมู่มากได้อย่างแน่นอนและความสามารถการต่อสู้ของเขาก็เป็ศูนย์ แต่จะให้นอนรอความตายอยู่ที่นี่นะหรอ? เป็ไปไม่ได้
ขณะที่เซียวอวี๋คิดอย่างเพลิดเพลินเขาก็ค่อยๆ เผลอหลับไป
ราวกับเขากำลังถูกดูดเข้าไปในพื้นที่จินตนาการในจิตใจของเขา ในตอนที่เขาได้สู้กับโทรล พลังมากมายได้หลั่งไหลเข้าสู่ทั่วร่างของเขาไม่ว่าจะเป็หลอดเื กระดูก หรือกล้ามเนื้อเมื่อเขากำลังคิดถึงวิธีเอาพลังออกมาใช้ วัตถุประหลาดพุ่งออกจากกระเป๋าเสื้อของเขามันเปล่งแสงและเปลี่ยนสภาพไปเป็เทพธิดาทรงอาภรณ์ชุดยาวสีขาวชุดยาวพริ้วไสวในสายลม มองดูเรือนร่างระหงของนาง ขาเรียวยาวงดงามเต้นอย่างแ่เบาบนภาคพื้นข้อมือนางเคลื่อนไหวอย่างนุ่มนวล นิ้วเรียวยาวของนางร่ายรำอยู่ในอากาศ เอวอ้อนแอ้นของนางยักย้ายอย่างงดงามนางร่ายรำอยู่ต่อหน้าเซียวอวี๋
ได้เห็นฉากอันงดงามราวกับถูกสร้างจากเวทย์มนต์เช่นนี้เซียวอวี๋แทบจะทำน้ำลายไหลเป็สายน้ำ เขาอ้าปากกว้างค้างและไม่มีทีท่าว่าจะหุบลงได้
เทพธิดาแสงจันทร์เหรอ?
เทพธิดาชุดยาวสีขาวยังคงร่ายรำอย่างสง่างามเป็ดั่งดอกบัวสวยในสระน้ำ ขณะที่มือนางยักย้ายร่ายรำเป็พันทวงท่าความงามของนางไม่อาจพรรณนาออกมาเป็คำพูดได้
ดวงจันทร์สีเหลืองอร่ามทรงกลมงดงามปรากฏขึ้นที่ด้านหลังของเทพธิดาราวกับดอกไม้เบ่งบานเป็พันดอกโยกไหวในสายลมยามค่ำคืนเซียวอวี๋คิดว่าเมื่อจบการร่ายรำที่แสนงามสง่าของเทพธิดาแล้วเขาพร้อมจะลุกขึ้นยืนปรบมือให้นาง ทันใดนั้นนางเทพธิดาก็ปล่อยพลังออร่าไร้สีจากนิ้วของนางลงไปพื้นที่ว่างเปล่าเป็การโจมตีที่ทรงอานุภาพมาก สามารถแยกฟ้าและดินออกจากกันได้เห็นเทพธิดาผู้เลอโฉมมีพลังที่สั่นะเืโลกได้ เซียวอวี๋ถึงกับตะลึงจนพูดไม่ออกนี่คือพลังของนางหรือ? นางบ่มเพาะพลังนักรบมานานเท่าไร?นางอยู่ระดับอะไร? ทันใดนั้นเทพธิดาหันกายที่งดงามและในชั่วพริบตานางก็มาหยุดอยู่ตรงหน้าเซียวอวี๋
มืออันขาวเนียนดุจหยกเนื้อดีที่มีอำนาจพลังทำลายล้างสูงเหมือนว่านางกำลังรวบรวมพลังไว้ในนิ้วชี้เรียวยาวของนางและชี้มาที่หน้าผากเซียวอวี๋
“…!” เซียวอวี๋กลัวตายจวนน้ำตาจะไหลขณะที่เขาร้องออกมาด้วยความกลัวเขาก็ตื่นขึ้นทันทีหลังจากผ่านไปสักพักเขาก็ตระหนักได้ว่าแค่ฝันไปไม่มีเทพธิดาผู้ชี้นิ้วทลายพิภพมาที่หัวของเขา เมื่อเขาพยายามนึกถึงเทพธิดาเขากลับพบว่ามีวิชาลึกลับซ่อนอยู่ภายในส่วนลึกของจิตใจเขาอย่างประหลาดขณะที่เขาคิดเกี่ยวกับมันชื่อที่คุ้นเคยก็ดังแว่บเข้ามาในหัวของเขา ...เพลงดาบไร้ลักษณ์ขั้นก่อกำเนิด…
ท่ามกลางแสงแดดที่ร้อนระอุเหงื่อเม็ดใหญ่ตกลงกระทบพื้นหินเซียวอวี๋กำดาบในมือแน่นพลางมองไปที่อีกฝ่ายอย่างหวาดระแวงเขาต้องยืนตากแดดมากว่าครึ่งชั่วโมงแล้ว อีกฝ่ายเป็ถึงอดีตนักผจญภัยระดับ C มีชื่อว่า มาคัส
ฟุ่บบ───!
มาคัสถีบตัวพุ่งเข้าประชิดเซียวอวี๋อย่างรวดเร็วคมดาบเคลื่อนเข้ามาใกล้ส่วนลำคอ หัวใจของเซียวอวี๋พลันเต้นระรัวเป็กลองศึก
ชิ้งง───!
ปกคอเสื้อของเซียวอวี๋ปลิ้วพริ้วไปกับสายลมแม้เซียวอวี๋จะหลบคมดาบของมาคัสได้อย่างหวุดหวิด แต่ก็อดหวาดเสียวไม่ได้หากมาคัสฟันดาบมาเร็วกว่านี้หัวของเขาต้องหลุดออกจากบ่าอย่างแน่นอน
สายตาของชายวัยกลางคนจดจ้องไปยังเซียวอวี๋อย่างเปิดเผยสร้างความประหลาดใจให้กับชายชราข้างกาย ตลอดระยะเวลาหลายปีที่เขารับใช้แกรนด์ดยุกอาร์ชาวินไม่เคยมีผู้ใดทำให้ท่านเป็เช่นนี้ไปได้ นอกเสียจากแกรนด์ดัชเชสนาตาลี และบุตรสาวก็มีแต่เ้าหนุ่มผู้นี้กระมัง
กลียุคได้ใกล้เข้ามาแล้วจักรพรรดิซีซาร์เองก็ประชวรอยู่บ่อยครั้งผู้เป็อนุชาอย่างดยุคอาร์ชาวินจึงต้องหาทางยึดครองราชบรรลังก์ เพื่อสันติสุขของประชาชนและการคงอยู่ต่อไปของแผ่นดินโรมานอฟ
การต่อสู้ยังไม่มีทีท่าว่าจะจบลงง่ายๆฝ่ายมาคัส้าชัยชนะ แต่สำหรับเซียวอวี๋ เขา้าที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไปหากแพ้เขาก็ต้องตาย หากชนะเขาก็รอด
“ทักษะต่อสู้! รวมพลังออกศึก”
ตู้มม───!
มาคัสใช้ทักษะต่อสู้โจมตีใส่เซียวอวี๋ด้วยความรุนแรงของมันทำให้เกิดฝุ่นควันลอยฟุ้งเต็มอากาศบดบังวิสัยทัศน์ในการมองของทุกคนที่อยู่บริเวณรอบลานประลองในโคลอสเซียม
ตึงตึงตึงตึงตึง───!
พวกเขาเห็นเพียงสะเก็ดไฟที่แลบออกมาท่ามกลางกลุ่มควันที่ลอบฟุ้งอยาเต็มไปหมดมีร่างเงาของคนสองคนกำลังต่อสู้กันอย่างดุเดือดตัดสลับกันไปมาไม่หยุด
คลื่นพลังไร้ลักษณ์ลอยไปมาในอากาศเขายังคงปลดปล่อยคลื่นพลังที่น่ากลัวออกมาอย่างต่อเนื่อง คลื่นพลังตัดผ่านอากาศพวกเขาได้ยินเสียงวัตถุกระทบกันอย่างรุนแรงออกมาเรื่อยๆปนกับเสียงะเิคลื่นพลังอย่างต่อเนื่อง
เสียงะเิครั้งสุดท้ายได้ผลักร่างของทั้งสองให้แยกออกจากกันฝุ่นควันที่หนาทึบค่อยๆจางหายไป
ร่างสูงโปร่งของทั้งสองคนยังคงยืนตระหง่านอยู่บนลานประลองและสิ่งที่ปรากฏอยู่ในสายตาของทุกคนตอนนี้ก็คือ
เืสีแดงสดหยดลงบนพื้นหินสีเหลืองทีละหยดๆ
ดวงตาของทุกคนพลันเบิกกว้าง
