ตอนที่ 6
เปิดร้านขายยา
“นี่มัน!!”
เจียวฉือและบ่าวทุกคนถึงกับตกตะลึงกับภาพตรงหน้าต่างไม่เคยเห็นเม็ดยาอะไรจะใสบริสุทธิ์เช่นนี้มาก่อนหากจะเปรียบเทียบกับยาที่ขายตามท้องตลาดแล้วล่ะก็ ยานี้ถือว่ามีประสิทธิภาพดีกว่าหลายเท่า
“ถ้าข้าดูไม่ผิดนี่มันยาเพิ่มระดับ2 ขั้น เพียงกินเม็ดเดียวก็สามารถเพิ่มระดับจาก 2 ก็เป็ 4 จาก 4 ก็เป็ 6 ได้โดยง่ายดายคนที่จะสามารถใช้ได้มีแค่ชั้นก่อเกิดกับชั้นรวมลมปราณเท่านั้น ไม่ว่าคนเ่าั้จะอยู่ในระดับไหนเพียงเขากินไป1 เม็ดก็สามารถยกระดับเพิ่ม 2 ขั้นทันที ข้าเคยเห็นมันมาก่อนแม้จะเป็ยาชนิดเดียวกันหากประสิทธิภาพต่างกันราวฟ้ากับเหว”
อู๋เจ๋อเอ่ยขึ้นเขาพอรู้มาบ้างสีของตัวยาแต่ละชนิดบ่งบอกว่าอยู่ขั้นระดับไหน เขาไม่คิดเลยว่านายน้อยจะสามารถกลั่นยานี้ขึ้นมาได้ั้แ่ที่เขาอยู่ที่นี่มาั้แ่เล็กยังไม่เคยมีคนในตระกูลใดกลั่นมันได้ดีขนาดนี้ นี่มันน่าอัศจรรย์ใจอย่างมากเขามองดูนายน้อยรู้สึกปลื้มใจอย่างยิ่ง
“ใช่นี่มันยาเพิ่มระดับ2 ขั้นเลยนะเ้าทำมันได้อย่างไร ที่ข้าเคยเจอมีแค่ยาเพิ่มระดับ1 เท่านั้นที่เคยเห็นแถมประสิทธิภาพกินไปยังไม่มีผลเท่าเม็ดของเ้าเลย” เจียวฉือมองจากความใสบริสุทธิ์ของเม็ดยาแล้วยากที่จะมีคนทำขึ้นเช่นนี้ได้ ทั้งใและปนแปลกใจที่ไป๋เหอสามารถทำตัวยาชั้นดีขึ้นมาได้คนที่ทำตัวยาได้ดีขนาดนี้นับว่าหายากในเมืองนี้เขารู้สึกภูมิใจในตัวหลานชายคนนี้อย่างยิ่งยาที่ผลิตออกมามันเกินคาดกว่าที่คิด
“ข้าก็ไม่รู้ว่าทำมันได้ยังไง เอาล่ะเพื่อความแน่ใจว่ายาที่ข้าผลิตนั้นผลเป็ไปอย่างที่ท่านกล่าวมาเหรอไม่ต้องพิสูจน์ อู๋เจ๋อเ้าลองพิสูจน์มันดู”เขาหันไปบอกคนที่ทำหน้าตื่นตะลึง
อู๋เจ๋อกลืนยาเม็ดนั้นตามแต่โดยดีใครจะปฏิเสธได้เล่าเมื่อมันสามารถผ่านไปได้ถึง2 ขั้นย่อมที่จะมีคนอยากกินมันเช่นเขาคนหนึ่งแม้จะเป็แค่หนูทดลองเถอะแต่เขาก็เชื่อว่านายน้อยทำมันสำเร็จไม่มีผลข้างเคียงใดๆ
เมื่อยาลงคออู๋เจ๋อก็ได้นั่งสมาธิหลับตาปรับลมปราณก่อนที่จะมีแสงสว่างจ้าออกมาจากร่างอู๋เจ๋อครู่หนึ่งแล้วก็หายวับไป เขาลืมตาขึ้นมองดูร่างกายที่เปลี่ยนแปลงถึงกับยิ้มออกมาเขาอยู่ชั้นก่อเกิดระดับที่ 7 ตอนนี้ขึ้นไปอยู่ขั้นที่ 9อีกก้าวเดียวก็เข้าขั้นรวมลมปราณแล้ว เขาถึงกับหัวเราะมีความสุขลุกขึ้นะโโลดเต้นราวกับคนเสียสติ
“ไชโยข้าอยู่ชั้นก่อเกิดขั้นที่9 แล้วก้าวเดียวข้าก็จะผ่านเข้ารวมลมปราณ นายน้อยข้าขอบคุณท่านมาก”
ชายหนุ่มหันไปกอดผู้เป็นาย บ่าวสาวรับใช้ต่างก็รู้สึกอิจฉาอู๋เจ๋อทั้งนั้นทำได้เพียงแสดงความยินดี
“นี่มันเหลือเชื่อจริง ๆไป๋เหอเ้าไม่ทำให้ข้าผิดหวังเลยสักนิด” เจียวฉือที่เห็นการเปลี่ยนแปลงของอู๋เจ๋อเขาก็ได้ตระหนักแล้วว่ายานี้มีประสิทธิภาพจริงๆ แต่เขาไม่สามารถกินยานี้ได้ด้วยที่ว่าเขาอยู่ชั้น์ขั้นที่ 5ติดอยู่ตรงนี้มาหลายปีแล้วยานี้ไม่มีผลกับเขา ก่อนที่เขาจะกล่าวขึ้นอีกครั้ง “เอาล่ะเตรียมตัวเปิดร้านได้” สิ้นเสียงเจียวฉือบ่าวรับใช้พากันเฮลั่นนั่นหมายถึงความคึกคักครึกครื้นจะกลับมาที่ตระกูลเฉินอีกครั้ง
เห็นพวกเขาเ่าั้แสดงความดีใจออกมาไป๋เหอสุขใจยิ่งนักในที่สุดเขาก็สามารถเป็ที่พึ่งของตระกูลได้และไม่ใช่ขยะที่ใครๆ จะมาดูถูกอีกต่อไป หลังจากนั้นเขาก็ได้ทำการปรุงยาเพิ่มจนหมดตะกร้ายาเพิ่มระดับ2 ขั้นมีจำนวนมากพอที่จะทำให้การค้าขายของตระกูลเฉินมีเงินหลั่งไหลเข้ามามากมาย
ร้านขายยาตระกูลเฉิน
ร้านขายยาเปิดขึ้นอีกครั้งหลังจากปิดมานานเหล่าบรรดาคนมีวรยุทธหรือไม่มีต่างแย่งกันเข้าไปซื้อยาชั้นดีพูดปากต่อปากทำให้คนหลั่งไหลเข้ามามากจนต้อนรับไม่ทัน
“ข้าจากที่ไม่คิดว่าจะมีวรยุทธพอกินเข้าไปแล้วข้าก็รู้สึกถึงการมีพลังไหลเวียนในตัวข้าและก็พึ่งได้รู้ว่าข้าได้เข้าขั้นก่อเกิดขั้นที่2 อย่างคาดไม่ถึงทั้งที่ข้าฝึกอยู่ตั้งนานไม่เป็ผล” ชายคนหนึ่งที่ได้ซื้อยาไปกินเขาเอาเงินเก็บมาทั้งชีวิตเพื่อซื้อมันและมันก็ได้ผลเกินคาดนั่นเขากลับไม่นึกเสียดายเงินที่ซื้อไปแม้แต่น้อย
“นั่นสิยาดีจริง ๆข้าอยู่ชั้นก่อเกิดขั้นที่ 5 พอข้ากินเข้าไปตอนนี้ข้าถึงขั้นก่อเกิดขั้นที่ 7อย่างง่ายดายถ้าหากข้าไม่ได้ใช้ยานี้ข้าคงใช้เวลาหลายปีถึงจะทะลวงขั้นที่ 7 ได้ ตระกูลเฉินช่างเก่งกาจนักที่มีนักเล่นแร่แปรธาตุอยู่ในตระกูล”
ชายสองคนคุยกันอย่างมีความสุขเมื่อพวกเขาได้ซื้อยาจากร้านตระกูลเฉิน คนที่ได้ยินต่างก็รีบวิ่งเข้าไปซื้อก่อนที่จะได้ยินเสียงเคาะระฆังดังลั่น
“ประกาศ ประกาศขณะนี้ยาที่ทำขึ้นวันนี้หมดลงแล้วต้องรอรอบใหม่วันพรุ่งนี้ถ้าใครยังไม่ได้ซื้อขอให้มาใหม่พรุ่งนี้” พอสิ้นเสียงประกาศเหล่าคนที่รอซื้อต่างทำหน้าผิดหวังเมื่อต้องรออีกวันซึ่งเขารู้สึกว่ามันนานเกินไป
“ราคาก็ถูกแถมยาชั้นดีคนก็ต้องแห่กันไปซื้อ ยาชั้นดีขนาดนี้คนอย่างข้าได้แตะต้องถือว่าตระกูลเฉินใจกว้างมากที่ได้ให้คนทั่วไปได้มีวรยุทธนับว่าหายากจริงๆ คนที่ไม่เน้นเอากำไร” ชายคนที่ซื้อทันเอ่ยขึ้นอย่างยินดี
“นั่นสิตัวข้ารู้สึกว่ามีพลังวิ่งวนอยู่ในร่างกายั้แ่กินยานี้ไปชั้นก่อเกิดข้าตอนนี้อยู่ที่ระดับ6 แล้วช่างน่ายินดีนักพ่อแม่ของข้าต่างก็ดีใจกับข้าทั้งนั้น” ชายอีกคนที่ยืนอยู่แถวนั้นก็ได้พูดขึ้นกับสหายที่ซื้อไม่ทันต่างคนต่างนึกเสียดาย
“ใช่ ๆข้ารู้สึกว่าตัวข้าแข็งแรงขึ้นมากและชั้นก่อเกิดข้าก็ก้าวะโขึ้น 2 ขั้นเท่าที่ข้ารู้ในเมืองนี้มียาเพิ่มระดับเพียงขั้น 1เท่านั้นแต่ตระกูลเฉินที่ปิดร้านมาหลายปีสามารถทำขึ้นมาได้ถือว่าเป็บุญของเรานัก”
นอกจากพูดแล้วยังโชว์ท่าทางว่าตนแข็งแรงให้คนอื่นดูและแสดงพลังให้คนอื่นเห็นต่างคนต่างตื่นตะลึงถึงความสามารถนี้แอบนึกเสียดายที่ซื้อไม่ทันกันทั้งนั้นแล้วต่างคนต่างก็คิดว่าพรุ่งนี้จะรีบเข้ามาจองคิวไว้ั้แ่เนิ่นๆ
คนหลายคนต่างพูดถึงข้อดีที่ได้กินยาส่วนคนที่ไม่ได้ซื้อซื้อไม่ทันกลับจะรอให้ถึงพรุ่งนี้แทบจะไม่ไหวชื่อเสียงตระกูลเฉินดังไปทั่วไม่มีใครไม่รู้จักแล้วตอนนี้ต่างคนต่างมุ่งความสนใจเพื่อที่จะมาจับจองรอซื้อยาในวันพรุ่งนี้คิดว่าตนเองคงจะซื้อได้ทัน
เรือนตระกูลเฉิน
“ไป๋เหอวันนี้ร้านเราทำกำไรได้เยอะพอสมควรแถมมีคนมากมายมาขอบคุณตระกูลเราที่เขาได้กินยาแล้วกลับทำให้มีพละกำลังขึ้นทะลวงผ่านรวดเร็วแบบก้าวะโนี่มันยาอะไรกันแน่ทำไมถึงมีพลังขนาดนั้นได้”
เจียวฉือที่ยังไม่ได้ทดลองกินยานี้ถึงกับแปลกใจในสรรพคุณของมันทำไมมีแต่คนบอกว่าดีมากและเท่าที่เขาเฝ้าดูคนที่ได้กินมาต่างก็แสดงความตื่นเต้นที่ตัวเองได้ทะลวง คนในเมืองต่างก็ทะลวงขั้น 2ระดับมากมายบางเรือนก็จัดเฉลิมฉลองให้คนในตระกูลที่ผ่านการทะลวงได้เสียงเฮลั่นจนเขาที่เดินผ่านได้ยินถึงกับยินดีกับคนเ่าั้
“ก็มียาสมุนไพรพร้อมกับตัวข้าได้ใส่พลังเข้าไปด้วยทำให้คนที่ได้รับยานี้เข้าไปต่างก็เริ่มที่จะมีพลังไหลเวียนในตัว ถ้าหากฝึกไปเรื่อย ๆพวกเขาเ่าั้ก็สามารถมีวรยุทธที่เก่งกาจสามารถปกป้องตัวเองได้” ไป๋เหออธิบายเพราะไม่ใช่ว่ามีแต่ตัวยาเท่านั้นลมปราณของเขาก็มีส่วนในตัวยาที่ได้เพิ่มเข้าไป
“เ้านี่ช่างใจกว้างเสียจริงๆ ที่บอกให้ข้าขายในราคาไม่แพงทำให้ชาวบ้านที่มีรายได้น้อยต่างก็มีกำลังพอซื้อได้”เจียวฉือนึกยินดีที่หลานชายเป็คนมีเมตตากับทุกคนไม่ว่าจะตระกูลไหนบ้านยากจนแค่ไหนพวกเขากลับมีเงินมาซื้อยาที่ทำขึ้นมาได้ เขาจึงได้ถูกชาวบ้านหลายสิบคนกล่าวขอบคุณมากมายความดีนั้นก็มาจากตัวหลานชายผู้นี้ที่ได้สร้างมัน
“ข้าอยากจะให้พวกเขาได้มีพลังพอจะปกป้องตัวเองได้เท่านั้นและอีกอย่างข้าก็อยากให้พวกเขาไม่ต้องมาเป็เหมือนข้าที่คนหาว่าข้าเป็คนไร้ค่า”
เขานึกถึงคนที่ไม่มีวิชาแล้วโดนคนพวกอันตรพาลนั้นรังแกเขากลับที่จะไม่อาจจะอยู่นิ่งและก็ไม่อาจที่จะช่วยเหลือพวกเขาได้ทุกคนจำใจที่จะทำให้พวกเขาต้องพึ่งพาตนเอง ในโลกนี้คนแกร่งเท่านั้นจะสามารถยืนหยัดได้
“อืม ความคิดเ้าดีเหลือเกินข้าภูมิใจในตัวเ้านักไป๋เหอแล้วพรุ่งนี้ล่ะเื่ยาที่หมดไปแล้วเ้าจะทำยังไง”
“ข้าได้ให้อู๋เจ๋อไปซื้อยาสมุนไพรมาเพิ่มแล้ว ว่าแต่ตระกูลเราปลูกยาสมุนไพรอะไรบ้างพาข้าไปดูได้หรือไม่เผื่อจะได้ทำยาอื่นเพิ่มด้วย”
“ได้สิแต่เดี๋ยวนี้สมุนไพรของเราไม่ได้มีเยอะแยะแล้วขาดการดูแลรักษา ข้าก็ไม่มีความรู้พวกนี้ทำให้ไม่ได้ใส่ใจข้าขอโทษเ้าด้วย” เจียวฉือกล่าวอย่างรู้สึกผิดที่เขาไม่เก่งอะไรเลยการจะดูแลทั้งตระกูลถือว่าเป็เื่ยากสำหรับเขาหลังจากเสียพี่ชายเขาก็ไม่รู้จะเริ่มต้นตรงไหนแต่พอไป๋เหอเปลี่ยนไปทำให้เขาพอจะมีหวังนี่ถือว่าเป็จุดเปลี่ยนของตระกูลเลยก็ว่าได้
“ไม่ต้องมาขอโทษข้าหรอกท่านอา ข้าก็มีส่วนผิดมากที่ไม่ได้ทำตัวให้ดีกว่านี้ไม่งั้นตระกูลเราก็คงไม่ถูกเขาดูถูกได้”
ทั้งอาหลานต่างคนต่างเข้าใจกันไม่มีใครถือโทษโกรธกันมีแต่จะเห็นใจกันมากขึ้นก็ตอนนี้มีกันอยู่แค่นี้ไม่มีที่พึ่งอื่นอีกแล้วแต่มีเื่หนึ่งที่เจียวฉือไม่ได้บอกกล่าวกับไป๋เหอหวังว่าเขาแข็งแกร่งแล้วถึงจะบอก
นอกหมู่บ้านไร่ตระกูลเฉิน
เจียวฉือพาไป๋เหอไปดูแปลงสมุนไพรที่ปลูกไว้อย่างที่บอกจริงๆสมุนไพรไม่ได้มีเยอะพอมองไปแล้วมีแต่ความว่างเปล่าบนูเาที่เป็ที่ดินของตระกูลเฉินที่ยังไม่ถูกขาย
“สมุนไพรตอนนี้เหลือแค่แปลงเดียว แต่ข้าได้สั่งให้คนไปซื้อมาเพิ่มเพื่อปลูกมันแล้วนั่นกำลังตระเตรียมดินเพิ่มอีกและข้าคิดว่าจะไปหาสมุนไพรที่อื่นมาปลูกเพิ่ม”เจียวฉือได้ให้คนไปกว้านซื้อสมุนไพรในเมืองมีเท่าไหร่ก็เอามาให้หมดหวังเพียงว่าตระกูลเฉินจะเป็แหล่งค้าขายสมุนไพรที่ใหญ่ที่สุดในเมืองแห่งนี้ ถ้าหากเป็เช่นนั้นแล้วตระกูลเฉินจะมีชื่อเสียงกว่าเดิมมาก
“ก็ดีท่านอา สมุนไพรตระกูลของเราจะได้มีเยอะ ๆปลูกไว้ขายควบคู่กันไป”
ในขณะที่สองอาหลานกำลังสนทนากันอยู่นั้นอู๋เจ๋อก็วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาอย่างรีบร้อน
“นายน้อย นายน้อย!!เื่ที่ท่านให้ข้าไปซื้อสมุนไพรมาเพิ่มวันนี้มีปัญหาแล้วขอรับ”
“มีปัญหาอะไรเหรอ?”
ทั้งเจียวฉือและไป๋เหอต่างใเมื่อได้ยินอู๋เจ๋อบอกนั่นหมายถึงว่ายาพรุ่งนี้คงไม่มีขายแน่
“ก็สมุนไพรที่พวกข้าไปซื้อมาก่อนหน้านี้อยู่ๆ ก็เกิดขาดตลาดทางร้านบอกว่าตระกูลหลี่เอาไปหมดอะไรที่เราซื้อตระกูลหลี่ก็เอาไปหมดวันนี้ได้มาเพียง2 ตะกร้าเท่านั้นไม่พอที่จะขายในวันพรุ่งนี้แน่” อู๋เจ๋อรีบรายงานในสิ่งที่เขาได้พบมาเขานึกโมโหที่ตระกูลนี้เข้ามาแกล้งอีกแล้วตามจองเวรไม่เลิก
เจียวฉือกำหมัดแน่นเมื่อโดนแกล้งอีก ใบหน้าแสดงความโกรธเกรี้ยวอย่างเห็นได้ชัด “ตระกูลหลี่ชักเกินไปแล้วนะครั้งนั้นก็ทำร้ายเ้าจนนอนหมดสติหลายวันครั้งนี้ก็ยังมาซื้อตัดหน้าเราอีก”
เจียวฉือรู้สึกเจ็บใจที่ตระกูลหลี่ไม่หยุดรังแกถ้าหากเขาสามารถอยู่ชั้นแก่นแท้จิตเขาจะไม่กลุ้มใจเลย าุโตระกูลหลี่มีคนอยู่ชั้นแก่นแท้จิตมีถึง3คน พวกเขาสามคนอยู่ในชั้นแก่นแท้จิตขั้น3 ทั้งหมด ซึ่งนั่นมากกว่าเขาหลายเท่าขืนเขาบุ่มบ่ามเข้าไปมีแต่ทำให้เื่มันแย่ได้แต่เก็บความแค้นไว้ในใจจนถึงทุกวันนี้
“อืม ท่านอาอย่าเป็กังวลไปเลย ข้าคิดว่าพวกเขาซื้อไปก็ไม่มีใครจะสามารถทำยานี้ขึ้นมาให้เหมือนของเราได้ เขาแค่้าแกล้งเรามากกว่า”
ชายหนุ่มครุ่นคิดถึงการกระทำของตระกูลหลี่ด้วยพลังที่เขามีอยู่ในตอนนี้ยังไม่สามารถเอาชนะคนพวกนั้นได้และเขากำลังคิดหาหนทางแก้ไขเื่นี้อยู่
“นั่นข้าไม่ชอบเลย ถ้าข้ามีพลังมากกว่านี้ตระกูลหลี่ต้องตายกันไปข้างหนึ่ง” เจียวฉือนึกโกรธตนเองที่โง่เขลานักไม่สามารถทะลวงขั้น์ผ่านไปได้มันน่าเจ็บใจที่เขาติดอยู่ขั้น5 มาหลายปีซึ่งเขาหาสาเหตุไม่พบว่าเป็เพราะอะไร
“ตระกูลหลี่มีพลังที่น่ากลัวขนาดทำให้ท่านอาไม่กล้าสู้ขนาดนั้นด้วยเหรอ” ด้วยความที่เขาก็ไม่รู้ว่าพลังอะไรที่ทำให้ท่านอาถึงนึกกลัวได้และไม่รู้ด้วยซ้ำว่าพลังเขานับกันยังไง
“ในโลกแห่งวิชายุทธพลังชั้นทลาย์ปฐีเป็พลังที่ร้ายกาจที่สุดในยุคนี้แต่จะมีพลังที่เหนือกว่าพลังชั้นทลาย์ปฐีก็คือพลังนิพพานขั้นแรกขั้นกลาง และขั้นสูงแต่ก็ไม่เคยมีใครพอจะจะฝึกถึงขั้นนั้นได้ เว้นแต่เมื่อหลายพันปีก่อนมีชายนามว่า เหลยหงเป่าอยู่นิพพานขั้นแรก แต่ไม่รู้ว่าตอนนี้อยู่ขั้นไหนแล้วข่าวคราวเงียบหายเมื่อเขาเข้าสู่พลังนิพพานขั้นแรกนั่นคือสิ่งที่ข้ารู้และคนที่จะมีพลังนี้อีกเขาก็ไม่เปิดเผยตัวกัน”
“โหมีคนอายุถึงพันปีด้วยเหรอท่านอา” พอรู้ว่ามีคนอายุถึงหนึ่งพันปี ตาเขาก็เบิกกว้างไม่อยากจะเชื่อว่ามันจะเป็เื่จริง
“มีสิคนที่กินยาะมักจะอายุยืนยาวหลายพันปีเว้นแต่โดนคนที่มีพลังเหนือกว่าฆ่าตาย”
“โห งั้นข้ากับท่านอาก็สามารถมีอายุถึงพันปีได้สิ” ไป๋เหอพูดอย่างตื่นเต้นเมื่อได้รู้ว่าคนเราสามารถที่จะมีอายุมากถึงพันปีได้แค่ร้อยปีในโลกปัจจุบันนับว่าหายากแล้วนี่ในยุคโบราณมีถึงพันปี
นี่มันโคตรเทพชัด ๆ
“ใช่พวกเราทุกคนสามารถมีอายุถึงพันปีได้ถ้าหากได้รับยาะแต่ยาะไม่ใช่ว่าใครจะได้ต้องมีความสามารถมีเงินทองถึงจะสามารถหาซื้อของเ่าั้ได้แต่ไม่ค่อยมีใครผลิตยานี้ขึ้นมาด้วยที่ว่าต้องใช้สมุนไพรหลายชนิดและต้องไปหาที่หุบเขานรกเพลิงต้องเจออุปสรรคมากมายถึงจะได้ตัวยาสมุนไพรพวกนี้และหากมีขายก็แพงลิบลิ่ว”
เจียวฉือเคยเข้าไปในหุบเขานรกเพลิงแล้วและเขาต้องกลับมามือเปล่าด้วยพลังที่เขามีไม่สามารถที่จะต่อสู้กับสัตว์อสูรที่อยู่ในป่านั้นได้ใบหน้าดูเศร้าเมื่อนึกถึงเื่นี้ได้แต่โทษตัวเองที่ไม่มีความสามารถพอ
“ข้าจะต้องหามากินซะแล้วเผื่อข้าจะอายุยืนยาว” ไป๋เหอรู้สึกสนุกเมื่อคิดที่จะได้กินยาะกระหยิ่มยิ้มย่องรู้สึกมีความสุขเมื่อคิดว่าตัวเองจะเก่งกาจและมีอายุเป็พันปีถ้าเป็อย่างนั้นจริงๆไม่ใช่ว่าเขาจะสนุกเพลิดเพลินกับชีวิตหรอกเหรอแล้วคิดว่าถ้าหากเป็ไปได้จะมีเมียให้ครบโหลพอคิดเื่นี้แล้ว เขาถึงกับนึกหวานปากเมื่อจะได้ลิ้มลองสตรีต่างโลกเขาคิดว่าโลกที่นี่สามารถมีเมียหลายคนได้ถ้าหากเก่งมากพอฉะนั้นแล้วเขาจะลองเป็หนึ่งในนั้นพูดแล้วเขาก็หัวเราะออกมาอย่างลืมตัว
“เ้าคิดอะไรอยู่อย่างนั้นเหรอดูเ้าจะมีความสุขมากนะ”เจียวฉือเห็นหลานมีใบหน้าระรื่นเช่นนั้นก็นึกแปลกใจว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ถึงดูมีความสุขนัก
“ข้าคิดว่าข้าจะต้องหายานั้นมากินและอยู่เป็ะพอคิดแค่นี้ข้าก็หัวเราะ” ชายหนุ่มไม่ได้พูดเื่สตรีเพราะเขาไม่อยากจะให้ท่านอารู้ว่าเขากำลังนึกถึงเื่นี้
“ข้าเชื่อว่าเ้าสามารถทำได้” เจียวฉือไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงคิดเช่นนั้น เขารู้แค่ว่าหลานชายคนนี้สามารถที่จะทำอะไรเหนือความคาดหมายได้เสมอ ยาะคิดว่าหลานชายผู้นี้จะสามารถทำมันขึ้นได้อย่างแน่นอน
“แล้วพลังยุทธนี่มีอะไรบ้างท่านอา ข้าจะต้องฝึกไปขั้นไหนอะไรยังไงข้าถึงจะเก่ง” ด้วยความที่อยากรู้เกี่ยวกับชั้นพลังต่าง ๆ ไป๋เหอไม่รอช้ารีบถามต่อทันที
“เริ่มแรกคนธรรมดาถ้าหากอยากมีวรยุทธขั้นแรกต้องเปิดร่างกายด้วยพลังลมปราณต้องฝึกสมาธิรวบรวมพลังลมปราณมาไว้ในจุดตันเถียนให้ได้มากที่สุดเมื่อมีมากพอก็สามารถเข้าสู่ชั้นก่อเกิดขั้นที่1 ได้ นับว่าเริ่มใช้พลังได้บางคนไม่รู้ว่าตนเองได้สะสมพลังปราณไว้ในร่างกายแล้วพอฝึกร่างกายแปบเดียวก็เข้าชั้นก่อเกิดขั้น1 ได้อย่างเร็ว อย่างเ้าเพียงแค่ข้ามคืนก็สามารถเข้าชั้นก่อเกิดขั้นที่ 3 ได้แล้วนับว่าเป็อัจฉริยะในหมู่อัจฉริยะที่สามารถทะลวงได้เร็วเท่าที่ข้ารู้มาชั้นพลังมีั้แ่ชั้นก่อเกิด ชั้นรวมลมปราณ ชั้นรวมจิต ชั้นโลหิต ชั้นปฐี ชั้น์ ชั้นแก่นแท้จิต ชั้นก่อกำเนิดกายา ชั้นพลังะ และชั้นทลาย์ปฐีทั้งหมดล้วนมี 9 ขั้น ที่ต้องทะลวงผ่านไปให้ได้ ขั้นสุดท้ายก็คือชั้นนิพพานที่ข้าเคยบอกที่หายากที่จะมีคนสำเร็จได้”
“อ๋อข้ารู้แล้วตอนนี้ข้าอยู่ชั้นก่อเกิดขั้นที่ 3 ถือว่าอ่อนด้อยที่สุด แล้วท่านอาล่ะอยู่ระดับไหนแล้วพ่อข้าล่ะระดับไหน” น้ำเสียงสดใสเอ่ยถามรัว ๆ รู้สึกตื่นเต้นเมื่อจะได้ฟัง ั์ตาคมจ้องคนที่จะเล่าไม่คลาดสายตา
“ข้าชั้น์ขั้นที่5น้อยกว่าพ่อของเ้าที่อยู่ชั้น์ขั้นที่ 9 ด้วยความที่ข้าี้เีก็เลยอยู่ในระดับนี้มา5 ปีแล้ว” ในความเป็จริงแล้วเจียวฉือไม่สามารถทะลวงผ่านขึ้นไปได้เขาก็ไม่รู้สาเหตุว่าเป็เพราะอะไรเขาลองมาหลายวิธีจนในที่สุดก็ถอดใจที่จะฝึกมันต่อ
“สักวันข้าจะต้องมีพลังเหนือระดับพวกท่านให้จงได้” คนเอ่ยพูดรู้สึกมั่นใจว่าตนจะสามารถมีพลังที่เหนือกว่าคนในตระกูลเขามัวแต่สนใจฝึกเล่นแร่แปรธาตุจนลืมฝึกวิชาพวกนี้เอาล่ะคืนนี้เขาต้องทะลวงไปอีกขั้นให้ได้แต่ไม่สิเขาเก็บยาไว้เม็ดหนึ่งคืนนี้จะกินมันจาก ขั้น 3 ก็จะได้อยู่ขั้น 5ทันทีพอคิดเื่นี้แล้วเขาอดที่จะอมยิ้มออกมาอย่างมีความสุขไม่ได้
“ข้าจะรอดูความสำเร็จของเ้า”
เจียวฉือเชื่อมั่นว่าหลานชายสามารถที่จะทำมันได้ มองหลานชายใบหน้าเขาดูจริงจังมากเหมือนกำลังคิดอะไรอยู่และเื่ที่หลานชายคิดก็น่าจะเป็เื่ที่ดีและการแก้ปัญหาเื่สมุนไพรคิดว่าไป๋เหอน่าจะมีทางออก