บทที่ 5 ผิดคำสัญญา พบเจอวิกฤตอีกครั้ง
เป็อย่างที่เนี่ยเฉินคาดการณ์ไว้ไม่มีผิด เขาเดินไปได้ไม่ถึงสามจั้งก็เก็บก้อนแร่เหล็กได้หลายก้อน
แม้จะไม่รู้ว่าข้างในมีปริมาณเหล็กมากแค่ไหน แต่การที่เก็บได้จำนวนมากขนาดนี้ ก็แสดงให้เห็นว่าใตู้เานี้ต้องมีแร่เหล็กอีกมากมาย
ปริมาณที่เปลี่ยนแปลงนำมาซึ่งคุณภาพที่เปลี่ยนไป แม้จะไม่บริสุทธิ์ แต่ก็สามารถสกัดเหล็กได้มากมาย
เกลือและเหล็กเป็ของที่ราชสำนักผูกขาด หากูเาลูกนี้สามารถพัฒนาได้ พวกเขาก็จะลักลอบขายไปยังต่างแดน ซึ่งจะได้กำไรอย่างงามแน่นอน
"พี่เนี่ย เ้าเก็บก้อนหินไร้ค่าพวกนี้ไปทำไมหรือ?"
ต้าจ้วงถามด้วยความอยากรู้
เพราะครั้งนี้เนี่ยเฉินสามารถหาเงินได้ถึงห้าพันตำลึง แล้วยังโเี้เด็ดขาดด้วย พวกโจรจึงเริ่มเคารพนับถือเขา และพูดจาสุภาพขึ้น
เนี่ยเฉินชั่งน้ำหนักแร่ในมือแล้วกล่าวยิ้ม ๆ
“สิ่งนี้มีค่ามากกว่าเงินเสียอีก”
“หินไร้ค่าเช่นนี้จะมีค่ากว่าเงินได้อย่างไร”
ต้าจ้วงถามด้วยความสงสัย
เนี่ยเฉินยิ้มไม่ตอบ แล้วขอถุงป่านจากพวกโจร เอาแร่ใส่ลงไป
"พี่ต้าจ้วง เหตุใดถึงพาเขากลับมาด้วย?"
"ข้าเห็นว่าเนี่ยเฉินผู้นี้มีฝีมือ จึงอยากพากลับไปให้หัวหน้าใหญ่เป็ผู้ตัดสิน ว่าจะเก็บไว้หรือฆ่าทิ้ง"
"ข้าเห็นด้วย เมื่อขึ้นเขาไปแล้ว ข้าจะหาโอกาสแก้แค้นให้ได้"
หลังจากเนี่ยเฉินได้เงินไป เวิงชิวฉานที่ไม่เคยมองเห็นหัวเขาก็ได้แต่เยาะเย้ยถากถางอย่างเจ็บแสบ
ครั้งนี้เสียหน้า นางจำไว้แล้ว ทว่าครั้งหน้าต้องหาทางเอาคืนให้ได้
ไม่นานพวกเขาก็เดินทางกลับมายังค่ายชิงเฟิง และเมื่อมาถึงก็เป็เวลาเที่ยงพอดี
"หัวหน้าใหญ่ พวกข้ากลับมาแล้ว"
ต้าจ้วงและเวิงชิวฉานพาเนี่ยเฉินเข้ามาในโถงจวี้อี้
หัวหน้าใหญ่หันกลับมา มองพวกเขาสองคนแล้วกล่าวว่า
"ดูจากสีหน้าที่ดูมีความสุขของพวกเ้า ดูเหมือนจะทำภารกิจสำเร็จแล้วสินะ"
เนี่ยเฉินกุมกำปั้นคารวะ
"มิได้ทำให้หัวหน้าใหญ่ผิดหวัง ผู้น้อยได้นำเงินสามพันตำลึงกลับมาแล้ว"
"เงินอยู่ที่ไหน?"
หัวหน้าใหญ่หันไปทางเนี่ยเฉินแล้วเอ่ยเสียงเรียบ
"ยกเข้ามา!"
เนี่ยเฉินสั่งการ โจรที่อยู่ด้านหลังก็ยกหีบเข้ามาทันที จากนั้นก็เปิดออก
เมื่อเห็นเงินมากมายขนาดนั้น คนรอบข้างก็พากันร้องอุทานด้วยความประหลาดใจ พวกเขาไม่คิดว่าเนี่ยเฉินจะสามารถหาเงินกลับมาได้มากขนาดนี้
"หัวหน้าใหญ่ ท่านสามารถนำเงินจำนวนนี้ไปสามพันหนึ่งร้อยตำลึง จากสามพันตำลึงที่ได้มานั้น ในจำนวนนี้สามพันตำลึงเป็เงินที่ตกลงกับท่าน ส่วนอีกหนึ่งร้อยตำลึงที่เพิ่มมา เป็การคืนเงินยี่สิบตำลึงที่ยืมท่านไปเมื่อวานนี้ ไม่ต้องทอน ที่เหลือเป็ของข้า"
หัวหน้าใหญ่จ้องมองเนี่ยเฉิน มุมปากอดกระตุกไม่ได้
ช่างใจกว้างจริง ๆ ไม่ต้องทอนงั้นหรือ?
หัวหน้าใหญ่เคาะนิ้วบนโต๊ะเบา ๆ พลางหัวเราะเสียงเย็น
“เ้าค่อนข้างมีฝีมือทีเดียว แล้วไปหามาได้อย่างไรเล่า เงินเหล่านี้”
“ข้า...”
“เ้าไม่ต้องพูด ปล่อยให้ต้าจ้วงพูด”
ทันใดนั้นต้าจ้วงก็เล่าเื่ราวทั้งหมดของพวกเขาให้หัวหน้าใหญ่ฟัง
เมื่อหัวหน้าใหญ่ฟังจบก็หรี่ตามองไปยังเนี่ยเฉิน
“เป็คนใจดำมือเหี้ยมอีกคนนี่นา”
“คนที่ทำอาชีพแบบพวกเรา ถ้าใจไม่เหี้ยมจะทำได้อย่างไรเล่า”
เนี่ยเฉินกล่าวเสียงเย็น
“พูดถูก เป็โจรต้องใจโเี้ เ้าบอกมาสิว่าเหตุใดข้าต้องไม่ฆ่าเ้า เอาเงินที่เหลือของเ้ามาเป็ของตัวเอง แล้วเอาหัวของเ้าไปยังตระกูลหลิวเพื่อรับเงินค่าจ้างห้าร้อยตำลึง”
ดวงตาของหัวหน้าใหญ่ทอประกายเย็นเยียบ โจรรอบข้างชักดาบออกมาจ่อหน้าเนี่ยเฉินทันที
อย่างไรก็ตาม เนี่ยเฉินกลับยิ้มอย่างมั่นใจ แล้วนั่งเก้าอี้ข้าง ๆ
“ประการแรก เมื่อสามวันก่อนหัวหน้าใหญ่สัญญากับข้าว่า หากข้าสามารถหาเงินได้สามพันตำลึงภายในสามวัน ท่านไม่เพียงจะไม่ฆ่าข้า แต่ยังจะผูกสัมพันธ์เป็พี่น้องกับข้า และให้ข้าเป็หัวหน้ารองอีกด้วย
หากหัวหน้าใหญ่ฆ่าข้าในเวลานี้ ท่านก็จะได้ชื่อว่าเป็คนกลับกลอก คำพูดไม่เป็คำพูด ต่อไปใครจะไว้ใจท่านเล่า”
“เ้าสามารถผิดสัจจะฆ่าหลิวชงได้ เหตุใดข้าจึงจะผิดสัจจะฆ่าเ้าไม่ได้เล่า”
หัวหน้าใหญ่โต้กลับ
“ประการที่สอง หากข้ามีชีวิตอยู่จะมีค่ากับท่านมากกว่าข้าตาย หัวหน้าใหญ่คงทราบว่าตระกูลเนี่ยของข้าทำการค้ามาหลายชั่วอายุคน มีกิจการและทรัพย์สินมากมาย เพียงแต่ถูกคนเล่นงานเท่านั้น
ถึงแม้ข้าจะเป็คนเ้าสำราญ แต่ก็มีประสบการณ์ในการค้าขายมากมาย
หากข้าได้เป็รองหัวหน้า ไม่เพียงจะพาค่ายโจรให้เติบโตแข็งแกร่ง ทว่ายังสามารถไปติดสินบนนายอำเภอ ล้างมลทินความผิด กำจัดตระกูลหลิว และเอาทรัพย์สินที่เคยเป็ของตระกูลเนี่ยกลับคืนมาได้
เมื่อนั้นทรัพย์สินของข้าก็คือทรัพย์สินของค่ายโจร
เราได้เงินมาก็สามารถเกณฑ์คนได้มากขึ้น ตีอาวุธได้มากขึ้น กวาดล้างโจรกลุ่มอื่น ๆ จนเราได้เป็ใหญ่ที่สุดในอำเภอชิงสุ่ยและทั่วทั้งเมืองเวยหู่
ถึงตอนนั้นพี่น้องทุกคนก็จะกินเนื้อ ดื่มสุรา และนอนกับหญิงงามได้ทุกวัน มีชีวิตที่สุขสบายกว่าทุกวันนี้ไม่ใช่หรือ
หัวหน้าใหญ่ไม่ใช่คนมองการณ์ใกล้ คงจะไม่ลุ่มหลงไปกับเงินเพียงแค่สองพันตำลึงกระมัง”
หัวหน้าใหญ่หัวเราะออกมาแล้วกล่าวว่า
“เ้าโอ้อวดเกินไปแล้ว เ้าจะพิสูจน์อย่างไรว่าเ้าสามารถทำให้ค่ายโจรยิ่งใหญ่ขึ้นได้”
“ก็เพราะข้าบอกว่าข้าจะหาเงินสามพันตำลึงในสามวันก็ทำได้ ข้าพูดอย่างไรก็ทำอย่างนั้น!
หากท่านไม่เชื่อก็อาจจะตั้งเป้าเล็ก ๆ เช่น ข้าจะหาเงินสามหมื่นตำลึงภายในหนึ่งเดือน!”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น โจรที่อยู่รอบ ๆ ก็อุทานด้วยความประหลาดใจ
“สามหมื่นตำลึง? ขี้โม้เสียจริง”
“ชั่วชีวิตนี้ข้าไม่เคยเห็นเงินสามหมื่นตำลึงเลย”
“ตอนนี้เขาเพ้อเจ้อเพื่อเอาชีวิตรอดกระมัง ข้าอยากรู้จริง ๆ ว่าเขาจะหาสามหมื่นตำลึงได้อย่างไรในเดือนเดียว”
“หากเขามีความสามารถเช่นนั้น ตระกูลเนี่ยคงไม่ล่มสลายเพราะฝีมือของเขาหรอก”
ผู้คนพากันวิพากษ์วิจารณ์เสียงเซ็งแซ่ แต่ดวงตาของหัวหน้าใหญ่กลับเป็ประกาย
“เ้าหนุ่ม เรามาเดิมพันกันสักตั้งดีกว่า ถ้าเ้าหาเงินสามหมื่นตำลึงได้ภายในหนึ่งเดือน ข้าจะยกตำแหน่งหัวหน้าใหญ่ให้เ้าเลย
แต่ถ้าเ้าทำไม่ได้ ก็อย่าโทษข้าที่จะถลกหนังเ้าและเอาหัวเ้าไปรับรางวัล”
“ไม่มีปัญหา ข้าชนะการเดิมครั้งแรกแล้ว และข้าก็รับคำท้าการเดิมพันครั้งที่สองนี้ด้วย ดังนั้นตอนนี้ขอให้หัวหน้าใหญ่ปฏิบัติตามข้อตกลงของการเดิมพันครั้งแรกด้วย”
เนี่ยเฉินลุกขึ้นกุมกำปั้นคารวะ
“ดีมาก ข้าขอประกาศว่าั้แ่นี้เป็ต้นไป เนี่ยเฉินจะเป็รองหัวหน้าแห่งค่ายชิงเฟิง พวกเ้าต้องฟังคำสั่งของเขา”
“มาเร็ว เตรียมเหล้าและแท่นบูชา ข้าจะสาบานเป็พี่น้องกับเนี่ยเฉิน!”
“ขอรับ!”
“ไม่ได้ ข้าไม่ยอม!”
เวิงชิวฉานชักดาบออกมา ชี้ไปที่เนี่ยเฉินแล้วกล่าวว่า
“ให้เขาเป็รองหัวหน้าได้ แต่การสาบานเป็พี่น้องไม่ได้ จะให้เขาตายหรือข้าตาย!”
“หลานสาว เ้าทำอะไรน่ะ รีบวางดาบลงเดี๋ยวนี้”
เนี่ยเฉินรีบห้ามปราม
เดิมทีหัวหน้าใหญ่ยังไม่รู้ว่าลูกสาวของตนเองเป็อะไร แต่พอได้ยินคำว่าหลานสาว ก็เข้าใจในทันที
นางกลัวว่าตนจะเรียกคนอายุเท่ากันว่าอา
"ได้ ได้ อย่างนั้นก็ให้เป็รองหัวหน้าไปก่อน ส่วนเื่เป็พี่น้องร่วมสาบานค่อยว่ากันทีหลัง เ้าไปพักผ่อนก่อนเถอะ ต้าจ้วง เ้าไปจัดการ ดูแลเขาให้ดี"
"ขอรับ!"
ต้าจ้วงทำความเคารพอีกครั้ง จากนั้นก็พาเนี่ยเฉินออกไป
เนี่ยเฉินอยากจะถามอะไรสักหน่อย แต่คิดว่าตอนนี้ยังไม่ใช่เวลาที่เหมาะสม
"ท่านพ่อ ท่านคิดจะฆ่าเขาจริง ๆ หรือเ้าคะ"
เวิงชิวฉานถามเสียงเ็า
“แน่นอนว่าไม่ ข้าหนึ่งวาจาหนักดุจติ่งทองเก้าชั้น*[1] หนึ่งคำมั่นสัญญามีค่าเท่ากับทองพันชั่ง*[2] ข้าจะกลับคำได้อย่างไร? ข้าแค่อยากทดสอบความกล้าหาญและความสามารถของเขาเท่านั้น เ้าเป็ห่วงเ้าหนุ่มนี่หรือ?"
เมื่อได้ยินดังนั้น ใบหน้างามของเวิงชิวฉานก็ขึ้นสีแดงระเรื่อเล็กน้อย จากนั้นก็ขมวดคิ้วแน่น จ้องบิดาตนด้วยสายตาเครียดเขม็ง แล้วพูดว่า
“ที่ว่าข้าเป็ห่วงเขาน่ะหมายความว่าอย่างไร ข้าเกลียดเขาเข้ากระดูก เขาต้องมีชีวิตอยู่ ข้าจึงจะแก้แค้นเขาได้!”
เมื่อเห็นใบหน้าแดงก่ำของลูกสาว หัวหน้าใหญ่ก็เกิดสงสัยขึ้นมา
"ลูกเอ๋ย เ้าคงไม่ได้แอบชอบเขาหรอกนะ?"
"อะไรนะ? ข้าน่ะหรือ? จะไปชอบเขาได้อย่างไร? ข้าจะบอกอะไรให้นะเ้าคะ ต่อให้ข้า เวิงชิวฉาน ต้องะโลงไปจากูเานี้ ตายอยู่ข้างนอกนั่น ข้าก็ไม่มีทางไปชอบเขาแม้แต่นิดเดียว!
ไม่มีทางเป็ไปได้เด็ดขาด!"
[1] หนึ่งวาจาหนักดุจติ่งทองเก้าชั้น (一言九鼎) หมายถึง คำพูดมีน้ำหนักและน่าเชื่อถือ
[2] หนึ่งคำมั่นสัญญามีค่าเท่ากับทองพันชั่ง (一诺千金) หมายถึง คนมีสัจจะพูดจริงทำจริง