ล่วงเข้ายามไฮ่(เวลา 21.00 น. จนถึง 22.59น.) งานฉลองจบสิ้น ทุกคนแยกย้ายกันไปพักผ่อนแม้เวลาล่วงผ่านมานานเพียงใด หยินน่าก็ยังไม่รู้สึกง่วงนอนแม้เพียงนิดเดียวเด็กสาวรู้สึกร้อนรนกังวลกระวายใจอย่างไม่รู้สาเหตุ พอหลับตาก็จะเห็นภาพของหยินฮูและท่านชายจ้าวหลีเหว่ยที่จ้องมองมาที่นางตลอดเวลาจนทำให้รู้สึกอึดอัดใจเป็อย่างยิ่ง
เด็กสาวค่อยๆเดินออกมาจากที่พักอย่างแ่เบาเพื่อไม่ให้เป็การรบกวนแม่เฒ่าที่วันนี้มานอนเป็เพื่อนนางหญิงชราเคยอธิบายถึงอาการฝันร้ายให้หยินน่าฟังแม้จะรู้ดีว่าทำให้คนรอบข้างกังวลเพียงใดแต่นางยังไม่สามารถหาวิธีลบความหวาดกลัวนี้ออกไปจากจิตใจได้ เพราะอะไร! ทำไม! นางถึงต้องฝันอย่างนั้นด้วยแล้วสิ่งใดจะช่วยแก้ไขฝันร้ายให้นางได้
หยินน่าไม่รู้ตัวเลยว่าได้เดินออกมาสุดเขตป่าหินทำให้เห็นทุ่งหญ้าโล่งกว้างแสงของดวงจันทร์ส่องสว่างจนเห็นเนินหินสูงต่ำลดหลั่นกันไปได้อย่างชัดเจนสายลมเย็นรอบทุ่งกว้างพัดพาความร้อนในจิตใจของเด็กสาวให้หายไปพอคิดได้ว่าตนเองเดินออกมาไกลเกินไปจึงหันหลังเพื่อกลับที่พัก
แต่สิ่งที่ปรากฏให้เห็นคือบุรุษแปลกหน้าห้าคนกำลังมองมาที่นางด้วยสายตาแทะโลมและกระหายเื แววตาและท่าทางของคนเหล่านี้ เหมือนกับแววตาของบุรุษในฝันร้ายของหยินน่า
หนี! ความคิดเดียวที่มีอยู่ไวเท่าความคิดเด็กสาววิ่งหนีไปในทิศทางที่คิดว่าจะไม่มีสิ่งใดขวางกันแต่เมื่อวิ่งได้เพียงชั่วจิบชาก็ต้องหยุดชะงัก! เพราะยังมีอีกสามคนซ่อนตัวในทางเข้าป่าหินหยินน่าหันไปมองรอบตัวแล้วคิดะโขอความช่วยเหลือ
“ชะ........”แต่ยังไม่ได้ได้ทำอย่างที่ใจนึกสติของเด็กสาวก็ดับวูบลง
“อื้อ...อื้อ..!!”เมื่อฟื้นขึ้นมา หยินน่าก็พบว่าตนเองถูกมัดปาก มัดมือ มัดเท้าไว้แล้วร่างบางของเด็กสาวหนาวสั่นด้วยความหวาดกลัว อย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน ทำไม! ช่วยด้วย! ช่วยด้วย! ใครก็ได้ช่วยด้วย! ช่วยข้าด้วย!เสียงภายในจิตใจร่ำร้องดิ้นรนเพื่อหาทางรอดให้กับตัวเองอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย
“ฮี่ฮี่ฮี่ไม่คิดเลยว่างานคราวนี้จะเป็ธิดาของชานหยูผู้ยิ่งใหญ่ ฮี่ฮี่ฮี่”
“ได้ยินมาว่านางมีเชื้อสายของคนต่างเผ่า จึงได้ปิดบังคลุมใบหน้าไว้ตลอดเวลา”
“ข้าได้ยินมาว่าผ้าคลุมหน้าจะถูกเปิดออกให้ได้เห็นเฉพาะคนในครอบครัวและสามีเท่านั้น”
“แต่ตอนนี้เราเอาผ้าคลุมหน้าของนางออกไปแล้วพวกเราทั้งหมดก็เป็สามีของนางซินะ ฮ่าฮ่าฮ่า”
“ใช่แล้วสหายฮ่าฮ่าฮ่า”
“อื้อ...อื้อ..!!”เด็กสาวได้ยินคำพูดทั้งหมดก็พยายามดิ้นรน เสือกไสไปตามพื้นหญ้าเพื่อจะหนีหนีให้ไกลที่สุด นี้ให้พ้นคนชั่วเหล่านี้
มือหยาบกร้านของชายโฉดเข้ามาลุมฉีกกระชากเสื้อผ้าของเด็กสาวออกอย่างแรงวงหน้ารูปไข่ขาวผ่องเปรอะเปื้อนไปด้วยหยาดหน้าตาที่ไหลมาจากดวงตาสีน้ำตาลคู่งามปากแดงดั่งแต้มชาดที่พยายามขบเม้มเข้าหากันแต่มีผ้ารัดพันธนาการไว้เส้นผมดำขลับทิ้งตัวสยายลงมาปิดบังเรือนร่างขาวนวลเนียนเปลือยเปล่าแทนชุดที่ถูกฉีกกระชากออกไปเด็กสาวพยายามขดตัวหนีมือทั้งหลายที่เข้ามาลูบไล้เนื้อตัวของนางอย่างสุดกำลังที่จะทำได้
“โอ้์เห็นใจพวกข้าจริง ๆ จึงส่งเด็กสาวที่งามเช่นนี้มาให้พวกข้า ฮ่าฮ่าฮ่า”
หยินน่าตัวสั่นสะท้าน สีหน้าทุกข์ทรมานเผยแววหวาดกลัวเสียงหัวเราะ ผสมเสียงคำรามดุเดือด ของชายฉกรรจ์ที่กำลังจับบีบลูบคลำทั่วเรือนร่างของเด็กสาวร่างบางเ็ปไปทั่วความทรมานที่ทำให้นางหอบหายใจติดขัดอย่างรุนแรงความหวาดกลัวและความแค้นชิงชังฝั่งแน่นอยู่ในห้วงความคิดภาพฝันปรากฏในห้วงสติขีดสุดของความหวาดกลัว ทำให้นางแยกแยะไม่ออกว่าสิ่งใดคือความจริงสิ่งใดความฝัน แต่ความรู้สึกในห้วงความคิดของนางคือ้าให้ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นกับนางจบสิ้นลงปลายนิ้วมือทั้งสองที่ถูกผูกมัดติดกัน จิกลงบนฝ่ามือบางจนเืไหลซึมออกมาน้ำตาไหลเป็สายดุจน้ำตกที่ไม่มีวันหยุด
“อ๊ากกกก!...”
“เฮ้ยใครบังอาจ...เฮ้ย...” เคร้ง ฉับ ฉับ ท่ามกลางเสียงชุลมุนที่ยาวนานในความรู้สึกของเด็กสาว ภาพสีแดงของโลหิตฟุ้งกระจายไปทั่วร่างของชายชั่วล้มลงกลายเป็ศพ ศพแล้ว ศพเล่าพร้อมกับร่างสูงที่เดินเข้ามาในมือใหญ่มีดาบเปื้อนหยาดโลหิตที่ไหลรินลงมา
ในแววตาที่เลื่อนลอยของเด็กสาวสะท้อนภาพแสงจันทร์ที่ตกกระทบลงมาด้านหลังของบุรุษในชุดคลุมสีดำที่กลืนไปกับความมืดรอบด้านชายเสื้อคลุมพลิ้วไสวปลดปล่อยกลิ่นอายสังหารเย็นะเืออกมาทั่วร่าง ใบหน้าหล่อเหลาที่มีดวงตาสีนิลลึกลับแผ่รังสีความเกลียดชัง โกรธแค้นขุ่นเข้มออกมา คิ้วหนาคมเข้มพาดยาวขมวดเข้าหากันจมูกโด่งคมเป็สันตรงบอกถึงความหยิ่งทระนงที่มีริมฝีปากบางเฉียบรูปปากกว้างรับกับกรอบหน้า หลอมรวมเข้าด้วยกันดังนักรบในภาพวาดภาพฝันที่เลือนลางกลับมาอีกครั้งพร้อมฉากสุดท้ายของชีวิตตนที่ต้องจบลงด้วยน้ำมือของบุรุษผู้ย่างก้าวมาภายใต้แสงสว่างหยาดน้ำตาไหลรินลงเป็สาย มีเพียงคำว่า ทำไม! ทำไม!ดังไม่หยุดหยินน่าปิดเปลือกตาลง รอรับชะตากรรมที่จะถูกพรากชีวิตอย่างสิ้นหวัง
“พรึบ”เมื่อพันธนาการบนร่างถูกปลดออกตามมาด้วยความอบอุ่นในความมืดมิดเข้ามาโอบล้อมร่างบางที่ไร้เรี่ยวแรงของนางไว้อย่างแนบสนิทร่างทั้งร่างถูกโอบกอดยกลอยขึ้นมาจากพื้นหญ้าเย็นะเืยามค่ำคืน
แววตาที่ยังดูงุนงงเลื่อนลอยของหยินน่าปรากฏออกมาให้เห็นภายใต้เสื้อคลุมตัวใหญ่ดวงตาบวมช้ำสบประสานเข้ากับดวงตาสีนิลเข้มวาววับที่ฉายแววอ่อนโยนดุจสายน้ำ เพียงแค่จ้องมองนางอย่างเงียบๆไม่ส่งเสียงใดๆ ออกมา ความรู้สึกไร้ทางสู้ ความขมขื่นเ็ปที่นางได้รับทำให้ดวงตาสีน้ำตาลเข้มคู่งามถูกปกคลุมด้วยไอหมอกพร่าเลือนไปด้วยหยาดน้ำตาที่ร่วงรินไม่ขาดสาย
ชายหนุ่มมองร่างเล็กที่ร้องไห้ในอ้อมอกของตนอย่างเงียบๆเสียงทุ้มต่ำเอ่ยพูดปลอบประโลมที่เต็มไปด้วยความอบอุ่นและคุ้นเคย “ไม่เป็ไรไม่เป็ไรแล้วนะ ตอนนี้เ้าปลอดภัยแล้ว”
เด็กสาวได้ยินคำปลอบประโลมในอ้อมกอดอบอุ่นนี้พยายามข่มกลั้นขบริมฝีปากที่สั่นระริกของตนไว้แน่นข่มจนทนไม่ไหวจนในที่สุดก็ส่งเสียงร้องไห้ที่ดังก้องไปทั่วทุ่งหญ้ากว้างไกลอันเว้งว้างออกมามือบางในผ้าคลุมยึดเหนี่ยวเกาะกอดอ้อมอกแกร่งไว้แน่น ราวกับจับฟางเส้นสุดท้ายที่ช่วยชีวิตของนางไว้อย่างที่ไม่คิดจะให้หลุดมือเป็อันขาด
ชายหนุ่มตอบสนองร่างบางด้วยการโอบอุ้มไว้อย่างแนบสนิทราวจะให้ร่างน้อยในอ้อมกอดหลอมรวมเข้ากับร่างตนมือข้างหนึ่งตบแผ่นหลังบางเบาๆน้ำเสียงทุ้มนุ่มนวลกระซิบปลอบประโลมอย่างไม่รู้เบื่อ “ไม่เป็ไรแล้วไม่เป็ไรแล้วนะ ข้ากลับมาแล้วหยินน่า ต่อไปจะไม่มีใครทำอะไรเ้าได้อีกแล้วฝันร้ายจบสิ้นลงแล้ว มันจบลงแล้ว...”
เสียงร่ำไห้ที่ทุกข์ระทมของเด็กสาวยังคงดังก้องไปทั่วโดยไม่รู้ว่าเวลาผ่านมานานเท่าไหร่จนในที่สุดดวงตาฉ่ำน้ำของเด็กสาวก็ค่อยๆ ปรือปิดลงหยาดน้ำตายังคงไหลรินออกจากหางตา แม้ยังมีเสียงสะอึกสะอื้นเป็ระยะ แต่มือน้อยยังคงเหนี่ยวเกาะอ้อมอกแกร่งไว้ไม่ยอมคลายเสียงลมหายใจในอ้อมกอดเริ่มแ่เบาเข้าออกเป็จังหวะอย่างสม่ำเสมอพร้อมกับจังหวะย่างเท้าก้าวเดินของร่างสูงใหญ่ ทิ้งไว้เพียงเศษซากศพของฝันร้ายที่สลายหายไปชั่วกาล