ตอนที่ 1 ความตายไม่ใช่จุดจบ
เพชรขับรถกลับบ้านด้วยความอ่อนล้า หลังจากการทำงานล่วงเวลาที่ยาวนาน ถนนในเมืองเริ่มว่างเปล่า แสงไฟถนนสาดส่องเป็ทางยาวบนพื้นถนนสีดำสนิท เขาเปิดเพลงเบาๆ เพื่อคลายความเมื่อยล้า และพยายามรักษาสมาธิในการขับรถ
ในขณะที่รถของเพชรกำลังแล่นผ่านทางแยกแห่งหนึ่ง เขาสังเกตเห็นแสงไฟหน้ารถขนาดใหญ่พุ่งเข้ามาจากด้านข้างด้วยความเร็วสูง เพชรใและเหยียบเบรกอย่างแรง แต่ก็สายเกินไป รถบรรทุกขนาดใหญ่พุ่งเข้าชนรถของเพชรอย่างจัง เสียงเหล็กบดขยี้กันดังสนั่นหวั่นไหว แรงกระแทกมหาศาลทำให้รถของเพชรหมุนคว้างไปหลายรอบ
เพชรรู้สึกถึงแรงกระแทกที่รุนแรงไปทั่วร่างกาย กระจกหน้ารถแตกกระจายเป็เสี่ยงๆ เสียงกระจกแตกและเสียงเหล็กบดขยี้ดังประสานกันอย่างน่ากลัว ถุงลมนิรภัยทำงาน แต่แรงกระแทกก็ยังรุนแรงเกินกว่าจะป้องกันได้ทั้งหมด
ร่างกายของเพชรกระเด็นไปกระแทกกับพวงมาลัยและคอนโซลหน้ารถ เขาได้ยินเสียงกระดูกหักดังกรอบแกรบ ความเ็ปแผ่ซ่านไปทั่วร่างกาย ภาพตรงหน้าพร่ามัวและมืดลงเรื่อยๆ เขาพยายามที่จะมองเห็น แต่แสงไฟหน้ารถบรรทุกที่สว่างจ้าก็ทำให้เขาแสบตา
เพชรรู้สึกถึงความอบอุ่นของเืที่ไหลออกมาจากศีรษะและร่างกายของเขา เขาพยายามที่จะหายใจ แต่ลมหายใจของเขากลับแ่เบาลงเรื่อยๆ เสียงหวีดร้องของผู้คนรอบข้างดังแว่วเข้ามาในหูของเขา แต่เขาไม่สามารถแยกแยะคำพูดใดๆ ได้เลย
ความเ็ปเริ่มจางหายไป ความมืดมิดเข้าครอบงำทุกสิ่ง เพชรรู้สึกเหมือนกำลังจมลงไปในห้วงเหวลึก เขาพยายามที่จะต่อสู้ แต่ร่างกายของเขาไม่ตอบสนอง เขาได้ยินเสียงสุดท้ายดังแว่วมาในหู ก่อนที่ทุกอย่างจะดับวูบลง
"นี่คือจุดจบของฉันหรือ?" เพชรคิดในใจ ก่อนที่สติของเขาจะดับวูบลงอย่างสมบูรณ์
เมื่อเพชรลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง เขาพบว่าตัวเองอยู่ในสถานที่ที่แปลกประหลาด รอบตัวเขาเต็มไปด้วยหมอกสีเทาจางๆ และความเงียบสงัดที่น่าขนลุก เพชรพยายามลุกขึ้นยืน แต่กลับไม่รู้สึกถึงความเ็ปใดๆ แม้แต่น้อย
"นี่ฉันตายแล้วจริงๆ เหรอ " เพชรพึมพำกับตัวเอง เขาจำได้ว่ากำลังขับรถกลับบ้านหลังจากทำงานล่วงเวลา แล้วรถบรรทุกคันใหญ่ก็พุ่งเข้ามาชนรถของเขาอย่างจัง
เพชรหันมองไปรอบกายด้วยความสับสน ดวงตาของเขาพยายามปรับโฟกัส แต่กลับพบเพียงม่านหมอกสีเทาหม่นที่ปกคลุมทุกสิ่ง ราวกับโลกทั้งใบถูกย้อมไปด้วยสีแห่งความสิ้นหวัง เบื้องหน้าของเขาปรากฏทางเดินหินที่ทอดยาวเลี้ยวลดหายเข้าไปในความมืดมิดที่ไร้จุดสิ้นสุด ความเงียบงันปกคลุมทุกอณูัั ราวกับกาลเวลาหยุดนิ่ง
" นี่ฉันต้องเดินไปตามทางนี้จริง ๆ หรือ" เพชรได้แต่ครุ่นคิดในใจ เขาไม่เข้าใจว่าสถานที่แห่งนี้คือที่ใด โลกหลังความตายอย่างนั้นหรอ หรือเป็เพียงแค่ความฝันที่เลือนราง เขายังมีโอกาสที่จะกลับไปยังโลกที่จากมาหรือไม่ คำถามมากมายผุดขึ้นในหัว แต่กลับไม่มีคำตอบใด ๆ
ด้วยความรู้สึกสับสนและหวาดกลัว เพชรตัดสินใจก้าวเท้าไปตามทางเดินหินที่เงียบสงัด รอบกายของเขายังคงมีเพียงความมืดมิดและความเงียบงัน ราวกับเขาเป็เพียงสิ่งมีชีวิตเดียวที่หลงเหลืออยู่ในโลกใบนี้
เพชรไม่รู้ว่าเขาเดินมานานแค่ไหนแล้วในความมืดมิดที่ไร้จุดสิ้นสุดนี้ ขาของเขาเริ่มอ่อนล้า แต่ความหวังเล็ก ๆ ที่ยังคงริบหรี่ในใจก็ผลักดันให้เขาเดินต่อไป ในที่สุด แสงสว่างจาง ๆ ก็ปรากฏขึ้นที่ปลายทาง ราวกับแสงนำทางในความมืดมิด
" ถึงจุดสิ้นสุดแล้วหรือ" เพชรพึมพำกับตัวเอง รอยยิ้มแห่งความดีใจปรากฏบนใบหน้าของเขา เขารู้สึกเหมือนได้พบแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ หลังจากที่ต้องเผชิญกับความมืดมิดมาอย่างยาวนาน แต่เมื่อเขาเดินเข้าไปใกล้ แสงสว่างนั้นก็เผยให้เห็นสิ่งที่อยู่เื้ั มันไม่ใช่ทางออกอย่างที่เขาคิด แต่เป็ประตูบานใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้า มันไม่ใช่แค่ประตูธรรมดา แต่เป็ประตูที่สูงเสียดฟ้า กว้างใหญ่จนสุดลูกหูลูกตา ราวกับเป็ประตูสู่โลกอีกมิติ พื้นผิวของประตูทำจากวัสดุสีดำสนิท มันวาวราวกับกระจก แต่กลับสะท้อนภาพของเพชรออกมาอย่างบิดเบี้ยว ราวกับภาพในความฝัน ลวดลายบนประตูสลักเสลาอย่างประณีต เป็รูปสัญลักษณ์โบราณที่เพชรไม่เคยเห็นมาก่อน มันดูเหมือนจะเคลื่อนไหวได้เอง ราวกับมีชีวิต ลวดลายบางส่วนเรืองแสงสีเขียวอ่อน ๆ ราวกับมีพลังงานบางอย่างซ่อนอยู่ภายใน บานพับของประตูทำจากโลหะสีทองขนาดใหญ่ มันดูแข็งแกร่งและทนทาน ราวกับถูกสร้างขึ้นเพื่อคงอยู่ชั่วนิรันดร์"
เพชรยืนตะลึง มองประตูบานนั้นด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งประหลาดใจ สงสัย และหวาดกลัว เขาไม่แน่ใจว่าประตูบานนี้จะนำเขาไปสู่ที่ใด แต่เขารู้สึกได้ถึงพลังงานที่แผ่ออกมาจากมัน มันเป็พลังงานที่ทั้งน่าเกรงขามและลึกลับ ‘นี่มันอะไรกัน’ เขาอุทานออกมาด้วยความใ เสียงของเขาแ่เบา ราวกับถูกกลืนหายไปในความเงียบสงัด