ตอนที่ 13 คับขัน
เสียงหัวเราะลั่นดังมาจากขวานคู่
“ลูกน้องของนายสุดยอดไปเลยว่ะ ภักดีจริง ๆ แต่มองโลกในแง่ดีไปหน่อยหรือเปล่า คิดว่าจะรอดออกไปได้หรือไง” ขวานคู่ยิ้มเหี้ยม
“พวกคุณขวางผมไม่ได้หรอกครับ เป้าหมายหลักและสมบัติต่าง ๆ ที่คุณ้าอยู่บนตัวเขา ไม่ใช่ผม ถ้าคุณแบ่งคนมาขัดขวางผม นักสลักโทคนนั้นย่อมฉวยโอกาสโจมตีพวกคุณ” พูดจบร่างของนิทานก็พุ่งตัวออกห่างจากกลุ่ม ร่างกายกลายเป็ภาพจาง นิทานเคลื่อนไหวราวกับไร้น้ำหนัก เพียงสะกิดขาเบา ๆ ร่างกลับพุ่งไปไกลด้วยความเร็วที่แทบไม่ด้อยไปกว่าขวานคู่
นิทานพุ่งฝ่าวงล้อมจากทางฝั่งของสมิงแผ่นดินไหว เมื่อสมิงแผ่นดินไหวเห็นนิทานวิ่งมาจึงกระโจนเข้าหานิทาน หวังตะปบให้ตายคามือ แต่ขาของมันกลับติดอยู่กับพื้นไปชั่วขณะ สะดุดล้มลง
นิทานอาศัยจังหวะะโขึ้นต้นไม้ ก่อนผลุบหายเข้าป่า ไม่เหลือร่องรอยใด ๆ อีก
โจรธนูยิงศรตามไปแต่ศรทุกดอกกลับตกลงพื้น ไม่พุ่งไปไกลอย่างที่มัน้า โจรธนูง้างศรอีกครั้งก่อนออกตัววิ่งตาม
“ไม่ต้องตาม ความเร็วของมันไม่ใช่เล่นเลย ถ้าเราตามไป เราจะเสียเหยื่อรายใหญ่กว่า อย่างที่มันว่านั่นแหละ เป้าหมายหลักของเราคือคุณชายผู้ร่ำรวยคนนั้นต่างหาก” โจรขวานคู่ห้ามโจรธนู
“ถือเป็โชคดีของมัน ทีรานคงยังไม่้ามันในวันนี้” โจรขวานั์แค่นเสียง
“นิทาน! จะทิ้งกันไปแบบนี้จริงเหรอ” น้ำเสียงของราตรีสั่นเครือ ั์ตาสะท้านไหว
“นิทาน…ฉันนึกว่าเราเป็เพื่อนกัน!” อรุณะโอย่างโกรธแค้น
“ถ้าพวกคุณหนีเองได้ พวกคุณก็คงหนีไปแล้วเหมือนกันแหละครับ” เสียงของนิทานเ็าไร้อารมณ์ เป็เสียงอันห่างไกลที่แว่วมาตามสายลม
“โธ่เว้ย นิทาน!” อรุณะโอย่างหัวเสียแต่กลับไม่อาจทำอะไรได้ เพียงสร้างโล่อากาศปริมาณมหาศาลป้องกันฝนธนูต่อไป
แม้การที่นิทานจากไปจะทำให้ฝ่ายของอินจันทร์สูญเสียกำลังรบไปหนึ่ง แต่ในความเป็จริงแล้วกำลังรบไม่ได้ต่างไปจากเดิม ในสถานการณ์ก่อนหน้านิทานไม่สามารถช่วยเหลือใด ๆ ได้
นิทานเป็ผู้เชี่ยวชาญการตรวจจับ แต่ในสถานการณ์ที่ถูกศัตรูล้อมกรอบเช่นนี้ความสามารถของนิทานย่อมไม่สามารถสร้างประโยชน์ใหญ่โตใด ๆ ได้ เพียงเป็การสนับสนุนอันเล็กจ้อย
เพียงแต่สถานการณ์เช่นนี้ ทุกการสนับสนุนคือสิ่งที่อินจันทร์้าแม้จะเล็กน้อยเพียงไรก็ตาม
หรือต้องยอมใช้เทียนเปลวดับสูญ… ไม่ได้ ถึงฆ่าสมิงแผ่นดินไหวได้ แต่โจรธนูคนนั้นก็ยังอยู่ ถ้ามันมีสัตว์อสูรระดับผู้เรียนรู้อีกตัวหนึ่งบุกฝ่าเข้ามาหลอกล่อรากไม้ ส่วนมันก็คอยโจมตีจากไกล ๆ เรื่อย ๆ จนคุณอรุณไม่เหลือพลัง ยังไงเราก็ไม่รอดอยู่ดี
ยังไงแค่พฤกษาใบครามก็ป้องกันฝนธนูปริมาณมหาศาลของมันกับสัตว์อสูรไม่ได้ ไม่สิ ถึงไม่มีสัตว์อสูรอีกตัวแต่แค่มันระดมยิงเข้ามาก็แทบรับไม่ไหวแล้ว
ต้องจัดการ 1 ใน 3 โจรเท่านั้น การเล็งไปที่สมิงแผ่นดินไหวไม่ใช่คำตอบ อินจันทร์ครุ่นคิด หากสายตายังคงจับจ้อง พยายามควบคุมพฤกษาใบครามสกัดกั้นสมิงแผ่นดินไหวเต็มกำลัง
การต่อสู้ยังดำเนินต่อไปอีกหลายนาที สมิงแผ่นดินไหวเวลานี้ฝ่าฟันเข้ามาห่างจากคณะเพียงไม่ถึงร้อยเมตรแล้ว ฝนธนูแม้ยิงออกมากมายหลายร้อยดอกแล้วแต่กลับไม่มีทีท่าจะลดน้อยลงเลย ไพรและอรุณใกล้ถึงขีดจำกัดเต็มที
หากดูในสนามรบสถานการณ์อาจไม่เปลี่ยนแปลงมากมาย แต่ฝั่งที่เสียเปรียบยังเป็คณะของอินจันทร์ พลังของพวกเขาร่อยหรอลงไปในทุกขณะที่ผ่านพ้น สมิงแผ่นดินไหวคืบคลานเข้ามาใกล้พวกเขาเต็มที
ั์ตาสีน้ำตาลกระหายฆ่าฟันของสมิงแผ่นดินไหวที่คืบใกล้ทำให้คณะวิตกขึ้นทุกที แม้แต่อินจันทร์ที่พกพาวัตถุเสริมอาคมมากมายก็เช่นกัน
การขัดขวางจากรากไม้และไพรน้อยลงทุกทีแต่สมิงแผ่นดินไหวยังคงบุกจู่โจมอย่างแข็งแกร่งราวกับพลังของมันไร้ก้นบึ้ง แม้สัตว์อสูรจะมีพลังที่มากมายกว่ามนุษย์ แต่ปริมาณพลังระดับนี้ทำให้อินจันทร์ได้แต่คาดการณ์ว่ามันได้รับการเสริมพลังจากโจรธนู
ผู้ฝึกสัตว์สินะ
เื่ราวเลวร้ายลงเรื่อย ๆ แม้จิตใจเริ่มเกิดความวิตกแต่ั์ตาของอินจันทร์ยังคงเฉียบคม สายตาจับจ้องหาทุกโอกาสเพื่อพลิกสถานการณ์ นักผจญภัยทั้ง 4 แม้สีหน้าซีดเซียวแต่ยังคงคุมสติไว้ พวกเขาทราบว่าพวกตนไม่อาจหนีออกไปเช่นเดียวกับนิทานได้ พวกเขาได้แต่หวังพึ่งอินจันทร์และตาไกรเท่านั้น
และโอกาสนั้นก็มาถึง ตาไกรพลันซัดโจรขวานคู่กระเด็นอย่างแรงมาทางตัวอินจันทร์โดยตรง
โจรขวานคู่แปลกใจ ตลอดมาสิ่งที่ตาไกรทำคือขัดขวางพวกตนไม่ให้หลุดไปถึงอินจันทร์เพื่อฉวยโอกาสโจมตี หากเวลานี้กลับซัดมันกระเด็นมาทางอินจันทร์โดยตรง
“คุณชายเล็ก!” ตาไกรส่งเสียงเรียกให้สัญญาณ อินจันทร์ได้ยินดังนั้นก็พลันหันไปสบตาตาไกร พลางล้วงมือเข้าไปในอกเสื้อ
โจรขวานคู่ม่านตาหดวูบเมื่อเห็นสิ่งที่อินจันทร์คว้าออกมา เทียนไขสีดำทมิฬที่แผ่กลิ่นอายชั่วร้ายบางอย่างโผล่ขึ้นมาในมือของอินจันทร์
ตัวเทียนไขสีดำสนิท มีรอยร้าวแพร่กระจายไปตามเทียนที่มืดมิดราวกับท้องฟ้ายามค่ำคืนที่ไร้ดาว แม้แต่ตัวชนวนยังเป็สีดำ ที่ด้ามของมันสลักอักษรที่ไม่สมบูรณ์ ขาดหายบางส่วนแถมมันยังไม่อาจอ่านออก แต่กลิ่นอายจากอักษรนั้นทำให้มันหวาดกลัวจนอกสั่นขวัญหาย
มันไม่รู้ว่าสิ่งนั้นคืออะไร แต่มันััได้ถึงอันตรายร้ายแรงจากเทียนไขสีดำทมิฬนั่น! ยิ่งอินจันทร์เร่งพลังใส่เทียนจนไฟติดขึ้นมา มันก็ยิ่งััได้ถึงกลิ่นอายของความตาย!
“น้องสอง! เทียนไขนั่นอันตราย!” โจรขวานั์ะโ
แม้ตื่นตระหนกแต่มันก็ยังพุ่งเข้าใส่ตาไกร ขัดขวางไม่ให้ตาไกรไปสมทบเพื่อทำให้สถานการณ์แย่ลงกว่าเดิมได้
โจรขวานคู่คว้ารากไม้ของพฤกษาสีครามหวังดีดตัวเองออก เมื่อมันหันไปมองเทียนไขอีกครั้ง เทียนไขสีดำเวลานี้ปล่อยควันสีดำทมิฬออกมามากมายคลุมฟ้าคลุมดิน ควันสีดำย่อยสลายทุกสิ่งที่มันัั รังสีดับสูญแพร่กระจาย
อินจันทร์เร่งพลัง ใช้พลังจิติญญาจากทุกส่วนในร่างกายอัดลงไปในเทียน พลางชี้ปลายเทียนไปทางขวานคู่ที่ลอยเข้ามา ควันสีดำจับตัวกันเป็อสรพิษทมิฬขนาดั์ ปากอสรพิษอ้ากว้าง ทุกสิ่งที่เลื้อยผ่านพบเจอแต่ความดับสูญ
รากไม้ที่มันจับพลันกลายเป็เหมือนยาง ผลักร่างของมันออกจากวิถีของอสรพิษั์ แต่อสรพิษทมิฬเคลื่อนไหวได้ราวกับมีชีวิต พลันหักหัว เลื้อยไล่ตามโจรขวานคู่ด้วยความเร็วสูงลิ่ว
โจรขวานคู่ในวินาทีตัดสินเป็ตาย มันใช้รากไม้ในมือเหวี่ยงฟาดไปที่สมิงแผ่นดินไหวที่อยู่ไม่ไกลตัว
รากไม้เหวี่ยงราวกับแส้ฟาดไปยังสมิงแผ่นดินไหวที่ไม่ทันตั้งตัว เมื่อรากไม้ัักับตัวของมัน กล้ามเนื้อแข็งแกร่งของสมิงแผ่นดินไหวก็ยุบตัวลงอย่างน่ากลัว กล้ามเนื้อยุบและขยายออกอย่างรวดเร็ว ดีดตัวมันเด้งมาขวางทางระหว่างมันและอสรพิษทมิฬ
อสรพิษทมิฬเขมือบกลืนสมิงแผ่นดินไหวลงไปทั้งตัว เมื่ออสรพิษทมิฬได้เหยื่อ มันก็ขดตัวลง รัดพันตัวเองไว้เป็ก้อนกลมขนาดใหญ่ หยุดเคลื่อนไหว กักสมิงแผ่นดินไหวไว้ในร่างของมัน
เสียงคำรามอันเ็ปดังออกมาจากในร่างของอสรพิษทมิฬ ผ่านไปเพียงชั่วลมหายใจ เสียงโหยหวนก็หยุดลง อสรพิษทมิฬเริ่มสลายหายไปกลายเป็กลุ่มควันสีดำจาง ๆ ที่ลอยขึ้นสู่ฟ้า
ร่างของสมิงแผ่นดินไหวที่ถูกกักไว้ภายในก็เผยออกมาหลังจากควันสีดำจำนวนมากสลายหาย
สมิงแผ่นดินไหวในเวลานี้เนื้อตัวเปื่อยเน่า เืสีดำไหลนองอย่างน่าสยดสยอง ร่างสมิงแผ่นดินไหวนอนลงกับพื้นไม่ขยับเขยื้อน เนื้อตัวผุดตุ่มสีดำที่แตกกระจายกลายเป็น้ำเหลวมากมายไหลนองออกมา
สัตว์อสูรระดับผู้สลักเอกเวลานี้เหลือเพียงแอ่งน้ำสีดำสกปรก
โจรขวานคู่เห็นดังนั้นก็เหงื่อไหลโชกราวกับน้ำตก สัตว์อสูรที่ร่างกายแข็งแกร่งกว่ามนุษย์ไม่รู้กี่เท่าแต่กลับจบชีวิตลงในการโจมตีเพียงครั้งเดียว หากเป็ตัวมันเองที่โดนอสรพิษทมิฬนั่นเขมือบเข้าไปมันย่อมไม่มีทางรอดแม้แต่น้อย
มันพึ่งเฉียดความตายไปเพียงนิดเดียวเท่านั้น!
“พี่สอง! สมิงแผ่นดินไหวของข้า!” โจรธนูะโอย่างโกรธเกรี้ยว
“หุบปากน้องสาม! เดียวพวกข้าช่วยเ้าจับสัตว์อสูรตัวใหม่ให้ทีหลัง” โจรขวานคู่ะโตอบกลับ ตัวมันยังคงสั่นสะท้านเมื่อนึกถึงชะตากรรมของสมิงแผ่นดินไหวเมื่อครู่
“ลูกเล่นของแกใช้ได้เลยนี่ไอ้เด็กบัดซบ สมบัติระดับนั้นแม้แต่อริยะก็อาจสาหัสด้วยซ้ำ คงเป็สมบัติระดับสูงสินะ” โจรขวานคู่มองอย่างอาฆาต
อินจันทร์ในเวลานี้สีหน้าซีดเซียวลงจริง ๆ แล้ว เขามีเทียนไขเปลวดับสูญเพียงชิ้นเดียวเท่านั้น สมบัติระดับนี้ไม่ใช่อยากก็มีได้ เป็บิดาของเขาให้มาเพื่อปกป้องเขาจากสถานการณ์อันตรายถึงชีวิต
บิดาของเขาได้เทียนไขนี้มาจากเพื่อนนักรังสรรค์ผู้หนึ่ง บิดาของเขากล่าวว่าเพื่อนผู้นี้เป็อริยะผู้หนึ่ง นอกจากฐานะอริยะอันสูงส่งแล้วเพื่อนผู้นี้ยังมีอีกฐานะคือตำแหน่งนักประดิษฐ์อันดับต้น ๆ ของเมืองหลวง
บิดาเขากล่าวว่าเทียนไขเล่มนี้เป็เพื่อนของเขารังสรรค์ขึ้นมาโดยหลอมจากร่างของสัตว์อสูรระดับนักสลักโทตัวหนึ่งในภูมิภาคูเาไฟ อย่างจระเข้เกล็ดลาวา หลังจากนำส่วนอื่นไปใช้งานหมดแล้ว เพื่อนคนนี้จึงนำซากร่างที่เหลือของมันมาหลอมเป็เทียนไขแล้วสลักด้วยคำแห่งพลัง กัดกร่อน ที่ได้มาจากสัตว์อสูรระดับนักสลักไตร
แม้สัตว์อสูรระดับนักสลักไตรจะเป็ถึงอริยะ แต่เพราะวัตถุที่ใช้หลอมสร้างนั้นต่ำเกินไป ไม่อาจรองรับพลังได้เต็มที่ คำแห่งพลังที่ได้มาจึงไม่สมบูรณ์ ใช้ได้เพียงไม่กี่ครั้งเท่านั้น เป็ได้เพียงวัตถุสลักคำระดับนักสลักโทที่ใช้ได้อีกเพียงครั้งเดียว
แม้จะไม่สมบูรณ์และใช้ได้อีกครั้งเดียวแต่ก็เพียงพอแล้วที่จะสังหารสิ่งใดก็ตามที่ต่ำกว่าอริยะ แม้เป็อริยะแท้จริงหากได้รับเข้าไปตรงๆ ยังคงได้รับาเ็หนัก
บิดามอบให้ไว้เป็อาวุธลับสำหรับปกป้องตัวเองในยามคับขัน หากเวลานี้ อาวุธลับนี้หมดสิ้นลงแล้ว แม้สามารถสังหารสมิงแผ่นดินไหวแต่กลับไม่อาจพลิกสถานการณ์ใด ๆ
“แกฆ่าสมิงแผ่นดินไหวของข้า! ไอ้เด็กบัดซบ!” โจรธนูโกรธเกรี้ยวอย่างแท้จริงแล้ว สมิงแผ่นดินไหวตัวนี้เป็มันกับพี่ทั้ง 2 ร่วมมือกันจับมาอย่างยากลำบาก การสังหารนั้นอาจไม่ยากจนเกินไป แต่การจับเป็จนมันสามารถใช้คำแห่งพลังของมันควบคุมได้นั้นความยากต่างกันราวฟ้ากับเหว
ฝนธนูปริมาณมหาศาลระดมยิงใส่อินจันทร์ อรุณกัดฟันป้องกันไว้ได้อย่างเต็มฝืน เวลานี้แม้แต่ตาไกรก็วิตกแล้ว
ตาไกรรู้ดีว่าคุณชายเล็กของตนไม่มีสมบัติใดใช้สังหารพวกโจรได้อีกแล้ว ในไม่ช้าก็เร็วคุณชายเล็กย่อมต้องพลาดท่า แม้ในใจของเขาร้อนรนดั่งไฟสุม แต่ตัวเขาก็ไม่อาจปลีกตัวออกไป โจรทั้งสองหันมาขนาบเขา วนไปวนมาอย่างเหนียวแน่น ไม่ปล่อยให้มันมีโอกาสปลีกตัวไปแม้แต่น้อย
แม้รากไม้และโล่อากาศจะผุดขึ้นอย่างมากมาย แต่ฝนธนูนั้นมากมายมหาศาลเกินไป หลังจากต้านรับฝนธนูได้อีกครั้ง อรุณก็กระอักเืออกมาอย่างแรง สีหน้าซีดเซียว
เมื่อเห็นอรุณกระอักเื อินจันทร์ก็สีหน้าย่ำแย่ลงทันที สิ่งที่เขากังวลที่สุดเกิดขึ้นแล้ว พลังจิติญญาของอรุณไม่หลงเหลืออีกต่อไป พวกเขาต่อสู้มาอย่างยาวนานั้แ่ศึกกับแมงป่องเมฆาม่วง
อรุณยังรับบทบาทที่หนักหนาสาหัสที่สุด การกางโล่ป้องกันฝนธนูนั้นกินพลังจิติญญาของอรุณอย่างมหาศาล เขาล่วงเลยขีดจำกัดของตัวเองมาเนิ่นนานแล้ว เพียงฝืนใช้พลังต่อด้วยลูกบ้าและความมุ่งมั่นเพียงเท่านั้น
แต่ในเวลานี้ เขาหมดเรี่ยวแรงลงอย่างแท้จริงแล้ว
ตาไกรวิตกจนแทบคลั่ง ะเิพลังออกมาอย่างเต็มกำลัง สร้างอาณาเขตเพลิงร้อนดั่งนรกกว้างใหญ่ไพศาล สองมือกวาดซัดพลังอย่างรีบร้อนหวังปัดตัวน่ารำคาญสองตัวนี้ออกไป แต่โจรทั้ง 2 กลับเหมือนรออยู่แล้ว ตั้งรับพลางสลับกันรุกรับ ตาไกรไม่สามารถขับไล่โจรทั้ง 2 ที่พัวพันกับเขาได้อย่างแท้จริง มันยังคงถ่วงแข้งถ่วงขาเขาเอาไว้เช่นเดิม
ก่อนหน้านี้ที่ตาไกรฝืนฝ่าออกไป เขากลับถูกขวานั์ฟาดเข้าใส่อย่างรวดเร็ว แม้จะสามารถป้องกันได้ทันแต่ตาไกรก็เริ่มาเ็แล้ว
การโจมตีของนักสลักเอกแม้ยังห่างกับนักสลักโท แต่การโดนโจมตีเข้าจัง ๆ ย่อมไม่ใช่เื่ดี ถึงยังไงตาไกรก็เป็เพียงมนุษย์ ไม่ใช่สัตว์อสูรที่มีร่างกายแข็งแกร่งแต่กำเนิด
2 โจรนั้นจับตาดูตาไกรราวกับหมาป่าจ้องเหยื่อ พวกมันทำได้เพียงถ่วงเวลา ไม่สามารถทำอะไรตาไกรได้ แต่หากตาไกรคิดฝ่าพวกมันออกไปโดยไม่สนตัวเอง พวกมันย่อมไม่รังเกียจที่จะฝากาแใหญ่ให้กับชายแก่
โจรธนูง้างศรขึ้นอีกครั้ง ตาไกรทำได้เพียงมองโจรธนูที่ง้างศรขึ้นอีกครั้งด้วยแววตากระหายเื ในเวลานี้เขาสาปแช่งความไร้พลังของตัวเอง ที่มิอาจพุ่งเข้าไปขัดขวาง
“ตาแก่ คุณชายของแกกำลังจะตายแล้วนะ แกบอกเองว่าพวกข้าไม่มีคุณสมบัติแตะต้องคุณชายเล็กของแกได้ไม่ใช่หรือไง” โจรขวานั์ยิ้มเยาะเย้ยพลางเหวี่ยงขวานั์เข้ามา บังคับให้ตาไกรต้องป้องกันอีกครั้ง
เมื่อโจรขวานั์กระเด็นไป โจรขวานคู่ก็พุ่งตัวผ่านตาไกรอย่างว่องไวหมายซ้ำอินจันทร์ให้สิ้นใจ ตาไกรถูกบังคับให้ใช้พลังของตนดันโจรขวานคู่กลับไปอีกครั้ง ไม่สามารถฉีกตัวไปไหนได้
“เอ้า ๆ จะไม่ทันแล้วนะ” โจรขวานคู่หัวเราะเย้ย
คณะของอินจันทร์ในเวลานี้สีหน้าซีดขาว พวกเขารู้ว่าไม่อาจต้านฝนธนูไว้ได้อีกแล้ว รากไม้จำนวนมากนั้นเสียหายจนไม่อาจฟื้นฟู อรุณหมดพลังจะกางโล่อากาศได้อีกต่อไป สมบัติที่เหลือของอินจันทร์ก็ไม่มีชิ้นไหนสามารถปกป้องเขาได้
ธนูที่เรืองแสงเรืองรองในมือของโจรนั้นราวกับรอยยิ้มของทีรานที่หมายเก็บเกี่ยวชีวิตของพวกเขา
“ข้าอยากรู้นักว่าแกจะมีลูกเล่นอื่นอีกมั้ย!” โจรธนูะโก้อง รวบรวมพลังเตรียมโปรยฝนธนูอีกครั้ง
“น้องอินทร์อาจไม่มี แต่ผมมีนะครับ” เสียงเงียบเชียบของนิทานดังขึ้นที่ข้างหูของโจรธนู
ฉึก!
มีดสั้นเล่มหนึ่งปักทะลุหัวใจของมันจากทางด้านหลัง