ยามดึกสงัด ณ ตำหนักหย่งเล่อ สาวน้อยวัยสิบสี่สะดุ้งตื่นเมื่อได้ยินเสียงกรีดร้องของผู้หญิงดังเข้ามาจากนอกห้องพระบรรทม เด็กสาวลุกขึ้นจากฟูกที่ปูอยู่บนพื้นแล้วเดินเข้าไปหลังฉากกั้นยังเตียงใหญ่ที่หญิงสาววัยสามสิบปลายกำลังนั่งนิ่งอยู่
ที่จริงเวลานี้เธอควรได้นอนหลับสนิทอยู่ในจวนเสนาบดีอวี้ผู้เป็บิดา แต่เพราะเป็วันแรกที่เธอต้องเข้ามาร่ำเรียนเพื่อเตรียมตัวเป็เ้าสาวของชินอ๋อง องค์ชายสี่ผู้เกิดกับหวงกุ้ยเฟย
และเพราะผู้เป็บิดาต้องติดตามฮ่องเต้ไปล่าสัตว์ เธอจึงอาสานอนค้างคืนเพื่อดูแลพระสนมเอกที่กำลังไม่สบาย
"พระสนมเอกเพคะ หม่อมฉันได้ยินเสียงร้อง"
ยิ่งเมื่อรู้ว่าองครักษ์ในวังหลวงเหลือน้อย เพราะส่วนใหญ่ตามไปอารักขาฮ่องเต้ในป่า ก็ให้ยิ่งหวั่นใจ
"ข้าก็ได้ยิน"
"หม่อมฉันกลัวเพคะ"
หญิงสะคราญวัยสามสิบปลายยกมืออันสั่นขึ้นลูบหัวเด็กสาว แล้วลุกขึ้นจูงมือไปยังมุมห้อง เปิดประตูตู้ดันตัวเด็กสาวเข้าไป
"แล้วพระสนมเล่าเพคะ"
"ข้าไม่เป็ไร เ้าซ่อนอยู่ในนี้ อย่าออกมาเป็อันขาด ไม่ว่าจะได้ยินเสียงอะไร"
"ไม่เพคะ พระสนมทรงซ่อนอยู่ในนี้ด้วยกันเถิดเพคะ"
เด็กสาวเบียดตัวแนบผนังตู้อันคับแคบ หวังจะให้ว่าที่แม่สามีแทรกตัวเข้าไปได้ แต่มืออันอ่อนโยนนั้นกลับลูบขึ้นที่ข้างแก้มอย่างปลอบโยน
"อวี้เหนียง ฟังข้าให้ดี เ้าต้องไปหาแม่ทัพตงหยางพี่ข้า ที่ค่ายพยัคฆ์นอกกำแพง ให้เขาพาเ้ากับเตี๋ยเฟิงหนีไปให้ไกล อย่าได้กลับมาที่วังหลวงนี้อีก บอกพี่ข้าว่า ข้าฝากเตี๋ยเฟิงด้วย "
"ไม่เพคะ เราต้องหนีไปด้วยกันสิเพคะ"
เด็กสาวส่ายหัว สองมือกุมมือเรียวนุ่มของผู้เป็ว่าที่สามีไว้แน่น
ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงกรีดร้องของนางกำนัลที่เฝ้าอยู่นอกประตู ตามมาด้วยเสียงร่างกายร่วงลงบนพื้น
พระสนมเอามือปิดปากเด็กสาว มองลึกเข้าไปในดวงตา แล้วกระซิบด้วยเสียงสั่นเครือ
"เ้าต้องรอดเพื่อเตี๋ยเฟิง ปกป้องเขาด้วย"
ก่อนจะปิดประตูตู้อย่างแ่เบา เด็กสาวยกสองมือมาปิดปากตัวเองไว้แน่น นั่งนิ่งเงี่ยหูฟังด้วยใจระทึก
เสียงประตูห้องพระบรรทมก็ถูกกระชากเปิดออก พระสนมเอกพูดขึ้นด้วยเสียงอันดัง
"เ้าคิดว่ากำจัดข้าได้แล้ว จะได้นั่งบนตั่งทองในตำแหน่งฮองเฮาแทนพี่สาวข้างั้นหรือ"
เสียงหวานใสตอบกลับมา เื้ัเป็ชายชุดดำร่างสูงใหญ่ ปิดพรางใบหน้า
"ก็ถ้าไม่มีเ้า"
"ต่อให้ไม่มีข้า เ้าก็ไม่มีวันได้แทนที่พี่สาวข้าได้หรอก อย่างมากก็เป็ได้แค่สนมเอก"
เสียงหวานใสนั้นกรีดร้อง
"หุบปาก!"
พร้อมเสียงอาวุธที่แหวกอากาศอย่างเร็วจนกระทบเนื้อ ตามมาด้วยเสียงร่างกายที่ร่วงตุบลงที่พื้น ไม่มีแม้เสียงกรีดร้องของพระสนมเอกดังออกมา
อวี้เหนียงมองลอดลายฉลุของประตูตู้เห็นเืที่ไหลนอง และชายกระโปรงของตัวเองที่โผล่ออกไปนอกบานประตู
เด็กสาวกลั้นใจค่อย ๆ ดึงกระโปรงเข้ามาอย่างช้า ๆ ทันใดนั้นบานประตูก็เปิดผาง มือหยาบคว้าเข้าที่ลำคอเล็ก ๆ และกระชากร่างของเธอออกไป
เด็กสาวดิ้นรนจากมือใหญ่นั้น ร่างบางถูกยกลอยขึ้นจนเท้าไม่ติดพื้น สายตาหวาดหวั่นจ้องสบกับแววตากร้าวของชายชุดดำ
หัวใจกระตุกวูบเมื่อหางตาแลไปเห็นร่างแน่นิ่งจมกองเืของพระสนมเอก และดาบที่เืยังไหลหยดในมือของร่างระหงที่เคยคุ้น และเสียงหวานใสเอ่ยขึ้น
"คุณหนูสกุลอวี้ ช่างซุกซนจริง ๆ เชียว อีกไม่ถึงปีก็ต้องออกเรือนแล้วแท้ ๆ”
มือเปื้อนเืนั้นลูบไล้ข้างแก้มเด็กสาว
“น่าเสียดาย หลังจัดการแม่ลูกคู่นี้แล้ว ข้าว่าจะให้เ้าแต่งกับหลี่หยวนเสียหน่อย...ต้องโทษโชคร้ายของเ้าแล้ว”
สิ้นเสียงหวานใส แรงบีบจากมือใหญ่ของชายชุดดำก็บีบแน่นเข้า แน่นเข้า เด็กสาวดิ้นพล่าน มือน้อย ๆ ทุบรัวที่แขนแกร่งทั้งสองข้าง สองเท้าสะบัดไปมาหวังหาทางให้ตัวเองหลุดพ้น
‘ปกป้องเขาด้วย’
เสียงพระสนมเอกดังก้องในสมอง ก่อนสายตาที่พร่าเลือนจะค่อย ๆ ดับวูบไป