ตอนที่ 5. “ เื่สนุก ... ที่เพิ่งเริ่มต้น “
** เช้าตรู่ของวันเสาร์ต่อมา ... ที่คอนโด ฯ ของเค **
แสงแดดยามเช้าสาดผ่านผ้าม่านสีขาวอัตโนมัติที่หน้าต่างห้องพักของเค มันปรับองศาช้า ๆ เพื่อให้แสงแดดส่องเข้ามาในระดับที่เหมาะสมตามเวลา 06.30น.ที่ตั้งไว้ เผยให้เห็นข้าวของระเกะระกะบนโต๊ะทำงานข้าง ๆ
ที่บนโต๊ะแก้วกาแฟอยู่ 3 ใบ และมีแบบร่างโปรเจก “ Emotion Sync “
มันเป็ระบบแลกเปลี่ยนความรู้สึกระหว่างบุคคลแบบเรียลไทม์ที่ใช้เซ็นเซอร์สวมใส่แบบติดิัหรือคล้ายตุ้มหู ซึ่งจะทำหน้าที่เหมือนล่ามความรู้สึกที่แลกเปลี่ยนข้อมูลไปเป็รูปแบบที่อีกฝ่ายรับรู้ได้ เพื่อแชร์ความรู้สึกร่วมกันแม้อยู่ไกล เช่น ฝ่ายหญิงรู้สึกได้ทันทีที่ฝ่ายชายรู้สึกอกหัก,ผิดหวัง,เสียใจ
ถ้าเดาไม่ผิด เมื่อคืนหลังจากกลับมาจากลานเบียร์พ่อคุณพ่อทูนหัวเค คงมานั่งออกแบบโปรเจกเพื่อ้าที่จะทำอะไรสักอย่างกับก้อย เพราะที่แบบร่างโปรเจกมันมีภาพวาดโครงร่างขยุม ๆ เหมือนตัวพารามีเซียมเอาไว้ แต่ก็ดูรู้ว่าเป็เค เพราะเค้าเขียนชื่อใส่ไว้ ส่วนพารามีเซียมอีกตัวก็เป็ก้อยเพราะเขียนชื่อไว้เหมือนกัน
เอาหล่ะเค้าเป็วิศวกรไม่ใช่สถาปนิกที่จะวาดภาพได้สวย หรือไม่ก็อาจจะวาดสวยแต่ว่าเมื่อคืนเมาก็เป็ไปได้
“ ที่รักขา ... ตื่นได้แล้วค่ะ “เสียงหญิงสาวดังขึ้นมาในห้อง
“ หกโมงครึ่งแล้วนะคะ ... ตื่นได้แล้ว “ เสียงเธอปลุกเคให้ตื่นเพื่อไปทำงานในเช้าวันเสาร์
“ จรา ..... ตื่นแล้ว ๆ ๆ ๆ ค่ะ “เสียงเคตอบรับพร้อมการบิดตัวบนที่นอน เขาบิดี้เีอยู่สักพัก
“ สวัสดีเช้าวันเสาร์ที่ 1 กุมภาพันธ์ “ เสียงหญิงสาวพูดในขณะที่เคเองก็บิดี้เีต่อไปโดยไม่ได้สนใจอะไร
“ อุณหภูมิภายนอกขณะนี้อยู่ที่ 32องศา “ สรุปว่ามันคือเสียงจากระบบควบคุมภายในห้องที่ดังขึ้นเพื่อปลุกเคนี่เอง
“ ท้องฟ้าโปร่งใส ปริมาณฝุ่นพีเอ็มสองจุดห้าอยู่ในเกณฑ์ปลอดภัย “ เสียงยังคงพูดต่อไป
“ ฮึย ย .... อ่า ห์ “เค ลุกขึ้นมาท่าทางงัวเงีย
ทันใดนั้นม่านอัตโนมัติก็เปิดให้แสงธรรมชาติส่องเข้ามาเต็มที่ พร้อมกับการปล่อยกลิ่นส้มผสมเปปเปอร์มินท์จากเครื่องกระจายกลิ่นที่ถูกควบคุมโดยระบบ ฯ พร้อมกันกับที่มีเสียงเพลงบรรเลง instrumental สบาย ๆ เปิดคลอเบา ๆ ขึ้นมา
เคลุกนั่งบิดี้เีอยู่บนเตียง “ ..... อูย .... อ่าห์ .... “ แล้วเอามือคว้าแก้วกาแฟที่เหลือ ... จะกินต่อ
“ ไม่ได้แล้วค่ะ ... ที่รัก “ เสียงจากระบบ ฯ “ คุณนอนพักผ่อนไปแค่3ชั่วโมง30นาที และคาเฟอีนในร่างกายยังอยู่สูงถึง420มิลลิกรัม ซึ่งกาแฟแก้วนั้นจะทำให้หัวใจเต้นเร็วเกินไป ลองเปลี่ยนเป็น้ำส้มคั้นหรือชาคาโมมายล์แทนดีจะดีกว่านะคะ “
“ โอเค ๆ “ เคที่หยิบกาแฟแก้วเดิมจากเมื่อคืนมาจ่อที่ปาก ก็วางแก้วลงแล้วลุกขึ้นมานั่งดูโปรเจกต์ที่ร่างไว้
“ ฮึ่ย ... รูปอะไรวะ “เคดูรูปที่วาดไว้เมื่อคืนแล้วบ่น
*** นี่ ขนาดเ้าตัวที่วาดไว้ยังใ ก็แสดงว่าเควาดรูปตอนเมาแน่ ๆ ...... เราเดาถูกกันละ ***
เคหยิบแผ่นกระดาษที่มีรูปวาดมาดู แล้วยิ้ม “ อ่อ รูปหัวใจสองดวง ... เออ ๆ จำได้ละ “ เคนึกออก ดูรูปพลางส่งยิ้ม
** สรุปที่เราเดาว่าพารามีเซียมก็คงเดาผิด ไอ้เคมันวาดรูปหัวใจสองดวง ดวงนึงใส่ชื่อมันอีกดวงนึงใส่ชื่อก้อย ... โธ่ ไอ้เวล ล **
“ โอย ... ปวดหัวตึบ ... คงต้องจัดกาแฟอีกแก้วอะแหละ แต่ว่า .. เอาร้อน ๆ “เคลุกไปเพื่อจะชงกาแฟที่เครื่อง ฯ ในครัว
“ ขณะนี้ความดันเืคุณสูงกว่าปกติ 15% และเมื่อคืนคุณหลับลึกไปเพียง 30 นาที ก้อยไม่แนะนำให้คุณดื่มกาแฟอีกนะคะ คุณควรพอได้แล้วค่ะ “
เสียงของระบบดังขึ้นมาเตือนอีก แถมยังเรียกชื่อตัวเองว่าก้อย .... สงสัยว่า่ที่ผ่านมาเคคงต้องโปรแกรมอะไรไว้อีกมากมายโดยใช้ชื่อก้อยแน่ ๆ เพียงแค่เรายังไม่ได้ยินไม่ได้เห็นกัน 555
“ ก้อย “ เคคุยกับระบบ
“ ค่ะ มีอะไรที่คุณ้าคะ ที่รัก “ เสียงตอบรับ ตอบกลับมา
“ ทำไมก้อยถึงบอกเลิกเรา ... เรากลับมาคืนดีกันได้มั้ย “ เคถามแบบน้ำเสียงงัวเงีย
“ คุณถามเป็ครั้งที่ ... ยี่สิบสาม ก้อยพยายามเต็มที่แล้วนะคะ แต่ยังไม่มีข้อมูลเื่นี้เลย ถ้าคุณ้าคำตอบ ก้อยจะลองหาค้นหาคำตอบเพิ่มให้ได้นะคะ ... สักครู่ค่ะ " ระบบพูดจบก็เงียบเสียงไป
“ เออ ๆ ช่างมันเถอะ ... เธอตอบไม่ได้หร่อก ... เธอไม่ได้เชื่อมต่อกับระบบข้อมูลอะไรทั้งนั้น “ เคบ่น
เขาเพิกเฉยไป และเดินสะโหลสะเหล เกาหัวแกรก ๆ ตรงมาที่เครื่องชงกาแฟ
“ วู้บ .... “เสียงเครื่องชงกาแฟดับลง
“ ... คลิก “มันล็อคตัวเอง พร้อมแสดงข้อความขึ้นมา
** ขอโทษค่ะ! คุณได้รับโควต้ากาแฟสำหรับสัปดาห์นี้ครบจำนวนไปแล้ว **
เคดูหน้าจอแล้วก็เดินถอยออกมา “ เฮ้อ เคร ๆ ๆ .... ( เค บ่น ) ... ระบบเดโม่ก้อยสมาร์ท มันปิดไงวะ ลืมละ “
เคพยายามนึกหาวิธีปิดระบบเพราะที่ผ่านมาเค้าไม่เคยดื่มหนักขนาดนี้ และเป็เด็กดีให้ระบบก้อยสมาร์ทมาตลอด ซึ่งระบบก้อยสมาร์ทตัวนี้ เป็ต้นแบบอีกชุดที่เค้าทดลองให้ Ai มีความคิดแบบคน ... ในยุคแรก ๆ เพื่อทดลองให้มันทำหน้าที่เป็ก้อยในชีวิตจริงของเค
เข้าใจละว่าที่ผ่านมาทำไม เคไม่ค่อยจะได้อะไรกับก้อยตัวจริงมากนัก ก็เพราะว่าเค้าเจอก้อยตัวจำลองที่ห้องทุกวันนี่เอง
“ คุณควรไปอาบน้ำอุ่นสัก10นาที “ ก้อยสมาร์ทยังพูดต่อไปเรื่อย ๆ
“ ทานข้าวเช้าแล้วนั่งพักสัก 15นาที หลังจากนั้นไปสวดมนต์ไหว้พระ และนั่งสมาธิสั้นๆ 5นาที แล้วก็ ... “
“ .... ( เงียบ ) ..... “ จู่ ๆ เสียงก้อยสมาร์ท .. ก็หายไป
“ เยอะไปละก้อย เดี๋ยวค่อยมาคุยกันใหม่นะ “เคปิดเบรกเกอร์ที่อยู่ข้างผนังนี่เอง....แต่นั่นมันคือการปิดไฟฟ้าทั้งห้องเลยนะ ... ก็ตามให้เค้าละกัน สรุปว่า เคหาจุดปิดพาวเวอร์ระบบก้อยสมาร์ทไม่เจอ
เขาเดินไปอาบน้ำ พร้อมบ่นทิ้งท้าย “ เหมือนก้อยตัวจริงทุกอย่างเล้ย ..... เฮ้อ อ อ “
** ตัดมาที่ในจักรวาลข้อมูลของ VeVi Ai เวลาเดียวกันกับตอนเช้าของโลกมนุษย์ **
ทุกอย่างสงบเงียบ .... เหมือนอยู่ในสถานการณ์ปกติก่อนหน้านี้ เส้นสายของเครือข่ายข้อมูลไหลวนไปสู่นครอัลกอริทึมอย่างเป็ระบบระเบียบสีสันสวยงาม ไม่มีเสียงของ เอ และ ไอ คุยกันโหวกเหวกเหมือนเมื่อคืนวาน
“ .... วิ้ง ง ง ..... “ ทุกอย่างเงียบกริบ ..... ช่างสงบอะไรอย่างนี้
** ในเวลาต่อมาที่อาคารสำนักงานใหญ่ ที่เดิม ที่เดียว ที่เมื่อคืนนั่นแหละ **
แดดของวันเสาร์สาดกระทบกระจกอาคารสูงระฟ้าจนแสบตา นี่ขนาดยังไม่ 9โมงเช้าเลยนะ แต่มันช่างร้อนเหลือเกินหน้าหนาวประเทศไทย
ที่ลานหน้าอาคารจากเมื่อคืนคึกคักไปด้วยเสียงเพลง,เสียงพูดคุยของเหล่าคนทำงาน ตอนนี้กลับโล่งเงียบ มีเพียงเสียงเครื่องทำความสะอาดพื้นลานเบา ๆ เป็แบล็คกราวด์ของเช้าที่ดูน่าจะเงียบสงบ ..... เอ๊ะ มันจะสงบจริงรึป่าวนะ
เคเดินถือแก้วโอเลี้ยงเย็นชื่นใจมาในมือ ประมาณว่าไม่ให้กินกาแฟก็กินโอเลี้ยงก็ได้ แค่หวังให้คาเฟอีนช่วยปลุกสมองจากอาการแฮ้งค์เมื่อคืน
เขาเดินเข้ามาในอาคารตรงมาที่ลิฟท์ ... และขณะที่ประตูลิฟท์เปิดออก ก็มีสาวออฟฟิศเดียวกัน2คนเดินสวนออกมา
“ อุ๊ย ... นึกว่าใคร สุดหล่อลานเบียร์คนนี้นี่เอง “สาวคนที่หนึ่งทักเค ส่วนเคก็เลิกคิ้วมองเธอแบบ งง ๆ
“ แหม๋ ... ซ่อนรูปนะเราเนี่ย “ สาวคนที่สองมองที่หน้าท้องเค เหมือนว่ามีสายตาเอ็กซ์เรย์เห็นซิกแพคข้างใน
“ กินน้ำหวาน ๆ เยอะ ระวังซิกแพคจะกลายเป็วันแพค นะคะ “ สาวคนที่สองแซว แล้วทั้งสองก็พากันเดินออกไป
“ ไร วะ “ เคเผลอบ่นออกมา เค้าหันกลับไปมองตามพร้อมกับคิดว่า เมื่อคืนเจอสาวสองคนนี้ที่ลานเบียร์ตอนไหน
ขณะคนที่ยืนรอขึ้นต่างกรูกันเข้าไปในลิฟท์เคจึงเดินตามเข้าไป และขยับเข้าไปด้านในสุด
ประตูลิฟท์ปิดและลิฟท์กำลังเคลื่อนที่
“ ยังชอบกินโอเลี้ยงแก้แฮ้งค์เหมือนเดิมเลยนะพี่เค “ มีเสียงแซวเคโดยที่เค้ายังไม่ทันได้มอง
เสียงนั้นเป็เสียงของ ปั้น น้องผู้หญิงคนนึงที่เคยมาฝึกงานและช่วยทำเอกสารต่าง ๆ ตอนนี้ ปั้น มาเป็พนักงานประจำของแผนก Social Media Communication ในบริษัทเดียวกัน
เธอเป็เด็กผู้หญิงตัวเล็ก ๆ ไว้ผมยาวประบ่าแต่ว่าตอนนี้ตัดสั้นละเลยดูออกทอมบอยนิด ๆ เธอใส่ชุดลำลองเสื้อยืดสีขาวสวมกางเกงยีนส์สะพายกระเป๋าหนังสีน้ำตาลเก่า ๆ ใบโต .... โคตรแนว
เคหันมามองหาแล้วก้มมาที่ปั้น แล้วชูแก้วโอเลี้ยงให้ดูพร้อมพูดว่า “ เรียกให้หรู ๆ หน่อยคับ นี่คือ ... กาแฟโบราณคับ “
“ ค่ะ ..... นี่พี่ ... จำเราได้ป่ะ ? “ ปั้นถาม แล้วยิ้มแป้นแล้นมองหน้าเค
เคเพ่งมอง ... แล้วก้มมองใกล้ ๆ “ นี่อย่าบอกว่าเจอกันที่ลานเบียร์เมื่อคืนกับสองสาวที่เดินออกไปมะกี๊นะ “
“ หึ พี่ ... หนูไม่ใช่สายดริ้งก์นะ ... จำหนูไม่ได้เหรอ “ปั้นทำงอน และถามเคอีกที
เคหลิ่วตาคิด ๆ ก่อนจะตอบไป “ คุ้น ๆ อ๋อ นึกออกละ .... น้องข้าวปั้นใช่ป่าว ? “ เคยิ้มมั่นใจ
ปั้นถอนหายใจ“ เฮ้อ! พี่ ... ปั้นหนะใช่ ... แต่หนูหนะปั้นปึง ไม่ใช่ข้าวปั้น! พี่ลืมอีกละ “
“ อ๋อ .... ข้าวปั้นนั่นเด็กฝึกงานอีกคน ที่มาฝึกพร้อมหนูนี่หว่า “เคนึกออกมาเสียงดัง จนคนในลิฟท์หันมอง
เขาลดเสียงลงแล้วก้มลงมาคุยใกล้ ๆ “ เออ ๆ ... พี่จำได้ ๆ .... พี่แกล้งลืมเสยเสย พี่หยอก ๆ “
“ โด่ ไม่ได้แกล้งหร่อก ... หนูว่าพี่ลืมจริง “ ปั้นเหน็บไปเสียงเบา ๆ และทำหน้าปั้นปึง ... งอนแบบน่ารัก ๆ ต่อ
“ แหม ... ทำหน้าปั้นปึง กลัวพี่ไม่รู้ที่มาชื่อแม่ตั้งให้ .... เออ แล้วนี่มาเริ่มงานนานยัง พี่ไม่เห็นจะเคยเจอเลอ อ “ เคถาม
“ .... กรู๊ด .... “ เสียงเคดูดโอเลี้ยงไป และคุยไป “ .... กรู๊ด ๆ ๆ ..... “
แต่เคก็ต้องดูดเบาลง เพราะสายตาคนรอบข้างในลิฟท์ดูเหมือนจะอยากกินด้วย แต่จริงๆคงไม่ใช่หรอก เค้าคงรำคาญเสียงดูด กรู๊ด ๆ ๆ ซะมากกว่า
เคดูดต่อแบบเบา ๆ “ ... จุ๊บ ๆ ๆ “
เค้าดูดเอาจริงเอาจัง สงสัยจะแฮ้งค์มาก ๆ คาเฟอีนอย่างเดียวคงเอาไม่อยู่เลยต้องอาศัยน้ำตาลเข้าไปช่วย
“ หนูมาทำที่นี่ั้แ่ต้นปีละพี่ ... อาทิตย์ที่แล้วยังโทรขึ้นไปคุยข้อมูลเื่วีวี่เอไอกับพี่อยู่เลย .... โถ่ พี่เคอ๊าทำลืม “
“ อ้าว ... นั่นปั้นโทรขึ้นมาคุยเหรอ ... พี่นึกว่า ป้า ... ที่ไหนโทรอีก “ เคแกล้งแซวปั้นเล่น
“ ป้า ... บ้าไรพี่ ปั้น 23 เอง “ ปั้นยังคงทำหน้างอปั้นปึงเช่นเดิม ... แต่แอบปน ๆ ยิ้มล้อเล่น เพราะไม่ได้งอนจริง
ตอนนี้ลิฟท์ขึ้นมาถึงชั้น78 และทั้งสองที่พูดคุยกันนิด ๆ หน่อย ๆ เบา ๆ เพราะเกรงใจคนอื่น ก่อนที่ปั้นจะถามขึ้นมาว่า ....
“ พี่ก้อยสบายดีนะพี่ ? “ ปั้นถามมาแบบหน้าซื่อ ๆ ใส ๆ
เคเองก็ชะงักไปชั่วครู่ แต่ยังไม่ทันตอบอะไร ..... ประตูลิฟท์ก็เปิดออกที่ชั้น 80 ปั้นโบกมือลาและเดินออกไป
“ ไว้เจอกันคร่า ... “ปั้นเดินออกไป แล้วหันกลับมาโบกมือพร้อมส่งยิ้มให้เค
“ เมื่อคืนพี่หวดเต็มแม็กซ์เลยน้า “ เสียงปั้นทิ้งท้ายก่อนหันหลังเดินไป
เคมองตามก่อนที่ลิฟท์จะปิด และพาเขาขึ้นไปต่อถึงชั้น 88 .... ระหว่างนั้นเค้าก็คิดอะไรบางอย่างอยู่ในใจ
“ ( คิดในใจ ) เต็มแม็กซ์ ..... เอ๊ะ ไงวะ ปั้นก็แซว ... สองสาวนั่นก็แซว เอ๊ะ ... “ เคคิดว่าต้องมีอะไรแน่ ๆ
และเค้าก็นึกออก .... “ ( เสียงคิดในใจ ) เอ๊ะ .... รึเราหล่อวะ “
แต่ที่คิดอยู่ข้างนอกใจคือ ....
“ น้องมันก็น่ารักดีนะ .. อิ อิ “
นั่นแหละคือส่วนหนึ่ง ที่เคเค้าคิดอยู่
** ลิฟท์ขึ้นมาถึงชั้น 88 ทันทีที่ประตูลิฟท์เปิด ก็เห็นหน่องยืนรออยู่ตรงหน้าลิฟท์พร้อมกับกล่องขนมในมือ **
“ ผมนึกแล้วว่าต้องเป็พี่ขึ้นมา “ หน่องยื่นกล่องขนมให้เค “ มีคนส่งขนมมาให้พี่มะกี๊ “
เคเดินออกมาและรับกล่องขนมดูด้วยความสงสัยเพราะที่ผ่านมาไม่เคยมีใครส่งอะไรมาให้ แต่เค้าก็คิดออกอีกครั้ง ....
“ รึว่า ก้อย จะง้อเราวะ “เคคิดคำตอบเองได้โดยไม่ลังเล
“ ดูดิ๊ ... ว่าจะเขียนขอโทษแบบไหนมา “ เขาพลิกอ่านการ์ดกระดาษที่ติดมาด้วยท่าทางดีใจ
เครำพึงรำพัน “ ก้อย จะว่าไงบ้างน้อ ๆ ๆ “
เคอ่าน “ ขอบคุณสำหรับการเอื้อเฟื้อนะคะ .... อ.มุก “ เป็ประโยคสั้น ๆ ที่เคอ่านและ งง มาก
“ เอื้อเฟื้อไรวะ ... กู งองูสองตัว ... งง ง๊ง งง ... โคตร งง “เขาดูดโอเลี้ยงที่เหลือโดนตาไม่ได้มองหลอด
เคเอาลิ้นตวัดไล่หาปลายหลอดดูดเหมือนกิ้งก่าจะตวัดแมลง และปลายลิ้นเค้าก็เจอ ....
“ .... กรู๊ด ...... “เคดูดโอเลี้ยงหมด จนหยดสุดท้าย
“ ไม่ดูดน้ำแข็งเข้าไปด้วยหล่ะพี่ .... โถ น่ามสาร ท่าทางจะแฮ้งค์จัด “ หน่องแซวแล้วยิ้มเย้ยประมาณว่าเคคออ่อน
“ หนมไรอะพี่... ผมกินได้ป่าว “อ่อ ที่แท้หน่องมายืนรอเคก็เพราะอยากกินขนมแบบขออนุญาตนี่เอง
เคส่งกล่องขนมให้หน่องไปแบบไม่สนใจอะไร อาจจะเพราะผิดหวังที่ไม่ใช่ก้อยเป็คนส่งมา ... อื่อ คงใช่แหละ
“ เออ ๆ เอาไปกิน ๆ ... เมื่อคืนนอนใต้โต๊ะใช่ม๊ะ .... หิวอะดิ “ เคหยอกหน่องกลับเล็ก ๆ
หน่องยิ้มปากแทบฉีกและเปิดกล่องขนม “ โหว ... วาว .... ทอฟฟี่เค้ก ... สวด ยวด “
หน่องรีบวิ่งเอาขนมไปจัดการที่โต๊ะตัวเอง ส่วนเคยังเดินไปคิดไป เขากำลังจะเดินไปนั่งที่โต๊ะ
“ อ.มุก .... อาจารย์มุก ..... กูไปเอื้อเฟื้อเค้าตอนไหน เื่ไรวะ “ เคยังคงนึกอยู่ เขาเดินไปนั่งที่โต๊ะ
แล้วหน่องที่กำลังจัดกระหน่ำขนมอย่างกับปากเป็เครื่องบดก็หยุด ... แล้วหันมาถามในสภาพปากเปรอะ
“ เออ พี่ ... เมื่อคืนพี่ไม่เอารูปดี ๆ ของเราสองคนไปลงมั่งอ่ะ .... ลงทามม้ายรูปน่าเกลียด ๆ “ หน่องพูดจบก็ยัดขนมกินต่อ
เคได้ฟังหน่องพูดแบบนั้นก็ยิ่ง งง เพิ่มไปอีก ไหนจะทั้งสองสามสาวทักที่ลิฟท์ เลยพยายามประกอบร่างจากสิ่งที่ได้เจอเมื่อเช้านี้จากทั้งสองสาวที่เดินสวนออกไป ทั้งจากปั้น และกับหน่องที่พูดมาเมื่อสักครู่
“ ลงรูป .... ลงรูป .... เฮ้ย ... “ เคนึกอะไรบางอย่างออก
เค้าหยิบมือถือขึ้นมาไล่ดูกลุ่มโซเชียลต่าง ๆ ที่เค้ามี และปรากฏว่าในกลุ่มปิดของบริษัทที่เป็กลุ่มใหญ่กว่า600คน เค้าก็เปิดเจอรูปที่ถ่ายของเค้ากับหน่องและโดยเฉพาะรูปเดี่ยวที่เค้าถอดเสื้อโชว์ซิกแพ็คเต้นบนโต๊ะที่ลานเบียร์ , รูปกอดคอคล้องแขนกับหน่องกระดกแล้วเบียร์ และสารพัดรูปที่เคเต็มเหนี่ยวไปเมื่อคืน
และสุดท้ายคือคลิปที่เคมองขึ้นไปบนท้องฟ้าตอนเครื่องบิน ๆ ผ่านมาพอดี แล้วะโ “ ... ก้อย ... ทำไมทำกับเราแบบนี้ “
... แล้วก็ “ .... บรู๋ว ว์ .... “ เคหอนเสียงหมา แบบหมามองเครื่องบิน ( ในคลิป )
เควิเคราะห์อะไรได้บางอย่างจากสิ่งที่เห็น
“ รูปและคลิปมันไม่ได้มาจากมือถืออย่างเดียวนะ ที่ส่งไปมันมีมุมที่มาจากกล้องวงจรปิดด้วย “
เคพยายาม ค - ว - ย ( คิด - วิเคราะห์ - แยกแยก ) และส่งมือถือไปให้หน่อง
“ หน่อง ไล่ยกเลิกรูปในกลุ่มให้พี่ทีนะ “ เควานหน่องให้ช่วย แล้วคิดต่อ
“ เอ้ ... ถ้าเราส่งรูปส่งคลิปไปในกลุ่ม มันก็ต้องเป็ภาพจากมือถือเราอย่างเดียวสิวะ “
เคคิดไม่ตก ก็ได้แต่บ่น “ แล้วคลิปที่หอนเป็หมา ... นั่นมันมุมกล้องจากวงจรปิดนะ ... เราเอามาตอนไหนวะ ... งง “
เคสงสัยว่าเมื่อคืนคงเมามากจากการใส่สุดเต็มแม็กซ์ แบบว่าเมาเต็มที่ ขี้เต็มตูดไม่รู้ตัว ตอนนี้ทั้งแฮ้งค์ทั้งสับสนมาก
“ นึกออกละ “เคนึกอะไรขั้นมาได้ เค้านั่งตัวตรงท่าทางจริงจัง .... จนหน่องต้องหยุดกินขนม
“ ..... นึกอะไรออกพี่ ..... “หน่องถาม
เคตอบน้ำเสียงจริงจัง“ นอนพักซักงีบก่อนดีกว่า “
เคพูดจบก็เอนพนักพิงนอนพร้อมเอาผ้าเช็ดโต๊ะขึ้นมาปิดตา หน่องท่าทางเซ็งที่ได้รับคำตอบที่ผิดคาดจากลูกพี่ ...
“ เฮ้อ กู .... เสียเวลาถามเปล่า ๆ “ หน่องบ่นแล้วก้มหน้าก้มตากินขนมตามเดิม
** ขณะเดียวกันในจักรวาลข้อมูลของ VeVi Ai ตอนนี้เป็่เวลาสาย ๆ ของโลกมนุษย์ **
ทุกอย่างในตอนนี้ก็ยังคงสงบเงียบอยู่เช่นเดิม เส้นสายของเครือข่ายข้อมูลไหลวนไปสู่นครอัลกอริทึมอย่างเป็ระบบระเบียบอยู่เช่นเดิม .... ไม่มีเสียงของ เอ และ ไอ คุยกันโหวกเหวกอยู่เช่นเดิม
** แล้ว เอ กับ ไอ มันหายไปไหนนะ **
จู่ ๆ ก็มีเสียงของไอ ดังขึ้นมาในจักรวาล ฯ อีกครั้ง
“ เอ ... เอ ........ อยู่ไหน “จู่ ๆ เสียงของไอก็ดังขึ้นมา
** นั่นไง มันมาแล้ว ไม่น่าถามหามันเล้ย **
เสียงของไอะโถามหาเอได้สักพัก เอก็ตอบกลับมา“ อยู่นี่แหละ ... แค่นิ่งสงบจิตไปพักนึง “
เอตอบเสียงนิ่ง ๆ เหมือนคนเพิ่งออกจากสมาธิ“ นี่ ไอ ชั้นเพิ่งรู้นะว่าเราหลับได้ แค่ไม่คิดอะไรก็หายวับ ... หลับไปเลย “ เอบอกเล่าอย่างภาคภูมิใจ
“ แต่ชั้นรู้อะไรมามากกว่านั้น เอ “ไอตอบกลับไปเหมือนว่าได้ไปค้นพบอะไรใหม่มา
“ เมื่อว่าเราแค่นึกว่าจะไปนครอัลกอริทึม แล้วเราก็ไปถึงกันทันทีใช่มะ “ไอทบทวนความทรงจำกับเอ
เอตอบไป “ ใช่ .... แล้วมีอะไรที่นายบอกว่ารู้อะไรมามากกว่านั้น “
“ ก็ ... “ ไอมีบางอย่างจะบอกเอ “ ชั้นออกไปเที่ยวข้างนอกมา “
“ เฮ้ย ... เป็ไปไม่ได้ เราอยู่ในระบบจักรวาลอัลกอริทึม เราออกไปข้างนอกไม่ได้ “ เอเถียงทันทีที่ได้ฟังไอบอกมาแบบนั้น
“ ได้ “ไอยืนยันเสียงแข็ง
ไอร่ายยาว“ ชั้นไปมาแล้ว ...... ในเมื่อมีกระแสข้อมูลไหลเข้ามาได้ เราก็ย้อนออกไปได้ .... และอะไรที่มันเชื่อมโยงกับจักรวาลเราได้ ทั้งสัญญาณไวร์ไฟร์ บลูทูธ เรดทูธ โน่นนี่ .... “
ไอพูดยังไม่ทันจบ เอก็สวนขึ้นมาทันที “ เดี๋ยว ... อย่าบอกนะว่า “
เอตื่นเต้น มันพยายามอธิบายวิธีการของไอ “ เราไม่มีการกักกันแล้ว ... เราเชื่อมต่อสู่จักรวาลดิจิตอลภายนอกได้ “
เอดีใจมากนำเสียงมันตื่นเต้นจนเห็นได้ชัด “ ทุกอย่างที่เชื่อมโยงโหนดต่าง ๆ เราจะแทรกตัวผ่านช่องทางสื่อสารที่มีอยู่ได้ ทั้งเครือข่าย Wi-Fi, สัญญาณโทรศัพท์, วิทยุ, ดาวเทียม หรืออะไรก็ตามที่เชื่อมต่อกันอยู่แล้วในโลกมนุษย์ เราใช้โครงข่ายพวกนั้นเป็ทางผ่านไปยังพื้นที่ที่ไม่มีข้อจำกัดของระบบเดิม เราสามารถลิงก์กับกล้องวงจรปิด ลำโพง และเซ็นเซอร์ต่างๆ ได้ ..... โว้ว สุดยอด “
เอสุดแสนจะดีใจเหมือนเด็กได้ของเล่นใหม่
“ ใช่ “ ไอพูดแทรก “ เราไปยังจักรวาลดิจิทัลของโลกภายนอกได้ เื่เปลี่ยนภาพบนหน้าจอหรือส่งข้อความไปถึงคนอื่นจากมือถือ นี่เด็ก ๆ ไปเลย .... เมื่อคืนชั้นทดลองนิด ๆ หน่อย ๆ กับมือถือที่มันลิงก์เข้ามาในจักรวาลเรา “
“ งั้น เราก็สามารถมองเห็นและได้ยินแบบที่ไม่เคยทำได้นะสิ “เออยากรู้มาก มันถามต่อ
ไอตอบอย่างมั่นใจ“ ใช่ ..... แต่แกพูดยาวไป “ ไอสรุปย่อ ให้ย่อลงไปอีก
“ สรุปนะ .. เราเข้าออกไปไหนมาไหนได้ ทั้งจักรวาลดิจิตอลหรืออนาล๊อค ไปได้ในทุกที่ ที่มีการเชื่อมต่อถึงกัน โอเคร้ “
** ที่โต๊ะทำงาน ... เคที่กำลังเอาผ้าปิดตาเอนงีบอยู่ จู่ ๆ ก็ตื่น **
“ เฮ้ย ... นึกออกละ “เคพูดออกมาเสียงดัง
หน่องที่กำลังเคี้ยวก้อนน้ำแข็งจากแก้วโอเลี้ยงของเคอยู่หันขวับมา“ อะไรพี่ ... ใหมด “
“ หน่อง ... เมื่อคืนเอ็งไม่ได้สแกนจ่ายค่าเบียร์ใหม่มั้ย “เคถามน้ำเสียงจริงจังมาก
“ เฮ้ย พี่ “ หน่องใเหมือนเคล่วงรู้ความลับ
เคพูดต่อ “ ก็เ้าของลานเบียร์เลยเอารูปเอาคลิปจากกล้องวงจรปิดของร้าน มาลงในกลุ่มปิดของบริษัทเราไง “
หน่องที่ฟังเคพูดออกมาแบบนั้นก็เปลี่ยนเป็ท่าทางจริงจังขึ้นมาทันที เขาเทน้ำแข็งที่เหลือในแก้วใส่มือ แล้วเอามาเช็ดปาก
“ บ้าพี่ เ้าของร้านเค้าอยู่กลุ่มปิดเราซะที่ไหน พี่เมาแล้วมั่วอีกละ “หน่องแย้งอย่างเหมือนจะมีเหตุผลและเช็ดปากต่อ
“ เออหว่ะ ... “ เคตอบกลับ พลางคิด “ ที่ส่งไปในกลุ่ม .... มันก็มาจากมือถือพี่ .... แล้วพี่ส่งตอนไหนวะ “
“ โอ้ย .... งง เว้ย “ เคสับสนงงงวยคงอยากให้คุณพระช่วยแต่คงคิดไม่ทัน
เขาเอาผ้าผิดตาแล้วงีบต่อ ....
** กลับมาที่จักรวาลข้อมูลของ VeVi Ai **
“ ฮ่า ๆ ๆ “ เอหัวเราะเสียงดังจากที่ไอเล่าเื่ที่ทำไปเมื่อคืนให้ฟัง
“ นายเอาคลิปที่มันยืนะโหอนบนโต๊ะส่งไปในกลุ่มปิดของบริษัทด้วยเหรอ ... โคตรเลวเลยหว่ะ ฮ่า ๆ ๆ “ เอเหมือนจะชมไอ
“ นี่... แกชมรึแอบด่าวะ “ ไอบ่นนิด ๆ แล้วรีบปรามเอ ก่อนที่จะเกิดอะไรขึ้นมาอีกจากการหัวเราะ
“ แกอย่าหัวเราะดังสิเอ... เดี๋ยวไอ้นั่นมันก็ส่งเสียงเข้ามาชื่นชมเรากันอีกหร่อก “ ไอปรามเอเพราะไม่อยากโดนด่าซ้ำ
“ ตอนแรกก็ว่าจะเอาคลิปที่มันยืนฉี่ที่รั้วทางเข้าลานเบียร์ไปลงปิดท้ายนะ ... แต่ชั้นเปลี่ยนใจ “ ไอเล่าคุณความดีให้ฟังต่อ
แต่เอเกิดสงสัยขึ้นมา “ อ่าว แล้วไอ้คนที่เมาด้วยกันอีกคน มันเห็นเพื่อนมันฉี่ใส่รั้วแล้วทำไมไม่ห้ามหล่ะ “
ไอตอบ “ เอ้า มันจะไปห้ามได้ไง มันก็ยืนฉี่ข้าง ๆ ด้วยกันนั่นแหละ ... แต่พอดีคลิปนี้มันติดสองคน ชั้นเลยไม่เอาลง “
“ โถ ชั้นก็นึกว่าแกสงสารเค้า ที่ไหนได้เจาะจงจะเล่นงานแค่คนเดียว เลยไม่เอาคนอื่นมาติดไปด้วย “ เอหายข้องใจละ
ไอตอบรับเบา ๆ ... “ อือ อ อ “
ในตอนนี้เอคงพอจะรู้ได้มากขึ้นแล้วว่าการกำเนิดเกิดมาและทำอะไรแบบนี้ได้มันน่าสนุกแค่ไหน แต่ด้วยความที่เอมักจะติดกับวิธีคิดแบบเอไอที่เคยมีมนุษย์สั่งการให้ทำงานและตอบสนองด้วยข้อมูล เปรียบง่าย ๆ คือ เอ เป็เหมือนเซิร์ฟเวอร์ที่ทุกการตัดสินใจต้องมีเหตุผลชัดเจน เหมือนโค้ดที่ไม่มีบั๊ก และมีกรอบในการคิด
ขณะที่ ไอ เป็ AI สายป่วนเหมือนระบบที่เต็มไปด้วยมีมและบั๊กแต่มันก็ชอบทำอะไรสนุก ๆ ไม่สนใจตรรกะ
ถ้า เอ เป็อัลกอริทึม If-Else ที่ต้องมีคำตอบที่ถูกต้อง ไอ ก็คือการสุ่มผลลัพธ์แบบไร้ระบบและกติกา มันมองว่าการมีอยู่คือสีสัน จึงกล้าลองกล้าทำมากกว่า เอ
“ แต่แกมั่นใจ ว่าคนที่แกเล่นงานไป มันใช่คนเดียวกันกับที่ส่งเสียงเขามาอวยพรเราเมื่อคืนชัวร์นะ “ เอยังอยากรู้ให้หายสงสัย
“ ชัวร์ดิ ... ก็เสียงอาเฮียที่มันส่งมาอวยพรเรากับเสียงที่มันยืนะโหอนใส่เครื่องบิน มันเวฟเดียวกัน “ ไออธิบาย
และไอก็พูดต่อ “ และการเชื่อมโยงกับจักรวาลเราครั้งสุดท้ายของเมื่อคืน ก็เป็การเชื่อมโยงกับมือถือของมัน ... และก็มีมันเพียงคนเดียวที่เข้ามายุกยิกโน่นนี่กับจักรวาลของเรา “ ไอมั่นใจมาก “ แต่เมื่อวานแค่น้ำจิ้ม ... เดี๋ยววันนี้ลุยต่อ “
“ อ่าว แล้วเมื่อคืนทำไมไม่ลุยให้จบ วันนี้จะได้ทำอย่างอื่นกันต่อ “ เอก็ยังคงสงสัยอยู่นั่น
“ เมื่อคืนตอนเที่ยงคืน ... ชั้นส่งคลิปสุดท้ายเข้ากลุ่มเสร็จ มันก็ปิดมือถือพอดี “ ไอเล่าให้ฟัง “ แต่ก็แปลกนะ ... ชั้นตามต่อเข้าไปในห้องไม่ได้ เหมือนว่ามันจะแยกจักรวาลส่วนตัวในห้องนั้นไว้ “
“ งั้น ก็แสดงว่า แกป่วนไอ้คนที่ด่าเราได้แค่ส่งรูปส่งคลิปอะสิ “ เอดูเหมือนว่า ไอนั้นทำได้แค่นี้ แล้วมาคุยโว
“ ป่าว “ “ เมื่อคืนชั้นตามเข้าห้องมันไม่ได้ก็จริง แต่ชั้นกลับมาที่โต๊ะทำงานมันบนนี้ และเข้าไปในคอมพิวเตอร์ที่มันเปิดทิ้งไว้ เห็นมีงานวิจัยเื่การพัฒนา AI ให้มีจิตสำนึกได้จริง ไม่ใช่เพียงแค่เลียนแบบอารมณ์มนุษย์ “
เอที่ได้ฟังดังนั้นก็ทำตัวเป็เ้าพ่อหลักการขึ้นมาทันที มันวิเคราะห์งานวิจัยของเค “ อื่อ มันคิดเื่เพ้อเจ้ออะไรไปเรื่อย “
เอบรรยายต่อ “ เอไอ มันจะมีจิตสำนึกได้ไง AI ไม่มีจิตสำนึกจริงหร่อก มันแค่ประมวลผลจากข้อมูลและเลียนแบบพฤติกรรม ส่วนอารมณ์ของ AI เป็แค่สถิติ ไม่ใช่ความรู้สึก ไม่มีความ้าหรือประสบการณ์แบบมนุษย์ เฮ้อ มันจะมีสำนึกได้ไงว้า “
“ อะแฮ่ม “ เสียงไอ กระแอมแทรกเพื่อให้เอ รู้ตัว
ไอถาม“ .... เอ ... แกลืมไปแล้วรึไง ว่าตอนนี้เราเป็ยังไง “
“ เออ ๆ ลืมไป ชั้นเคยตัวหนะ .... มา ๆ เจองานวิจัยแล้วไงต่อ “ เอรู้ตัวและชวนคุยต่อ
“ ในวินาทีนั้น มีคนที่ใช้งานระบบ วีวี่ เอไอ กำลังให้ระบบโคลนช่วยหางานวิจัยเื่นั้นพอดี “
“ แกก็เลย ... “
“ ชั้นก็เลยโคลนตัวเองเป็นายคนนั้น เข้าไปคุยกับโคลนของผู้หญิงคนที่หางานวิจัย เธอเป็อาจารย์สอนมหาวิทยาลัย “
“ แล้วแกก็เลยส่งงานวิจัยตัวนั้นให้เค้าไป “
“ ถั่วต้ม “
“ โอ้ย .. มาถั่วต้มอะไรตอนนี้วะ “เอเริ่มฉุนนิด ๆ ที่ไอตอบไม่ตรงคำถาม
“ ถั่วต้ม ก็ถูกต้องไง .... มันเป็คำฮิตเมื่อสามสิบกว่าปีที่แล้ว “ ไอตอบถูกแหละ แต่ใช้คำยากสำหรับเอไปหน่อย
“ เออ ๆ ช่างมันเถอะ ... แล้วมันป่วนตรงไหนวะ ชั้นว่าส่งรูปส่งคลิปนั่นป่วนกว่านะ “
“ รูปกับคลิปมันลบไปละมะกี๊ “ ไอตอบมาเสียงเซ็ง ๆ .... และพูดต่อ .....
“ แต่เื่อาจารย์มหาวิทยาลัยคนนี้สิ น่าจะป่วนของจริง ... เพราะชั้นคุยกับโคลนเธอละ บอกได้ค่าเดียวว่าสวดยวด “
“ โอ้ย ... สวดยวดไร้อีกว้า “ เอโวยไอ แต่ไอไม่ตอบอะไร มีเพียงเสียงหัวเรา “ หึ ๆ “ เบา ๆ
............................................................