หลังเลิกคลาสเรียนณนนท์ฝ่ารถติดนานเกือบ 2 ชั่วโมงต่อวันเพื่อมาหาหญิงสาวในดวงใจที่โรงพยาบาลเขานั่งอ่านหนังสือรออยู่หน้าห้องพักของละอองดาวกับมารดาด้วยความหวังว่าเธอจะออกมาสักครั้ง
“อ้าวนนท์ มาทำไมอีก” เมื่อวานเขาก็มาวันนี้ก็ยังมาอีก
“ขิมกำลังจะไปไหน เดี๋ยวนนท์ไปเป็เพื่อนนะ” ว่าที่คุณหมอรีบเก็บตำราเรียนของตนเข้ากระเป๋า
“คุณแม่ท่านเพิ่งจะทานยานอนหลับขิมคิดว่าจะออกไปหาอะไรทานหน้าโรงพยาบาลหน่อย แล้วนนท์ล่ะทานอะไรแล้วหรือยัง”ณนนท์ยิ้มมุมปาก แววตาเปล่งประกายความดีใจละอองดาวในตอนนี้ค่อยๆเปิดรับเขาเข้ามาในชีวิตอีกครั้งแล้ว...และครั้งนี้เขาสัญญาจะไม่มีวันทำให้เธอเสียใจอีกเด็ดขาด
“ไปสิ นนท์ก็ชักจะหิวแล้ว ไป” เด็กหนุ่มสาวเดินออกไปด้วยกันณนนท์เว้นระยะห่างเอาไว้ ไม่กล้าเข้าใกล้หรือจับมือถือเเขน ทั้งนี้เขาทำเพื่อให้เด็กสาวรู้สึกสบายใจเมื่ออยู่ใกล้เขา
ร้านก๋วยเตี๋ยวริมฟุตบาธตรงข้ามโรงพยาบาล
“ขิมบอกว่าคุณป้าท่านทานยานอนหลับเหรอ” เด็กหนุ่มชวนคุยเพื่อไม่ให้การทานอาหารมื้อนี้กร่อยหรือเกิดความเกร็ง
“ไม่รู้ว่านนท์รู้เื่คุณพ่อท่านหรือยัง คุณแม่เครียดมากเลยนะ” คดีความที่ละอองดาวคิดว่ามันไม่ยุติธรรมกับครอบครัวเธอเลยคุณพ่อท่านยังไม่ได้สติ ไม่มีสิทธิ์บอกกล่าวหรืออุทรณ์อะไรด้วยซ้ำเเต่อีกฝ่ายก็ตัดสินความผิดเสียแล้ว
“เื่ที่คุณลุงโดนไล่ออก” เขาได้ยินจากข่าววิทยุตอนนั่งรถมาที่นี่
“อืม นนท์คงไม่เชื่อถ้าขิมจะบอกว่าคุณพ่อท่านไม่ได้ทำหรอก ท่านโดนรังแก”มือที่คีบเส้นบะหมี่ค้างไว้ตรงนั้น ละอองดาวพยายามคิดในแง่บวก ใครจะเชื่ออย่างไงก็ช่างข่าวจะโจมตีมากแค่ไหนเธอไม่มีทางหวั่น 18 ปีเต็มที่ท่านอบรมเลี้ยงดูเธออยู่ทุกวันนอกจากมารดาแล้ว เด็กสาวคิดว่าเธอรู้จักท่านดีกว่าใคร
“นนท์เชื่อขิมนะ” ณนนท์ยิ้มให้
“ถึงขิมไม่บอก นนท์รู้ว่าข่าวที่ออกมาไม่เป็ความจริงท่านเป็ตำรวจผู้ใหญ่ที่ไม่มีผู้ติดตามสักคน ไปไหนมาไหนไม่เคยมีรถนำขบวนรถแลนด์โรเวอร์ที่ขับไปทำงานทุกวันนั้นก็ไม่เคยเปลี่ยน อายุอานามราวเกือบ 20ปีแล้วใช่หรือเปล่าขิม” เด็กหนุ่มเลิกคิ้วถาม
“รถคันนั้น 18 ปีแล้ว อายุมันเท่ากับขิม”
“นั่นไง นนท์ก็คิดไว้อยู่แล้วว่าเป็แลนด์โรเวอร์ปี 1995 ใช่จริงๆด้วย แล้วอีกอย่างนะ ถ้าท่านคงโกงเงินมามหาศาลรวยเป็ร้อยๆล้านตามข่าวแต่ใครจะรู้บ้างว่าลูกสาวคนโตของท่านกลับเดินเข้า-ออกจากบ้านไปรอขึ้นรถเมล์ไปเรียนหนังสือทุกวันคนที่เขามีตรรกะ คิดวิเคราะห์เป็ ไม่มีใครเชื่อข่าวนี้หรอกขิมสักวันความจริงจะต้องเปิดเผย ความลับไม่เคยมีในโลกเชื่อนนท์สิ” ละอองดาวยิ้มแก้มปริน้ำตาไหลณนนท์พูดถูกทุกอย่างเเละที่สำคัญมันตรงใจของเธอทุกประการ
“ฮึก ฮึก ฮึก”
“อ้าว กลายเป็ว่าวันนี้กินก๋วยเตี๋ยวกับน้ำตาหรือไง เอานี่เช็ดหน่อยนะ”ผ้าเช็ดหน้าสีฟ้าผืนเดิมยื่นไปให้ละอองดาวรับไว้แล้วเช็ดคราบน้ำตาที่มันเปื้อนหน้า
“เดี๋ยวขิมซักแล้วจะเอามาคืนให้นะนนท์” ละอองดาวกำลังจะพับมันใส่กระเป๋ากางเกง
“ไม่ต้องยุ่งยากหรอกขิม ส่งมาให้นนท์เถอะเดี๋ยวนนท์จัดการเองได้” เขารีบคว้าผ้าผืนเล็กกลับอย่างหวงแหน
“แต่ว่า...”
“ไม่ต้องแต่อะไรแล้ว ทานเถอะเดี๋ยวเย็นแล้วจะไม่อร่อยนะ” ชักชวนให้เธอทานต่อ
“อืม” ก๋วยเตี๋ยวเล็กแห้งหมูตรงหน้ากลับมาอร่อยอีกครั้งละอองดาวสบายใจขึ้นหลังจากได้รับกำลังใจดีๆจากเพื่อนข้างบ้านเื่บิดาแม้จะยังรู้สึกเครียดอยู่บ้างแต่เธอก็จะรอคอยอย่างมีความหวัง...เชื่อว่าสักวันความจริงจะต้องปรากฏและท่านจะต้องหายป่วย
“่เวลาที่ยังอยู่ที่โรงพยาบาลเพื่อเฝ้าคุณลุงหากคุณป้ายังนอนไม่หลับก็ให้ท่านทานยาไปก่อนได้นะแต่พอกลับไปอยู่บ้านในสภาพเดิมที่คุ้นชินอาจจะดีขึ้น ส่วนขิมลองชวนท่านทำงานอดิเรกเช่นทำขนม ปลูกต้นไม้เหมือนที่ชอบทำก็ได้หากคุณป้ารู้สึกผ่อนคลายก็จะหลับได้โดยไม่ต้องพึ่งยาอีก” ว่าที่คุณหมอให้คำแนะนำชั้นยอด
“ขอบใจน่ะนนท์ แล้วขิมจะทำอย่างที่นนท์แนะนำก็แล้วกัน เเต่ว่าพรุ่งนี้นนท์ไม่ต้องมาเเล้วนะนนท์ก็เรียนหนักอยู่เเล้วจะมาเยี่ยมทำไมบ่อยๆ มหาลัยก็อยู่ตั้งไกล” ละอองดาวเกรงใจเพราะเขาไม่ได้เป็อะไรกับเธอด้วยซ้ำ...ก็เเค่เพื่อนบ้าน
"เเต่นนท์อยากมา นนท์มาได้ขิมไม่ต้องห่วง"
"นนท์จะมาทำไมทุกวัน ถ้าเป็เื่เมื่อก่อนนนท์ไม่ต้องคิดมากนะทุกอย่างมันผ่านมาเเล้วขิมไม่โกรธนนท์เเล้วล่ะ" เด็กสาวส่งยิ้มให้ก่อนลุกไปจ่ายเงินให้เเม่ค้าก๋วยเตี๋ยว ก่อนเธอจะหันมาประจัษณ์หน้าเขา
"ถ้านนท์บอกว่านนท์เป็ห่วงขิมล่ะ อยากมาเจอหน้าทุกวันอยากอยู่ใกล้ๆให้คำปรึกษา เวลาที่ขิมมีปัญหา นนท์เป็ได้ทุกอย่างสำหรับขิมนะขอเเค่เอ่ยปากมาได้มั้ย ได้มั้ยครับ" ให้เขาอยู่ตรงไหนก็ได้ในชีวิตของเธอขอเเค่อย่าไล่กันจะได้ไหม
ได้โปรดอย่าพูดคำว่า
ไม่อยากเจอหน้ากันอีกแล้วก็พอ
อดีตนายพลตำรวจชั้นผู้ใหญ่อย่างพลตรีปราณนอนอยู่ในห้องไอซียู 5 วันก่อนที่จะเข้ามาพักฟื้นอยู่ในผู้ป่วยพิเศษอีกประมาณสัปดาห์กว่าๆหลังจากนั้นคุณหมอเ้าของไข้ก็อนุญาตให้ท่านกลับไปพักฟื้นต่อที่บ้านในเช้าวันนี้
“ก็บอกว่าไม่ต้องมา ไม่ต้องมาไงนนท์” เด็กหนุ่มสาวทะเลาะกันตลอดเื่ที่ณนนท์จะโดดเรียนวันนี้ทั้งวัน
“ก็บอกว่าไม่เป็ไรไง อาจารย์คนนี้ท่านใจดี” ใครว่าล่ะกลับมหาลัยเย็นนี้ตลอดด้วยคืนนี้ทั้งคืนไม่รู้ว่าเขาจะได้นอนหรือเปล่า เพราะต้องทำรายงานสรุปอย่างละเอียดในหัวข้อที่พลาดฟังการบรรยาย
แอด
“คุณแม่ขาเรียบร้อยไหมคะ” ละอองดาวเดินเข้าไปหามารดา
“จ้ะ น้องขิมเก็บข้าวของเรียบร้อยแล้วใช่ไหมลูก” อดีตคุณหญิงปัทมาที่เพิ่งโดนยึดสายสะพานเครื่องราชย์กลับคือไปเช่นเดียวกับสามีสอบถามถึงความพร้อมของตัวบุตรสาว
“เรียบร้อยแล้วค่ะคุณแม่” ละอองดาวเดินไปหอบหิ้วสัมภาระเต็มมือ
“ป้าต้องรบกวนด้วยนะณนนท์” เมื่อหมดบารมีคนที่พร้อมจะช่วยเหลือก็หมดเช่นกันสัจธรรมนี้คุณปัทมาย่อมรู้ดีเเละนางก็มาเข้าใจชัดเจนเมื่อได้เจอกับตัวเองนี่เเหละ
แท็กซี่เขียวเหลืองเข้ามาจอดในบ้านขนาดกลางภายในหมู่บ้านณนนท์และคนขับแท็กซี่มีน้ำใจช่วยกันแบกผู้ป่วยที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้เข้าไปในตัวบ้านโดยมีละอองดาวและคุณปัทมาเป็ผู้อำนวยความสะดวกเปิดปิดประตูให้
“ขอบคุณนะคะพี่” ละอองดาวยื่นธนบัตรใบ 500 บาท ให้คนขับแท็กซี่สำหรับค่ารถและสินน้ำใจเล็กๆน้อยๆในความช่วยเหลือ และเด็กสาวจะพนมมือไหว้ตัวโยน
“ครับ ไม่เป็ไรครับ ช่วยๆกัน” ละอองดาวยิ้มจนตาหยีให้พี่แท็กซี่ใจดีที่บังคับรถออกไปแล้วเธอจึงรีบกลับเข้ามาในบ้าน
“คุณลุงเป็ผู้ป่วยติดเตียงต้องพลิกตัวทุกๆ 1-2 ชั่วโมงป้องกันแผลกดทับส่วนตอนทานอาหารขอเป็อาหารทานง่ายชิ้นเล็กๆเพื่อไม่ให้ท่านสำลักหรือติดคอเเล้วควรให้นั่งย่อยก่อนสัก 1 ชั่วโมงเป็อย่างน้อย ก่อนให้ท่านนอนเหมือนเดิม แล้วเื่ขับถ่าย...”ณนนท์อธิบายพร้อมสาธิตวิธีการให้ทุกคนฟังอย่างละเอียด
“จำได้หมดหรือเปล่าขิม” ณนนท์ถามย้ำอีกครั้ง
“เออ...เออ” ละอองดาวยิ้มแห้งๆ เธอตั้งใจฟังอย่างดีนะเข้าใจหมดเลยด้วยแต่พอเขาถามกลับ ก็ชักจะไม่ค่อยมั่นใจ
“นนท์จดรายละเอียดไว้ในสมุดเล่มนี้แล้ว และถ้าขิมไม่เข้าใจตรงไหนก็โทรถามได้ตลอด24 ชม.นะ” ณนนท์ยื่นสมุดเล่มเล็กมีวิธีการข้อควรปฎิบัติ ข้อควรระวัง เเละอาการผิดปกติที่สังเกตได้โดยง่ายของผู้ป่วยติดเตียงรวมถึงการดูแลรักษาผู้ป่วยโรคอัมพฤกอัมพาตฉบับญาติที่ดูแลที่บ้านอย่างละเอียดส่งไปให้เด็กสาว
“โทรเวลาไหนก็ได้จริงๆเหรอนนท์” ละอองดาวสอบถามตาโต
“อืม ถ้าเป็เบอร์ขิม ไม่ว่าเวลาไหนเราก็จะรับสาย” จนถึงตอนนี้เ้าหล่อนดูเหมือนจะยังไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าเขาคิดอย่างไงกับเธอช่างไม่รู้เลยว่าตัวเองสำคัญมากขนาดไหน...โธ่ ไอ้นนท์เอ้ยมึงยังต้องเป็มดแดงเฝ้าช่อมะม่วงไปอีกนานเลยนะ
ละอองดาวต่างจากผู้ใหญ่อย่างคุณปัทมาและผู้ป่วยอย่างพลตรีปราณที่มองเด็กชายบ้านตรงข้ามที่พวกท่านเคยพยายามกรีดกันอย่างทะลุปรุ่โปร่งณนนท์พิสูจน์ด่านแรกได้สำเร็จแล้วว่าเขาไม่ใช่พวกจับฉ่าย เห็นความรักความสัมพันธ์เหล่านี้เป็เื่ฉาบฉ่วย เขาดูจริงจังเเละจริงใจ
ณนนท์ดูโตและเป็ผู้ใหญ่ขึ้นจากเมื่อ่ 1 เดือนก่อนหน้าและการหมั่นมาดูแลเอาใจใส่ละอองดาวหลังเลิกเรียนทุกวันใน่ที่อยู่โรงพยาบาลพอมั่นใจได้ระดับหนึ่งว่าเขามีความอดทนสูงมากจริงๆ ชีวิตนักเรียนแพทย์ใครคิดว่าง่าย...ไม่ง่ายเลยนะเมื่อต้องตีรถไปมาวันละ3-4 ชั่วโมงทุกวันเพื่อมาให้เห็นหน้าบุตรสาวคนโตของพวกท่านวันละแค่1-2 ชั่วโมงเท่านั้น เวลาพักผ่อนคงเเทบจะไม่มี
เด็กหนุ่มคนนี้นับว่าใช้ได้...เเต่ยังต้องดูต่อไปอีกยาว
หลังจากขาดเรียนไป 2 สัปดาห์เต็มๆละอองดาวกลับไปเรียนอีกครั้งตามคำสั่งของผู้เป็มารดาแม้เ้าตัวจะพยายามพูดโน้นน้าว บ่ายเบี่ยงสักแค่ไหนก็ตาม แต่แล้ววันหนึ่งบุตรสาวคนโตเริ่มสังเกตเห็นถึงความผิดปกติอะไรบางอย่าง
“ป้าแช่มคะ มีอะไรไม่สบายใจหรือเปล่าคะ น้องขิมเห็นเหมือนป้าเงียบๆไปนะ”2-3 วันมานี้แม่บ้านพูดน้อยลงจริงๆ หรือว่าป้าแช่มของเธอไม่สบาย
“ไม่มีอะไรหรอกคะคุณหนูขา ป้าไม่ได้เป็อะไร” เสียงนางสั่นเครือ
“ยังจะบอกว่าไม่เป็อะไรอีกเหรอคะป้า น้ำตาไหลแบบนี้แล้วนะป้าแช่มบอกน้องขิมได้นะน้องขิมยินดีรับฟังทุกอย่าง” นักศึกษาสาวตัวน้อยที่เพิ่งกลับจากมหาลัยเข้าไปโอบไหล่สอบถาม
“คือว่าไม่มีจริงๆค่ะคุณหนู” นางแช่มร้องไห้ออกมาแล้วแต่ยังยืนกรานเสียงแข็งว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นตามคำขอร้องของเ้านายผู้ว่าจ้างที่ขอให้นางปิดเื่นี้ไว้เป็ความลับ
“ต้องมีสิคะ ไม่อย่างนั้นป้าจะร้องทำไม” ละอองดาวทั้งกอดทั้งปลอบเด็กสาวไม่สบายใจเลย
“ป้าแช่มเขาจะทำงานที่บ้านของเราแค่สิ้นเดือนนี้ค่ะน้องขิม” คุณปัทมาเข้ามาเฉลยด้วยตัวเอง หากคิดปิดบังละอองดาวคงทำได้ไม่นาน
“สิ้นเดือนนี้แล้วเหรอคะ ป้าแช่มจะไปอยู่ไหน จะไปทำอะไร แล้วป้าลาออกทำไม”ความไม่เข้าใจ ความสงสัยเกิดขึ้นมากมายในหัวของละอองดาว เด็กสาวเ้าน้ำตาเริ่มน้ำตาคลอหนวย
“ป้าแช่มไม่ได้ลาออกหรอกลูก แต่คุณแม่เป็คนขอให้ออกเอง” คุณปัทมาหน้าสลดลง จริงๆท่านก็ไม่อยากให้เื่ราวดำเนินมาเป็อย่างนี้เลยแต่ทุกอย่างมันมีความจำเป็ของมัน สิทธิ์ค่ารักษาพยาบาลของสามีครั้งใหญ่ที่ผ่านมานางต้องออกค่ารักษาเองทุกบาททุกสตางค์ไม่ได้เงินสนับสนุนจากภาครัฐอีกเเล้วเพราะสามีโดนคำสั่งไล่ออกจากราชการเนื่องจากมีความผิดขั้นรุนแรงนั่นทำให้เงินเก็บในธนาคารเกือบครึ่งแสนและเป็เกือบครึ่งหนึ่งที่มีอยู่หายวับไปกับตาส่วนในวันต่อๆมาทั้งบ้านก็มีแต่รายจ่ายไม่มีรายรับจากที่ไหนอีกเลย
“ฮือ ฮือ ฮือ ป้าไม่อยากไปจากที่นี่หรอกค่ะ รู้สึกผูกพันเสียแล้วแต่ทำไงได้ล่ะคะทุกปากท้องต้องกินต้องใช้ ป้าเข้าใจคุณผู้หญิงดีค่ะคุณหนูไม่ต้องเสียใจหรอกนะคะ ป้าคงกลับบ้านไปทำงานเล็กๆน้อยๆให้หลานคอยดูเเล”กลายเป็ป้าเเม่บ้านต้องคอยปลอบคุณหนูตัวน้อยของนางแทนคุณปัทมาเดินจากไปด้วยใบหน้าเศร้าซึม ละอองดาวนั่งปลอบใจป้าแช่มตลอดเย็นถึง่ค่ำก่อนได้เวลาแยกย้ายกับไปพักผ่อน
มารดาทานข้าวได้น้อยก่อนท่านจะปลีกตัวไปนั่งเอนตัวอ่านหนังสือที่ศาลาหลังบ้าน ส่วนน้องสาวอย่างปุณสิริหลังเลิกเรียนก็ชอบหมกตัวอยู่แต่ในห้องจะว่าไปน้องน้อยยังไม่เคยเข้ามาเยี่ยม มาดูแลบิดาที่นอนอยู่ห้องข้างๆเลย
ผ้าผืนเล็กเปียกหมาดๆ ถูกเช็ดใบหน้าตามด้วยลำคออย่างแ่เบาละอองดาวดูแลปรนนิบัติบิดาสุดที่รักอย่างดีพร้อมทั้งขนข้าวหอบของมานอนเฝ้าท่านถึงห้องั้แ่วันแรกที่กลับจากโรงพยาบาลแล้วผ้าอีกผืนถูกสับเปลี่ยนมาเช็ดตามแขนขาเนื้อตัวอย่างสะอาด อดีตนายตำรวจผิวพรรณยังผ่องใสไม่เเตกต่างจากเมื่อก่อนเพราะการเอาใจใส่อย่างถูกต้องเเละอย่างดีจากพยาบาลตัวน้อยนั่นเอง
“คุณพ่อขา น้องขิมตัดสินใจแล้วนะคะคุณพ่ออย่าโกรธน้องขิมเลยเพราะว่าครั้งนี้น้องขิมจะทำเพื่อทุกคน” ละอองดาวขบคิดเื่นี้มาได้สักพักเธอจะปล่อยให้เื่มันเลยตามเลยไปไม่ได้หรอก
ผู้ป่วยติดเตียงนอนปากเบี้ยวผงาบๆ ร่างกายก็ขยับเขยื้อนเองไม่ได้ท่านนอนน้ำตาไหลซึม แม้นอนเป็ผักลวกอยู่แต่ในห้องแคบๆแต่ท่านก็รับรู้ความเป็ไปของบ้านทุกอย่างและท่านปราณก็รู้ด้วยว่าลูกสาวคนนี้กำลังคิดจะทำอะไร
รุ่งเช้าของอีกวันหลังจากที่ละอองดาวทำกิจวัตรประจำวันของตนเองนั่นก็คือการดูแลเช็ดตัวป้อนข้าวป้อนยาบิดาของเธอเสร็จแล้ว นักศึกษาสาวก็รีบเร่งไปมหาลัยทันทีก่อนที่เธอจะกลับเข้าบ้านอีกครั้งใน่เที่ยงวัน...ผิดวิสัยไปจากทุกๆวัน
“จะไหวเหรอคะคุณหญิง” นางแช่มยังเรียกเ้านายเช่นเดิมแม้ยศศักดินาเ่าั้จะหายไปแล้วก็ตาม
“ไม่ไหวก็ต้องไหวแม่แช่ม รายได้จากขนมพวกนี้คงพอจุนเจือครอบครัวได้บ้าง”ขนมวุ้น ขนมชั้นพุดดิ้งอย่างง่ายคือสิ่งที่คุณปัทมากำลังเรียนรู้จากแม่บ้านเก่าแก่ หากไม่คิดทำมาหากินบ้างเลย...เห็นทีสมบัติเก่าแก่ที่ตกทอดจากมรดกของนางต้องถูกทยอยขายไปทีละชิ้นๆ เป็เช่นนั้นไปเรื่อยๆ สักวันคงหมด
“ถ้าบอกคุณหนูขิมให้เข้าใจสักคนก็คงดีนะคะ รายนั้นน่ะเขาเก่งสารพัดอาหารคาวหวานเครื่องดื่มเอยคุณหญิงก็รู้นิคะ” น้ำเสียงที่เปล่งออกมามีแต่ความชื่นชมในตัวเด็กสาว
“บอกน้องขิมกับน้องเปียโนไม่ได้สักคนหรอกแม่แช่มคุณพี่อยากให้ลูกๆของท่านเรียนจบสูงๆมีความรู้ติดตัวในอนาคตยิ่งตอนนี้ทรัพย์สมบัติความมั่นคงใดใดฉันไม่มีให้ลูกสักอย่างแล้วละอองดาวกับปุณสิริยิ่งทิ้งการเรียนไม่ได้” ลำบากแค่ไหนนางก็จะสู้ให้สุดทางให้รู้กันไปว่าฝ่ายไหนจะพ่ายแพ้ก่อนกัน
“คุณแม่ขา” สองหญิงชราหันไปตามเสียงของผู้มาใหม่ด้วยความใยิ่งเห็นละอองดาวเดินเข้ามาพร้อมน้ำตาไหลนองหน้ายิ่งใเป็เท่าทวี
“น้องขิมลูก น้องขิมของคุณแม่เป็อะไร” คุณปัทมาผละออกไปจากถาดขนมหลากสีสันเพื่อไปรับบุตรสาวร่างเล็กเข้ามาสวมกอด
“น้องขิมได้ยินหมดแล้วค่ะ น้องขิมได้ยินทุกอย่างหมดแล้ว” ครอบครัวกำลังเดือดร้อนอย่างหนักแต่เธอรับไม่รู้อะไรเลย ไม่เคยช่วยแบ่งเบาภาระอะไรอีกด้วยละอองดาวนำััจากมือนุ่มนิ่มของมารดามาลูบหน้าใบหน้าของตนเองมือของท่านบอบบางเพราะไม่เคยจับงานหนักลูกหลานผู้ดีเก่าที่เข้าพิธีแต่งงานกับนายตำรวจหนุ่มชาติตระกูลดีมีอนาคตไกลอย่างเช่นบิดาในวันวาน
ละอองดาวจะทนเห็นคุณแม่ปัทมาของเธอทำงานหนักอยู่ลำพังเพื่อดูแลครอบครัวอีกหลายชีวิตได้อย่างไรพวกเราเป็ครอบครัวเดียวกันก็ต้องช่วยเหลือซึ่งกันและกันสิ บิดาอบรมสั่งสอนเื่นี้แก่เด็กสาวมาโดยตลอด...เธอไม่คิดลืม
ยิ่งรับรู้เื่ราวปัญหามากขึ้นยิ่งตรอกย้ำว่าสิ่งที่เธอเพิ่งตัดสินใจกระทำมันลงไปเมื่อเช้าวันนี้ถูกต้องและเหมาะสมที่สุดแล้ว
“ได้ยินแล้วก็ดีลูก น้องขิมต้องตั้งใจเรียนนะคะ ทำความฝันของคุณพ่อกับคุณแม่ให้เป็จริงให้คุณพ่อกับคุณแม่ภูมิใจนะลูก” มารดาเข้าใจไปอีกแบบ
“คุณแม่ขา น้องขิมขอโทษค่ะเื่ความฝันของคุณพ่อคุณแม่ ถ้าน้องขิมยังมีโอกาสน้องขิมสัญญาว่าจะทำให้เต็มที่แต่ตอนนี้...เออ เมื่อเช้าน้องขิมดรอปเรียนไว้แล้วค่ะ” บุตรสาวกลั้นหายใจบอกความจริงให้มารดาได้รับทราบและหวังว่าท่านจะเข้าใจการศึกษานั้นละอองดาวยังไม่ได้ทิ้งถาวร เธอเเค่วางมันไว้ข้างหลังเพื่อที่จะก้าวไปข้างหน้าตามเป้าหมายสำคัญของชีวิตก่อนก็เท่านั้น
“คุณแม่ไม่เข้าใจเลย ไม่เข้าใจว่าทำไมน้องขิมถึงได้ทำอะไรไม่ปรึกษาคุณแม่แบบนี้รู้มั้ยคะว่าคุณแม่เสียใจมาก ถ้าคุณพ่อรู้ก็คงไม่สบายใจด้วยเช่นกัน” เื่เงินที่ว่าเครียดอยู่แล้วคุณปัทมายังมาชวนปวดหัวกับปัญหาของบุตรสาวคนโตอีก
ยิ่งตอนนี้ทรัพย์สมบัติความมั่นคงใดใดฉันไม่มีให้ลูกสักอย่างแล้ว
ยิ่งตอนนี้ทรัพย์สมบัติความมั่นคงใดใดฉันไม่มีให้ลูกสักอย่างแล้ว...ความจริงจากปากมารดามันลอยซ้ำๆอยู่ในสมอง
“น้องขิมตั้งใจจะหยุดเรียนชั่วคราวเพื่อมาดูแลคุณพ่อคุณแม่และหางานอะไรก็ได้ที่สามารถทำควบคู่ไปได้สักระยะหนึ่งแต่ตอนนี้น้องขิมชักจะไม่เเน่ใจเเล้วว่าปัญหาของบ้านเราหนักหนากว่าที่คิดเอาไว้หลายเท่าหรือเปล่าเรากำลังเดือดร้อนเื่เงินใช่ไหมคะคุณแม่ที่ป้าแช่มต้องลาออกไปก็เพราะสาเหตุนี้ใช่หรือเปล่า”
“ใช่ แต่คุณแม่มีปัญญาส่งน้องขิมให้เรียนจบมหาลัยได้นะลูกน้องขิมไม่น่าทำแบบนี้เลย” ค่าเทอม ค่ากินอยู่ของละอองดาวถูกแสนถูก บุตรสาวคนโตไม่ใช่คนฟุ่มเฟือย อยากได้โน้นได้นี่ยังไงท่านก็มั่นใจว่าสามารถมอบการศึกษาให้กับละอองดาวได้อย่างแน่นอน
“ที่น้องขิมตัดสินใจดรอปยังน้อยไปด้วยซ้ำค่ะคนโง่ๆเรียนอะไรก็ไม่เข้าหัวอย่างน้องขิมคงทำให้คุณแม่เสียเงินทองเปล่าๆสู้ส่งให้น้องเปียโนเรียนหมอก็ไม่ได้ อีกแค่เทอมกว่าๆน้องเปียโนก็จะเรียนจบแล้วนะคะถึงตอนนั้นค่าใช้จ่ายก็คงมีมากเต็มที” คุณปัทมาสะอึกพูดอะไรไม่ออกนางกำลังเป็ห่วงในจุดๆเดียวกับที่ละอองดาวย้ำช้าๆชัดๆต่ำๆก็ต้องมีเงินเหยียบล้านในการส่งเสียให้ปุณสิริเดินตามความฝันซึ่งทรัพย์สินเท่าที่มีอยู่ยังไม่เพียงพอนอกจากนางตัดสินใจขายบ้านเเห่งความทรงจำนี้ไป
กริ่ง กริ่ง กริ่ง เสียงกริ่งดังระงมหน้าบ้านยามเย็นย่ำ
“อ้าว ป้าคิดว่าน้องเปียโนกลับจากเรียนพิเศษเสียอีกป้าต้องรบกวนเราด้วยนะณนนท์” คุณปัทมาเดินมาเปิดประตูรั้วให้กับว่าที่คุณหมอที่นางเพิ่งคุยโทรศัพท์ด้วยเมื่อกว่าหนึ่งชั่วโมงก่อน
“ขิมล่ะครับ ขิมอยู่ไหน” สายจากคุณป้าข้างบ้านทำเอานักศึกษาแพทย์เเทบเรียนอะนาโตมี่ไม่รู้เื่เด็กหนุ่มรีบวิ่งขึ้นแท็กซี่ทันทีที่อาจารย์เลิกคลาส ละอองดาวกำลังมีปัญหาอะไร ทำไมเธอถึงตัดสินใจเลิกเรียนกลางครันแบบนี้หัวใจของณนนท์มันว้าวุ่นไปหมด
“อยู่้ากับคุณพ่อเขาล่ะ ณนนท์ช่วยเปลี่ยนใจลูกสาวป้าด้วยนะป้าเองก็จนปัญญาแล้วจริงๆลูก” ในสายตาของว่าที่คุณหมอ พิจารณาใบหน้าของหญิงชราที่มีแต่ความกลัดกลุ้มให้เห็นท่านไม่เหมือนคุณหญิงปัทมาคนเก่าที่ณนนท์เคยรู้จักและได้ััเมื่อหลายเดือนก่อนเลย...แตกต่างราวกับคนละคน
คนเก่ามักมีรอยยิ้มเเละความสุข สำหรับคนใหม่นี่มีเเต่ความเครียดความทุกข์ชัดเจน
ก๊อก ก๊อก ก๊อก ณนนท์เคาะประตูแล้วเข้ามาในห้องพักผู้ป่วยที่มีอากาศถ่ายเทสบายที่นอนหมอนมุ้งของคนตัวเล็กยังถูกพับเก็บเป็ระเบียบเรียบร้อยอยู่ในมุมหนึ่ง
“อ้าว นนท์ วันนี้วันอังคารไม่ใช่เหรอ” ่หลังมาณนนท์มาที่นี่เกือบทุกวันก็จริงแต่วันอังคารโดยส่วนมากแล้วเขาจะไม่ได้เพราะมีงานกลุ่มชิ้นใหญ่ที่ได้รับหมอบหมายในตอนเย็นแล้วต้องจัดส่งนำเสนอให้เช้าวันรุ่งขึ้น เรียกได้ว่าวิชาโหดและหนักสุดในเทอมการศึกษานี้ของเขาก็ว่าได้
“กายภาพบำบัดให้คุณลุงอยู่เหรอขิม” ณนนท์มองเด็กสาวที่ทำกายภาพบำบัดได้อย่างชำนาญและถูกต้องตามหลักเขาจับมืออีกข้างของอดีตตำรวจพร้อมช่วยทำกายภาพไปด้วยอีกทางเด็กหนุ่มสาวสลับยกแขนขาผู้ป่วยไปมาร่วมครึ่งชั่วโมงก็เป็การเสร็จสิ้นของวันนี้กายภาพที่ทำน้อยก็ไม่เห็นผล ทำเยอะไปก็ส่งผลเสียมากกว่าดี
“ขิม นนท์มีเื่จะคุยด้วยนะ” หากคุยกันในนี้คงลำบากเเละไม่เหมาะพลตรีปราณไม่ควรรับรู้เื่เครียดๆให้ส่งผลกระทบกับสุขภาพจิตใจ
“เื่อะไรเหรอนนท์” ละอองดาวสอบถามไปอย่างนั้นในใจเด็กสาวรู้ดีว่าเขาเป็อีกคนที่จะมาห้ามเธอห้ามในสิ่งที่เธอตัดสินใจเด็ดขาดไปแล้ว
ศาลาหลังบ้านลมพัดเอื่อยๆเย็นสบาย ไร้แมลงยุงรบกวนใจ
“ถ้าขิมเลือกที่จะไม่เรียนจะส่งผลเสียอะไรบ้างรู้ใช่ไหม” บรรยากาศดีถูกทำลายเมื่อณนนท์เปิดประเด็นขึ้นมา...เขาจำเป็
“รู้สิ”
“รู้แล้วก็ยังคิดจะไม่เรียนอย่างนั้นเหรอขิม” ในเมื่อเธอรู้ดีเต็มอกแล้วทำไมยังคิดทำร้ายตัวเองอีกนะ ไม่เข้าใจ ว่าที่คุณหมอคนใหม่ไม่เข้าใจเอาเสียเลย
“ถ้าขิมเลือกเรียนต่อแล้วจะส่งผลเสียอะไรบ้าง นนท์รู้หรือเปล่า” คำถามเดิมย้อนกลับทำเอาณนนท์หงายหน้าตึง คิ้วขมวดเป็ปม สัณชาตญาณของเขาเริ่มบอกว่า...มันน่ากลัวแล้วสิ
“คุณพ่อถูกไล่ออกแล้วเบี้ยำาญก็ไม่มีครอบครัวของขิมไม่มีรายได้จากทางไหนแล้วนนท์” ปกติเงินเดือนเฉียดเเสนของบิดาสามารถครอบคลุมค่าใช้จ่ายของบ้านเเละส่วนต่างๆได้ทั้งหมดเเล้วพอจะมีเหลือสำหรับฝากธนาคารบ้าง ละอองดาวไม่อาย หากต้องพูดความจริงเื่เงินที่ครอบครัวกำลังประสบปัญญาให้เพื่อนสนิทฟัง
“แต่ขิมไม่จำเป็ต้องลาออกก็ได้นี่ ทำงานพาร์ทไทม์เสาร์-อาทิตย์ดีมั้ย เดี๋ยวนนท์ช่วยหางานให้”ณนนท์คิดค้นหนทาง แต่ละอองดาวกับส่ายหน้า
“จริงๆแล้วเื่เรียนไม่ให้ทางของขิมั้แ่แรกแล้วล่ะ ที่ทำที่พยายามทั้งหมดก็เพื่อความฝันของคุณพ่อคุณแม่ขิมก็อยากทำหากมันช่วยเชิดหน้าชูตาของท่านได้บ้าง” เด็กสาวไม่อายเธอเรียนอ่อนเป็ที่โหลของห้องั้แ่ ป.1 ยัน ม.6 ไม่มีอะไรต้องอายแล้ว เพราะมันอายจนชิน
“แล้วทำไมขิมต้องทิ้งความหวังของพวกท่านล่ะ คุณป้าท่านเสียใจมากนะที่ขิมดรอปเรียนโดยไม่ปรึกษาท่านแล้วท่านก็ไม่เห็นด้วย แล้วอีกอย่างคุณลุงจะเสียใจแค่ไหนถ้าท่านรู้ความจริงเข้าขิมรู้มั้ย ว่าความเครียดส่งผลโดยตรงกับทุกโรคเลยนะเครียดมากโอกาสที่จะหายป่วยก็ลดน้อยลง พวกเราต้องช่วยกันไม่ให้ท่านเครียดสิให้กำลังใจกันเยอะๆจะดีกว่า”
“เข้าใจ ขิมเข้าใจ อึก อึก อึก” ละอองดาวน้ำตาซึมแน่นอนเื่นี้บิดาต้องเสียใจแน่หากท่านรับรู้ความจริง แต่เธอจำเป็ จำเป็จริงๆ
“ขิมเป็ลูกที่ไม่ดี ขิมรู้แล้ว แต่ขิมจะไม่ยอมให้คุณแม่ต้องมาเหนื่อยลำบากตอนท่านอายุเยอะแบบนี้หรอกนะ ทำงานไปด้วย ดูแลคุณพ่อไปด้วยนนท์คิดว่าท่านจะไหวเหรอ” ว่าที่คุณหมอเริ่มสะดุดเห็นเค้าลางความพ่ายแพ้ของตนเองมารำไร เพราะไม่ยอมเห็นมารดา บิดาลำบากแบบนี้สินะละอองดาวจึงคิดเสียสละตัวเอง
เขาชอบในความกตัญญูรู้คุณของเธอนะเขาหลงรักเสน่ห์เหล่านี้ยามได้ัั แต่ตอนนี้เขาเริ่มเห็นข้อเสียเล็กๆของมันบ้างแล้วสิวันนี้ละอองดาวยอมเสียโอกาสในการเรียน แล้ววันหน้าล่ะเธอจะเสียอะไรอีกไหม เพราะไอ้คำว่ากตัญญูคำเดียว
เอี๊ยด เอี๊ยด ประตูรั้วถูกเลื่อนเปิด-ปิด
“คุณแม่ขา น้องเปียโนมีอะไรจะให้ดูค่ะ” นักเรียนผมเปียยาวเพิ่งกลับจากการเรียนพิเศษเด็กสาวยื่นกระดาษโบว์ชัวร์สี่เหลี่ยมเล็กๆให้มารดาที่ยืนตัดแบ่งขนมชั้นใส่กล่องเพื่อบรรจุขายสำหรับวันพรุ่งนี้
“อะไรเหรอลูก” ใบหน้าแย้มยิ้มของมารดาเจื่อนลงเล็กน้อยเมื่ออ่านตัวอักษรภาษาอังกฤษเด่นในกระดาษในมือ
“โครงการติวภาษาอังกฤษ่ซัมเมอร์นี้ค่ะเพื่อนๆในห้องของน้องเปียโนบอกว่าจะสมัครทุกคนเลยนะคะ น้องเปียโนก็อยากไปติวด้วยเหมือนกันค่าเรียนของเอเจนซี่เ้านี้ก็ถูกและดีที่สุดเพราะอาจารย์เป็คนติดต่อให้เอง เรียน 1เดือนเต็มจ่ายแค่ 50,000 บาทเองค่ะคุณแม่ขา”ปุณสิริบรรยายทุกคำตามคำพูดของเอเจนซี่ที่มาแนะแนวให้เธอและเพื่อนๆฟังในวันนี้
“แต่ลูกคุณแม่ก็เก่งภาษาอยู่แล้วนี่คะ”
“เพราะคุณพ่อให้น้องเปียโนไปเรียนซัมเมอร์ที่ออสเตรเลียเมื่อปีที่แล้วต่างหากภาษา สำเนียงเลยเก่งขึ้นเป็กอง คุณแม่ขาครั้งนี้น้องเปียโนอยากไปอีกนะนะนะนะคะคุณแม่ครั้งนี้ไปประเทศอังกฤษจะต้องได้สำเนียงแป้ะอย่างเ้าของภาษาแน่นอนเลย” เด็กน้อยอย่างปุณสิริยกยิ้มอย่างวาดฝัน แต่คุณปัทมาใบหน้าเจื่อนลงสายตาไล่อ่านค่าใช้จ่ายในโครงการ ค่าเรียนอย่างเดียวตลอดระยะเวลา 1 เดือนแค่ 50,000 บาทนางเองก็พอรู้ว่ามันถูกเมื่อเทียบกับชื่อเสียงของสถาบันแต่พวกค่าดำเนินการ ค่าวีซ่า ค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับ ค่าที่พักค่าอาหารจิปาถะรวมกันร่วมๆ สองแสนเลยนะ แล้วไหนจะจุกตรงที่สเตทเม้นขั้นต่ำ 6เดือนที่ผู้ปกครองต้องยื่นเพื่อรับรองวีซ่าอีกครึ่งล้านนั้นอีกล่ะเงินในบัญชีตอนนี้ยังขาดอีกหลายหมื่นด้วย
“่นี้คุณพ่อป่วยหนักน้องเปียโนก็รู้ใช่ไหมคะ คุณแม่ว่าอย่างเพิ่งไปเรียนภาษาที่ต่างประเทศดีกว่านะคะลูกไปเรียนคอร์สตัวต่อตัวกับเ้าของภาษาที่สยามก่อนดีมั้ย ครูอังกฤษ ครูอเมริกาหรือครูชาวอะไรก็ได้ที่น้องเปียโนอยากเรียน เดี๋ยวพรุ่งนี้คุณแม่จะไปจองคอร์สให้เอง”คุณปัทมาเสนอทางเลือกที่ดีกว่าแต่ประหยัดค่าใช้จ่ายมากกว่าหลายเท่าให้บุตรสาวคนเก่งของนางได้เพิ่มเติมความรู้ปุณสิริเป็คนเก่ง เรียนที่ไหนก็คงได้ผลสัมฤทธิ์ไม่แตกต่างกันหรอก
“ไม่ได้นะคะคุณแม่ น้องเปียโนลงชื่อสมัครโครงการไปแล้ว แล้วพรุ่งนี้ก็ต้องจ่ายเงินค่ามัดจำ20,000 ด้วย จะให้ไปบอกว่ายกเลิกไม่เรียนแล้วอย่างนั้นเหรอคะ อายเขาตายเลย” เื่บิดาตนเองก็ยังโดนล้ออยู่ทุกวันแม้ว่ามันจะไม่หนักหน่วงรุนแรงเหมือน่แรกก็เถอะ แต่ถ้าวันพรุ่งนี้เธอเป็เด็กคนเดียวของห้องที่ไม่ได้ไปซัมเมอร์ที่อังกฤษนะรับรองว่าต้องใส่ปีบคลุมหัวแน่
“ถ้าน้องเปียโนอาย คุณแม่ไปแจ้งกับอาจารย์หรือทางเอเจนซี่ให้เองก็ได้นะลูก”
“กรี๊ดดด กรี๊ดดด ไม่เอา ไม่ได้นะ น้องเปียโนไม่ยอม ไม่ยอม กรี๊ดดด”เด็กสาวปึงปังๆ เต้นแร้งเต้นกาอยู่ชั่วครู่ก็วิ่งบีบน้ำตาขึ้นห้อง...หวังว่าในไม่ช้ามารดาจะตามไปโอ๋ดังเช่นทุกครั้ง
“นนท์จะอธิบายเื่นี้ให้น้องเปียโนเปลี่ยนใจเอง”ณนนท์และละอองดาวได้ยินเื่ราวชัดเจนทุกถ้อยคำแทบทนไม่ได้
“อย่า” แขนของเขาถูกละอองดาวคว้าเอาไว้น้องสาวกำลังโกรธจัด ละอองดาวรู้ดีว่าต่อให้สิบณนนท์ สิบมารดาหรือสิบบิดาเป็คนไปพูดก็ไม่สำเร็จอยู่ดี ไม่เคยมีใครขัดใจปุณสิริได้เลยสักคน
“แต่มัน...”
“นนท์กลับบ้านไปเถอะ เื่นี้เป็เื่ครอบครัวขิมนะ ขิมกับคุณแม่จัดการกันเองได้”ณนนท์ปวดร้าวไปหมด ทั้งใจ เหมือนเธอต่อว่าว่าเขาเข้ามายุ่งอยู่กลายๆ
“ขิม...แน่ใจแล้วใช่ไหมว่าจะไม่เรียนต่อนะ”เขาถามย้ำๆทั้งๆที่รู้คำตอบดี ใจจริงอยากถามหญิงสาวไปโต้งๆ ว่าเธอต้องเสียสละอะไรอีกไหม กับการที่ปุณสิริ้าไปเรียนซัมแมอร์ที่อังกฤษครั้งนี้
หึ! ถามไปมีหวังนางฟ้าจอมดื้อต้องโกรธเขาไปอีก 5 วัน 10 วัน ไม่ถามดีกว่ารู้ไปก็เท่านั้น สาวน้อยไม่ฟังความหวังดีจากคนนอกอย่างเขาหรอก
ชีวิตของละอองดาวมีแต่คุณพ่อ คุณพ่อ คุณพ่อ คุณแม่ คุณแม่ น้องน้อง มีแต่บุคคลเหล่านี้ เธอไม่มีเขาอยู่ในใจหรอก
ที่ไม่มี...เพราะมันไม่เคยมี
ละอองดาวก้าวเข้ามาในห้องครัวทันเห็นมารดาปาดเช็ดน้ำตาพอดีบุตรคนโตไม่ได้เข้าไปกอด ไปปลอบเหมือนทุกๆครั้ง สองมือของละอองดาวเอื้อมไปคว้าถาดขนมชั้นที่นึ่งสุกได้ที่เธอมีดปลายเเหลมตัดแบ่งชิ้นส่วนขนมชิ้นน้อยอย่างชำนิชำนาญ
"น้องขิมลูก อึก อึก" คุณปัทมาเห็นการกระทำของละอองดาวยิ่งพาลให้น้ำตาไหล
"ถ้าสถานการณ์การเงินที่บ้านของเราดีขึ้นเเล้ว น้องขิมสัญญาค่ะคุณเเม่ น้องขิมจะกลับไปเรียนอีกครั้ง"ละอองดาวทิ้งคำสัญญาเอาไว้เเค่นั้น ตอนนี้เธอต้องรีบบรรจุขนมชั้น 5 ถาดตรงหน้าให้เสร็จสิ้นภายใน 2 ทุ่มเพราะเวลานั้นคือเวลาทานยาก่อนนอนของบิดานั่นเอง