อวี๋จิ่นลี่เห็นว่าเจียงม่อเซิ่งเริ่มบำเพ็ญแล้ว ทั้งยังคืบหน้าเร็วถึงปานนี้ ก็รู้สึกคันไม้คันมืออยากทำตั้งนานแล้วเช่นกัน
เขาจำเป็นต้องรีบรวบรวมพลังศรัทธาเยอะสักหน่อย ไม่งั้นหากลูกศิษย์แซงหน้าพลังของผู้เป็นอาจารย์ ขืนกล่าวออกไปเขาก็ขายขี้หน้าแย่สิ
แต่ดูไปดูมา อวี๋จิ่นลี่เองก็หาไม่เจอว่าตนต้องทำอะไรบ้าง ถึงจะทำให้ทุกคนชอบตน
คนที่เป็นที่นิยมบนโลกใบนี้มีเยอะมาก มีวีรบุรุษแห่งชาติอย่างเจียงม่อเซิ่งแบบนี้ ที่ได้รับความชื่นชอบจากทุกคนอย่างสุดซึ้งเพราะสร้างคุณูปการอันยิ่งใหญ่ แน่นอนละ คนยอดนิยมอย่างเจียงม่อเซิ่งนั้นมีน้อยเสียยิ่งกว่าน้อย ต่อให้เป็นซูเปอร์สตาร์แห่งดวงดาว จำนวนแฟนคลับก็คงไม่เยอะเท่าเจียงม่อเซิ่ง
เพราะฉะนั้นคนอย่างเจียงม่อเซิ่งจะต้องมีแค่คนเดียวแน่ ไม่เพียงมีคุณูปการมากมาย ทั้งยังหล่อแสนหล่อ เทียบกับซูเปอร์สตาร์แห่งดวงดาวแล้วย่อมไม่เป็นรอง ถึงขั้นโดดเด่นกว่าอีกฝ่ายด้วยซ้ำไป
หากไม่ใช่เพราะว่าเขาไม่ยอมเข้าวงการบันเทิง มีหรือที่ซูเปอร์สตาร์พวกนั้นจะได้แจ้งเกิด
การเป็นซูเปอร์สตาร์ก็เป็นอาชีพหนึ่งที่ได้รับความชื่นชอบจากผู้คนและมีแฟนคลับล้นหลาม พลังศรัทธาย่อมมาไวเช่นกัน แต่อวี๋จิ่นลี่รู้ตัวเองดี ว่าหนึ่งเขาร้องเพลงไม่เป็น สองเต้นก็ไม่เป็น สามยิ่งแสดงละครไม่เป็น มีเพียงใบหน้างดงามพอๆ กับซูเปอร์สตาร์อย่างเดียว มีแค่เท่านี้เข้าวงการบันเทิงไปแล้วจะทำอะไรได้ จะให้เป็นแค่ไม้ประดับงั้นเหรอ
ยิ่งไปกว่านั้น ด้วยรูปโฉมของร่างเขาในตอนนี้ ต่อให้อยากเป็นไม้ประดับ ก็ไม่มีใครมาชื่นชมหรอกมั้ง
เพราะงั้นอวี๋จิ่นลี่เดินเส้นทางดารานี้ไม่ได้หรอก
ให้เข้าสนามรบต่อสู้เขาก็ทำไม่ได้ เป็นซูเปอร์สตาร์ก็ไม่รอด แล้วยังมีวิธีไหนอีกที่จะดึงดูดให้คนอื่นมาชอบได้กันนะ
กลุ้มใจชะมัดเลย!
นับตั้งแต่อวี๋จิ่นลี่ตื่นรู้ทางจิตวิญญาณมา ก็ไม่เคยปวดหัวคร่ำเครียดแบบนี้มาก่อน อาจารย์กับศิษย์พี่เคยหยอกเขาอยู่เลยว่าชาตินี้เขาคงไม่มีทางได้รู้รสชาติความเศร้าหมองหรอกว่ามันเป็นอย่างไร ผลสุดท้ายเขาดันได้ลิ้มรสมันไวซะขนาดนี้
อวี๋จิ่นลี่ไล่เรียงสิ่งที่ตนเองสามารถทำได้ในตอนนี้ออกมาอย่างละเอียดหนึ่งรอบ พบว่าข้อได้เปรียบทั้งหมดในสมัยก่อนแทบไม่หลงเหลืออยู่แล้ว มีเพียงทักษะการทำอาหารอย่างเดียวเท่านั้นที่ยังมีอยู่
ทำไมตอนเขาทะลุมิติมา ถึงได้ไม่พาร่างกายตัวเองมาด้วยนะ ทำไมมีแต่จิตวิญญาณอย่างเดียวที่ทะลุมิติมา หากร่างกายของเขาทะลุมิติมาด้วย เช่นนั้นเขาก็มีเรื่องที่ทำได้เยอะแยะมากโข
นี่ช่างเป็นเรื่องน่าเศร้าจริงๆ
แต่ว่าต่อให้น่าเศร้าแค่ไหน ก็ยังจำเป็นต้องคิดหาหนทางอยู่ นอกเสียจากว่าเขาไม่อยากฟื้นฟูการบำเพ็ญเพียรแล้ว
อวี๋จิ่นลี่ทุกข์ระทม พลางกดคอมพิวเตอร์โฟตอนไปส่งเดช ไม่รู้ไปกดโดนอะไรเข้า อยู่ๆ คนคนหนึ่งก็เด้งขึ้นมาร้องเพลงให้เขาฟัง เต้นให้เขาดูบนหน้าจอ สนุกสนานมากทีเดียว
แต่นี่ไม่ใช่ประเด็นสำคัญที่อวี๋จิ่นลี่ให้ความสนใจ ประเด็นสำคัญคือเขาเห็นคอมเมนต์มากมายแวบผ่านขึ้นบนหน้าจอ ส่วนใหญ่เป็นข้อความแสดงความชื่นชอบคนคนนี้หมดเลย
ปฏิกิริยาตอบสนองแรกของอวี๋จิ่นลี่คือ คนคนนี้เป็นดารา คอมเมนต์วิ่ง[1]พวกนี้อาจจะเป็นข้อความที่แฟนคลับเขาส่งมาหมด แต่วินาทีต่อมาเขาก็ค้นพบว่าคนคนนั้นเหมือนจะเห็นคอมเมนต์วิ่งพวกนี้ด้วยงั้นแหละ นอกจากนี้ยังมีปฏิสัมพันธ์กับแฟนคลับ ทำเอาแฟนคลับตื่นเต้นกันใหญ่ คอมเมนต์วิ่งก็เยอะขึ้น แถมยังมีการให้ของขวัญมากมายเป็นพักๆ ด้วย
อวี๋จิ่นลี่ตะลึง เพราะเขาไม่เคยพบเห็นของแบบนี้มาก่อน คนในหน้าจอมีปฏิสัมพันธ์กับแฟนคลับได้ด้วย เหมือนเห็นคำพูดของแฟนคลับอย่างนั้นแหละ แต่คลิปพวกนั้นมันน่าจะถ่ายทำเสร็จล่วงหน้าแล้วไม่ใช่เหรอ หรือว่านี่ก็เป็นเทคโนโลยีขั้นสูงของโลกใบนี้เหมือนกัน
อวี๋จิ่นลี่ตั้งใจดูอย่างละเอียดสักพัก จากนั้นก็เห็นตัวเลขอันหนึ่งอยู่บนมุมขวา แล้วยังเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และข้างบนตัวเลขนั้นก็มีตัวหนังสืออยู่บรรทัดหนึ่ง [ห้องไลฟ์สตรีมของกระต่ายกินปลา]
ห้องไลฟ์สตรีมเหรอ มันคืออะไรกัน
เชิงอรรถ
^ คอมเมนต์วิ่ง หมายถึง คอมเมนต์ที่วิ่งผ่านไปบนหน้าจอวิดีโอที่เชื่อมต่อผ่านอินเทอร์เน็ต