เสี่ยวเทียนกลับมาช่วยศิษย์พี่สามเก็บเงินค่าผ่านประตู ซึ่งบัดนี้ ยอดผู้คนที่เข้าไปในปราสาทวันเดียว หนึ่งหมื่นรอบ เสี่ยวเทียนได้เงินมาแล้วสองร้อยล้านเหรียญเงิน เสี่ยวเทียนนั่งนับเงินจนเมื่อยมือ เลยนำเงินทั้งหมดที่ได้ส่งให้ ลุงฟงอี้ เป็นคนนับแทน วันนี้เป็นวันที่สอง เสี่ยวเทียนก็ยังสังเกตว่า พวกนักฆ่า ยังตั้งใจที่จะขึ้นไปปราสาทเทพเซียน อย่างไม่ย้อท้อ แม้ว่าเข้าได้เพียงด่านแรก ก็ถูกลำแสง กระเด็นร่วงออกมาจากปราสาทแล้วก็ตาม
แต่ในมุมหนึ่ง มีคนจากพิภพที่สามคุรุเทพฝ่าหลุน ยังคงมองดูเพื่อหาสิ่งผิดปกติ แต่ก็ยังไม่พบ เลยส่งคนไปหลายสิบคน เพื่อตรวจสอบด้านในเพื่อเก็บข้อมูล แต่ไม่มีใครผ่านเข้าไปด่านที่สองได้เลย
หลังจากได้ข้อมูล คุรุเทพฝ่าหลุนได้เคยศึกษาค่ายกล 18 ดาว มาหลายสิบปีก็พบจุดอ่อน ว่าต้องทำลาย ดวงดาวพร้อมกันทั้งแปด ถึงจะผ่านไปได้ ทำให้คุรุเทพฝ่าหลุน ต้องใช้แหวนผลึกม่วง ครั้งนี้คุรุเทพถึงกับปลอมตัวเป็นชาวยุทธเพื่อเข้าไปด้วยตัวเอง แต่พอเข้าไป ยังไม่ทันยกมือ ก็ถูกลำแสง18 สายระดมยิงเข้าใส่จนกระเด็นตกปราสาทไปเสียก่อน แล้วคุรุเทพฝ่าหลุน ก็ใช้เวลาเข้าแถวต่อคิว เพื่อเข้าไปในปราสาททั้งหมดห้ารอบ จนรอบที่หกสามารถจับจังหวะได้ แล้วปล่อยแสงออกไป สามารถทำลาย ค่ายกล18 ดาวได้เป็นผลสำเร็จ แล้วมุ่งสู่ชั้นสอง
คุรุเทพฝ่าหลุน ดีใจยิ่งนักที่ผ่านด่านแรกไปได้
แต่พอขึ้นด่านที่สอง ภูตพรายโผล่ออกมาพร้อมกันมากมาย คุรุเทพฝ่าหลุนไม่ทันระวังตัว ถูกฝูงภูตพรายพุ่งเข้าชน ร่วงปราสาทไปอีกหน
คุรุเทพเตรียมข้อมูลมาพร้อมทีเดียว หลังจากใช้เวลาไปอีกสองวัน เข้าคิววนไป 8รอบ เพื่อจะได้เรียนรู้วิธีจะจัดการกับ ภูตพราย สุดท้ายกลับไปหาของวิเศษจากพิภพชั้นที่สาม จนได้ขวดน้ำเต้าดูดวิญญาณมา แล้วก็สามารถผ่านด่านภูตพรายไปจนได้ สร้างความดีใจให้กับ คุรุเทพฝ่าหลุนยิ่งนัก พอด่านที่สามปกติเจอกับฟงอี้ แต่อาจารย์ลู่เอินบอกว่า ชั้นนี้ ให้อาจารย์ลู่เอินได้สร้างร่างแปลงให้เสี่ยวเทียน เป็น เสี่ยวเทียนวัยหนุ่ม สู้กับทุกคนที่สามารถก้าวผ่านด่านขึ้นมาชั้นที่สามได้
คุรุเทพฝ่าหลุนคิดว่าด่านที่สามนี้เขาต้องผ่านไปอย่างสบายแน่ เพราะว่าเขาผ่านการต่อสู้แล้วก็ฝึกฝนจากสำนักมวยชื่อดัง คือสำนักมังกรฟ้า เคยมีฉายาไอ้หนุ่มหมัดมังกร พอเห็นหน้าคนที่จะปะทะด้วย ก็เผยยิ้มออกมาทันที คิดว่าน่าละอ่อนแบบนี้ไม่น่ารอดมือเขาไปได้
ย๊ากกกกก !! คุรุเทพฝ่าหลุนพุ่งตัวเข้าไปหาแล้วปล่อยฝ่ามือมังกรเข้าใส่ เสี่ยวเทียนยืนนิ่งยังไม่ขยับตัว รอให้คุรุเทพฝ่าหลุน เข้ามาใกล้ๆ ระยะต่อสู้ก่อน พอฝ่ามือมังกรพุ่งเข้ามา เสี่ยวเทียน ใช้เพียงส้นเท้าขวากระแทกเข้าปลายคาง ร่างคุรุเทพฝ่าหลุนโดนอัดหงายหลังตัวลอยลิ่ว
สลบกลางอากาศ พอฟื้นตัวมาอีกที ก็มาอยู่นอกปราสาทแล้ว คุรุเทพจับคางตัวเองขยับไปมา อย่างไม่ยินยอม แล้วเข้าไปต่อ ถึงแม้จะผ่านด่านที่ 1 มาแล้ว แต่จังหวะหากช้า ก็ถูกแสงกระแทกออกมา ทำให้ ฝ่าหลุนต้องวนไปมาอีกสามรอบ ถึงจะขึ้นมาด่านที่สามได้ พบกับเสี่ยวเทียนอีกครั้ง
คราวนี้คุรุเทพฝ่าหลุนระวังตัวอย่างยิ่ง ค่อยๆ เดินฟุตเวิรค์ไปรอบๆ ไม่กล้าเข้าใกล้
เสี่ยวเทียนไม่ใส่ใจ เดินหน้าเข้าหา แล้วเหวี่ยงแข้งซ้ายกระหน่ำฟาดไปสามชุดๆละสามที คุรุเทพฝ่าหลุนโดนไปครบสามชุด ก็เริ่มแขนห้อย พอแขนตก ก็ถูกเหวี่ยงเท้าขวาฟาดเข้าก้านคอสลบไปอีก ลูกน้องเข้าประคองกลับที่พักไป เวลานี้ คุรุเทพได้มาปักหลัก สร้างที่พักหน้าปราสาทเลยไม่ยอมไปไหน
เพราะว่าเวลาผ่านไปแล้ว 10 วันเหลือแค่ห้าวันเขายังไม่ผ่านด่านที่สามเลย หน้าตาเวลานี้ก็บวมปูด มีรอยแผลเป็นเต็มไปหมด ต้องส่งคนไปซื้อยาจากดินแดนชั้นที่สาม มาอีกหลายขวด เพราะของเก่าถูกกินไปจนหมดแล้ว
ส่วนเสี่ยวเทียนเวลานี้ ลุงฟงอี้แจ้งยอดมาแล้ว ผ่านไป 10วันเขาได้เงินค่าผ่านประตูไปแล้ว สองพันล้านเหรียญเงิน เสี่ยวเทียนนำไปเก็บเอาไว้ในห้องนอนทั้งหมด
เช้าวันที่11 อาจารย์เซี่ยฟง มาหาเสี่ยวเทียนที่ปราสาท พร้อมกับ มีคนตามมาด้วยอีกหลายคน พอเสี่ยวเทียนเห็นคนที่มาด้วยก็จำได้รีบไปคำนับทันที
“ คาราวะท่านเจ้าสำนัก ภูผาสวรรค์ เจ้าสำนักวารีมรกต”
“ ตามสบาย พวกเรามาก็แค่อยากส่งศิษย์เข้าไปทดสอบ เพื่อให้เขาได้มีความรู้หวังว่าเจ้าคงให้ความสะดวกนะ” เจ้าสำนักภูผาสวรรค์รีบเอ่ยก่อน
“ ได้เลยขอรับ ทางเราเห็นว่าบัดนี้ เวลาก็เหลือเพียง ห้าวัน เลยเปิดเป็นทางด่วนพิเศษ เพียงจ่ายแค่ 3หมื่นเหรียญเงิน ก็มารอเข้าได้เลย ไม่ต้องรอคิวนานอีก เหมือนกับ ท่านลุงฝ่าหลุน ท่านนี้” เสี่ยวเทียนชี้ไปที่คุรุเทพฝ่าหลุนที่เข้าไปในปราสาทเป็นร้อยครั้ง จนต้องขอให้เสี่ยวเทียนเปิดเป็นเส้นทางพิเศษให้
“ เสี่ยวเทียน” เจ้าสำนักรีบเอ่ยปรามเสี่ยวเทียน
“ ถ้าเช่นนั้นก็แล้วแต่ท่านเจ้าสำนักจะจัดการก็ได้ ขอรับ” เสี่ยวเทียนเอ่ยเสี่ยงอ่อย
“ ฮ่า ฮ่า ฮ่า ไม่เป็นไรท่านเซี่ยฟง เด็กรุ่นใหม่ก็เป็นเช่นนี้แหละ เหล่าศิษย์ของข้าสิบคน เขาอยากมีประสบการณ์ ข้าก็เห็นว่าโอกาสเช่นนี้มีไม่บ่อยนัก จึงได้ชวนเจ้าสำนักวารีมรกตมาด้วยเช่นกัน”
“ ใช่แล้ว พวกเรานำศิษย์อันดับที่ 1-10 มาทดสอบ อยากรู้ว่าพวกเขาจะผ่านกันได้สักกี่ด่านกัน”
“ ถ้าเช่นนั้น ศิษย์พี่ทั้งหมดก็เข้าไปได้เลย พอเข้าไปจะถูกส่งไป ในค่ายกลทันที ขอให้ทุกคนเตรียมตัวเอาไว้ หากไม่ผ่าน จะถูกผลักดันออกไปทางด้านหลัง พวกท่านก็มาเข้าคิวต่อด้านนี้ได้เลย” เสี่ยวเทียนอธิบายกติกาให้ทุกคนฟัง แล้วเชิญให้ ท่านอาจารย์ทั้งสาม เข้าไปในรอกันในปราสาทเทพเซียน ซึ่งอีกสองท่านรู้สึกตื่นเต้นยินดียิ่งนัก เพราะว่าโอกาสน้อยครั้งที่จะมีโอกาสได้เข้าไป แล้วเสี่ยวเทียนก็สร้างภาพขึ้นมาให้เห็น ด่านที่ศิษย์ของพวกเขาได้เข้าไปทดสอบ อย่างไม่ปิดบัง
ทีแรกอาจารย์เจ้าสำนักพยายามจะค้านไม่อยากให้เสี่ยวเทียนเปิดเผยขนาดนี้ แต่ว่าเสี่ยวเทียนบอกว่า ไม่เป็นไร ทำให้เจ้าสำนักทั้งสอง ยินดียิ่งนัก
ยิ่งทั้งหมดเห็นค่ายกลแล้ว ทุกคนต่างก็อึ้ง แล้วต่างก็ขอบอกขอบใจเจ้าสำนักสะท้านฟ้า ที่ทำให้มีโอกาสมานั่งตรงนี้ เจ้าสำนักสะท้านฟ้าเห็นเช่นนี้ก็เดินมากระซิบเสี่ยวเทียนว่า ขอให้ศิษย์อันดับ 1ถึง 10ของสำนักสะท้านฟ้ามาทดสอบด้วยได้ไหม
“ ไม่มีปัญหา บอกพวกเขามาหาศิษย์พี่สามได้เลย ศิษย์พี่สามเข้าไปทดสอบกว่าสามสิบรอบแล้ว ฝีมือตอนนี้พัฒนาขึ้นไปมากจริงๆ เวลานี้ เขาฝึกผ่านไปที่ชั้นสามแล้ว” เสี่ยวเทียนบอกกับเจ้าสำนัก
“ ดี ดีเลย ขอบใจเจ้าจริงๆ “
“ โธ่ อาจารย์มาขอบใจอะไรกันเล่า ข้าก็เป็นศิษย์สำนักสะท้านฟ้านะ”
อาจารย์เซี่ยฟงหัวเราะออกมา แล้วเดินเข้าไปที่นั่งพิเศษที่ เสี่ยวเทียนจัดไว้ให้
ส่วนคุรุเทพฝ่าหลุน ไม่ว่าจะใช้วิชาหมัดมวยแบบไหน ก็ถูกหมัด ถูกศอก ถูกเข่า ยันกลับมาทำให้พ่ายแพ้ อย่างฉิวเฉียดทุกครั้ง ถึงแม้มียาดี กินแล้วหาย แต่ในใจเริ่มร้อนรน เพราะว่าเหลือเวลาไม่กี่วัน ด่านที่สามยังไม่สามารถผ่านได้เลย
“ ตาแก่คนนี้มันมาจากแดนพิภพที่สาม ครั้งก่อนมันมากับองค์ชายแปด คราวนี้มัน
ตั้งมั่นว่าจะผ่านด่านทั้งเจ็ดให้ได้ เสี่ยวเทียน ปล่อยให้มันขึ้นมาด่านที่สี่ ให้มันมีกำลังใจ แล้วเจ้าใช้จิตวิญญาณมาไว้ในหุ่นไม้ แล้วอัดมันต่อ ที่ชั้นที่สี่”
“ ขอรับอาจารย์” เสี่ยวเทียนแกล้งเผลอถูกหมัดของ คุรุเทพฝ่าหลุน แล้วยอมให้ผ่านขึ้นไปด่านที่สี่ สร้างความยินดีให้กับ คุรุเทพฝ่าหลุนยิ่งนัก รีบแจ้งข่าวนี้ไปที่ องค์ชายสี่ทันที พอองค์ชายสี่ทราบข่าวอยากจะลงมาดูด้วยตนเอง แต่ว่าไม่สามารถไปได้ ทำให้ส่งองค์ชายแปดมาแทน เพราะว่าหากผ่านด่านทั้ง เจ็ดได้ ให้องค์ชายแปดเป็นเจ้าของปราสาทจะดีกว่าให้ คุรุเทพฝ่าหลุนเป็นเจ้าของ
องค์ชายแปดผู้พิทักษ์ของราชวงศ์มาด้วยสองคน ป้องกันคุรุเทพฝ่าหลุนเล่นตุกติก
วันนี้เป็นวันที่สอง ที่ลูกศิษย์ของเจ้าสำนักทั้งหมดได้เข้ามาฝึกฝน และได้รับการแนะนำ วิธีการผ่านด่านที่1 ค่ายกล 18 ดาว พอผ่านการแนะนำ ลูกศิษย์ก็สามารถผ่านไปได้เกือบครึ่ง สร้างความดีใจให้กับ เจ้าสำนักทั้งสามยิ่งนัก
“ เสี่ยวเทียน เจ้าแน่ใจหรือว่า ให้พวกเขามานั่งชมแบบนี้ ต่อไปค่ายกล 18 ดาวของเจ้า ต้องกลายเป็นสวนหลังบ้านของพวกเขาแน่เลย”
“ ฮ่า ฮ่า ฮ่า ศิษย์พี่สามไม่รู้อะไร ด่านค่ายกลทั้งหมดนี้ มีอยู่สามระดับ หากว่าต้องการผ่านการยอมรับเป็นเจ้าของนั้น ต้องเป็นด่านระดับสูง ที่ข้าเปิดให้พวกเขาเข้ามานั้นเป็นแค่เพียงระดับเบื้องต้น ที่ง่ายที่สุดเท่านั้น มิเช่นนั้นใครเล่าจะยอมเสียเงินเข้ามาเป็นร้อยรอบ เหมือนลุงฝ่าหลุนคนนั้น”
“หมายความว่า ที่ข้าผ่านไปด่านที่สาม นั่นเป็นระดับที่ง่ายที่สุดแล้วรึ?” ศิษย์พี่สามเอ่ยอย่างตกใจ
“ ใช่แล้ว” เสี่ยวเทียนเอ่ยยิ้มๆ ศิษย์พี่สามได้แต่ลูบหัวตัวเอง แล้วมองไปที่เจ้าสำนักทั้งสามที่กำลัง ยกไม้ยกมือสั่งศิษย์ทั้งสิบคนให้ทำตามอย่าง เคร่งเครียด
“ แล้วเจ้าไม่คิดจะบอกอาจารย์เรา บ้างรึ”
“ อีกสามวัน ก็ปิดแล้ว ค่อยบอกทีหลังก็ได้”
“....” ศิษย์พี่สามไม่รู้จะพูดอะไรต่อเลย
องค์ชายแปดมาถึง ที่พักของคุรุเทพฝ่าหลุน ที่เพิ่งโดนหุ่นไม้กระแทกตกลงมาจากปราสาท
“ องค์ชายแปด นี่ท่านมาเองเลยรึ”
“ ใช่แล้ว สถานการณ์เป็นอย่างไรบ้าง” องค์ชายแปดอยากรู้เหตุการณ์ภายในปราสาท
“ เวลานี้ข้าใกล้จะผ่านด่านที่สี่แล้วคาดว่าไม่นาน หากข้ารู้เคล็ดลับ ก็ไม่น่ายาก”
คุรุเทพฝ่าหลุนเอ่ยแต่ไม่ยอมบอกวิธีอะไร ช่างน่าสงสัยยิ่งนัก
“ แล้วท่านผ่านด่านสามด่านอย่างไร บอกข้ามาโดยละเอียด ข้าจะลองเข้าไปดูบ้าง” องค์ชายแปดเอ่ยออกมาเสียงดัง
“ เรื่องนี้ให้ลูกศิษย์ของกระหม่อมอธิบายได้เลย กระหม่อมจะเข้าไปหาวิธีผ่านด่านที่สี่ให้ได้โดยเร็วเหลือเวลาอีกแค่ สามวันเท่านั้น” คุรุเทพฝ่าหลุนรีบออกไปเข้าคิวด่วนก่อนเลยทันที ไม่สนใจองค์ชายแปดเลย สร้างความไม่พอใจให้องค์ชายแปดยิ่งนัก
“ บอกมา ด่านที่อาจารย์เจ้าเจอมีอะไรบ้าง แล้วผ่านไปได้อย่างไร”
ลูกศิษย์ก็รายงานตามความเป็นจริงให้ฟังทั้งหมด
“ แบบนี้ข้าจะเข้าไปได้อย่างไร แหวนผลึกม่วงก็ไม่ให้ข้าไว้ แล้ว น้ำเต้าดูดวิญญาณก็ไม่มี แล้วเพลงหมัดมังกร ข้าจะเข้าไปได้อย่างไรกัน คุรุเทพฝ่าหลุนออกมาคราวนี้เจ้าต้องอธิบายให้ข้า ไม่เช่นนั้น กลับไปข้าต้องบอกเรื่องนี้ให้ พี่สี่รู้เรื่องแน่” องค์ชายแปดเอ่ยด้วยความไม่พอใจ
“ องค์ชาย ให้พวกเราลองเข้าไปดูก่อน แล้วค่อยมารายงานพระองค์ดีไหม”
ผู้พิทักษ์ทั้งสองนั้นฝีมือก็ไม่ได้อ่อน ไปกว่าคุรุเทพฝ่าหลุนแต่ว่า มีความซื่อสัตย์มากกว่า
“ ดี พวกเจ้าทั้งสองคนเข้าไป แล้วออกมาบอกข้า” องค์ชายแปดนั่งลงอย่างข่มอารมณ์ไม่พอใจเอาไว้
เสี่ยวเทียนได้เงินมาก็ส่งไปให้ ลุงฟงอี้นับ เพราะว่าสองวันนี้ คนเข้ามายิ่งมากจนเสี่ยวเทียนต้อง ขยายช่องทางพิเศษเพิ่มอีกช่อง แล้วทันใดนั้นเอง ก็มีแสงส่องลงมาจากฟากฟ้า สองสาย ปรากฏว่าคนที่มาคือ จักรพรรดิหยางไค กับ รัชทายาทหยางซู่
“ ถวายบังคมฝ่าบาท” เสี่ยวเทียนกับ ศิษย์พี่สามคุกเข่าทันที
“ ลุกขึ้น นี่เจ้าเอาของวิเศษของบรรพบุรุษของข้า มาเปิดประตูเก็บเงินอย่างนี้เชียวรึ ?” จักรพรรดิส่งเสียงแข็งใส่เสี่ยวเทียน
“ หามิได้ จิตวิญญาณปราสาทเทพเซียน เป็นคนคิดเรื่องนี้กระหม่อมเปล่าสักหน่อย” เสี่ยวเทียนปฏิเสธไปก่อน แต่จักรพรรดิเดินเข้าไปในปราสาททันทีไม่สนใจเสี่ยวเทียน พบเห็นเจ้าสำนักทั้งสามกำลังนั่งดูลูกศิษย์ พอเห็นจักรพรรดิหยางไคมาถึง ก็รีบคุกเข่าทันที
“ พวกท่านลุงขึ้นเถอะ นี่พวกท่านก็เห็นด้วยกับเสี่ยวเทียนด้วยรึ”
“ เอ่อ กระหม่อมเห็นว่า พวกเขาจะได้พัฒนาฝีมือขึ้น เลยส่งเขามาฝึกฝนพระเจ้าค่ะ”
“ ลุงฟงอี้ เดี๋ยวนี้ลุงมีแนวคิดเช่นนี้ตั้งแต่เมื่อไรกัน” จักรพรรดิเอ่ยออกมาด้วยจิตวิญญาณ คนที่ได้ยินมีเพียงเสี่ยวเทียน กับ ลุงฟงอี้เท่านั้น
“ เสี่ยวไคหรือนี่ โอ้เจ้าโตเป็นหนุ่มแล้ว ไม่ได้เจอกันเสียนาน”
“ ลุงยังไม่ตอบข้า ทำไมลุงเปลี่ยนแนวคิด เปลี่ยนปราสาทเทียนเซียน เป็นปราสาทงานวัดไปแล้ว” จักรพรรดิหยางไคเอ่ยด้วยความสงสัย
“ เอ่อ เรื่องนี้ข้าทำตามคำสั่งของนายน้อยคนใหม่ ข้าไม่อาจขัดคำสั่งเขาได้”
“ หืม นี่เสี่ยวเทียนเป็นนายน้อยปราสาทเซียนเทียนแล้วหรือนี่ !! ”
“ ใช่แล้ว นายน้อยผ่านด่านได้ทั้งหมดอย่างถูกต้องสมบูรณ์แล้ว”
“ เป็นไปได้ยังไง เสด็จปู่เคยบอกว่า นอกจากท่านมหาเทพหลี่เทียนมาเอง นอกนั้นยากที่จะหาใครผ่านด่าน มาเป็นเจ้าของปราสาทเทพเซียนนี้ได้” จักรพรรดิหยางไคเอ่ยอย่างตกใจ แล้วมองหน้าเสี่ยวเทียนเขม็ง
เสี่ยวเทียนได้แต่ยิ้ม ไม่พูดอะไร
“ เจ้านี่มหัศจรรย์เกินไปแล้ว เจ้าได้หยกมังกรฟ้า หรือว่า เจ้าจะได้พลังจากเทพทั้งสามคนมาแล้ว แต่ว่า ด้วยพลังอย่างเจ้า หากได้พลังราชาทั้งสาม ร่างเจ้าได้ระเบิดแน่ เป็นไปได้อย่างไร?” จักรพรรดิรำพึงสงสัย
“ ท่านจักรพรรดิ เหลือแค่อีกสามวันกระหม่อมก็จะปิด ปราสาทแล้ว สาเหตุที่กระหม่อมเปิดเพราะว่ามีคนตามล่าสังหาร แต่พอปราสาทเทพเซียนปรากฏ พวกมันก็ไม่สนใจกระหม่อมเลย หันมาสนใจปราสาทเทพเซียนแทน”
“ ต่อให้พวกมันมาทั้งกองทัพ ก็สังหารเจ้าไม่ได้หรอก แต่ในเมื่อเจ้าเป็นเจ้าของแล้ว ข้าก็คงทำอะไรไม่ได้ ดังนั้นข้าอยากให้รัชทายาท เข้ามาทดสอบผ่านด่านด้วยคน เจ้าจะว่าอย่างไร”
“ ไม่มีปัญหา หากเป็นรัชทายาท กระหม่อมจะคอยให้ความสะดวกแก่รัชทายาทเอง”
“ ขอบใจ เจ้ามาก รัชทายาทเจ้าเข้าไปฝึกในปราสาทแห่งนี้ ครบสามวันค่อยออกมา”
“ พระเจ้าค่ะ” รัชทายาทเข้าไปทดสอบด้วยเช่นกัน
เสี่ยวเทียนส่งรัชทายาทเข้าด่านทดสอบไปแล้วก็เดินออกมาส่งจักรพรรดิหยางไค
จากนั้นลุงฝ่าหลุนก็เดินหัวฟูมาหา พร้อมกับองค์ชายแปด เสี่ยวเทียนไม่เคยเห็นจึงรอดูพวกเขาจะพูดอะไรกัน
“ เสี่ยวเทียนลุงอยากขอให้เจ้าเปิดล่วงเวลา”
“ หา ล่วงเวลาอะไรหรือลุง?”
“ ก็ปกติเจ้าปิดปราสาทตอนเที่ยงคืน ข้าอยากให้เจ้าเปิดยันเช้าเลย แล้วเจ้าก็ยังได้ค่าหัวเหมือนเดิน แต่ค่าล่วงเวลา พวกเราจะเป็นคนจ่ายเอง เจ้าเรียกเงินมาได้เลย”
“ เรื่องนี้ข้าต้องถามจิตวิญญาณปราสาทก่อน” เสี่ยวเทียนอิดออด ไม่ใส่ใจ
“ วันละร้อยล้านเหรียญเงิน” องค์ชายแปดเสนอตัวเลขออกมาทันที
“ หา ล่วงเวลาเนี่ยนะ ร้อยล้านเหรียญเงิน” เสี่ยวเทียนตกใจไม่คิดว่าพวกเขากล้าจ่ายขนาดนี้
“ เจ้าเห็นด้วยไหม” คุรุเทพฝ่าหลุ่นถามย้ำอีกที
“ เอ่อ ข้าว่าเรื่องนี้คงไม่มีปัญหากระมัง เพราะว่ายังไง ก็แค่หกชั่วโมง แต่ว่าพวกท่านพร้อมจ่ายเลยหรือเปล่า” องค์ชายแปดโยนถุงเงินสามร้อยล้านเหรียญให้เสี่ยวเทียนทันที เสี่ยวเทียนรับเงินแล้วตรวจสอบน้ำหนัก พบว่าไม่มีปัญหา
“ เชิญพวกท่านตามสบายเลย เรื่องนี้ไม่มีปัญหา ข้าจะเข้าไปคุยกับลุงฟงอี้จิตวิญญาณปราสาทเอง” เสี่ยวเทียนบอกลุงฟงอี้เปิด ตลอดเวลาไปเลยภายในสามวันสุดท้าย
แล้วถึงวันสุดท้าย ศิษย์ของสามสำนัก ไม่มีใครสามารถผ่าน ชั้นสามไปได้สักคนแต่ก็ทำให้ศิษย์ทุกคนพัฒนาฝีมือไปอย่างมาก
ส่วนรัชทายาท เสี่ยวเทียนให้ผ่านไปแค่ระดับสามเช่นกัน ไม่ว่ารัชทายาทจะต่อสู้แบบใด ก็ไม่มีทางสู้เสี่ยวเทียนได้เลย ถึงแม้ว่า รัชทายาทจะใช้หมัดเข่าเท้าศอกได้เหมือนกัน แต่ว่า ความเป็นเจ้าของปราสาททำให้เหนือกว่า ทั้งความเร็ว แล้วความหนักหน่วง ในที่สุดรัชทายาทก็พ่ายไปแค่ชั้นสามเท่านั้น
ส่วนคนที่มาจากพิภพชั้นสาม ถูกเสี่ยวเทียนอัดใส่ตั้งแต่ ค่ายกล18 ดาวซึ่งเสี่ยวเทียนปรับแสง พุ่งออกไปมากกว่า 18 สายกลายเป็น36 สาย แม้กระทั้งด่านเดียวก็ไม่ผ่าน ส่วนองค์ชายก็อยากลองบ้าง เสี่ยวเทียน ปล่อยแสงออกไป 18 สาย องค์ชายแปด นำแหวนผลึกม่วงมาใส่ ในขณะที่จะทำลายค่ายกล แต่จู่ๆ ก็มีหมัดลึกลับถูกปล่อยออกมาอัดเข้าใส่ใบหน้า โดนสอยร่วงสลบไปในด่านแรก
ส่วนคุรุเทพฝ่าหลุน เสี่ยวเทียนปล่อยให้ผ่านชั้นห้าเจอแรงโน้มถ่วง 5 เท่า พอเดินไปได้ 5 ก้าว เสี่ยวเทียนปรับแรงโน้มถ่วงขึ้นไปอีก 10 เท่า คุรุเทพไม่สามารถเดินต่อไปได้ ถูกอัดร่วงลงมา แล้วก็หมดเวลาของปราสาทเทพเซียน ปราสาทอันใหญโตก็ค่อยๆ หายไป สร้างความเสียดายให้กับทุก คนยิ่งนัก ส่วนเสี่ยวเทียนไม่รู้ว่าได้ยอดเงินเท่าไร แต่ลุงฟงอี้ส่งเสียงออกมาบอกว่า ได้ทั้งหมด สี่พันล้านเหรียญเงิน
“ ว้าว!! เยอะขนาดนี้เลยหรือนี่”....