ราเควี่ยม เยวาน โวเกอร์
เอลฟ์แห่งหายนะ เอลฟ์ตนสุดท้ายที่ยังเหลือรอดแห่งประเทศเยเรเมียร์ เอลฟ์ผู้โกรธแค้นต่อเหล่าปีศาจและความมืดมิดทั้งปวง ผู้ที่ไล่ฆ่าและล่าสังหารพวกเราเหล่าปีศาจและความมืดมิดอย่างเหี้ยมโหดมาตลอดหลายหมื่นปี ไม่มีความมืดมิดหรือปีศาจตนใดสามารถเอาชนะเอลฟ์คลั่งผู้มาพร้อมกับดาบั์และหน้าไม้มฤตยูนี้ได้ จนกระทั่งจอมมารเรการ์ดและนักบวชปีศาจจากทั่วทุกมุมโลกได้รวมพลังกันผนึกมันผู้นี้ไว้ในดาร์กยูนิเวิร์ส จักรวาลที่อันตรายที่สุดในบรรดาจักรวาลทั้งปวงไว้ตลอดกาล แต่บัดนี้ มันได้หลุดออกมาแล้ว…
ณ เมืองหลวงเทเทรัส
ราเควี่ยมได้บุกมาจนถึงเมืองหลวงของจักรวรรดิปีศาจเวเดรัสและได้ฆ่าเหล่าทหารปีศาจจนตายลงไปทั้งหมดอย่างเหี้ยมโหด ตัวของเขานั้นได้แปดเปื้อนไปด้วยเืของเหล่าปีศาจมากมาย บริเวณทางด้านหลังที่เขาเดินนั้นล้วนแล้วแต่เป็ศพของเหล่าทหารปีศาจที่ถูกฆ่าตายอย่างสยดสยอง อวัยวะภายในกระจัดกระจาย เืสาดกระเซ็นไปทั่วบริเวณและไหลรวมกันจนกลายเป็ทะเลเื ราเควี่ยมยังคงเดินต่อเพื่อตรงไปยังพระราชวังที่ตั้งอยู่ตรงกลางของเมืองหลวงแห่งนี้เพื่อฆ่าจอมมารเรการ์ด และช่วยเหลือโลกใบนี้เอาไว้
แต่ในระหว่างทางนั้นเอง
(อากู)
“เฮ้ย แกน่ะ เป็เอลฟ์ที่บุกมาหวังจะทำลายจักรวรรดิของพวกเราเผ่าพันธุ์ปีศาจสินะ”
(รากู)
“สงสัยเ้าคงจะโกรธแค้นเผ่าพันธุ์ปีศาจของเราและอยากจะช่วยเหลือโลกใบนี้มากเลยสินะ?”
ได้มีปีศาจ 2 ตัวปรากฏตัวขึ้นและขวางทางราเควี่ยมเอาไว้ ซึ่งปีศาจทั้งสอง 2 ตัวนั้นคือ 2 พี่น้องปีศาจแห่งความบ้าคลั่ง “อากูและรากู” ผู้ที่ฆ่าเทพมาแล้วกว่า 500 ตน ราเควี่ยมที่ได้เจอกับปีศาจ 2 ตนนี้ก็ยังคงนิ่งเงียบก่อนจะพูดขึ้นว่า
(ราเควี่ยม)
“หลีกทางไปซะ”
(อากู-รากู)
“หือ???”
(ราเควี่ยม)
“ข้าบอกให้พวกแกหลีกทางไปซะ ถ้าไม่อยากตาย”
อากูและรากูที่ได้ฟังต่างหันหน้ามองกัน ก่อนจะหัวเราะออกมา
(อากู-รากู)
“ฮ่าฮ่า ฮ่าๆๆๆๆๆ!!!!”
(รากู)
“ฮ่าๆๆ ได้ยินที่มันพูดไหมพี่ มันบอกว่าให้พวกหลีกทางให้มันด้วยล่ะ”
(อากู)
“เออ ข้าได้ยิน ฮ่าๆๆ สมกับเป็เผ่าพันธุ์เอลฟ์ซะจริงๆ เพราะแบบนี้ไงถึงสู้เอาชนะเผ่าพันธุ์อื่นไม่ได้แล้ว!!”
อากูก็เดินเข้าไปจับหัวของราเควี่ยม เมื่อมันพูดจบ ราเควี่ยมก็ใช้มือทั้งสองข้างของตนเองจับมือของอากูและเขวี้ยงตัวของมันไปด้านหลังจนมันล้มลงไปนอนกับพื้น ทำเอาอากูและรากูใเป็อย่างมาก แต่ไม่ทันที่ใครจะได้พูดอะไรราเควี่ยมก็ง้างหมัดก่อนจะต่อยเข้าไปที่หน้าของอากู แต่อากูก็รับการโจมตีนั้นไว้ได้ทันแต่ก็ได้รับความาเ็อยู่ดี
(รากู)
“พี่!! หน่อยแน่แก!!”
รากูพุ่งเข้าไปต่อยใส่ตัวของราเควี่ยม แต่ราเควี่ยมก็ยิงหน้าไม้ใส่ตาทั้งสองข้างของมันจนมันล้มลงไปกับพื้นและร้องะโออกมาด้วยความเ็ป
(รากู)
“อ๊ากกกก!!!! ตาข้า!!! ตาของข้า!!!!”
(อากู)
“รากู!!! หน่อยแน่แก!!!”
อากูพุ่งตัวลุกขึ้นไปต่อสู้กับราเควี่ยม ราเควี่ยมจึงชักดาบั์ของตนเองเข้าต่อสู้กัน โดยที่อากูได้กระหน่ำต่อยไปยังตัวของราเควี่ยมไม่ยั้งแต่ราเควี่ยมก็รับมันได้ด้วยดาบั์ของตนเอง ก่อนจะเริ่มพยายามฟันอีกฝ่ายด้วยวิชาดาบและวิชาเวทย์ของตนเอง พลังเวทย์ของราเควี่ยมนั้นคือการควบคุมธาตุทั้ง 7 ส่วนพลังของอากูคือการเปลี่ยนให้ร่างกายของตนเองกลายเป็เหล็กกล้า
ทั้งสู้ต่อกันไปได้ในระยะเวลาหนึ่งก่อนที่ราเควี่ยมจะถูกต่อยเข้าที่หน้าอย่างจังจนหันหลังและเกือบล้มลงไปกับพื้น
(อากู)
“ฮ่าๆๆๆ!!! แกเสร็จฉันแล้วไอ้โง่!!”
อากูพุ่งหมัดของตนเองไปใส่ราเควี่ยมทันที แต่นั่นเป็แผนการของราเควี่ยม ราเควี่ยมได้หลบการโจมตีนั้นและสร้างกำแพงน้ำแข็งขึ้นมาจนหมัดของอากูติดอยู่กับกำแพงน้ำแข็งนั่นของราเควี่ยม
(อากู)
“อะไรกันวะเนี่ย!? นี่แก…”
ด้วยพลังของราเควี่ยม กำแพงน้ำแข็งนั่นได้แช่อวัยวะภายในทั้งหมดของอากูจนสุดท้ายมันก็ได้สิ้นใจตายลงไปในที่สุด เมื่ออากูตายแล้วราเควี่ยมก็หันไปมองรากูที่ตอนนี้นอนตายตัวบูดปวมเพราะพิษจากลูกศรที่ยิงเข้าดวงตาทั้งสองข้างของมันไป พิษที่อาบลูกศรนั้นคือพิษจากดอกเรโซน่า ซึ่งพิษจากดอกนี้จะทำให้เซลล์ภายในร่างกายตายลงทั้งหมดและเซลล์ที่ตายเ่าั้ก็จะกลายเป็เซลล์ซอมบี้และทำลายร่างกายนี้จนกลายเป็อย่างที่เห็น ก่อนที่ราเควี่ยมจะออกเดินทางของตนเองต่อ