ขณะที่คารินไทน์ ออกเดินทางไปยังกิลล์นักผจญภัย เพื่อจะเป็โบเก็นฉะ เต็มตัว ระหว่างทางเขาได้ผ่านป่าแห่งหนึ่ง และที่นั่น ก็มีเสียงการปะทะกัน อยู่ใกล้มาก เป็เสียงของ นักผจญภัยหญิงคนหนึ่ง กำลังต่อสู้อยู่กับฝูงก็อบลิน จำนวนนับร้อยตัว เธอมีชื่อว่า มามิยะ เป็สาวนักรบ ผมทอง ตาสีฟ้า ดูไปแล้วหน้าตาน่ารักไม่เบา อายุประมาณ 18ปี ปิดหน้าด้วยผ้าปิดหน้ามิดชิด ตอนนั้นเองที่ มามิยะถูกก็อบลินตัวหนึ่งลอบทำร้ายตีเธอล้มลง และกำลังตกอยู่ในอันตราย
คารินไทน์ เมื่อเห็น มามิยะ ตกอยู่ในอันตราย เขาก็รีบตรงเข้าไปช่วยโดยลืมไปว่าตัวเองไม่ใช่เทพแล้ว
เคร้ง ฉัวะ ฉัวะ
ดาบเทพ คาริน ในมือได้ดื่มเลือด ก็อบลินตัวที่คิดจะแทงมามิยะ จนมันล้มลงหงายท้องสิ้นใจตาย
" ไม่เป็นไรนะ สาวน้อย " คารินไทน์ ทำหน้าสบายๆ แล้วตวัดดาบราวกับผุ้กล้าคนหนึ่ง ก็อบลินตัวแล้วตัวเล่าล้มลง แต่กลับไม่มีตัวไหนหลบหนีไป จนกระทั่งก็อบลินเมจถูกสังหาร พวกมันถึงยอมถอยไปหยั่งถ้ำของพวกมัน
" กระจอกจริงๆ " คารินไทน์สบถเบาๆ แต่มามิยะก็ได้ยิน เธอไม่เคยพบชายคนไหนที่จะเก่งกล้า และหล่อเหลาเท่านี้มาก่อนเลยในชีวิต และในขณะกำลังตะลึง ผ้าที่ปิดหน้ามามิยะอยู่ ก็หลุดจากใบหน้าของเธอ ในเผ่าของเธอ มีกฏอยู่ว่า หากชายใดได้เห็นหน้าของหญิงสาวอย่างเธอเป็นครั้งแรกคนนั้นต้องมาเป็นสามีของเธอ
มามิยะ รีบลุกขึ้น และเดินตาม คารินไทน์ในทันที ที่เห็นเขากำลังจะจากไป
" ท่านจะรักข้าไหม ถ้าข้าไม่ได้เป็นหญิงอย่างที่ท่านคิด " มามิยะกล่าวแปลกๆ เพราะเธอไม่ใช่หญิงใจง่าย แต่เป็นเพราะกฏของเผ่าบังคับ ทำให้เธอเลือกจะเป็นภรรยาของ คารินไทน์
" เฮ้ย อะไรกัน ข้ามีภรรยาอยู่แล้ว เธอชื่อ นานามิ เป็นอาจารย์สาวสวยนะ " คารินไทน์กล่าว เพราะเขายังไม่รุ้ว่า ชาวโปปุรอนนิยมมีเมีย 4-5คนอยู่แล้วเพื่อเพิ่มกำลังรบ เพื่อให้อาณาจักรแผ่ขยายอำนาจออกไป
" ข้าคิดว่า ภรรยาของท่านคงไม่ขัดข้องถ้าท่านจะมีข้าเป็น อนุภรรยา " มามิยะกล่าว ก่อนจะเข้าโอบกอด คารินไทน์ ตั้งแต่เขาเป็นเทพมายังไม่เคยได้กลิ่นหอมจากกายสาวใกล้ชิดขนาดนี้เลย แต่เขาก็กลั้นใจผลักเธอออก แต่ทว่า ไม่ว่าเขาจะไล่มามิยะปานใด เธอก็ยังตามเขามาอยู่ดี ทำให้เขาต้องกลับบ้านอย่างจำใจ และมีภรรยาคนที่สองเพิ่มเข้ามา ในชีวิตครอบครัวของเขา
เช้าวันต่อมา....
คารินไทน์ ตื่นขึ้นมาพร้อมกับได้ยินเสียงหัวเราะของภรรยาทั้งสอง ดูเหมือน นานามิ จะเข้ากับ มามิยะได้เป็นอย่างดี ในตอนนี้ คารินไทน์ จึงนำเอาอาวุธและชุดเกราะของพวกก็อบลินที่เก็บมาได้เมื่อวาน มาจำแนกออกเป็นของ มีประโยชน์ กับไร้สาระ
ดูเหมือนอาวุธส่วนมากของพวกก็อบลิน จะเป็นอาวุธไร้สาระซะส่วนใหญ่เพราะเป็นดาบขึ้นสนิม ในขณะที่ของมีประโยชน์ มีเพียง คทาไม้โอ๊ค ของก็อบลินเมจที่ดูจะขายได้ราคาแพง
" สามี ท่านจะไปไหนน่ะ " นานามิ กล่าวอย่างยิ้มแย้ม เพราะเมื่อวานมามิยะ มาช่วยงานในสวนทำให้นานามิ เบาแรงลงไปมาก
" ข้าจะเอา อาวุธของก็อบลินไปขายในเมืองน่ะ " คารินไทน์กล่าวก่อนจะแบกถุงอาวุธของพวกก็อบลินออกไป และเดินทางสู่เมืองร็อคน่า เมืองหลวงของอาณาจักรโปปุรอน
ที่หน้าประตูเมือง ร็อคน่า คาตะที่ตรวจตราคนเดินทางเข้าออกเมืองอยู่กำลังสูบบุหรี่เวทย์มนต์ ยี่ห้อบาโก้ ที่เป็นยี่ห้อแบรนด์ดังราคาแพงมวนละ 300 เหรียญทองอยู่ เมื่อถึงตา คารินไทน์ เดินเข้าเมือง คาตะทหารยาม ก็มองหน้าเขาอย่างไม่ลดละพร้อมด้วยความโกรธ ที่เจ้านี่บังอาจหน้าหล่อกว่ามัน จึงเรียกให้หยุด และตรวจดูสัมภาระ
" เฮ้ย ไอ้น้องชาย ถ้าจะเข้าเมืองต้องจ่ายมาก่อน 300 เหรียญทอง ไม่งั้นจะถูกจับเข้าคุก " คาตะตะโกนโวยวาย
" ข้าเดินทางเข้าออกเมืองนี้มาหลายเดือนแล้วไม่เห็นเก็บค่าผ่านทางเลย " คารินไทน์กล่าว ถ้าเขายังคงเป็นเทพอยู่ เขาคงอัดกระแทกหน้าเจ้าคาตะให้ลงไปนอนกองกับพื้นแล้ว พร้อมกับสาปให้กลายเป็นกบ
" บังอาจมาเถียงเหรอ " คาตะทหารยามโกรธ แล้วเรียกพรรคพวกทันที ให้มารุมกระทืบ คารินไทน์ ซึ่งเขาเองไม่อยากมีเรื่องจึงจำยอมให้กระทืบ หลังจากโดนกระทืบ ก็ถูกเจ้าคาตะจับโยนใส่กองขี้หมา พร้อมกับเสียงหัวเราะเยาะเย้ย ดีที่มันไม่ยึดของที่เขาจะเอามาขาย
คารินไทน์ ค่อยๆลุกขึ้นมา ด้วยความบอบช้ำและอยู่ๆก็มีมือของผุ้หญิงคนหนึ่งเอาผ้าเช็ดหน้ามาเช็ดให้ เธอคือ ทีน่า อัมเบล สาวงามอันดับหนึ่งที่มีตาเป็นประกาย ดูน่ารักน่าชังทีเดียว ( ตัวละครรับเชิญจากเรื่องดวงนารีปกป้องทำไมต้องเป็นตรูด้วยฟระ )
" พี่ชาย ถ้าอยากเอาเรื่องเจ้าคาตะมัน ต้องไปแจ้งที่สำนักอัศวินนะ " ทีน่า กล่าวก่อนจะขอลาไปตามหาเพื่อนชื่อ ริวจิ ต่อไป ก่อนที่จะไปเธอยังเตือนว่าอย่าเชื่อใจคนในเมืองนี้ให้มากนัก อาจถูกหลอกและถูกแกล้งได้ เพราะเธอ เจอมาเยอะ ซึ่ง คารินไทน์ ก็กล่าวขอบคุณ
คารินไทน์ เดินไปเดินมาจนถึงร้านค้าอาวุธร้านใหญ่ แต่วันนี้มันเขียนว่าปิด เพราะร้านค้าอาวุธร้านนี้ พ่อค้าเจ้าของร้านมีอารมณ์ศิลปินเหลือหลาย สามวันเปิดสี่วันปิด จนมีลูกค้าบ่นกันมากมายแม้จะมีอาวุธ ดีๆอยูามากก็ตาม ในขระที่ไม่รู้ว่าจะทำอะไร ก็มีแม่ค้าพเนจรคนหนึ่ง พูดขึ้นมา เธอชื่อ เรน่า
" ท่านนักเดินทางเอาอาวุธมาขายเหรอ " เรน่า แม่ค้าอาวุธกล่าว
" ใช่แล้ว เป็นอาวุธของก็อบลินน่ะ มีคทาไม้โอ๊ค กับดาบ 15 เล่ม " คารินไทน์กล่าวอย่างอารมณ์ดี แม้เมื่อเช้าเขาจะถูกทหารเฝ้าประตูเมืองซ้อมก็ตาม
" คทาไม้โอ๊ค ข้าให้ 500 เหรียญทอง ส่วนดาบขึ้นสนิมให้เล่มละ 20 เหรียญทอง ท่านเห็นด้วยมะ " เรน่า พูดแบบมีเลศนัย ไม่รุ้ว่ากดราคาอาวุธของเขาหรือป่าว แต่คารินไทน์ร้อนเงิน จึงตกลงขาย
" ตกลง ข้าขาย " คารินไทน์กล่าว ก่อนที่เรน่า แม่ค้าอาวุธจะหยิบเงิน 800 เหรียญทองส่งให้ และรีบหยิบอาวุธของ คารินไทน์ จากไปโดยเร็ว
คารินไทน์ ดีใจมากที่ได้เงิน 800 เหรียญทอง จะได้ไปซื้อขนมชั้นให้ภรรยาทั้งสองกิน และไปซื้อไม้มาสร้างรั้วรอบ popu land ที่นาของเขา
คารินไทน์มองดูเหรียญทองที่มีหน้าของชายหน้าตาขี้ริ้วขี้เหร่ประทับอยู่ กับรูปราชสีห์สิงโตนรก อย่างอารมณ์ดี และตรงไปที่ร้านขายขนมชั้น เพื่อจะซื้อขนมชั้นสีเขียวราวมรกต ซัก 10 ชิ้น แต่เมื่อไปถึงร้านก็ต้องตกใจ
" อะไรนะ เงิน 800 เหรียญทองซื้อได้แค่ 3ชิ้นเองเหรอ " คารินไทน์กล่าวอย่างตกใจ เพราะเขาเพิ่งใช้เงินเป็นครั้งแรกในชีวิต เพราะตลอดมากินแต่ผลไม้ในสวนที่โปซารอนมังกรแดง ปลูก
" ใช่แล้วคุณลูกค้า เพราะเหรียญทองแบบนี้ ถูกยกเลิกการใช้ไปแล้ว มันเป็นเหรียญสมัย เลาห์คอน โกไทรอน ราชาคนก่อนซึ่งสิ้นชีพไปแล้ว ตอนนี้เป็นยุคของ เลาห์คอน โปซาปุ ทำให้มูลค่าเหรียญลดค่าลงอย่างมาก มีก็แต่คนเพี้ยนๆที่ซื้อเก็บสะสมเท่านั้น จึงทำให้มันมีค่าอยู่บ้าง " พ่อค้าขายขนมชั้นบอก ทำให้คารินไทน์โมโห ที่ถูกเรน่าหลอก นี่เขาเพิ่งฟังคำเตือนของ ทีน่ามาหยกๆ เองนะ เมื่อทำใจได้ จึงซื้อขนมชั้นไป 3ชิ้น เพื่อนำกลับไปให้ภรรยาทั้งสองอย่างหัวเสีย
================================================โปรดติดตามตอนต่อไป