ตอนที่ 3 สู้เพื่อแม่
ผมกำนามบัตรในมือแน่น เหมือนชะตาฟ้าลิขิตหรือนรกชัง์แกล้งก็ไม่รู้ เมื่อตอนกลางวันมีคนแปลกหน้าชวนไปเป็คนขับรถส่วนตัวให้ด้วยข้อเสนอสุดเย้ายวน แต่ตกเย็นแม่ผมก็ต้องแอดมิทนอนโรงพยาบาลรอผ่าตัดพรุ่งนี้เช้า น้องชายตัวดีกระหืดกระหอบมาที่ห้องพักของแม่หน้าตาตื่นเหมือนคนจะร้องไห้ ส่วนแม่ผมก็ได้แต่บ่นเื่ห้องพิเศษว่าเปลืองอย่างนั้นอย่างนี้ จนได้เจอเ้าโทนี่แหละถึงสงบปาก
“พี่เอก ไหวมั้ย ถ้าไม่ไหวผมดรอปเรียนก่อนก็ได้นะพี่” น้องชายหัวแก้วหัวแหวนผมกระซิบกระซาบถามตอนที่แม่หลับไปแล้ว สายน้ำเกลือระโรงระยางห้อยมาจนถึงข้อมือเป็สิ่งที่บอกได้อย่างดีว่าเราต้องสู้สักตั้ง
“บ้าน่า พูดไปเรื่อย เอ็งมีหน้าที่เรียนก็เรียนไป ไม่ต้องห่วงเื่นี้ พี่เอ็งยังไหว”
“พี่เอก”
“พอเลยไอ้นี่ เอ็งคิดว่ากูทำงานงกๆให้มึงมาดรอปเรียนรึไง” ขึ้นมึงกูกับน้องจนเป็เื่ปกติแล้วครับ
“...”
“ไม่ต้องคิดมาก ทำหน้าที่เอ็งให้ดีที่สุดก็พอ แก่ตัวมาแม่จะได้ไม่ลำบาก”
“อื้อ” น้องชายตัวโย่งปาดน้ำตาป้อยๆ
“หยุดขี้แยได้แล้ว อายุจะ 18 แล้วนะเว้ย” นั่นแหละครับคุณผู้ชม พ่อผมเสียตอนที่น้องผมยังเล็กน่าจะจำความไม่ค่อยได้เลยด้วยซ้ำ ถ้าผมไม่เลือกทางนี้ ใครล่ะจะทำ
“พี่แม่ง คนจะซึ้งซะหน่อย”
“เออๆ โตจนหมาเลียตูดไม่ถึงแล้ว จะมาทำซึ้งอะไรวะ” ผมแซวกลับ ปล่อยให้น้องชายตัวดีล้มตัวนอนที่โซฟา ส่วนผมน่ะเหรอ กลับบ้านสิครับ ไหนๆก็ไหนๆละ
สู้เพื่อแม่ซักตั้งละกัน....
ผมตื่นั้แ่ตีห้า แต่งตัวด้วยชุดที่คิดว่าสุภาพที่สุด หวีผมเรียบแปล้ แล้วออกไปรอแท็กซี่ที่โทรจองไว้ก่อนหน้า เช้าขนาดนี้รถยังไม่ติดมาก แต่ถ้าออกสายกว่านี้หน่อย รับรองผมไปไม่ทันเวลานัดแน่ๆ แต่เอ...เค้านัดกี่โมงกันแน่นะ
....สุดท้ายผมก็มายืนหน้าบ้านหรูกลางกรุงั้แ่หกโมงครึ่ง
รั้วบ้านบ่งบอกถึงฐานะของผู้อยู่อาศัยเป็อย่างดี แต่ประตูทางเข้าที่ดูคล้ายระแนงไม้ตีทาบทับถี่จัดจนมองไม่เห็นด้านใน ตัวบ้านที่มองเห็นน่าจะไม่มีไฟเปิดเลยสักดวง นั่นไง ว่าละ แกร่วสิครับงานนี้ จะโทรหาก็ไม่กล้า เกรงว่าว่าที่เ้านายจะยังไม่ตื่น ผมไม่มีที่ไปเสียด้วย ถ้าในบ้านมีคนป่านนี้ก็คงต้องเดินผ่านไปมาบ้างล่ะ แต่ความเงียบเชียบเช่นนี้...ผมคงต้องรอต่อไป
รู้สึกตัวอีกทีเหมือนมีคนมาสะกิด ผมนั่งกอดเข่าสัปหงกอยู่หน้าบ้านหรูนานแค่ไหนไม่รู้ พอเงยหน้าขึ้นกลับพบใบหน้าหล่อเหลาที่เต็มไปด้วยเหงื่อ ใจนผุดลุกแทบเอาหัวไปชนอกเค้าเลย ให้ตายสิ
“ท่าน มาั้แ่ตอนไหนครับ” ผมขยี้ตาก่อนเช็ดน้ำลายที่ทึกทักว่าคงไหลเยิ้มแก้ม
“เพิ่งมานี่แหละ นายมานานแล้วเหรอ”
“ไม่นานครับ” ั้แ่หกโมงครึ่ง ... ผมโกหก
“ไม่นานแต่มานอนหน้าบ้านผมได้เนี่ยนะ” ชายร่างสูงเลิกคิ้วเหมือนจับไต๋ได้ ผมได้แต่ส่งยิ้มแหะๆไปให้
เหมือนหมาเลยกู....
“เข้ามาก่อนสิ” ประตูรั้วเปิดทันทีที่เ้าของบ้านกดปุ่ม หนุ่มร่างสูงในชุดออกกำลังกายเดินก้าวเท้ายาวเข้าไปข้างใน ทางเดินที่ปูด้วยหินแกรนิต (ผมคิดว่านะ) ไร้เศษใบไม้เกะกะตามทาง ประตูบานไม้สีดำมีแสงไฟส่องสว่าง ผมเดินตามอย่างเงอะเงิ่นสำรวจความหรูหราอย่างใคร่รู้
“ท่านจะออกกี่โมงครับ” ร่างสูงหยุดกึกหน้าประตู
“ผมชื่อต่อพงษ์ เรียกผมว่าต่อก็ได้”
“ครับ คุณต่อ”
“ว่าแต่ นายชื่ออะไรนะ”
“ผมเหรอ เอกภพครับ เรียกเอกก็ได้”
“โอเคนายเอก เข้ามานั่งรอที่โซฟาก่อน ผมไปอาบน้ำแล้วก็จัดการมื้อเช้าแล้วค่อยไป”
“ดะ ได้ครับ”
ภายในบ้านตกแต่งอย่างเรียบง่าย พื้นปูนที่คล้ายจะเป็ปูนเปลือยเงาวับแต่ไม่ลื่นล้มตอนเดินวาววับ บ้านช่องเงียบเชียบราวกับไม่มีใครอาศัยอยู่
แกรก เสียงแก้วน้ำวางบนโต๊ะกระจกทำให้ผมหันไปมอง
“ดื่มน้ำก่อนนะคะ เดี๋ยวคุณต่อก็ลงมา” ผมผงกหัวครั้งหนึ่งแทนคำขอบคุณผู้หญิงวัยกลางคนอย่างลืมตัว ปกติผู้น้อยต้องยกมือไหว้ แต่ครั้งนี้ผมคงตื่นเต้นมากเกินไปจนลืมมารยาท แต่คุณน้ากลับไม่ว่าอะไร
“คนขับรถคนใหม่เหรอ ชื่ออะไรน่ะเรา”
“เอ่อ ครับ ชื่อเอกครับ”
“อยู่ด้วยกันนานๆล่ะ อย่าไปทำอะไรให้คุณต่อหัวเสียเชียว เดือนนี้ไล่ออกไปสองสามคนแล้วเนี่ย”
หะ...ผมยกเลิกคิวแท็กซี่ไปแล้วด้วย ถ้าเกิดเ้านายหนุ่มไม่พอใจผมจะเอาอะไรกิน
“ครับ”
“อ้อ ป้าชื่อสายหยุดนะ เรียกป้าหยุดก็ได้ ปกติอยู่บ้านใหญ่ฝั่งตรงข้าม จะมาที่นี่เฉพาะตอนเช้าเพื่อทำกับข้าวหรือไม่ก็ตอนมาทำความสะอาด”
“สวัสดีครับป้าหยุด” ผมยกมือไหว้แนะนำตัวเสียที ทีแรกจะเรียกน้า แต่อีกฝ่ายแทนตัวว่าป้าก็ต้องว่าตามกัน
“เดี๋ยวป้าไปเตรียมกับข้าวให้คุณเค้าก่อนนะ กินไรมารึยังล่ะเรา”
“ยังครับ” ผมลูบท้องอย่างลืมตัว เพิ่งนึกได้ว่ายังไม่มีอะไรตกถึงท้องเลยเช้านี้
“งั้นมานี่มา มาหลังบ้าน” ผมโดนคะยั้นคะยอให้เดินตามป้าหยุดไป ถึงแม้จะเกรงใจแค่ไหนแต่กลิ่นหอมของอาหารทำให้ผมเดินตามไปเหมือนลอยได้ “นั่งกินตรงนี้นะ ปกติไม่มีใครมาหรอก”
“แล้วคุณต่อพงษ์ล่ะครับป้า”
“กินด้านในโน่น หรือไม่ก็ในห้องแล้วแต่สะดวก รายนั้นไม่ค่อยเข้าครัวหรอก” ผมพยักหน้าหงึกๆ
“กินเสร็จแล้วไม่ต้องล้างนะ วางไว้ตรงอ่างเดี๋ยวป้าจัดการเอง รีบเข้าใกล้เจ็ดโมงแล้ว” ผมแหงนดูนาฬิกาแขวนที่ผนังก่อนจะจ้วงอาหารเช้าจนเรียบ