ประธานคะ ฉันไม่ใช่เมียน้อย

    บทที่ 5 เฝ้าไข้

    ฉันนั่งทำงานตามหน้าที่ปกติ ไม่นานก็ได้ยินเสียงประตูลิฟต์เปิดและไอ้บ้าบางคนก็ปรากฏตัว ด้วยใบหน้าซีดๆ ตึงๆ เขามองฉันด้วยหางตาก่อนจะเปิดประตูเข้าห้องทำงานตัวเองไป 

    ‘หึ  …ขอบคุณสักคำก็ไม่มี ไอ้คนตาบอด มองไม่เห็นความดีคนอื่น!’

    ฉันแอบเบะปากตามหลังก่อนจะคว้าตารางงานเข้าห้องตามไปเพื่อแจ้ง

    “สวัสดีค่ะท่านประธานลิลมาแจ้งตารางงานที่เลื่อนจากเมื่อวานนะคะ ๰่๭๫บ่ายนี้มีนัดประชุมบอร์ดเปลี่ยนโครงสร้างงานค่ะ”

    “…..”

    “วันนี้ตารางงานมีเท่านี้ค่ะ”

    “อืม”

    “ไข้ลดแล้วใช่ไหมคะ”

    ท่านประธานที่กำลังเซ็นเอกสาร ก็หยุดชะงักและเงยหน้าขึ้นมองฉัน

    “ก็เห็นอยู่ว่ายังไม่ตาย”

    “!”

                ฉันยืนตาปริบๆเม้มปากแล้วยิ้มกลับ กับคำตอบที่อ้อนบาทานั่น

    ขออนุญาตกด 99 พิมพ์สาปแช่งได้ไหม ไอ้ตาบ้านี่...

    “ค่ะ”

    ฉันตอบรับสั้นๆ ก่อนจะหมุนตัวกลับ

                จนเลิกประชุมประธานเดินดิ่งกลับห้อง โดยไม่สั่งงานอะไรต่อ และไม่จิกกัดฉันเหมือนปกติด้วย พอเห็นอาการแปลกๆ อย่างนั้นฉันก็แอบย่องเข้าไปดู

            ท่านประธานนอนตัวยาวอยู่บนโซฟา ใบหน้าซีด เหงื่อออกท่วมหน้าและเหมือนจะหายใจทางปากเบาๆ ด้วย

    “ท่านประธาน”        

    “……..”

    “ท่านประธานคะ”      

    “…….”

    “คุณดัสตะ...ว้าย”     

            ฉันเอื้อมมือไปเขย่าตัวท่านประธานที่นอนหอบก็ถูกดึงจนหน้าคะมำลงไปชนกับแผงอกแข็งๆ จมูกแทบหัก      

    ‘ตัวร้อนจี๋เลย’

    “ไข้ยังไม่ลดเลยค่ะเหมือนจะแย่กว่าเดิมด้วย เราไปโรงพยาบาลกันเถอะ...” 

    “อย่าสาระแน”    

    อึก

    อีกแล้วนะ ….แรงอีกแล้วนะ

    ด้วยความโมโห ผสมเป็๲ห่วง (มั้ง) ฉันเลยตอกหน้าเ๽้าตัวกลับไป     

    “ลิลก็ไม่อยากสาระแนหรอกค่ะแต่พอดีสงสารคุณลุง ที่มีลูกห่วยแตก จะมานอนตายในออฟฟิศอย่างนี้”

    “นี่เธอ!!...”

    “ลุกค่ะ”

    “บอกว่า อย่าสาระ..”

    “ถ้าไม่ลุกดีๆ ลิลจะโทรฟ้องคุณลุงนะคะ”

    พอฉันขู่ไปแบบนั้น เ๽้าตัวก็กัดฟันกรอดยอมลุกแต่โดยดี

    “ลิลจะโทรเรียกแท็กซี่ เดินลงไปไหวใช่ไหมคะ”

    “ฉันแค่เป็๲ไข้ ไม่ได้พิการ”

    “ดีค่ะ งั้นก็ลุกขึ้นเดิน”

                ท่านประธานถอนหายใจใส่ฉันก่อนจะยอมลุกขึ้น พอลุกได้ไม่ถึง 3 วินาที เ๽้าตัวก็เซประหนึ่งสูญเสียประสาทการทรงตัวไปแล้ว

    “คุณดัสติน!!”

                ฉันวิ่งไปรับตัวท่านประธานที่ทำท่าจะล้ม ก่อนจะยกแขนใหญ่ๆ นั่น พาดบนไหล่ฉันแล้วพยุงเขาไว้

    “ทรงตัวไม่ไหว แล้วยังปากดีอีก”

    ฉันแอบบ่นเบาๆ

    “เธอว่าอะไรนะ”

    “เปล่าค่ะ”

                ฉันช่วยพยุงตาท่านประธานผ่านสายตาพนักงานนับร้อยที่เดินผ่านพวกเราจนขึ้นรถแท็กซี่และพุ่งเป้าไปที่โรงพยาบาลเอกชลที่ใกล้ที่สุดทันที

    หลังถึงมือหมอแล้วฉันก็มานั่งรอที่หน้าห้องฉุกเฉิน

    “ญาติคุณดัสตินครับ....”

    “ฉันค่ะ.....

    “ครับ คนไข้พ้นขีดอันตรายแล้วโชคดีนะครับที่มาทัน ถ้าปล่อยไว้นานกว่านี้ คนไข้เกิดอาการช็อคแน่นอน..”

    “ไม่ได้เป็๲อะไรร้ายแรงใช่ไหมคะหมอ”

    “เป็๞ไข้ปกตินี่แหละครับ ตามที่ซักประวัติน่าจะเป็๞ผลมาจากที่พึ่งกลับมาจากต่างประเทศ ร่างกายอาจจะยังไม่ทันปรับตัวกับสภาพอากาศบ้านเราและคนไข้พักผ่อนน้อย ทานอาหารไม่เป็๞เวลาด้วย...”

    “อ่อค่ะ แล้วนี่ต้องแอดมิดไหมคะ”

    “ไม่ต้องครับตอนนี้คนไข้หลับพักผ่อนเพราะฤทธิ์ยาอยู่ หมอเสริมเกลือแร่กับวิตามินให้แล้วหลังคนไข้ตื่นสัก  1-2 ชั่วโมงก็ดีขึ้นแล้วครับ อาจจะยังเหลืออาการไข้หวัดนิดหน่อย”

    “ค่ะ ขอบคุณมากค่ะหมอ”

    “ครับ”

            หลังแยกกับหมอฉันก็เดินเข้าไปดูท่านประธานที่นอนหลับตาพริ้มอยู่ สีหน้าเขาดูดีขึ้นนิดหน่อยฉันเลยคลายกังวลลง

            หลังได้ย้ายจากห้องฉุกเฉินมาห้องพักรวมแล้วฉันก็นั่งเฝ้าข้างเตียงมาเกือบชั่วโมง แอร์เย็นๆ ของโรงพยาบาลก็ทำฉันอยากเข้าเฝ้าพระอินทร์เลยฟุบหน้าลงเพื่อพักสายตาสักหน่อย

    “เธอมาเฝ้าฉัน รึฉันมาเฝ้าเธอกันแน่...”

           ชายหนุ่มที่ตื่นมาเจอสาวตัวเล็กฟุบหัวลงข้างๆแขน ก็แอบบ่น พลางจ้องมองใบหน้าเล็กนั้นแล้วถอนหายใจออกมา

    “ญาติคะ...”

    “อื้มมม”

    “ญาติคะ คนไข้ฟื้นแล้วค่ะ”

    “อ้ะ ขะ ขอโทษค่ะ”

           ฉันรีบเด้งตัวอย่างเร็วเพราะสาวพยาบาลมาปลุก หันไปมองท่านประธานที่นั่งหน้าตึง กอดอกมองฉันอยู่

    ‘ฟื้นแล้ว ทำไมไม่ปลุกฉันด้วยเล่าขายหน้าชะมัด’

    “เดี๋ยวญาติพาคนไข้ไปรับยาแล้วกลับบ้านได้เลยนะคะ”

    “ค่ะ ขอบคุณมากค่ะ”

         ฉันหันไปเตรียมแบกท่านประธานเขาเบี่ยงตัวหนีและพูดประโยคชวนน่าทุบออกมา

    “มีขา เดินเองได้”

         ฉันชักมือกลับ พลางถอนหายใจออกช้าๆก่อนจะหันหลังเดินนำหน้าตาบ้านี่ไป หลังรับยาเสร็จแล้ว เราก็ขึ้นรถแท็กซี่ฉันบอกจุดหมายเป็๲คอนโดท่านประธาน

    “ไปคอนโดทำไม ไม่กลับออฟฟิศหรอ”

    “สภาพนี้ท่านประธานยังจะทำงานอีกหรอคะกลับไปพักก่อนค่ะ ดีขึ้นแล้วค่อยว่ากัน”

    “นี่เธอเป็๞เ๯้านายฉันหรอ”

    เข้าทางอีลิลล่ะ  ฉันยกนาฬิกาข้อมือขึ้นโชว์ จนแทบจะจิ้มหน้าท่านประธาน

    “เลิกงานแล้วค่ะเลิกเป็๞เ๯้านายกับลูกน้องชั่วคราว”

    “!!!”

    ฉันยักคิ้ว ยิ้มมุมปากให้ จนท่านประธานหันหน้าหนี

    “เธอนี่มัน... บ้าจริงๆ”