แสงไฟสีเหลืองอ่อนขับสีสันของค่ำคืนอันมืดมิดให้ดูสวยงาม แสงไฟในนครหลวงยูโทเปีย เมื่อมองจากมุมสูงก็ไม่ต่างอะไรกับเพชรเจียระไนที่ต้องแสงไฟเป็ประกายแวววับ เซซิลพาทุกคนมายังที่พักของเขาแถบตึกเก่าย่านชานเมือง บรรยากาศที่นี่ดูเงียบสงบร่มรื่นเพราะล้อมรอบด้วยสวนป่าขนาดย่อม ๆ ทั้งยังมองเห็นทัศนียภาพได้เกือบทั้งเมือง ชายหนุ่มที่อยู่บนหลังของชูล่ายังคงไม่ฟื้นสติ เซซิลไขประตูห้องออก และทันใดนั้นอะไรบางอย่างก็บินพุ่งเข้ามาเข้ามาปะทะที่ใบหน้าของเซซิลอย่างจังจนเขาล้มลงไป
“นายท่าน!! หายไปไหนตั้งนาน อาลูลุเหงาจะตายอยู่แล้ว!!”
สิ่งที่จาฮาและชูล่าเห็นนั้นคือสิ่งมีชีวิตประหลาดที่เกาะใบหน้าของเซซิลเอาไว้ ดูคล้ายกับมนุษย์ผู้หญิงที่ย่อขนาด แต่ว่ามีปีก เซซิลลุกขึ้นมาและหยิบหล่อนออกจากใบหน้าพร้อมกับนำไปวางไว้บนศีรษะ ที่ใบหน้านั้นยังมีรอยจ้ำแดงจากแรงกระแทกเมื่อครู่
“เ้านี่ชื่อว่าอาลูลุ เป็หุ่นยนต์ช่วยเหลือ… อาลูลุ แนะนำตัวให้พวกเขารู้จักหน่อยสิ”
เ้าสิ่งมีชีวิตประหลาดนามว่าอาลูลุสามารถลอยตัวบนอากาศได้ นับเป็สิ่งประดิษฐ์ที่น่ามหัศจรรย์นัก ที่สำคัญยังน่ารักอีกด้วย อาลูลุหมุนตัวสองสามรอบก่อนที่จะก้มหัวทักทายอย่างสุภาพ
“ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ ดิฉันชื่อว่าอาลูลุ เป็จักรกลขนาดเล็กสำหรับใช้ในครัวเรือน รหัสประจำตัวคือสองหกแปดแปดสี่ทับเก้าหนึ่งเก้า”
“สวัสดี ฉันชื่อจาฮา ยินดีที่ได้รู้จัก”
จาฮาโค้งศีรษะให้เป็มารยาทเช่นเดียวกันเพราะรู้สึกถูกชะตากับเ้าอาลูลุเป็อย่างมาก อาลูลุยิ้มให้เขาและหันไปทางชูล่าที่กำลังวางชายหนุ่มลงกับพื้นในท่านั่งอย่างนิ่มนวลพร้อมกับบ่นพึมพำอยู่คนเดียว
“แล้วท่านนี้ล่ะ…เอ๊ะ!”
อาลูลุหยุดพูดและจ้องมองชูล่าอยู่นาน หล่อนบินวนรอบตัวชูล่าหลายรอบจนเขารู้สึกแปลกใจ
“มะ… มีอะไรกับฉัน”
“เจอแล้วนายท่าน! อาลูลุหาเจอแล้ว!”
จู่ ๆ อาลูลุก็อุทานออกมาเสียงดังและบินกลับไปหาเซซิลด้วยอาการดีใจจนออกหน้าออกตา ท่ามกลางความงุนงงนั้น
“แน่ใจเหรอว่าใช่?”
เซซิลถามย้ำเพื่อความแน่ใจ อาลูลุพยักหน้ายืนยัน เซซิลจึงเดินมาหาชูล่าพร้อมกับทาบฝ่ามือไปที่หน้าอกด้านซ้ายของชูล่าทันที ในตอนนั้นเองก็บังเกิดแสงสว่างสีแดงเปล่งประกายออกมาจากฝ่ามือของเซซิล แสงนั้นเข้าห่อหุ้มร่างของชูล่า และชูล่าก็ล้มลงไปพร้อมกับกุมศีรษะด้วยความเ็ป
“โอ๊ย!! ปวด! หัวจะะเิอยู่แล้ว!!”
ชูล่าร้องลั่นราวกับถูกดาบนับร้อยเล่มเสียบแทงเข้าไปในหัวสมอง ภาพความทรงจำต่าง ๆ หมุนวนเวียนไปมาอย่าง มโนภาพความคิดตัดพาดผ่านข้ามเื่ราวไปมาจนเรียงลำดับไม่ถูก และจากนั้นโลกที่เคยเป็ก็ดับวูบไป…
♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦
ภายในห้วงความคิด ชูล่ารู้สึกเหมือนกำลังวิ่งหนีอะไรบางอย่าง เสียงฝีเท้ากับเสียงหายใจจำนวนมากดังมาจากด้านหลัง ม่านตาค่อย ๆ ขยายออกเผยให้เห็นภาพในความมืดชัดขึ้น
นี่ไม่ใช่ดวงตาของชูล่าเอง แต่เขากำลังมองภาพเบื้องหน้าผ่านดวงตาของใครบางคน คนผู้นั้นสอดส่องมองไปทั่วห้องมืด กับไฟสลัว และจากนั้นก็จับจ้องไปยังแผนภาพอะไรสักอย่างที่ติดอยู่บนผนัง มันดูคล้ายกับแบบแปลนสำหรับสร้างบ้านแต่ซับซ้อนกว่า สายตาคู่นั้นไล่มองข้อความที่ปรากฏบนแผ่นภาพอย่างรวดเร็ว ในนั้นเขียนกำกับเอาไว้ว่า ‘เซอร์เพนทาเรียส / ลาสท์เอมเพอเรอร์ (ต้นแบบ)’ พร้อมกับคำอธิบายความสามารถอย่างย่นย่อ
“นี่มัน… บ้าชัด ๆ”
ชูล่าไม่ได้เป็คนพูด แต่เป็เสียงห้าว ๆ ของคนผู้นั้นที่ส่งเสียงออกมา ชูล่าจึงได้รู้ว่าบุคคลผู้นี้เป็ผู้หญิง และกำลังค้นหาอะไรบางสิ่งบางอย่างที่สำคัญมากอยู่ ชูล่ารู้สึกได้ถึงเสียงหัวใจของเธอราวกับเป็หัวใจของเขาเอง เสียงหัวใจเต้นเป็จังหวะตรงกับเสียงฝีเท้าจำนวนมากที่ดังขึ้นเรื่อย ๆ เธอกระชากแผ่นภาพออกจากกำแพงและรีบร้อนม้วนเก็บ ทว่าสายเกินไปที่จะหนีพ้น ทหารจำนวนมากล้อมเธอไว้ด้วยอาวุธสารพัดชนิด ดูเหมือนว่าเธอจะหมดหนทางรอดเสียแล้ว
เธอกัดฟันสู้ ก่อนที่จะดึงอาวุธออกมาจากข้างเอว อาวุธชิ้นนั้นชูล่าเคยเห็นและได้ััมาแล้วในฝันครั้งก่อน มันคือดาบปืนสีเงินวาววับที่ปักอยู่ภายในห้องมืด และตอนนี้มันกำลังแสดงศักยภาพโดยการต่อกรกับศัตรูจำนวนมากเบื้องหน้า หญิงสาวตวัดปืนดาบคู่อย่างรวดเร็วและรุนแรง ลีลาอันพลิ้วไหวของเธอนั้นจู่โจมศัตรูจากทุกทิศทางได้อย่างน่าอัศจรรย์
แต่ทว่า น้ำน้อยนั้นย่อมแพ้ไฟเสมอ แม้ว่าเธอจะเก่งกาจแค่ไหนก็ไม่อาจเอาชนะคนจำนวนมากนั้นได้ ดาบปืนหลุดออกจากมือคู่นั้น หญิงสาวล้มลงกระแทกกับพื้นหมดเรี่ยวแรงที่จะต่อสู้อีกต่อไป ทหารสองนายใช้ปลายหอกไขว้ไปที่ต้นคอของหญิงสาวไม่ให้ลุกขึ้นมาอีก คมหอกบาดที่ต้นคอของเธอจนเป็แผล
“อย่าขัดขืนไปเลยน่า…”
ทหารแหวกทางให้กับชายผู้หนึ่งในชุดสีขาวขลิบทอง ชูล่ารู้สึกคุ้นหูกับน้ำเสียงแบบนี้เหมือนกับเคยได้ยินที่ไหนมาก่อน แต่ในความมืดนั้นชูล่าไม่อาจมองเห็นได้ชัดเจนนัก แต่เขากลับรู้สึกได้ถึงความเจ็บแค้นที่อยู่ภายในห้วงความคิดของเธอ
“ปล่อยฉันนะ! ไอ้พวกสารเลว!”
หญิงสาวสบถถ้อยคำด่าทอชายหนุ่มผู้นั้นและพยายามดิ้นรน แต่ว่าเธอไม่อาจขัดขืนเรี่ยวแรงของเหล่าทหารเ่าั้ได้ ชายหนุ่มตบหน้าเธอด้วยหลังมืออย่างรุนแรง ความเ็ปนั้นชูล่าเองก็ได้รับด้วยเช่นเดียวกัน
“ห้ามเอ่ยวาจาเช่นนั้นกับข้าอีก”
หญิงสาวถ่มน้ำลายปนเืสด ๆ ใส่เสื้อของชายหนุ่มและจ้องมองเขาด้วยสายตาอาฆาตแค้น ชายหนุ่มไม่พูดอะไรอีก เขาระดมตบเธออย่างรุนแรงหลายต่อหลายครั้ง ชูล่ารู้สึกได้ถึงความเ็ปแสนสาหัส แต่ทว่าหญิงสาวผู้นี้ก็ยังจ้องมองชายหนุ่มอย่างไม่ลดละ ชายหนุ่มหยิบผ้าขึ้นมาเช็ดฝ่ามือที่เต็มไปด้วยเือย่างใจเย็น
“ข้าเบื่อที่จะเล่นสนุกกับเ้าแล้ว สาวน้อย”
ชายหนุ่มชักดาบปลายแหลมออกมาจากฝักดาบที่ทหารนายหนึ่งยื่นให้ ก่อนที่จะย่างก้าวเข้ามาหาเธออย่างเชื่องช้าและเยือกเย็น ปลายดาบคมวาวสะท้อนกับแสงไฟตะเกียง หญิงสาวไร้แรงขัดขืนอีกต่อไปและเตรียมใจยอมรับในชะตากรรมของตน ชูล่าได้ซึมซับความรู้สึกอันหลากหลายในวินาทีนั้นที่ระดมเข้ามาในความนึกคิดของเธอ ทั้งความเ็ปและความกลัว น้ำตาไหลรินออกมาจากดวงตาซึ่งไม่รู้ว่าเป็น้ำตาของเธอ หรือว่าเป็น้ำตาของเขากันแน่
“ช่วยด้วย…”
เสียงนี้เองที่ชูล่าได้ยิน เสียงขอความช่วยเหลือจากเธอ ตอนนี้ชูล่าได้รู้แล้วว่าใครเป็เ้าของเสียง แต่ชูล่ากลับรู้สึกเจ็บใจที่ช่วยอะไรเธอไม่ได้เลย ทันใดนั้นเอง ปลายดาบก็แทงเข้ามาในทรวงอก ชูล่ารู้สึกเจ็บแปลบราวกับว่าหัวใจจะแตกสลาย เป็ความเ็ปที่ไม่อาจจะบรรยายได้ ดวงตาของเธอเหม่อมองอย่างล่องลอยไปยัง ใบหน้าอันเหี้ยมเกรียมของชายหนุ่มผู้นั้นกับสายตาอันน่าสะอิดสะเอียนที่จ้องมองมา ชูล่าจึงได้รู้ว่าชายผู้นั้นคือใคร
“หลับเป็สุขเถอะนะ… เอลฟิเอน่า…”
เสียงหัวเราะเย้ยหยันดังก้องอยู่ในโสตประสาท เปลือกตาปิดลงสนิทเหลือเพียงความมืดมิด ชูล่ารู้สึกว่าตนเองกำลังเดินอยู่อย่างไร้จุดหมาย ในความมืดไร้ทิศทางนั้นเอง ภาพในอดีตของชูล่าก็ปรากฏขึ้นใต้พื้นที่ยืนอยู่ ภาพหมู่บ้านเกิดอันสงบสุข ภาพของพ่อแม่ ภาพของยาย ภาพของเพื่อนฝูงและสถานที่ในความทรงจำ ภาพเ่าั้ปรากฏขึ้นทุกครั้งที่เขาก้าวผ่าน
ชูล่าหยุดเท้า เบื้องหน้านั้นเป็หญิงสาวผู้หนึ่งในชุดผ้าฝ้ายสีขาวครีม เธอมองมาทางเขาอย่างเหม่อลอยก่อนที่จะเดินเข้ามาหาเขา ชูล่ารู้สึกว่าตัวตนของเธอแทรกซึมผ่านร่างกายของเขาไปในทุกอณู หญิงสาวผู้นั้นเดินผ่านร่างกายของชูล่าก่อนที่จะสลายไป จากนั้นความมืดก็แตกร่อนออกเหมือนเปลือกไข่ ฉากสีดำค่อย ๆ แปรเปลี่ยนไปเป็สีขาวโพลน
มองไปไกลลิบตา สิ่งที่มองเห็นคือประตูไม้ ชูล่าไม่อาจคาดคะเนขนาดของมันด้วยสายตาได้ เพราะที่แห่งนี้ไม่มีทั้งผืนดินและแผ่นฟ้า แต่เท่าที่เห็นนั้นมันดูคล้ายกับประตูบ้านของเซซิลเหลือเกิน ชูล่ารู้สึกว่าหากไม่ทำอะไรสักอย่างเขาคงไม่มีวันได้หลุดออกจากความฝันบ้า ๆ นี่เป็แน่ เขาเริ่มวิ่งสุดแรงเพื่อจะไปให้ถึงประตูบานนั้น ในขณะที่โลกเื้ัเขาเริ่มแตกลอกออกเป็สีดำอีกครั้งและไล่หลังมาอย่างกระชั้น ชูล่าวิ่ง วิ่งและวิ่ง ประตูอยู่ตรงเบื้องหน้าถัดไปไม่กี่เมตร เขาะโสุดแรงและเตะบานประตูจนเปิดออก แสงสว่างที่สว่างกว่าภายในโลกแห่งนั้นดูดชูล่าเข้าไปในทันที
♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦
“ชูล่า! เฮ้ย! ชูล่า! แกเป็อะไรหรือเปล่า?!”
จาฮาเขย่าร่างของชูล่าที่หมดสติไปหลังจากที่เซซิลแตะที่หน้าอกของเขา มือของชูล่าเย็นเฉียบ แต่ทว่าที่ใบหน้านั้นยังคงมีสีเือยู่
“เซซิล คุณทำอะไรกับเขา!”
เสียงตวาดดังลั่นก้องโถงทางเดินหินอ่อน สำหรับหนุ่มอารมณ์เย็นอย่างจาฮาแล้ว นี่เป็ไม่กี่ครั้งที่เขาจะะเิอารมณ์โกรธใส่ผู้อื่นที่ไม่รู้จักมาก่อนอย่างไร้มารยาทแบบนี้ ทว่าเซซิลเองก็ดูเหมือนจะมีอาการผิดปกติเช่นเดียวกัน เขาทรุดลงไปนั่งชันเข่า มือกุมที่หน้าอกขวาแน่นพร้อมกับหอบหายใจถี่ อาลูลุกระวนกระวายจนทำอะไรไม่ถูก เธอได้แต่ก้มหัวให้จาฮาพร้อมกับบอกให้รีบพาทุกคนเข้าไปพักรอดูอาการภายในห้องก่อน
จักรกลน้อยกับจาฮาจึงช่วยกันพาร่างของชายหนุ่มลึกลับและชูล่าที่น้ำหนักตัวมากกว่าเธอหลายเท่าเข้าไปนอนบนเตียง จากนั้นก็กลับมาดูแลเซซิลที่ดูจะมีอาการดีขึ้นเล็กน้อย
“ไม่คิดเลยว่าการสร้างมาสเตอร์คีย์จะเหนื่อยขนาดนี้…”
“อาลูลุขอโทษค่ะ ที่ห้ามนายท่านไม่ทันการ”
อาลูลุนั่งลงบนโต๊ะไม้และคุกเข่าก้มหัวสำนึกผิด เซซิลหัวเราะเบา ๆ แล้วใช้ฝ่ามือลูบศีรษะเธอ
“ไม่เป็ไรหรอก ช่างมันเถอะ”
“ทีนี้จะอธิบายได้หรือยังว่า คุณทำอะไรกับชูล่า”
เมื่อจาฮาคาดคั้นถึงขนาดนั้น เซซิลก็ไม่อาจปิดบังได้ แต่ที่จริงมันก็เป็เื่ที่จาฮาและตัวชูล่าเองก็จำเป็ต้องรู้ ชายหนุ่มชำเลืองไปมองชูล่าที่นอนหลับอยู่และนึกถึงเหตุการณ์เมื่อครู่ เซซิลใช้พลังของตัวเองใส่ชูล่า นี่เป็ครั้งแรกที่เขาลองสร้างกุญแจจากสิ่งมีชีวิต โดยเฉพาะกับคนพิเศษอย่างชูล่า และผลจากการนั้นก็ทำให้เซซิลาเ็เช่นกัน
“จะเริ่มจากตรงไหนก่อนดี?”
“ทุกเื่… เท่าที่คุณจะกรุณาเล่า”
เซซิลตอบตกลงพร้อมกับหยิบบางสิ่งออกมาจากอุ้งมือที่กำเอาไว้อย่างแ่า มันดูเหมือนกุญแจ สีทับทิมใสสลักลวดลายเปลวไฟอันวิจิตร
“นี่คือมาสเตอร์คีย์ มันสามารถดึงความสามารถอันซ่อนเร้นของมนุษย์ออกมาได้ ซึ่งอย่างที่คุณเห็น มันเป็กุญแจตัวแทนพลังของตัวชูล่าที่ถูกความสามารถของผมดึงออกมา”
เซซิลพักระยะเวลาหายใจ ก่อนจะเริ่มพูดต่อ
“มาสเตอร์คีย์นั้นจะสามารถสร้างได้จากคนพิเศษจริง ๆ เท่านั้น คนที่มีชะตากรรมผูกมัดติดกับผนึกแห่งโซดิแอคทั้งสิบสองชิ้นมาั้แ่กำเนิด มันเป็สิ่งเลอค่ากว่าอัญมณีชิ้นใด ๆ บนโลกหรือจักรวาลนี้ และเหล่ามาสเตอร์แห่งกุญแจที่ไขผนึกแห่งโซดิแอคออก จะได้รับพลังอันยิ่งใหญ่”
“เอ่อ.. เดี๋ยวก่อนนะเซซิล… ผมไม่เข้าใจว่าทำไมจู่ ๆ ชูล่าถึงมีพลังวิเศษแบบนั้นได้?”
“ผมเองก็ไม่รู้หรอกว่าทำไม บางทีมันอาจเป็เื่ของชะตากรรม ตอนนี้ผมรู้เพียงว่าจะสอนให้เขาใช้พลังที่ถูกต้องได้อย่างไรมากกว่า และหากไม่ได้รับการกระตุ้นเื่พลังั้แ่เนิ่น ๆ แล้วล่ะก็ พลังเ่าั้แหละที่จะย้อนกลับมาทำร้ายเขาเอง”
เซซิลจ้องมองกุญแจของชูล่าและย้อนคิดไปถึงเื่ในอดีตของตนเอง มีเื่อื่นบนโลกที่สามารถหลีกเลี่ยงและปล่อยให้มันผ่านไปได้ แต่เื่ของชะตากรรมนั้นมันเป็มากกว่าที่จะอธิบายให้เข้าใจได้ด้วยวิทยาศาสตร์
“ชะตากรรมนำพาให้ชูล่ากับผมมาเจอกันได้อย่างไม่น่าเชื่อ”
“คุณก็เป็แบบเดียวกับชูล่าด้วยหรือ เซซิล?”
เซซิลพยักหน้าเพียงหนึ่งครั้งเพื่อตอบคำถามจาฮา แต่สำหรับจาฮาแล้ว เขายังไม่รู้เลยว่าจะตอบคำถามในหัวตัวเองอย่างไรดี เขากับชูล่าเติบโตมาด้วยกันและรู้ดีว่าชูล่าไม่ใช่มนุษย์ประหลาดแบบนั้น ก็แค่มีพละกำลังมากกว่าเด็กปกติคนอื่นนิดหน่อยเท่านั้นเอง
จาฮาหลับตาย้อนนึกถึงวันคืนในอดีต ในสมัยที่จาฮาอายุสิบขวบ และชูล่าอายุเพียงเจ็ดขวบเท่านั้น ในคืนหนึ่งที่อากาศร้อนจัด เปลวไฟลุกโหมขึ้นและเผาบ้านหัวหน้าเผ่าจนวอดทั้งหลังในเวลาไม่กี่อึดใจ โชคดีที่ไม่มีใคราเ็เพราะทุกคนในหมู่บ้านนั้นออกมาชุมนุมกันในงานเทศกาลประจำปี
มีเพียงชูล่าที่ป่วยจากพิษไข้แดดนอนอยู่ภายในบ้านคนเดียว และรอดตายมาอย่างปาฏิหาริย์ทั้งที่ไฟผาทุกอย่างรอบตัวเขาเกรียมเป็ตอตะโก โดยที่ไม่มีแม้แต่รอยแผลและรอยไฟลวก นับเป็เื่แปลกเกินกว่าจะเชื่อได้ แต่จาฮาก็พยายามทำใจเชื่อมาตลอด
“แล้วถ้าหากว่าชูล่าไม่รู้เื่พลังของตัวเองต่อไปเรื่อย ๆ ล่ะ มันจะเกิดอะไรขึ้น?”
จาฮาถามเซซิลอย่างตรงไปตรงมา เซซิลเงียบไปสักพักก่อนจะตอบอย่างตรงไปตรงมาเช่นเดียวกัน
“ถึงเวลานั้น ถ้าหากไม่ใช่ผู้กู้โลกที่ยิ่งใหญ่แล้ว เขาก็คงเป็จอมปีศาจที่น่ากลัวที่สุดกระมัง…”
นั่นคือความกลัว หากแต่ส่วนหนึ่งของเซซิลนั้นเชื่อว่าชูล่าจะผ่านมันไปได้
♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦
“บ้าเอ๊ย!”
ชูล่าลุกพรวดพราดขึ้นมาบนเตียงนอนด้วยท่าทีตื่นตระหนก ทำเอาอาลูลุใจนแอบไปหลบอยู่ด้านหลังจาฮา ผ้าเย็นที่แปะอยู่บนหน้าผากเลื่อนลงมาปิดหน้า ชูล่าดึงออกและพบว่าทุกคนกำลังมองด้วยความเป็ห่วง
“ที่นี่ที่ไหนน่ะ?”
คำถามแรกของชูล่า ตามมาด้วยคำตอบมากมายของจาฮา
“ที่พักของคุณเซซิลน่ะ แกสลบไปตั้งเกือบสิบชั่วโมงเชียวนะ ตอนนี้ก็เกือบรุ่งสางแล้ว พวกฉันต้องถ่างตาเฝ้าแกกับนายคนนั้นทั้งคืน แย่จริง…”
จาฮาบ่นกระปอดกระแปด และหยิบผ้าจากมือของชูล่ามาชุบน้ำก่อนจะขว้างใส่หน้าของชูล่า ชูล่าเช็ดหน้าตัวเองให้สดชื่นหลังจากที่หลับไปนานและมองไปยังชายหนุ่มผู้ยังไม่มีที่ท่าจะฟื้นขึ้นมา
“เออใช่ แล้วก็ขอบคุณ คุณหนูตัวน้อยนี่ด้วยก็ดีนะ เค้าคอยปฐมพยาบาลนายอยู่ตลอด”
จาฮาชี้ไปที่อาลูลุที่หลบอยู่ด้านหลังเขาอย่างเขินอาย ชูล่ายิ้มให้พร้อมกับเอ่ยคำขอบคุณออกมา ทำเอาอาลูลุอายม้วนหนักกว่าเดิม
“ไม่เป็ไร มิได้ค่ะ มันเป็หน้าที่ในฐานะจักรกลช่วยเหลือ”
เมื่อพูดจบอาลูลุก็บินหนีไปเกาะที่ศีรษะของเซซิล ชูล่าเกาหัวเพราะไม่รู้ว่าตัวเองพูดอะไรผิดไปหรือเปล่า เซซิลที่กำลังอ่านหนังสืออยู่คนเดียวริมหน้าต่างภายใต้แสงไฟและแสงอาทิตย์ยามรุ่งสางที่เริ่มจับขอบฟ้าเป็สีเหลืองทอง ชูล่ามองแสงไฟแล้วก็อดนึกถึงความฝันของตนเองไม่ได้ เพียงแต่คราวนี้เขาไม่รู้สึกปวดหัวอีกแล้ว เซซิลคั่นหน้าหนังสือด้วยเชือกหนังและปิดเล่มหนังสือลงจากนั้นก็เดินมาหาชูล่า ในมือของเขาถืออะไรบางอย่างเอาไว้
“สิ่งนี้เป็ของนาย รับไว้สิ…”
เซซิลวางของสิ่งนั้นลงบนมือของชูล่า มาสเตอร์คีย์สีแดงทับทิมสลักเป็รูปเปลวไฟ ที่ดูแล้วเหมือนกับว่าเปลวไฟนั้นจะลุกไหม้ได้จริง ๆ ชูล่าจ้องมองมันเหมือนกับของที่คุ้นเคย เมื่อกำไว้เบา ๆ ความรู้สึกอบอุ่นก็จะแผ่ซ่านไปทั่วอุ้งมือ
“มันคืออะไร?”
“หัวใจของนายยังไงล่ะ เก็บเอาไว้ให้ดี อีกไม่นานนี้นายคงได้ใช้มัน”
ชูล่าทำหน้าสงสัย แต่เซซิลไม่พูดอะไรต่ออีกและขอตัวไปนอนพัก จาฮาเองก็ไม่ไหวแล้วและกำลังจะผล็อยหลับบนโต๊ะได้ทุกเมื่อ ชูล่าได้แต่เก็บความงงเอาไว้และเดินออกมานั่งยังระเบียงห้องคนเดียว พลางจ้องมองกุญแจดอกนั้นอยู่นานสองนาน ดวงอาทิตย์ของวันใหม่กำลังขึ้น ชูล่ายังติดใจเื่ความฝันเมื่อคืนนี้อยู่
ชูล่าไม่เคยรู้สึกแบบนี้มานานแล้วั้แ่วันที่เสียแม่ไป แต่ไม่ว่าสิ่งนั้นจะความฝังหรือความเป็จริงก็ตาม ความเ็ปที่ได้รับยังคงติดอยู่ในอกด้านซ้ายทุกครั้งที่หลับตาลง อาลูลุซึ่งสังเกตเห็นท่าทีแปลก ๆ ของชูล่าอยู่นานจึงเข้ามาถามด้วยความห่วงใย
“เอ่อ… เป็อะไรหรือเปล่าคะ ท่านชูล่า”
ชูล่าส่ายหน้า แต่อาลูลุเป็จักรกลที่ถูกสร้างมาเป็พิเศษ สามารถเข้าใจสภาวะอารมณ์ของมนุษย์ได้ดี จึงรู้ว่าชูล่ากำลังรู้สึกแย่ เธอเองกล้า ๆ กลัว ๆ ที่จะเข้าหาชูล่า แต่ก็ฝืนบินมาเกาะบนหัวของเขาเพื่อให้กำลังใจ พอได้เห็นชูล่าหัวเราะ อาลูลุก็ผ่อนคลายและก็หัวเราะตาม สองคนกับอีกหนึ่งตัวใช้เวลาเฝ้ามองดวงอาทิตย์ยามเช้าโดยไม่มีคำพูดอะไรอีกนอกจากรอยยิ้ม