เขากับภรรยาถึงกับสลบข้ามคืน
ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าลูกสาวของเขาถึงกับขนาดจะมีผีเป็ศิษย์ การมีเ้าสองตัวเสี่ยวเฟยกับเสี่ยวฟานก็เข้าใจได้ว่าเพราะลูกสาวเขามีพลังวิเศษในการสื่อสารกับสัตว์แต่ถึงขนาดเอาผีมาเป็ลูกศิษย์คนนี้
" เสี่ยวเฟยเป็ศิษย์พี่ส่วนเสี่ยวฝานศิษย์รอง " ซ่งซิงเหลียนไขข้อข้องใจซ่งหลี่ที่ดูจะอึ้งกับการตัดสินใจที่คาดไม่ถึงของเธอ ก่อนจะมองพ่อที่จดจ้องทั้งสองตัวที่มองเขาอยู่ก่อนแล้ว
โอ้ถึงขนาดวางตำแหน่งศิษย์พี่ศิษย์น้องกันแล้ว แต่เข้าใจได้ว่าเ้าสองตัวนี้ไม่ใช่สัตว์ธรรมดาแต่การรับสิ่งที่ไม่มีตัวตนมาเป็ศิษย์นี่มันออกจะเหนือความคาดหมายของเขาไม่สิของเหล่าผู้มีวิชา เคยได้ยินแต่มีผีเป็ลูกสมุนไม่เคยได้ยินว่ามีผีเป็ลูกศิษย์
" กุ๊ก/จิ๊บ " มีอะไรหรือนายผู้ชาย "
" เอ่อ...ไม่มีอะไร " เขายิ้มเจื่อนๆ
หือ เมื่อกี้นี้เขาพูดอยู่กับใคร สายตาจดจ้องไปที่เ้าสองตัวที่นับวันยิ่งไม่ใช่ไก่ไม่ใช่นกมองสำรวจพวกมันให้ละเอียดกว่าที่เคย ก็พบว่านอกจากขนาดตัวที่สองตัวนี้ไม่สามารถจัดอยู่ในสายพันธ์ไก่ป่าและสายพันธ์นกกระจอกแล้วลักษณะภายนอกทั้งขนและหน้าตาของสองตัวก็แทบจะเอนเอียงไปทางสัตว์ปีกชนิดอื่น
" กุ๊ก " เห็นอนยู่ว่านายผู้ชายทมองฉันอยู่ " ข้องใจอะไรถามมันได้นะไม่เห็นต้องซุบซิบมันกับนายผู้หญิงเลย
" ไม่มี.... นี้..นี้.. " เ้าสองตัวนี้ถึงกับพูดได้เป็ภาษามนุษย์กับเขาแล้ว
" นี้คือการสื่อสารผ่านจิตคะ "
ซ่งหลี่ลุกขึ้นจากเก้าอี้หวายหน้าลานบ้านสายตาเลื่อนลอยเหลือบไปเห็นร่างโปร่งแสงสีแดงจางๆที่มีรูปร่างหน้าตาเป็มนุษย์หนุ่มรูปงามในชุดฮั่นฝูสีทองปักลวดลายัที่กำลังกวาดใบไม้ใบที่ร่วงลงมาจากต้นท้อข้างกำแพงบ้าน
มีลูกศิษย์เป็สัตว์ไม่แปลกมีผีเป็ศิษย์ไม่แปลก ได้แต่ท่องคาถานี้ปลอบใจตัวเองแล้วเดินไปหาภรรยาที่นั่งดูทีวีกับเ้าสองแฝดในบ้านแต่เหมือนว่าสายตาภรรยาจะไม่ได้อยู่หน้าจอทีวีนี้
สายตาของซีเถาเหม่อมองออกไปหน้าลานบ้านตกลงที่ร่างโปร่งสีแดงนั้นอย่างพูดไม่ออกเพราะดูจากริมฝีปากชมพูของภรรยาแล้ว
" ฉันว่าไม่แปลกหรอกค่ะที่ลูกสาวเราจะมีผีเป็ศิษย์ " ซีเถามองสามีเธอพลางมองร่างโปร่งสีแดงนั้น
ลูกสาวตัวน้อยน่ารักของเธอไม่ใช่เด็กน้อยที่คิดอะไรแบบนึกถึงแค่เื่อนาคตแต่ซ่งซิงเหลียนลูกสาวของเธอยังเป็คนประเภทนึกถึงเื่ย้อนหลังอดีตด้วย
" ข้าน้อยมีนามว่าเอียนหยาหลานขอรับท่านหญิง ท่านเ้าบ้าน " ว่าแล้วก็แนะนำตัวเองด้วยท่าทีของคุณชายชั้นสูงในแบบที่เธอเห็นในทีวีซีรี่ย์หนังย้อนยุค
แต่การแสดงออกนั้นต่างจากในทีวีจอนั้นลิบลับนี้สินะมารยาทชนชั้นสูงที่อยู่ในสายเืและนี้ไม่ใช่ผีนักแสดงในยุคทีวีแน่นอน
ผีธรรมดาที่ไหนจะสวมใส่ชุดสีทองปักลายัเจิดจ้าขนาดนี้ ท่าทางและการกระทำต่างเป็ตัวชี้วัดระดับชาติกำเนิดที่ชัดแจ้งขนาดนี้ทั้งคู่เดาออกทันทีว่าิญญาดวงนี้ไม่ใช้ผีสุสานร้างแต่เป็ผีสุสานหลวง
" ซิงซิงถึงขนาดเอาผีหลวงมาเป็ลูกศิษย์กวาดลานบ้าน " ซ่งหลี่ทิ้งตัวลงนอนบนโซฟาข้างภรรยาก่อนจะใช้ผ้าขนหนูเย็นๆที่เธอยื่นให้ปิดทั้งหน้าตัวเอง เขาคงใช้เวลาทำใจกับเื่พวกนี้อีกสักพักใหญ่
ไม่อย่างนั้นพอตอนเจอเื่ที่น่าประหลาดใจกว่านี้อาจทำให้ตัวเองช็อคตายคาที่ได้ เพราะเมื่อคืนนี้อาจเป็เพียงเื่เรียกน้ำย่อยสมอง
" ถ้าคุณตั้งสติและทำใจให้สงบได้แล้วเราก็มาคุยเื่ที่ค้างกันไว้เมื่อคืนเถอะ " ซีเถามองเ้าสองแฝดที่เริ่มตาปรือแล้วก็เข็นเปลเด็กเข้าห้องนอนไป เธอเองก็ยังตั้งสติกับเื่พวกนี้ไม่เต็มร้อยเหมือนกัน
เพราะอย่างนั้นพวกเราก็แยกกันตั้งสติเถอะคะ
นานนับเดือนจนถึง่วันหยุดยาวปีใหม่เด็กหญิงซ่งซิงเหลียนมองร่างสูงโปร่งของเอียนหยาหลานที่สามารถอยู่ภายใต้แสงตะวันยามฤดูหนาวหิมะตกได้สบายราวกับเป็มนุษย์
ไม่ใช่ภูติผีที่กลัวแสงอาทิตย์ยามดวงตะวันกลางหัว
" ท่านอาจารย์กลับมาจากสถานศึกษาแล้วหรือขอรับ " เอียนหยาหลานที่ยืนรอเธอในเกือบทุกวันที่หน้าหมู่บ้านพร้อมๆกับมือข้างหนึ่งที่ถือตะกร้าหวายสานบรรจุเ้าไก่เสี่ยวเฟยและเ้านกเสี่ยวฝานที่เป็ศิษย์พี่ของเขา
นับวันเ้าสองนี้ยิ่งสุขสบายยิ่งกว่าเธอที่เป็อาจารย์ของพวกมันซะอีกถึงขนาดไม่ต้องเดินเองแล้ว
" พวกเธอสองตัวทำแบบนี้จะทำให้พลังในร่างเสียเปล่า " แล้วเื่อะไรที่เธอจะให้พวกสองตัวนี้สุขสบายกว่าโดยที่ไม่ทำอะไรเลยล่ะ
" กุ๊ก/จิ๊บ " อะไรท่านอาจารย์นี้หาเื่พวกมันใช่ไหมเห็นพวกมันสบายกว่าท่านที่ต้องไปโรงเรียนแต่พวกมันแม้กระทั่งเดินยังไม่ต้องอิจฉาล่ะสิ
หน็อยเ้าพวกสองตัวนี้นับวันยิ่งกล้าต่อล้อต่อเถียง
" พลังหยางในร่างจะเคลื่อนไหวไม่ดีทำให้ร่างกายไม่สามารถจดจำการเคลื่อนไหวปราณในร่างยามต่อสู้ แม้แต่การเดินก็สามารถฝึกวิชาได้ แต่พวกเธอทำแบบนี้ มันเสียเวลาเปล่า " หากปรามศิษย์จอมี้เีไม่ได้ก็อย่าเรียกเธอว่าอาจารย์
" กุ๊ก/จิ๊บ " ทำไมไม่บอกนี้พวกมันใช้เวลาเปล่าประโยชน์หรือ ทำไมไม่บอกแม้แต่การเดินธรรมดาก็ฝึกวิชาได้
ทั้งสองะโลงจากตระกร้าสานโดยพร้อมเพรียง ทิ้งให้เอียนหยาหลานที่มองเธอย่างชื่นชมที่มีคำพูดออกมาไม่กี่คำก็สามารถปราบเ้าศิษย์จอมี้เีทั้งสองตัวได้โดยที่มันสองตัวไม่รู้สักนิดว่าได้เสียรู้ให้กับท่านอาจารย์ตัวน้อยแล้ว
พวกชาวบ้านหลายคนเมื่อเห็นทั้งสามที่เดินเข้าหมู่บ้านพร้อมกันก็ได้แต่ยิ้มด้วยความเอ็นดูปนขับขันกับภาพของชาวหนุ่มหล่อเหลาถือตระกร้าหวายสานโดยมีเ้าไก่และนกนอนในนั้นมายืนรอรับเด็กหญิงตัวน้อยที่หน้าหมู่บ้านเป็ประจำ เเละพวกเขาเริ่มจะชาชินกับภาพประหลาดนี้ไปแบบไม่รู้ตัวสักนิด
คิดว่าทั้งสามมารอรับเธอด้วยความกตัญญูและเคารพหรือ พวกคุณคิดผิดแล้ว
" ไปกินแตงบ้านไหนมากันล่ะ " เธอคว้าตระกร้าใบนั้นจากมือของเอียนหยาหลานโยนให้เ้าเสี่ยวเฟยที่ใช้จะงอยปากคาบไว้อย่างรู้งานแล้วเอากระเป๋านักเรียนส่งให้เขาที่รับมาถือย่างนอบน้อม
นี้สิถึงเรียกว่ากตัญญูต่อเธอ
" บ้านยายเฉียนขอรับ " บ้านนั้นพวกเขาศิษย์พี่ศิษย์น้องไปกินมาแถม่นี้ไม่ไปกินอย่างเดียวตอนนี้เริ่มช่วยปลูกแล้วด้วย เหมือนจะรู้ตัวว่าตัวเองแสดงความชอบเผือกมา
ถึงขนาดไปช่วยปลูกด้วยบ้านยายเฉียนกลายเป็สวนแตงให้พวกมันทั้งกินทั้งเก็บแถมปลูกเสร็จสรรพ หน้าอายเกินไปแล้ว
เอียนหยาหลานใช้มือปิดความอับอายถึงแม้มือข้างหนึ่งจะถือร่มกระดาษสีดำปักอักษรโบราณที่ใครก็อ่านไม่ออกก็เถอะ และแน่นอนคงไม่มีใครอ่านออกหรอกนั้นไม่ใช่อักษรโบราณแต่เป็อักขระลงอาคมค่ายกลรวมพลังหยินที่เธอใช้เวลานับเดือนในการสร้างร่มอาคมที่เป็ทั้งอาวุธทั้งเกราะกันภัยให้ศิษย์ผีตนนี้
ร่มกระดาษนี้ทำให้เอียนหยาหลานใช้ชีวิตเป็มนุษย์คนหนึ่งในหมู่บ้านหยูหลินโดยไม่มีใครระแคะระคายว่าเ้าคนประหลาดหน้าตาหล่อเหลาในชุดโบราณสีทองปักลายันี้ไม่ใช่คนมีเืเนื้อแต่เป็ผีที่อยู่ใต้แสงตะวันยามเที่ยง
หรือมีคนรู้แล้วแต่ไม่พูด เช่นหญิงกลางคนข้างบ้านที่ชอบโผล่หัวมองข้างกำแพงบ้าน
เมื่อถึงบ้านเอียนหยาหลานก็ไม่ต้องอาศัยร่มกระดาษบัดบังพลังหยางอีกเพราะที่แห่งนี้เป็ค่ายกลที่สามารถปกป้องเขาจากพลังหยางที่ตรงกันข้ามกับภูติผีที่ดำรงอยู่ด้วยพลังหยินแบบเขา
" ฉันปิดหยุดยาว่ปีใหม่ทั้งยังอาทิตย์หน้าลุงใหญ่กับครอบครัวแล้วก็อาสามจะมาฉันจะพาพวกเธอเข้าเขาทำพิธีรับศิษย์อย่างเป็ทางการจุดธูปบูชาฟ้าดินบอกกล่าว เตรียมตัวไว้ พรุ่งนี้เราจะออกเดินทางกัน "
" กุ๊ก/จิ๊บ/ขอรับ " ทั้งสามรับคำจากนั้นก็ตัดสินใจเดินเข้าสู่ห้องใหญ่ที่ตั้งอยู่หลังบ้านที่นี้คือที่อยู่และสิงสู่ของทั้งสามที่ท่านอาจารย์พวกเขาขอให้นายท่านผู้ชายสร้างให้
ห้องถูกสร้างด้วยอิฐขาวพื้นกระเบื้องเงาหลังคาแดงทั้งสะอาดและกว้างตกแต่งอย่างสวยงามชั้นวางของสี่เหลี่ยมมีตำราโบราณละหนังสือเต็มชั้นเตียงไม้แกะสลักปูผ้าไหมของเอียนหยาหลานตู้ใบเล็กไว้เก็บของสามใบพร้อมกับมุมหนึ่งมีรังฟางบุนวมด้วยผ้าไหมสีแดงปักลายไก่ด้วยด้ายสีทองของเสี่ยวเฟยและข้างกันเป็คอนนกพร้อมรังสานที่หรูหราของเสี่ยวฝาน
ห้องนี้ถูกสร้างให้พวกศิษย์อยู่เป็ส่วนตัวเพื่อใช้ในการฝึกฝนและพักโดยไม่ไปรบกวนคนในบ้านข้าวของทุกชิ้นถูกสั่งทำและออกแบบอย่างพิถีพิถันโดยอาจารย์ตัวน้อยที่ลงมือคุมงานช่างในหมู่บ้านที่จ้างมา แม้แต่เอียนหยาหลานก็ยังได้มีเตียงไม้แกะสลักลงอาคมเสริมพลังกับตู้เก็บของใบหนึ่งทำเขาซาบซึ้งใจกับความยุติธรรมที่ได้รับ
ทั้งสามมุ่งตรงไปที่ตู้เก็บของตัวเองแล้วเปิดเอาของบางอย่างออกมาในมือของเอียนหยาหลานถือกล่องใบเล็ก ส่วนศิษย์พี่ภูติสัตว์ทั้งสองตัวจะงอยปากจิกถุงผ้าสีแดงไว้คนละถุงดวงตาสามคู่มองไปที่ทิศทางเดียวกัน
ในที่สุดของที่พวกเขาเตรียมการไว้นานก็สามารถเอาออกมาได้สักที