หลินเทียนที่นอนฟังอยู่เงียบ ๆ จึงลุกขึ้น ก่อนจะพูดขึ้น
“เอาเถอะ ๆ ยังไงเ้าก็อยู่ในร้านข้าแล้ว คงวางใจได้บ้าง ส่วนพวกนั้นเป็ใคร เดี๋ยวข้าจะลองไปถามคนที่พอมีความรู้กว้างขวางดู ส่วนวันนี้ ทานอาหารกันแล้วพักผ่อน พรุ่งนี้ค่อยคิดอ่านกันใหม่”
ทุกคนพยักหน้าเห็นด้วย ก่อนที่หลินเทียนจะนึกอะไรขึ้นได้ เขาหยิบยาเม็ดหนึ่งออกมาแล้วยื่นให้หลิงเอ๋อ
“นี่คือยา เ้าเอาไปดูดซับแล้วรักษาตัวเองซะ ท่าทางเ้าคงได้รับาเ็และเสียพลังปราณไปไม่น้อย”
หลิงเอ๋อรับยานั้นมาก่อนจะเอ่ยขอบคุณอย่างยินดี
จากนั้นทั้งหมดก็ทานอาหารร่วมกัน ก่อนจะแยกย้ายไปพักผ่อน ชิงชิงจัดห้องให้หลิงเอ๋ออยู่ห้องหนึ่ง ส่วนตัวนางเอง…ก็ยังแอบเข้ามาในห้องของหลินเทียนเช่นเดิม
เช้าวันใหม่ แสงอรุณทอดผ่านผ้าม่านเข้ามาราง ๆ
หลินเทียนลุกขึ้นก่อนจะบิดี้เีไปมา เ้าดำก็ตื่นขึ้นมาพร้อมกัน ส่วนชิงชิงนั้นตื่นั้แ่ฟ้ายังไม่สาง แล้วไปที่ใดก็ไม่รู้
หลินเทียนเดินออกมาด้านนอก ฝากงานให้พวกจินซี ไป๋ซี และเฉินเฟิงจัดการ พร้อมทั้งให้ผู้าุโหานซือช่วยดูแล
“ข้าจะออกไปทำธุระด้านนอก ฝากพวกเ้าด้วย”
ผู้าุโหานซือรับคำ ก่อนจะไปคอยแนะนำเด็ก ๆ ว่าควรทำอะไรบ้าง
ส่วนหลินเทียนกับเ้าดำ ก็เดินออกไปตามถนน มุ่งหน้าไปยังสมาคมการค้า
ไม่นาน เขาก็มาถึง
หลินเทียนเดินเข้าไปถามพนักงานคนหนึ่ง ซึ่งดูเหมือนจะเป็รองผู้จัดการของซือเหยา
“เอ่อ…เหยาเหยาอยู่หรือไม่ ข้าอยากคุยกับนางบางเื่”
หญิงสาวคนนั้นมองเขา ก่อนจะเอ่ยเสียงหวาน
“อ้อ คุณชายหลินนี่เอง คุณผู้จัดการอยู่ด้านในค่ะ เชิญท่านเข้าไปได้เลย ท่านผู้จัดการสั่งไว้ว่า หากคุณชายมาที่นี่ ให้เข้าไปพบได้ทันทีค่ะ”
หลินเทียนขอบคุณนาง ก่อนจะเดินเข้าไปด้านใน เขาเคาะประตูเบา ๆ เมื่อได้ยินเสียงอนุญาต จึงเปิดประตูเข้าไป
ภายในห้อง ซือเหยากำลังนั่งดูของบางอย่างในกล่องไม้ เมื่อเห็นเขา นางก็วางมันลง ก่อนจะเอ่ยด้วยเสียงใส
“คุณชายหลิน ท่านมีธุระอะไรให้ข้าช่วยหรือคะ”
นางเชิญให้เขานั่ง ก่อนจะรินน้ำชาให้
หลินเทียนรับมา จิบเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบ
“ข้าอยากถามบางเื่ เมื่อวานข้าไปช่วยเด็กสาวคนหนึ่งมา นางบอกว่ามาจากเมืองทางทิศตะวันออก เ้ามีข้อมูลเกี่ยวกับที่นั่นหรือไม่ ค่าเสียเวลาเดี๋ยวข้าจ่ายให้”
ซือเหยานิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบ
“เมืองทางทิศตะวันออกนั้น เป็อาณาจักรขนาดใหญ่มากค่ะ ข้าเองก็รู้ไม่มากนัก แต่เท่าที่ทราบ สำนักใหญ่หลายแห่งที่มีสาขาอยู่ในเมืองนี้ สำนักหลักของพวกเขาตั้งอยู่ที่นั่นค่ะ ถือเป็หนึ่งในมหาอำนาจของอาณาจักรนั้น”
นางหยุดเล็กน้อยก่อนจะพูดต่อ
“พ่อของข้าเองก็เคยไปค้าขายที่นั่น แต่เพราะมันอยู่ไกลจากเมืองชายขอบแห่งนี้มาก จึงมีไม่กี่คนที่เคยไป ข้ารู้เพียงเท่านี้ค่ะ ส่วนค่าตอบแทน ข้าไม่รับหรอก ถือว่าตอบแทนที่ท่านเคยช่วยข้าไว้”
หลินเทียนกอดอก ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้า
“งั้นรึ ไม่เป็ไร ข้อมูลเท่านี้ก็ช่วยข้าได้มากแล้ว งั้นข้าขอตัวก่อน”
เขาลุกขึ้นเตรียมจากไป แต่ก่อนจะออกจากห้อง เขาหยุดเล็กน้อย ก่อนจะหยิบยาเม็ดหนึ่งออกมายื่นให้ซือเหยา
ซือเหยามองอย่างสงสัย
“นี่คือยาอะไรหรือคะ ท่านให้ข้าทำไม”
หลินเทียนยิ้มเล็กน้อย
“ดูจากพลังปราณของเ้าแล้ว คงใกล้จะทะลวงระดับ นี่คือยาระดับ 4 เอาไปใช้เถอะ มันจะช่วยให้เ้าทะลวงได้ง่ายขึ้น”
ซือเหยารับมา สีหน้าประหลาดใจ
“ท่านจะให้ข้าจริง ๆ หรือคะ นี่คือยาระดับ 4 เลยนะ ถ้านำไปขาย อย่างน้อยต้องได้พันหินิญญาแน่ ๆ”
หลินเทียนเพียงพยักหน้า ก่อนจะเดินออกไป
เขาเดินไปตามถนนอย่างสบายอารมณ์
แต่จู่ ๆ เสียงเสี่ยวเอ๋อก็ดังขึ้นในหัว
“ข้าไม่อยากเชื่อเลยนะคะ นายท่านจะให้ของมีค่ากับผู้อื่น ข้าคงต้องมองท่านใหม่แล้วจริง ๆ (◕ᴗ◕✿)”
หลินเทียนชะงัก ก่อนจะกระแอมเบา ๆ
“ข้าก็ขอให้นางช่วยหลายเื่ ของตอบแทนเล็กน้อยแค่นี้ ไม่ทำให้ขนขาข้าร่วงหรอก”
แต่ทันใดนั้น เ้าดำก็เอ่ยขึ้น
“พี่ใหญ่ ท่านนี่ไม่ธรรมดาจริง ๆ ข้าดูแป๊บเดียวก็รู้แล้ว หญิงผู้นั้นต้องคิดอะไรกับท่านแน่ ๆ”
มันหัวเราะคิกคัก
หลินเทียนทำหน้าบึ้งทันที
“เงียบไปเลย ถ้าแกยังอยากกินอาหารต่อ ก็หัดเงียบเสียบ้าง ไม่งั้นข้าจะจับแกไปย่างไฟจริง ๆ”
หลินเทียนเดินไปตามถนนพลางบ่นพึมพำกับตัวเองไม่หยุด
“เฮ้อ…่นี้รอบตัวข้ามีแต่เื่วุ่นวายจริง ๆ ตอนแรกก็คิดว่าจะเปิดร้านขายยาเงียบ ๆ ใช้ชีวิตสบาย ๆ แท้ ๆ”
เ้าดำที่เกาะอยู่บนไหล่ส่ายหัวไปมา ก่อนจะหัวเราะ
“พี่ใหญ่ คนอย่างท่านต่อให้อยู่เฉย ๆ เดี๋ยวเื่ก็วิ่งมาหาเองนั่นแหละ”
“หุบปากไปเลย เ้ามีสิทธิ์มาพูดข้าด้วยรึ ตัวต้นเหตุอันดับต้น ๆ ก็คือเ้านี่แหละ”
“เกี่ยวอะไรกับข้ากันเล่า!”
หนึ่งคนหนึ่งัเถียงกันไปตลอดทาง จนคนแถวนั้นเริ่มมองด้วยสายตาแปลก ๆ
หลินเทียนถอนหายใจ ก่อนจะหยิบผลไม้ออกมากัดคำหนึ่ง
“ตอนนี้ในร้านก็มีทั้งเด็กเก็บได้ เด็กกำพร้า คนเจ็บ คนแก่…อีกหน่อยร้านข้าคงกลายเป็สถานสงเคราะห์แล้วกระมัง”
เ้าดำหัวเราะคิกคัก
“แต่พี่ใหญ่ดูจะสนุกอยู่นะ”
“สนุกบ้าอะไร ข้าเหนื่อยจะตายอยู่แล้ว”
ระหว่างที่กำลังเดินบ่นไปเรื่อย ๆ สายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นร่างคุ้นตาสองคนอยู่ไม่ไกล
ชิงชิงกำลังเดินเลือกของอยู่หน้าร้านเสื้อผ้าแห่งหนึ่ง ส่วนด้านข้าง หลิงเอ๋อกำลังยืนมองชุดต่าง ๆ ด้วยสีหน้าลังเล
เด็กสาวเปลี่ยนเป็ชุดใหม่เรียบร้อยแล้ว แต่ดูเหมือนชิงชิงยังไม่พอใจนัก เพราะในมือของนางเต็มไปด้วยถุงผ้าและเครื่องประดับเล็ก ๆ มากมาย
หลินเทียนมุมปากกระตุกทันที
“...พวกนางไปปล้นร้านมารึไง”
เ้าดำมองตาม ก่อนจะพยักหน้าอย่างจริงจัง
“ผู้หญิงน่ากลัวจริง ๆ”
ทันใดนั้น ชิงชิงก็หันมาเห็นเขาพอดี ดวงตาของนางเป็ประกายขึ้นทันที
“คุณชายหลิน!”
นางรีบโบกมือเรียก ก่อนจะลากหลิงเอ๋อเดินเข้ามา
หลิงเอ๋อดูใเล็กน้อย ก่อนจะก้มหน้าลงนิด ๆ อย่างเขินอาย
ชิงชิงยิ้มกว้าง ก่อนจะหมุนตัวเด็กสาวให้ดู
“เป็อย่างไรบ้าง ข้าพาหลิงเอ๋อออกมาซื้อชุดใหม่กับของใช้ นางใส่ชุดนี้แล้วน่ารักใช่หรือไม่”
หลินเทียนมองอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้าแบบขอไปที
“อืม ก็ดูเหมือนคนขึ้นเยอะ”
หลิงเอ๋อชะงักทันที สีหน้าเหมือนจะพูดอะไรแต่ก็พูดไม่ออก
ส่วนชิงชิงกลับหัวเราะออกมา
“คุณชายนี่พูดไม่เพราะจริง ๆ เลย”
เ้าดำเองก็ยื่นหัวออกมาพยักหน้าเห็นด้วย
“ใช่ ๆ พี่ใหญ่ควรหัดพูดดี ๆ กับสาวงามบ้าง”
หลินเทียนยกมือขึ้นดีดหัวมันดังโป๊ก
“เงียบไปเลยเ้างูดำย่างไฟ”
“ข้าเป็ั!” เ้าดำร้องประท้วงทันที
ชิงชิงหัวเราะจนไหล่สั่น ส่วนหลิงเอ๋อก็หลุดหัวเราะเบา ๆ ออกมาเช่นกัน
บรรยากาศที่เคยตึงเครียดั้แ่เมื่อวาน…ดูผ่อนคลายลงไม่น้อย
หลินเทียนมองภาพนั้นอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะถอนหายใจเบา ๆ
“เอาเถอะ ไหน ๆ ก็ออกมากันแล้ว เดี๋ยวข้าเลี้ยงอาหารเอง”
ไม่นาน ทั้งสามก็มาหยุดอยู่หน้าร้านอาหารแห่งหนึ่ง
หลินเทียนเดินนำเข้าไป ก่อนจะสั่งอาหารอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นจึงพาทั้งสองขึ้นไปนั่งที่โต๊ะริมหน้าต่างบนชั้นสอง
บรรยากาศเงียบลงชั่วขณะ มีเพียงเสียงผู้คนจากด้านล่างกับกลิ่นอาหารหอม ๆ ที่ลอยอบอวลอยู่รอบตัว
ชิงชิงมองหลินเทียน ก่อนจะเอ่ยถามขึ้น
“คุณชายหลิน ท่านไปไหนมากัน ไม่อยู่ดูแลร้านงั้นหรือคะ”
หลินเทียนเหลือบตามองหลิงเอ๋อเล็กน้อย ก่อนจะตอบเสียงเรียบ
“อ้อ พอดีข้ามีธุระนิดหน่อย ส่วนร้าน ข้าให้ผู้าุโหานซือกับเด็ก ๆ จัดการไปแล้ว”
ชิงชิงพยักหน้า ก่อนจะไม่ได้ถามอะไรต่อ
ไม่นาน อาหารก็ถูกนำมาเสิร์ฟ ทั้งสามนั่งทานกันเงียบ ๆ อยู่พักหนึ่ง ก่อนจะจ่ายเงินแล้วเดินออกมาด้านนอก
ชิงชิงกับหลิงเอ๋อเดินตามหลังมา ทั้งสองพูดคุยกันเสียงเบาตามประสา
แต่หลังจากเดินมาได้สักพัก ชิงชิงก็เอ่ยถามขึ้นด้วยความสงสัย
“เอ่อ…คุณชายหลิน ท่านจะไปที่ใดกัน เราเดินมาสักพักแล้วนะคะ”
หลินเทียนยิ้มมุมปาก
“ข้าจะไปสมาคมหลอมยาสักหน่อย พอดีลูกชายตัวน้อยมันร้องหาข้าน่ะ”
พูดจบ เขาก็ยิ้มเ้าเล่ห์ออกมา
ชิงชิงได้แต่ทำหน้าสงสัย แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรต่อทั้งสามเดินถามถนนมาเรื่อยๆอย่างไม่รีบร้อน
“ถั่วอบใหม่จ้า! ถั่วหอม ๆ เพิ่งออกจากเตา!”
ทันใดนั้น หลินเทียนที่กำลังกินผลไม้อยู่ก็ชะงักฝีเท้าเล็กน้อย
กลิ่นหอมของถั่วอบลอยมากับสายลม จนเ้าตัวหันขวับไปมองทันที
“กลิ่นไม่เลวเลยนี่…”
เ้าดำที่เกาะอยู่บนไหล่เองก็สูดจมูกฟุดฟิด
“หอมจริงด้วยพี่ใหญ่!”
หลินเทียนเปลี่ยนทิศทางทันที เดินตรงไปยังร้านเล็ก ๆ ข้างทางที่มีชายชราคนหนึ่งกำลังนั่งเฝ้าอยู่
บนโต๊ะไม้เก่า ๆ มีถั่วอบกองอยู่จำนวนมาก กลิ่นหอมลอยอบอวลจนคนผ่านไปมาต้องหันมอง
ชายชราเห็นลูกค้าเข้ามา ดวงตาก็เป็ประกายขึ้นทันที
“พ่อหนุ่ม จะลองชิมดูก่อนไหม นี่เป็ถั่วที่บ้านข้าปลูกเองทั้งหมด รับรองรสชาติดีแน่นอน”
หลินเทียนพยักหน้า ก่อนจะหยิบขึ้นมาจำนวนหนึ่งโยนเข้าปาก
เสียงกรุบดังขึ้นเบา ๆ
เพียงครู่เดียว สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย
ถั่วเม็ดนี้ทั้งหอม มัน และมีรสหวานอ่อน ๆ ติดปลายลิ้น ต่างจากถั่วทั่วไปอย่างชัดเจน
“อืม…อร่อยใช้ได้เลย”
เขาพยักหน้าอย่างพอใจ ก่อนจะถามขึ้นทันที
“ท่านลุงมีทั้งหมดเท่าไร”
ชายชราดูตื่นเต้นขึ้นมาเล็กน้อย
“ประมาณพันชั่งได้ ข้าขายชั่งละห้าสิบเหรียญทองแดง รวมทั้งหมดก็ห้าสิบเหรียญเงิน”
หลินเทียนพยักหน้าอย่างไม่ลังเล
“ข้าเอาทั้งหมด”
ชายชราใอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะรีบยิ้มกว้างด้วยความดีใจ
“จริงรึพ่อหนุ่ม! ได้ ๆ เดี๋ยวข้าจะรีบไปยกมาให้!”
เขารีบลุกขึ้นเดินเข้าไปด้านในร้านทันที
แต่ไม่นานนัก ก็มีหญิงชราคนหนึ่งเดินออกมาช่วยขนของด้วย
ใบหน้าของนางซีดเซียว ร่างกายดูอ่อนแรงอย่างเห็นได้ชัด ราวกับป่วยหนักมานาน
ชายชราเห็นดังนั้นก็รีบเข้าไปประคอง
“ยายเฒ่า เ้าจะออกมาทำไม ข้าบอกให้พักอยู่ด้านในไม่ใช่หรือ เดี๋ยวอาการก็ทรุดอีกหรอก”
หญิงชรายิ้มบาง ๆ ก่อนจะส่ายหน้า
“ของตั้งเยอะ เ้าจะยกคนเดียวไหวได้อย่างไร ข้าช่วยอีกแรงเถอะ”
ชายชราทำหน้าเป็กังวล แต่ก็ห้ามไม่สำเร็จ
หลินเทียนที่ยืนมองอยู่เงียบ ๆ จึงเดินเข้าไปทันที
“เอาเถอะ ท่านลุง เดี๋ยวข้าจัดการเอง”
พูดจบ เขาก็โบกมือเก็บถุงถั่วทั้งหมดเข้าไปในมิติอย่างรวดเร็ว
เพียงพริบตาเดียว ถั่วจำนวนมหาศาลก็หายวับไปจนหมด
ชายชรากับหญิงชรามองอย่างตะลึง
หลินเทียนตบมือเบา ๆ ก่อนจะพูดขึ้น
“เรียบร้อย แบบนี้ท่านทั้งสองก็ไม่ต้องเหนื่อยแล้ว”
จากนั้นเขาก็หยิบเงินออกมาจากมิติ กำไว้ในมือ ก่อนจะยื่นให้ชายชรา
ชายชรายื่นมือมารับตามสัญชาตญาณ แต่พอก้มมอง เขาก็ชะงักทันที
ในมือของเขา…มีเหรียญทองอยู่มากกว่าสามสิบเหรียญ
ชายชราตาเบิกกว้าง รีบส่ายหน้าแล้วส่งคืนทันที
“พ่อหนุ่ม! มากเกินไปแล้ว ข้าขายเพียงห้าสิบเหรียญเงินเท่านั้น!”
แต่หลินเทียนกลับไม่รับคืน
เขาเพียงยิ้มเล็กน้อย ก่อนจะตอบเรียบ ๆ
“ถั่วของท่านคุณภาพดี ข้าพอใจ ก็ถือว่าเป็ค่าตอบแทนเพิ่มแล้วกัน”
พูดจบ เขาก็หยิบยาเม็ดหนึ่งออกมายื่นให้อีกฝ่าย
“ส่วนนี่ เอาไว้ให้ภรรยาท่านกิน”
ชายชรารับมาอย่างงุนงง แต่ทันทีที่ััได้ถึงกลิ่นโอสถจากยา สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปทันที
มือทั้งสองเริ่มสั่นเล็กน้อย
“นะ…นี่มัน…”
เขารีบเงยหน้ามองหลินเทียนด้วยความใ
ในฐานะคนค้าขายอยู่มานาน แม้จะไม่ใช่นักหลอมยา แต่เขาก็พอมีความรู้บ้าง
ยาเม็ดนี้…ไม่ใช่ของธรรมดาแน่นอน
มันอาจมีค่ามากกว่าร้านของเขาทั้งร้านรวมกันเสียอีก
ชายชรารีบจะส่งคืน
“พ่อหนุ่ม ของล้ำค่าเช่นนี้ ข้ารับไว้ไม่ได้จริง ๆ!”
แต่หลินเทียนเพียงโบกมือ
“รับไว้เถอะ ถือว่าเป็ค่าถั่วก็แล้วกัน”
พูดจบ เขาก็หมุนตัวเดินออกไปทันที ราวกับไม่อยากเปิดโอกาสให้อีกฝ่ายปฏิเสธ
ชายชรากับภรรยาได้แต่มองแผ่นหลังของเขาอย่างเหม่อลอย
ดวงตาของหญิงชราเริ่มแดงขึ้นเล็กน้อย
“เรา…เจอคนดีเข้าแล้วจริง ๆ สินะ…”
ชายชรากำยาในมือแน่น ก่อนจะพยักหน้าช้า ๆ
อีกด้านหนึ่ง หลินเทียนกำลังเดินกินถั่วอย่างอารมณ์ดี
เสียงกรุบกรอบดังเป็ระยะ
เ้าดำเองก็ยื่นหัวเข้ามาใกล้
“พี่ใหญ่ ข้าขอกินบ้างสิ”
“เออ ๆ”
หลินเทียนโยนถั่วให้มันกำหนึ่ง ก่อนจะกินต่ออย่างสบายใจ
ด้านหลัง หลิงเอ๋อที่เดินคู่กับชิงชิง ก็กระซิบถามเบา ๆ
“พี่ชิงชิง…ปกติพี่ชายเขาใจดีแบบนี้หรือ”
ชิงชิงหลุดหัวเราะออกมาเบา ๆ
“ไม่หรอก คุณชายเป็คนแปลก ๆ เข้าใจยากจะตาย”
นางมองแผ่นหลังของหลินเทียน ก่อนจะพูดต่อด้วยรอยยิ้ม
“บางครั้งก็ใจดี ช่วยเหลือคนอื่นโดยไม่หวังสิ่งตอบแทนอะไรเลย”
“แต่บางครั้ง…เขาก็ชอบทำตัวแปลก ๆ โมโหอยู่คนเดียว บ่นอะไรไม่รู้ทั้งวัน”
หลิงเอ๋อหัวเราะเบา ๆ ตามไปด้วย
“ถึงอย่างนั้น…อย่าไปหาเื่หรือทำให้เขาขุ่นเคืองเด็ดขาดล่ะ”
“เพราะเวลาคุณชายเอาจริงเอาจังขึ้นมา…”
นางหยุดเล็กน้อย ก่อนจะยิ้มบาง ๆ
“เขาทั้งน่ากลัวและแข็งแกร่งมากจริง ๆ”
หลิงเอ๋อได้ยินเช่นนั้น ก็เงียบไปเล็กน้อย ก่อนจะมองแผ่นหลังของหลินเทียนที่เดินนำอยู่ด้านหน้า
สายลมพัดผ่านเส้นผมสีดำของเขาเบา ๆ
ท่าทางยังคงดูี้เีเหมือนเดิม…แต่กลับทำให้คนรู้สึกอุ่นใจอย่างประหลาด
ไม่นาน ทั้งสามก็มาถึงหน้าสมาคมหลอมยา
หลินเทียนเดินนำเข้าไปด้านในทันที
ภายในสมาคมยังคงเต็มไปด้วยกลิ่นสมุนไพรและเสียงพูดคุยของนักหลอมยาเช่นเดิม
แต่ทันทีที่เขาเดินเข้ามา เสียงหนึ่งก็ดังขึ้น
“ปรมาจารย์หลิน!”
ชายชราคนหนึ่งรีบเดินเข้ามาด้วยสีหน้ายินดี
ปรมาจารย์เซียวนั่นเอง
“ในที่สุดท่านก็มา ข้ากำลังรอท่านอยู่พอดี”
เขารีบเชิญหลินเทียนเข้าไปยังห้องโถงด้านใน
เมื่อทุกคนนั่งลงเรียบร้อยแล้ว ปรมาจารย์เซียวจึงหยิบของสองอย่างออกมาวางบนโต๊ะ
อย่างแรกคือกล่องหยกใบหนึ่ง ภายในบรรจุดอกิญญาโลหิตเอาไว้ กลิ่นพลังิญญาอ่อน ๆ แผ่ออกมาจากด้านใน
ส่วนอีกอย่าง คือศิลาผนึกเจ็ดดารา
หลินเทียนเห็นของทั้งสอง ก็เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย
ปรมาจารย์เซียวรีบอธิบาย
“ทั้งหมดนี้ เป็ของที่ปรมาจารย์ิฝากข้ามามอบให้ท่าน”
“ดอกิญญาโลหิต เป็ของเดิมพันที่เขาแพ้ให้แก่ท่านตามสัญญา”
“ส่วนศิลาผนึกเจ็ดดารา…เป็คำขอโทษจากเขา ที่ก่อนหน้านี้เสียมารยาทกับท่าน”
หลินเทียนพยักหน้า ก่อนจะเก็บของทั้งสองเข้าไปในมิติ
หลังจากนั้น ปรมาจารย์เซียวก็รีบนำโอสถที่ตนหลอมออกมาให้หลินเทียนดู พร้อมทั้งขอคำชี้แนะ
หลินเทียนตรวจดูอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเริ่มชี้ข้อผิดพลาดออกมาทีละจุด
ั้แ่จังหวะควบคุมไฟ วิธีผสานพลังิญญา ไปจนถึง่เวลาการรวมตัวยา
ปรมาจารย์เซียวฟังจนตาเป็ประกาย ราวกับได้รับคำสอนล้ำค่า
เวลาผ่านไปพักใหญ่ หลินเทียนจึงขอตัวออกมา
จากนั้นทั้งสามก็เดินกลับไปยังร้านขายยาของเขา
แต่ทันทีที่มาถึงหน้าร้าน หลินเทียนก็ชะงักไปเล็กน้อย
หน้าร้านเต็มไปด้วยผู้คนจำนวนมาก
อย่างน้อยก็มียี่สิบกว่าคน
บางคนนั่งรออยู่บนเก้าอี้ บางคนยืนเลือกสินค้า ส่วนบางคนกำลังฟังคำอธิบายจากผู้าุโหานซืออย่างตั้งใจ
“โอสถฟื้นฟูปราณชุดนี้ เหมาะสำหรับผู้ฝึกตนระดับต่ำถึงกลาง สามารถช่วยฟื้นฟูพลังได้รวดเร็ว…”
ผู้าุโหานซือกำลังอธิบายสรรพคุณยาอย่างคล่องแคล่ว
จินซีและเฉินเฟิงเองก็ช่วยกันวิ่งวุ่นจัดของจนแทบไม่มีเวลาหายใจ
หลินเทียนมองภาพตรงหน้า ก่อนจะนิ่งไปครู่หนึ่ง
เ้าดำที่เกาะอยู่บนไหล่ก็เบิกตากว้าง
“พี่ใหญ่…ร้านเราดังขนาดนี้ั้แ่เมื่อไร”
“ก็ตอนที่แกเอาแต่นอนไม่สนใจรอบข้างเลยไง”
หลินเทียนตอบเ้าดำไปเสียงหัวเราะเบาๆของทั้งสามจึงดังขึ้นจากนั้นก็พากันเดินเข้าไปด้านในร้านที่เต็มไปด้วยความวุ่นวาย