วันนี้เป็นวันเสาร์ที่อากาศสดใสและแสนจะปลอดโปร่ง กู้เฉิงเซียวก็เช่นเคย เขาทำให้หลินเฉี่ยนนอนหลับไปตลอดทั้งคืนด้วยความเหนื่อยล้าจากภารกิจรักบนเตียง
ทันใดนั้นเอง ความเงียบสงบก็ถูกทำลายด้วยเสียงเอะอะโวยวายจากด้านล่างซึ่งก็แน่นอนว่าเสียงนั้นปลุกเธอให้ตื่น
หลังจากนั้น เสี่ยวหลิงก็ขึ้นมาเคาะประตู “คุณผู้หญิง คุณผู้หญิงตื่นรึยังคะ ?”
“อืม... เข้ามาสิ” หลินเฉี่ยนบอกอย่างงัวเงีย
เสี่ยวหลิงเข้าห้องมาอย่างตื่นตระหนก เธอละล่ำละลักพูดว่า “คุณหนูคะ คุณนายมาค่ะ แถมยังพาหมอทหารมาหลายคนด้วยนะคะ”
หลินเฉี่ยนถามอย่างแปลกใจ “เห...? ทำไม ? พาหมอทหารมาทำไม?”
“ไม่รู้ค่ะ คุณนายบอกแค่ว่าให้คุณรีบลงไปค่ะ”
หลินเฉี่ยนไม่กล้าเสียเวลาอีกเธอจึงรีบลุกขึ้นจากเตียง “เสี่ยวหลิง เธอช่วยเตรียมเสื้อผ้าให้ฉันหน่อย ฉันจะรีบไปล้างหน้าแปรงฟัน”
“ได้เลยค่ะ” เสี่ยวหลิงตอบรับ สีหน้ายังเต็มไปด้วยความกังวล
ที่ชั้นล่าง เย้เชี่ยนหรูรออย่างหงุดหงิด หากให้รอไปมากกว่านี้เธอคงจะโมโหมากขึ้นเรื่อย ๆ มันไม่ง่ายเลยที่จะหานักวิชาการสองสามท่านนี้มาได้ ไม่ง่ายเลยที่กู้เฉิงเซียวจะไม่อยู่ที่นี่ เธอจะต้องหาความแน่นอนกับเรื่องนี้ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้
“เหล่าเหยียน ทำไมหลินเฉี่ยนยังไม่ลงมาอีกล่ะ ?” เย้เชี่ยนหรูถามพ่อบ้าน “นี่มันกี่โมงกี่ยามแล้วยังจะนอนอยู่อีก ทำตัวเหมือนกับพวกขี้เกียจสันหลังยาวแบบนี้ฉันไม่ชอบ”
พ่อบ้านโค้งตัวลงพร้อมก้มศีรษะของเขา “คุณนายครับ จริง ๆ แล้วเวลาคุณหนูไปเรียนเธอก็ตื่นเช้านะครับ แต่เป็นเพราะวันนี้เป็นวันเสาร์เธอก็เลยอาจจะสายหน่อย”
“วันเสาร์ก็ไม่ตื่นได้ด้วยเหรอ ? อะไรกัน ? ขี้เกียจแบบนี้ฉันจะเอาหน้าไปไว้ไหน ?”
เดิมทีสิ่งที่พ่อบ้านอยากจะพูดก็คือคุณผู้ชายกำชับทุกคนว่าอย่าไปปลุกคุณหนูให้ตื่น แต่ถ้าพูดอย่างนั้นไปก็เกรงว่าจะทำให้คุณนายโกรธเพิ่มเข้าไปอีก ด้วยเหตุนี้ พ่อบ้านจึงทำได้เพียงยอมรับและตามน้ำไปกับคุณนายของเขา
“ใช่ครับ ที่คุณนายพูดก็ถูกครับ หลังจากนี้พวกเราจะเรียกคุณหนูตื่นนอนให้ตรงเวลาที่ถูกที่ควรนะครับ”
“แม้แต่ตัวเองยังบังคับให้ตื่นเองไม่ได้มันจะไปมีประโยชน์อะไร ?!” เย้เชี่ยนหรูบ่นอย่างอัดอั้นตันใจ เดิมทีก็ไม่ได้อยากจะตำหนิต่อหน้าทุกคนแบบนี้เพราะถึงยังไงเรื่องอับอายขายหน้าในบ้านก็ไม่ควรให้คนภายนอกรู้ แต่นี่มันเกี่ยวข้องกับชีวิตลูกชายของเธอ แล้วเธอจะไม่สนใจอะไรเลยก็คงจะไม่ได้ เธอไม่อยากให้ลูกชายต้องขายหน้า (แต่เธอไม่รู้ตัวเลยว่าที่ทำอยู่นี้นี่แหละทำให้ลูกชายขายหน้า!)
ในเวลาอันรวดเร็ว หลินเฉี่ยนก็รีบร้อนลงมา เธอสวมชุดกีฬาสีชมพูอ่อนลงมาพร้อมกับมัดผมหางม้าไว้ด้านหลัง นี่เป็นการปลอมตัวง่าย ๆ ที่ทำให้ดูเหมือนกับนักเรียนม.ปลายจะได้ดูเรียบร้อยน่าเอ็นดู
หลินเฉี่ยนมองเย้เชี่ยนหรูและมองใบหน้าของคนที่ไม่รู้จักเหล่านั้น พวกเขาสวมชุดทหารไว้ด้านในและคลุมทับด้วยเสื้อคลุมสีขาว สีหน้าของพวกเขาเต็มไปด้วยความประหลาดใจ
หลินเฉี่ยนเลื่อนสายตากลับมาที่แม่สามีของเธอแล้วถามขึ้นว่า “เอ่อ... แม่คะ แขกเหล่านี้คือ…… ”
“ไม่ต้องถาม นี่ลูกชายฉันไม่ได้มาเยี่ยมฉันเป็นครึ่งปีแล้ว เธอจะไม่ยอมให้ฉันมาเยี่ยมเขาหน่อยเหรอ ?” เย้เฉี่ยนหรูพูดพลางขมวดคิ้ว
“……..” หลินเฉี่ยนอึดอัดวางตัวไม่ถูก เธอจึงทำเป็นหัวเราะกลบเกลื่อนแต่นั่นมันดูไร้มารยาทไปหน่อย “ฮ่า ๆ ๆ ได้สิคะ ได้ จริง ๆ แล้วควรจะเป็นพวกเราไปเยี่ยมคุณแม่มากกว่าแต่วันนี้คุณแม่มาที่นี่มีเรื่องอะไรกันเหรอคะ ?”
“เธอแกล้งทำเป็นเลอะเลือนให้มันน้อย ๆ หน่อย เกิดอะไรขึ้นกับเธอ เธอไม่รู้เรื่องเลยรึไง ?”
หลินเฉี่ยนฟังพลางทำสีหน้ามึนงง เธอไม่เข้าใจจึงตัดสินใจถามออกไปอย่างช้า ๆ ด้วยความระมัดระวังว่า “หนูเหรอ ? เอ่อคือ……เกิดอะไรขึ้นกับหนูเหรอคะ ?”
เย้เชี่ยนหรูเคยมีประสบการณ์ต่อปากต่อคำมานักต่อนักแล้ว เธอจึงไม่อยากพูดไร้สาระกับหลินเฉี่ยนไปมากกว่านี้
เธอหันไปพูดกับทางทีมหมอทหารว่า “คุณหมอหู รบกวนหน่อยนะคะ”
หมอหูพยักหน้าและหันไปทางหลินเฉี่ยนแล้วพูดว่า “คุณหลินเฉี่ยนครับ ผมต้องการตรวจเลือดให้คุณอีกรอบ ขอความร่วมมือหน่อยนะครับ”
“ตรวจเลือดเหรอคะ ทำไมต้องตรวจด้วยล่ะคะ ?” หลินเฉี่ยนถอยออกมาก้าวหนึ่งตามสัญชาตญาณและมองพวกเขาอย่างพร้อมตั้งรับ “พวกคุณจะทำอะไรกันแน่ นี่มันเรื่องอะไรกันคะฉันงงไปหมดแล้ว ?”
เย้เชี่ยนหรูพาหมอผู้ชายที่ใส่ชุดหมอทหารมาสามท่าน โดยแบ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญแผนกโรคทางเพศสัมพันธ์ แผนกตรวจสอบ แผนกเลือด และมีหมออีกสามท่านซึ่งเป็นแพทย์ผู้ช่วยของพวกเขามาด้วย
ก็รวมเป็นหมอทหารหกท่านที่อยู่ที่นี่ ยังไม่นับบุคคลที่ไม่สวมหน้ากากและถุงมือกับพวกที่กำลังเตรียมเปิดกล่องยา และไหนจะยังมีคนที่เดินมาหาเธอซึ่งกำลังมองมาที่เธอราวกับกำลังจะกินเลือดกินเนื้ออีก
“พวกคุณคิดจะทำอะไรกันแน่ ? อย่าเข้ามานะฉันขอเตือนไว้ก่อนเลย!” หลินเฉี่ยนจ้องพวกเขาเขม็ง “กู้เฉิงเซียวยอมให้พวกคุณทำแบบนี้เหรอ พวกคุณกล้าเหรอ ?! จะตรวจเลือดอะไรทำไมไม่อธิบายกันหน่อย แบบนี้จะให้ฉันให้ความร่วมมือได้ยังไงกัน ?”
หมอทหารก็คือหมอที่ต้องอยู่ภายใต้อำนาจทหาร แน่นอนว่าเมื่อได้ยินนามของกู้เฉิงเซียว หมอหูคงไม่กล้าลงมือมั่วซั่วแน่
เย้เชี่ยนหรูลุกขึ้นมาและพูดเสียงดังว่า “นี่เธอ! นอกจากใช้ชื่อกู้เฉิงเซียวมาบังหน้าเพื่อข่มขู่คนอื่นแล้วเธอยังทำอะไรได้อีก ? ถ้าไม่ยอม งั้นเธอก็ให้กู้เฉิงเซียวมาเอาเรื่องฉันสิ เรียกมาเลย!”
หลินเฉี่ยนตกใจและสับสนกับเหตุการณ์ เธอคิดอะไรไม่ทันจึงได้แต่รีบวิ่งหนีบวกกับคนใช้ในบ้านที่คอยช่วยเหลือจึงทำให้หมอทั้งสามคนที่ตรงเข้าหาเธอยังไม่สามารถจับตัวเธอได้
เย้เชี่ยนหรูโกรธจนส่ายหัวและพูดว่า “พวกเธอยังจะช่วยอีก พวกเธอรู้รึเปล่าว่าในร่างกายของยัยเด็กนี่มีเชื้อเอชไอวี ?! ยัยเด็กนี่เสี่ยงเป็นเอดส์นะ”
เพียงครู่เดียวบรรยากาศภายในห้องรับแขกก็เต็มไปด้วยความตกตะลึง
คำพูดของเย้เชี่ยนหรูไม่เพียงแต่สร้างความตกใจให้กับผู้คนในบ้านเท่านั้น แม้แต่ตัวของหลินเฉี่ยนเองก็เช่นกัน “อะไรนะคะ ? ว่าอะไรนะ ?!”
“ดึงเธอมานี่เดี๋ยวนี้ ตรวจก่อนแล้วค่อยว่ากัน”
ข้อเท็จจริงนี้ทำให้หลินเฉี่ยนประพฤติตัวดีขึ้นมาทันที ถึงแม้ว่าแม่สามีจะไม่ชอบเธอแต่แม่คงไม่ถึงกับต้องใช้เรื่องโรคเอดส์มาใส่ร้ายป้ายสีเธอมั่ว ๆ ซั่ว ๆ ในความเป็นจริงแล้วเธอก็คงแค่หวังดีต่อลูกชายของเธอเท่านั้นเอง
หลินเฉี่ยนถูกควบคุมตัวให้มานั่งบนเก้าอี้ “ปล่อยฉันเถอะ จะเกาะแกะทำไมนักหนา ฉันยอมตรวจแล้วนี่ไง บอกกันดี ๆ ตั้งแต่แรกซะก็สิ้นเรื่อง พวกคุณเป็นผู้ใหญ่กันซะเปล่าจะทำให้เป็นเรื่องใหญ่เพื่อ ?” หลินเฉี่ยนอดพูดแบบนี้ออกไปไม่ได้ ก็การกระทำของพวกผู้ใหญ่พวกนี้มันเกินจะทนจริง ๆ นี่นา
หมอทหารสองคนทำตามที่เธอบอก พวกเขาปล่อยแขนเธอและถอยหลังไปเพื่อช่วยเป็นลูกมือให้กับแพทย์ที่จะทำการตรวจให้กับเธอ
หมอหูนำถุงมือและหน้ากากขึ้นมาสวมแล้วหยิบหลอดเข็มฉีดยาเพื่อเจาะเลือดให้เธอ
ในใจของหลินเฉี่ยนคิดว่าแม่สามีไม่ควรนำเรื่องแบบนี้มาหยอกล้อ เธอตกใจมากก็จริงแต่ก็ต้องพยายามควบคุมอารมณ์ เธอถอนหายใจออกมาเล็กน้อยแล้วถามไปว่า “คุณแม่คะ เชื้อเอชไอวีอะไร หนูจะไปมีได้ยังไงกันคะ ?”
เย้เชี่ยนหรูชำเลืองมองไปที่เธอ “ยังจะแกล้งทำเป็นมึนอีกเหรอ ? เธออย่าคิดปิดบังฉันเลย ฉันรู้เรื่องมานานแล้ว”
“ปิดบังทำไมคะ ? หนูไม่รู้จริง ๆ ช่วยอธิบายหนูก่อนเถอะค่ะ ใครก็ได้”
เย้เชี่ยนหรูสงสัยเล็กน้อย หรือว่าเด็กหลินเฉี่ยนนี่จะไม่รู้จริง ๆ แต่ก็ยังไม่ค่อยเชื่อเท่าไหร่นักเพราะเรื่องมันก็เกิดนานมาแล้ว หลินเฉี่ยนจะไม่รู้อะไรเลยได้ยังไง
“อะไรของเธอ นี่เธอคิดว่าแค่เธอกับลูกชายฉันไปหลบอยู่ที่คอนโดเซียงซานและพวกเราก็จะไม่รู้เรื่องแล้วใช่ไหม ? เรื่องใหญ่โตขนาดนี้กองทหารทุกกองเองก็ยังรู้กันหมด แล้วฉันกับสามีจะไม่รู้ได้ยังไงกัน ?”
หลินเฉี่ยนงงหนัก เธอพยายามย้อนคิดกลับไปว่ามันเรื่องบ้าอะไรกันแน่
“เดี๋ยวนะ คุณแม่หมายถึงเรื่องที่หนูถูกลักพาตัวเหรอคะ ? แล้วการที่หนูถูกลักพาตัวกับเป็นเอดส์มันเกี่ยวข้องอะไรกันล่ะคะ ? โธ่! คุณแม่ หนูไม่รู้จริง ๆ ว่าทุกคนกำลังพูดเรื่องอะไรกันอยู่ คุณแม่ช่วยอธิบายให้ชัด ๆ หน่อยได้มั้ยล่ะคะ หนูสาบานเลยว่าหนูงงจริง ๆ”
หมอหูเจาะเลือดของเธอออกมาในปริมาณที่พอเหมาะก่อนที่จะนำหลอดไปเก็บไว้ในกล่องยาและใช้กระดาษทดสอบเชื้อเอชไอวีมาตรวจสอบอย่างจริงจัง
“คุณหญิงครับ ต้องใช้เวลาทดสอบสิบห้านาทีถึงจะรู้ผลนะครับ”
“อ้อ แล้วมันจะแม่นยำไหม ?”
“นี่ก็ผ่านมาสามเดือนแล้ว อัตราความแม่นยำมากกว่า 99% ครับ เลือดส่วนที่เหลือพวกเราจะนำกลับไปโรงพยาบาลเพื่อดำเนินการวิเคราะห์ตรวจสอบอีกที รับประกันว่าไม่ผิดพลาดแน่นอนครับ”
เย้เชี่ยนหรูพยักหน้าแล้วหันกลับมาตอบคำถามของหลินเฉี่ยน “ฟังนะ ตอนที่เธอถูกลักพาตัวไป เธอถูกคนร้ายปาดคอใช่ไหมล่ะ ?”
“ค่ะ”
“แล้วไอ้คนร้ายคนนั้นก็พ่นเลือดที่จมูกมาโดนหน้าเธอด้วยใช่ไหม ?”
“ค่ะ” ระหว่างที่ถามตอบกันอยู่ หลินเฉี่ยนก็คิดในใจว่า ‘นี่แม่สามีเธอรู้หมดเลยเหรอ ? เป็นห่วงเธอมากขนาดนี้เลยเหรอ ?’
แต่ประโยคถัดไปของแม่สามีทำให้หลินเฉี่ยนตกตะลึง
“คนร้ายคนนั้นเป็นคนที่มีเชื้อเอชไอวีอยู่ในตัว”
“…….” หลินเฉี่ยนถลึงตาโต อ้าปากค้างพูดไม่ออกอยู่นาน
เย้เชี่ยนหรูเห็นหลินเฉี่ยนตกใจขนาดนั้นเธอก็ถอนหายใจ เธอเป็นแม่ก็พอจะรู้ว่าเฉิงเซียวทะนุถนอมภรรยาของเขามากแต่ก็คิดไม่ถึงว่าความทะนุถนอมมันจะมากมายขนาดนี้ ลูกชายเธอคงจะปิดบังภรรยาสินะ เมื่อเป็นแบบนี้คนเป็นแม่อย่างเธอยังอดไม่ได้ที่จะรู้สึกอิจฉาเลย
“จริง ๆ แล้วเธอก็ไม่ต้องกังวลอะไรมากหรอกเพราะเฉิงเซียวบอกกับฉันแล้วว่าเลือดของเธอที่นำไปตรวจมันไม่มีเชื้อ แต่ฉันไม่วางใจถ้าไม่ได้พิสูจน์ด้วยตัวเอง ทำไงได้ ฉันมันก็หัวอกคนเป็นแม่ ก็ลูกชายฉันลายาวอยู่ที่บ้านตั้งสามเดือนแถมยังไม่ยอมออกห่างจากเธอแม้แต่ก้าวเดียวฉันก็ต้องเป็นห่วงเป็นธรรมดา เธอคิดว่าเขาต้องแบกรับความกดดันมากขนาดไหน รู้บ้างไหม ? มีกี่คนที่ต้องหายใจไม่ทั่วท้องมาเป็นเวลาถึงสามเดือนเธอรู้บ้างไหม ?...
...หลินเฉี่ยน ฉันไม่รู้ว่าชาติที่แล้วเธอทำบุญมาด้วยอะไรชาตินี้ถึงได้มาเจอกับลูกชายฉันที่รักเธอเสียเหลือเกิน หากเธอรู้บาปบุญคุณโทษซักหน่อย เธอก็ควรจะบอกให้เขาคิดให้ดี ๆ เธอควรแนะให้เขาคิดว่าสิ่งที่เขาต้องการคือภรรยาที่ดี เพียบพร้อมไปด้วยความสามารถที่จะสนับสนุนทุกอย่างของตระกูลกู้ได้ ไม่ใช่ลูกไร้พ่อแม่ที่จะทำให้เขาเสื่อมเสียชื่อเสียง”
หลินเฉี่ยนนั่งอยู่ตรงนั้นอย่างเหม่อลอยพร้อมกับนึกคิดไปถึงช่วงระยะเวลาสามเดือนที่ผ่านมาที่กู้เฉิงเซียวมีพฤติกรรมผิดปกติไปจริง ๆ เธอเคยถามเหตุผลเขาแต่เขาก็เอาแต่พูดกลบเกลื่อนอยู่เสมอ
ตอนนี้เธอคิดได้แล้วว่าเขาคงจะต้องอดทนมาอย่างยากลำบากแน่ ๆ
เฮ้อออ...