ตอนที่9
ล่อลวง
หลังจากวุฒิศักดิ์ไม่อยู่ราวินทร์ก็ต้องปวดหัวกับคิวลูกค้าเปิดสมุดที่วุฒิศักดิ์จดไว้ก็อ่านลายมือไม่ออก “ภาษาของคนสมัยนี้มันอะไรกัน นิใช่พยัญชนะไทยงั้นเหรอ?”ราวินทร์เพ็งจนปวดตา พอคิดจะเปิดคอมพิวเตอร์ดูก็ใช้ไม่เป็ ไม่รู้ว่าต้องกดตรงไหนเสียงโทรศัพท์ก็ดังตลอดเวลาจนเขาเริ่มโมโหและหงุดหงิดจึงเดินไปที่กระจกในห้องและะโเรียก “นที นที ออกมาได้แล้ว มาช่วยฉันหน่อย”ไม่นานนทีก็เดินออกมา
นที : ฉันไม่ใช่สัตว์เลี้ยงนายนะที่จะมาเรียกใช้ตลอดเวลาแบบนี้
ราวินทร์ : นายไม่คิดจะรับผิดชอบกับสิ่งที่ทำเลยงั้นเหรอที่มันเป็แบบนี้เพราะนายไปไล่ไอ้เด็กนั่นออก ทำให้ฉันต้องทำงานคนเดียวลูกค้าคนไหนจะมา จะมากี่โมง จะดูกี่เดือน จะดูกี่คนวันนี้ ฉันไม่รู้อะไรเลยแล้วจะส่งมอบอายุขัยให้ท่านคชายังไง
ตึด ตึด ตื้ด ตึดตึด..........เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นอีกครั้งยิ่งทำให้ราวินทร์สติหลุดมากขึ้นกว่าเดิม
ราวินทร์ : ไอ้โทรศัพท์นี่ก็เหมือนกัน ดังอยู่ทั้งวันพอกดก็เงียบ แต่เดี๋ยวก็ดังใหม่
นทีเดินไปหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา“กดสีเขียวเวลาจะรับสาย” เขาสอนราวินทร์ ก่อนจะรับสายลูกค้า “สำนักดูดวงราวินทร์ครับ”เขาคุยอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะวางหูลง
นที : ลูกค้าโทรมาคอนเฟิร์มนัดตอนบ่ายสองโวยวายใหญ่ว่าโทรมาหลายรอบแล้วไม่มีคนรับ
ราวินทร์ : ก็ฉันรับไม่เป็นิหว่า
นที : เอาแหละ คงต้องหาพนักงานใหม่คราวนี้นายเป็คนจัดการเองแล้วกัน เดี๋ยวพอมีปัญหาขึ้นมา ก็จะมาโทษฉันอีก
ราวินทร์คิดว่ามันเข้าทางเขามากเพราะเขาจะใช้วิธีหาพนักงานแบบเดิมและคอยแอบกินพลังิญญาของพนักงานเ่าั้ไปเรื่อยๆไม่ต้องเหนื่อยออกไปหายามค่ำคืน เขาจึงตอบรับคำนทีทันที
ที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง :
เด็กสาวที่นทีช่วยไว้กำลังเก็บของเพื่อออกจากโรงพยาบาล เหมือนปาฏิหาริย์ที่เธอหายจากโรคมะเร็งระยะสุดท้ายแถมเนื้อร้ายพวกนั้นกลับหายไปอย่างน่าประหลาดพวกพยาบาลและหมอต่างพูดถึงเธอกันอย่างมันปาก “ทั้งที่เหมือนจะหมดลมหายใจแล้วแท้ๆจู่ๆก็ฟื้นเหลือเชื่อเลย” “นั้นสิ มะเร็งหายวับชั่วข้ามคืน เพราะอะไรก็ไม่รู้นะ” เื่นั้นมีเพียงเธอคนเดียวเท่านั้นที่รู้ว่าเพราะอะไรหลังจากกลับถึงบ้านที่รกและมีใยแมงมุมอยู่เต็ม เธอก็เริ่มร้องไห้ เธอป่วยเมื่อ 6เดือนก่อน เมื่อไปตรวจก็พบว่าเป็มะเร็งระยะสุดท้ายเธออยู่ตัวคนเดียวเพราะยายที่เลี้ยงเธอมา ก็เสียไปหลายปีแล้วทั้งที่ยังไม่ได้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขเลยสักครั้ง แต่ต้องมาตายด้วยวัยเพียงแค่ 22มันโหดร้ายเกินกว่าจะยอมรับได้ เธอจึงตัดสินใจที่จะขายิญญาให้ปีศาจเพื่อได้กลับมาใช้ชีวิตมนุษย์อีกครั้ง ขณะที่เธอกำลังทำความสะอาดบ้านอยู่นทีก็ได้เดินเข้ามาหา
“เอ๊ะ! เข้ามาได้ยังไงคะ”
นที : ก็เดินเข้ามาไง สงสัยอะไรนักหนา
“ค่ะ แล้วคุณเ้านายมีอะไรให้ฉันรับใช้คะ”
นที : พูดได้ดีฉันชอบคนที่รู้ว่าใครเป็นายใครเป็บ่าว ฉันมีงานให้เธอทำหน่อย
“งานอะไรงั้นเหรอคะ?”
นที :ฉันจะให้เธอเข้าไปทำงานในสำนักดูดวงแห่งหนึ่ง ที่นั่นมีปีศาจทำงานเป็หมอดูอยู่ฉัน้าให้เธอจับตามองเขาและคอยรายงานว่าเขาทำอะไรบ้าง
“เป็นาตาชา งั้นเหรอคะ”
นที : นาตาชา ชื่อของเธองั้นเหรอหน้าตาก็ไม่เหมือนจะเป็พวกฝรั่งมังค่าเลยนะ
(นายคนนี้เป็ตาลุงที่ไหนพูดจากอย่างกะหลุดมาจากยุค 60 ) “เออ นาตาชาเป็ชื่อสายลับในหนังค่ะ ส่วนฉันชื่อศิวาฉันหมายถึงจะให้ฉันไปทำงานสายลับประมาณนั้นใช่ไหมคะ”
นที : สายลับงั้นเหรอ? (ทำท่างง)
ศิวา :คือแบบแฝงกายเข้าไปทำภารกิจแบบนั้นอ่ะค่ะ
นที : (มองหน้าศิวาเล็กน้อย)ฉันจะให้เขารับเธอเข้าเป็พนักงาน แต่เธอต้องเสี่ยงนิดหน่อย
ศิวา :เสี่ยงยังไงคะ
นที : เธอต้องวิ่งให้รถเขาชน
ศิวา : เดี๋ยวนะคะ ฉันเพิ่งจะหายจากโคม่าจะให้ฉันวิ่งไปให้รถชนแล้วเหรอคะ
นที : ไม่ต้องห่วง ฉันจะช่วยให้เธอปลอดภัยทำตามที่ฉันว่าก็พอ
ด้านราวินทร์ในคืนนั้นก็ได้ออกหากินิญญาตามปกติผับกลายเป็ที่เสี่ยงเกินไปเพราะเขากินิญญาที่นั่นและเคยมีเื่มาแล้วในขณะที่เขากำลังคิดว่าจะไปที่ไหนเขาก็ขับรถผ่านสวนสาธารณะแห่งหนึ่งยังมีคนวิ่งและคนออกกำลังกายอยู่พอสมควร เขาจึงขับรถเข้าไปจอดด้านในและออกมาเดินที่สวนมองหาคนที่อยู่คนเดียว แต่เขากลับถูกหลายคนจ้องอย่างไม่มีสาเหตุเขาเริ่มรู้สึกแปลกเพราะไม่รู้ว่าทำไมคนที่เดินผ่านไปทุกคนเอาแต่มองเขาด้วยสายตาเช่นนั้นจนมีชายคนหนึ่งเดินมาทัก
“มาทำอะไรครับเนี้ย ดึกป่านนี้”
ราวินทร์ : ผมมาสูดอากาศน่ะครับ
“อ่อ อย่างนี้นิเองปกติคนมาที่นี่เขาก็สวมชุดกีฬาหรือชุดสบายๆกันน่ะครับ คุณใส่ชุดมาซะเนี้ยบแบบนี้เหมือนตั้งใจมาทำอย่างอื่นที่ไม่ใช่ออกกำลังผมชื่อพิสุทธิ์ครับ ยินดีที่ได้รู้จักคุณ......”
“ผมชื่อราวินทร์ครับ ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกัน”
จากนั้นทั้งคู่ก็เริ่มคุยกันถูกคอแต่คราวนี้กลายเป็ฝ่ายตรงข้ามชวนเขาไปต่อข้างนอกก่อน ราวินทร์คิดว่า“ง่ายดายเสียนิกระไร ไม่ต้องหลอกล่อ ติดกับอย่างรวดเร็ว” แล้วเขาก็เดินไปที่ลานจอดรถกับพิสุทธิ์
พิสุทธิ์ : ไปรถผมดีกว่าครับเดี๋ยวผมขับกลับมาส่งที่นี้ ไปหลายคันจะไม่มีที่จอด
ราวินทร์ทำตามอย่างไม่มีเงื่อนไขและไม่มีคำถามใดๆทั้งสิ้นหลังจากไปดื่มกันจนเริ่มเมาได้ที่ พิสุทธิ์ก็พาราวินทร์กลับมาที่บ้านของตัวเอง เขาพาราวินทร์ขึ้นไปบนห้องพอเปิดประตูเข้าไปก็พบว่าในห้องนั้นมีชายอยู่อีก 3 คน พิสุทธิ์ปิดประตูและยืนเอาตัวขวางไว้เพื่อไม่ให้ราวินทร์หนี
พิสุทธิ์ : กะจะมอมเหล้าแล้วพามาสักหน่อยแต่ดื่มไปเท่าไหร่ก็ไม่เห็นเมาสักที นึกว่าเสียเที่ยวแล้วเชียวกลับตามมาง่ายๆซะงั้น หึหึหึ
บอม : เก่งสมชื่อมึงเลย หล่อซะด้วยสิแบบนี้คืนนี้คงได้มันส์กันหยดแน่นอน
บอม เก่ง(พิสุทธิ์) โหน่ง และอั๋นลงไปนั่งดื่มและหยิบยาบางอย่างขึ้นมาเสพ ก่อนจะนำมายื่นให้ราวินทร์
พิสุทธิ์ : เอาสักหน่อยมั๊ยจะได้ลืมความเ็ปเวลา (ยิ้มอย่างเ้าเล่ห์)
ราวินทร์ยิ้มอย่างใจเย็น ก่อนจะรับยามาและกินเข้าไปทันทีเขายืนมองทั้ง 4 คนที่กำลังดื่มเหล้าเมายากันอย่างสนุกสนานก่อนที่บอมจะเดินมากระชากผมราวินทร์แล้วผลักลงไปนอนบนเตียง
บอม : ขอฉันเริ่มก่อนแล้วกันนะ
เขาถอดกางเกงตัวเองออก พลิกตัวราวินทรืไปด้านหลังพยายามจะดึงกางเกงของราวินทร์ออก จับมือราวินทร์ไขว้หลังไว้ และเริ่มเลียที่ต้นคอ“เสียวรึยังล่ะ ไม่ต้องห่วง นายจะได้ขึ้น์ชั้น 7 เลยทีเดียว” เขาเอาอวัยวะเพศของตัวเองถูไปที่กางเกงของราวินทร์และเอามืออีกข้างดึงกางเกงราวินทร์ลงแต่พยายามดึงเท่าไหร่ก็ดึงไม่ออกจนเขาเริ่มโมโห
บอม : อะไรกันวะ เฮ้ยยพวกมึงมาช่วยหน่อยสิ สงสัยกูจะเมาหนักวะ ถอดเกงแม่งไม่ได้เลย
ทั้งสามคนหัวเราะชอบใจและลุกขึ้นมาจะช่วยบอมถอดกางเกงราวินทร์แต่ราวินทร์กลับลุกขึ้นและผลักบอมลงไปนอนแทน เขาดึงเสื้อบอมขึ้นและค่อยๆเลียที่อกเขาเบาๆ
“รสชาติแย่ เหม็นสาบแต่ก็ดีกว่าไม่มีให้กินแหละนะ”
จากนั้นราวินทร์ก็เริ่มดูดิญญาของบอมเรื่อยๆพอสามคนนั้นเห็นก็ต่างพากันหัวเราะ คิดว่าราวินทร์คงชอบที่โดนทำแบบนี้
“ไม่ชอบรับเหรอวะ ฮ่า ฮ่า ฮ่าคิวต่อไปฉันแล้วกันนะ”
พิสุทธิ์พูดขึ้นและทั้งสามก็กลับไปนั่งพี้ยาเหมือนเดิมโดยไม่ได้รู้เลยว่าตอนนั้น บอมกำลังจะหมดลมหายใจอยู่แล้ว เขาร้อง เอือก เอือกเพราะกำลังจะสิ้นใจ แต่เพื่อนๆกลับกินว่าเขากำลังเมามันกับการรุกเร้าของราวินทร์จนสุดท้าย เขาก็แน่นิ่งและสิ้นใจอยู่บนเตียง
ราวินทร์เดินมาหาพิสุทธิ์อีกครั้ง เขาจับไหล่และส่งยิ้มยั่วยวนชวนหลงใส่
“ห้องน้ำดีกว่ามั้ย เปลี่ยนบรรยากาศบ้าง”
พิสุทธิ์ได้ยินเช่นนั้นก็ยิ้มอย่างพอใจและหันไปมองบอม
“เฮ้ยยย ยังไม่ทันไรก็หลับไปแล้วเหรอ อ่อนว่ะ”
พูดจบเขาก็ลุกขึ้นและเดินตามราวินทร์เข้าห้องน้ำไปพอเข้าไปถึงห้องน้ำ พิสุทธิ์ก็ใช้มือล้วงเข้าไปจับอวัยวะเพศในกางเกงของราวินทร์ทันที
“ตอบรับรวดเร็วจังนะหรือว่ายังค้างอยู่ตอนเล่นกับบอม”
เขาดึงกางเกงราวินทร์ลงและเริ่มอมของสำคัญทันทีราวินทร์ยืนนิ่งปล่อยให้เขาทำสิ่งที่้า จนเห็นว่าเขาเริ่มช้าลงเขาจึงเป็ฝ่ายเริ่มบ้าง ราวินทร์เริ่มดูดและไซ้ที่ต้นคออย่างรุนแรง มันทำให้พิสุทธิ์เสี่ยวซ่านไปทั่วร่างจนต้องร้องครวญครางออกมา
“ถนัดใช้ลิ้นสินะมิน่าไอ้บอมมันเลยนอนแผ่ขนาดนั้น เอาเลยสิ เอาให้แรงๆและมันๆนะ ของใหญ่ๆแบบนี้ไม่ได้มีให้อมกันทุกวันหรอกนะ”
แต่ราวินทร์กลับไม่ได้ทำตามที่พิสุทธิ์้าเขาดึงกางเกงตัวเองขึ้นและพูดว่า“ถือเป็ของขวัญก่อนที่นายจะได้ขึ้น์แล้วกัน” เขาเอามือบีบคอพิสุทธิ์อย่างแรงจนเขาหายใจไม่ออกและดูดพลังิญญาทันทีไม่กี่วินาที พิสุทธิ์ก็ล้มลงนอนแน่นิ่งที่พื้น เขาคิดจะออกไปจัดการกับอีกสองคนที่เหลือแต่แล้วในตอนนั้นเองเขาก็ได้ยินเสียงเรียก “เฮ้ย บอม บอม เป็อะไรวะ”อั๋นกับโหน่งช่วยกันเรียกบอม แต่เขาก็ไม่ฟื้นเสียทีอั๋นจึงเอาหูแนบไปที่อกของบอมเพื่อฟังเสียงหัวใจ
อั๋น : หัวใจไม่เต้นแล้วว่ะ ทำไงดีวะ
โหน่ง : เรียกรถพยาบาลสิวะ เร็วเข้า
ราวินทร์รีบออกมาเขาไม่มีทางปล่อยโอกาสนี้หลุดมือไปแน่เมื่อตำรวจมาพบจะคิดว่าเสพยากันจนตาย ไม่มีทางสาวมาถึงตัวเขาแน่ เขาพุ่งเข้าไปหาอั๋นที่กำลังถือโทรศัพท์อยู่และดึงเข้ามาใกล้ๆแค่ไม่กี่วินาทีเขาก็ดูดิญญาของอั๋นหมดโหน่งเห็นเช่นนั้นก็ใและรีบวิ่งหนีออกไป
เขาวิ่งไปตามถนนเรื่อยๆเพื่อหาคนช่วยแต่บ้านที่เขาพักนั้นเช่าไว้เพื่อใช้ซ่องสุมและหลอกคนมาสำเร็จความใคร่จึงห่างไกลจากบ้านคนและไม่มีกล้องวงจรปิด เขาวิ่งไปร้องไห้ไปด้วยความกลัวแล้วราวินทร์ก็ตามทันเขาจับคอเสื้อโหน่งและยกจนขาทั้งสองข้างลอยขึ้นมาก่อนที่จะดึงเข้ามาสูบกินิญญา
“หยุดเดี๋ยวนี้นะ”