“ท่านพี่ๆ ตื่นเร็วเข้า”
เซี่ยซานซานเขย่าปลุกพี่สาวด้วยน้ำเสียงเบาหวิวคล้ายกลัวว่าคนอื่นในบ้านจะมาได้ยินเข้า
“อาซานนี่ยามใดแล้ว” เซี่ยซือซืองัวเงียตื่นขึ้นมาพร้อมขยี้ตาตัวเองเบา ๆ
“ยามเหม่า[1]ท่านพี่"
“เช้าเพียงนี้หรือ”
ท้องฟ้ายังมืดแต่เซี่ยซานซานปลุกพี่สาวเสียแล้วคล้ายเป็กิจวัตรประจำวัน ต้องตื่นขึ้นมาตักน้ำทำงานบ้าน คิดแล้วให้เศร้าใจยิ่งนัก“อาซานวันนี้พวกเราไม่ต้องทำงานหรอก”
“เช่นนั้นได้อย่างไรท่านพี่ท่านย่ากับท่านป้าสะใภ้ทั้งสองต้องทุบตีพวกเราแน่”
“บ้านสามของพวกเราถูกสั่งงดอาหารเ้าจะมีแรงที่ใดไปทำงาน สิ่งสำคัญที่สุดในตอนนี้คือหาอาหาร เ้ากับข้ายังพอทนไหวแต่น้องเล็กยังเด็กนักวันนี้เ้าพาข้าขึ้นเขาไปได้หรือไม่ ข้าจำได้ว่าบนเขาไฉ่หง[2]มีผักป่ากับผลไม้ป่าอยู่”
เซี่ยซือซือจำเป็ต้องมีชีวิตรอดร่างกายอันบอบบางของเธอถ้าไม่ได้รับอาหารในตอนนี้ เกรงว่าจะไม่สามารถอยู่รอดได้เกินสองวันแน่
“แต่ข้ากลัวว่าท่านย่า”
“ไม่ต้องกลัวไป ถูกตียังดีกว่าอดข้าวตายนะอาซาน”
“เช่นนั้นก็ได้เ้าค่ะ พาน้องเล็กไปด้วยนะท่านพี่ปล่อยไว้ในบ้านคนเดียวข้าไม่ไว้วางใจ”
“ได้สิเ้ารีบไปปลุกน้องเล็กเถิด”
ราวหนึ่งเค่อ[3]สามพี่น้องก็แบกตะกร้าสะพายหลังไว้บนบ่ามุ่งหน้าขึ้นไปบนเขาไฉ่หง ในอดีตกาลนั้นได้ปรากฏสายรุ้งขึ้นบนยอดเขาอยู่บ่อยครั้งความงดงามของสายรุ้งทำให้ผู้คนต่างเล่าขาน เื่เทพเซียนย่างกรายลงมาประทานพรให้มวลมนุษย์มีบัณฑิตเฒ่าผู้หนึ่งเดินทางผ่านมา แล้วขนานนามูเาแห่งนี้ว่า ไฉ่หง ผู้คนจึงใช้ชื่อนี้เรียกขานนับจากนั้นมา
ในความทรงจำของเซี่ยซือซือ นางเคยขึ้นมาบนเขาแห่งนี้บ่อยครั้งเพื่อเก็บผักป่าแต่ไม่เคยไปไกลเกินกว่าบริเวณตีนเขา เพราะด้านในค่อนข้างอันตรายมีเพียงนายพรานมากฝีมือเท่านั้น ถึงจะสามารถเข้าไปได้ สตรีชาวบ้านกับบรรดาเด็กจึงขึ้นไปแค่บริเวณตีนเขาและจุดที่มีผลไม้ป่าเท่านั้น
เดินเท้ากันเพียงหนึ่งลี้[4]ทั้งสามก็มาถึงบริเวณตีนเขาท้องฟ้าเริ่มสว่างทำให้มองเห็นรอบข้างได้ชัดเจนยิ่งขึ้น เซี่ยซือหยางยังเด็กนักดวงตายังปิดปรือพร้อมหลับอยู่ตลอดเวลา เวลานี้เซี่ยซานซานคือคนที่ร่างกายแข็งแรงที่สุดนางอุ้มน้องชายเดินและหยุดพักอยู่เป็ระยะ
“ท่านพี่ตรงนี้ผักป่าถูกคนในหมู่บ้านเก็บไปหมดแล้วเกรงว่าจะหาได้ยาก” เซี่ยซานซานเดินกลับมาบอกพี่สาวหลังจากสำรวจบริเวณที่มีผักป่าทุกจุดแล้ว
“เช่นนั้นเราเดินขึ้นไปอีกหน่อยดีหรือไม่อาซาน”เซี่ยซือซือ้าสำรวจูเาลูกนี้ นาง้าหาของกินให้น้อง ๆ
“อันตรายนะท่านพี่ท่านลืมไปแล้วหรือว่าท่านพ่อกับท่านแม่ของพวกเราก็” น้ำเสียงของเซี่ยซานซานเบาลง ใบหน้าซีดเจื่อนยามนึกถึงความตายของบิดามารดา
“โจรป่าพวกนั้นถูกทางการกวาดล้างไปหมดแล้วเ้าไม่ต้องกลัวไปหรอกอาซาน ข้าจำได้ว่าท่านพ่อเคยเล่าให้ฟัง ว่าบนเขาไฉ่หงมีลำธารเล็กๆ อยู่ด้านใน มีปลาตัวเล็กตัวน้อยเต็มไปหมด”
“แต่ว่า”
“ไปเถิดอาซาน”
“เ้าค่ะท่านพี่”
เดินขึ้นเขาลึกเข้าไปอีกหน่อย ทั้งสองพลันได้ยินเสียงน้ำตกจริงๆ ดวงตาของพวกเขาประกายจ้าขึ้นด้วยความหวัง ไม่ช้าธารน้ำตกก็ปรากฏอยู่ตรงหน้า เซี่ยซานซานรีบวางน้องชายลงพิงกับต้นไม้นำกระบอกไม้ไผ่ที่พกติดตัวมาลงไปตักน้ำ นำขึ้นมาให้พี่สาวได้ดื่ม
“ท่านพี่ท่านเพิ่งฟื้นจากอาการป่วย อีกทั้งยังไม่ได้กินข้าวท่านดื่มน้ำแก้กระหายก่อนเถิด”
“อืม” เซี่ยซือซือมองน้องสาวในโลกนี้ด้วยความรู้สึกยากแก่การอธิบาย เด็กตัวเท่านี้ยังต้องดิ้นรนเื่ปากท้อง การใช้ชีวิตในโลกนี้ไม่ง่ายเอาเสียเลย
“น้องเล็กตื่นได้แล้ว บ้วนปากล้างหน้าก่อนเถิด”เซี่ยซานซานหันไปปลุกน้องชายบ้าง จัดการล้างหน้าล้างตาให้เรียบร้อยเด็กน้อยเหมือนจะงุนงงเล็กน้อย แต่ก็ปรับสายตาได้ในที่สุด
“พี่รองเหตุใดข้าถึงมาอยู่ในป่าได้ล่ะ”
“ข้าอุ้มเ้ามาอย่างใดเล่าท่านพี่บอกว่าจะพาพวกเรามาหาของกิน เ้าไปดูตรงลำธารกับข้าสิมีปลาเยอะแยะไปหมดเลย”
“ปลา !ข้าอยากกินปลาพี่รอง” ได้ยินเื่อาหารดวงตาของเซี่ยซือหยางก็เปิดกว้างขึ้นอย่างดีใจ
“ท่านพี่ท่านนั่งอยู่ตรงนี้ไปก่อนนะเ้าคะข้ากับน้องเล็กจะไปลองจับปลาดู”
“ได้เ้าไปตรงที่น้ำตื้นเท่านั้นนะอาซานห้ามไปตรงน้ำลึกเด็ดขาด”
“เ้าค่ะ”
“ท่านพี่รออยู่ตรงนี้นะขอรับข้าจะจับปลาตัวโต ๆ มาให้”
“อื้ม”
เซี่ยซือซือมองน้อง ๆ ทั้งสองด้วยสายตาอบอุ่นร่างกายนี้ของเธอช่างอ่อนแอนัก เดินมาไม่เท่าไรก็หมดแรงเสียแล้วเธอจะมีกำลังไปต่อสู้กับครอบครัวชั่วร้ายของเ้าของร่างได้อย่างไร ขณะทอดสายตามองดูน้องทั้งสองอยู่นั้นภายในร่างกายของเซี่ยซือซือมีบางอย่างผิดปกติเกิดขึ้น บริเวณท้องร้อนผ่าวขึ้นมานางหลับตาลง ทันใดนั้นรอบตัวก็วูบมืดไป
พอลืมตาขึ้นใหม่อีกครั้งพบว่านางได้อยู่ในพื้นที่แห่งหนึ่ง ตรงกลางมีลานน้ำพุตั้งอยู่ มีกระท่อมหลังหนึ่งรอบข้างมีต้นไม้อยู่ พื้นที่แห่งนี้มีขนาดราวสองหมู่[5]นางเกรงว่านี่จะไม่ใช่เื่จริง จึงหลับตาแล้วนึกถึงบริเวณที่นั่งอยู่ พอลืมตาขึ้นอีกครั้งนางก็กลับมานั่งพิงต้นไม้อยู่เช่นเดิม
มิติพิเศษ ต้องใช่แน่ ๆ จึงเริ่มทำการทดสอบมิติพิเศษนั้นดูอีกครั้งนางสามารถไปมาระหว่างมิติพิเศษนั้นได้ โดยที่ร่างกายไม่ได้หายไปไหนหัวใจนางเต้นแรงด้วยความดีใจ ราวกับชีวิตในโลกนี้ของนางยังมีความหวัง มีเวลาให้ทดสอบพื้นที่แห่งนี้อีกเยอะตอนนี้ยังไม่สามารถทำอะไรได้สะดวกนัก เกรงว่าน้องทั้งสองจะล่วงรู้ถึงความผิดปกตินี้
แต่ว่าน้ำพุตรงกลางลานแห่งนี้มันดึงดูดนางเหลือเกิน กลิ่นหอมสดชื่นเหมือนไม่ใช่น้ำพุธรรมดา นางลองใช้มือวักน้ำขึ้นมาดื่มเล็กน้อยรับรู้ได้ว่าร่างกายกำลังได้รับการบำบัด เรี่ยวแรงที่หายไปกลับคืนมาได้อย่างน่าอัศจรรย์ใจ
ไม่ได้ข้าจะดื่มน้ำพุนี้ตามใจไม่ได้
นางลองหยิบก้อนหินโยนเข้าไปในมิติพิเศษปรากฏว่าหินก้อนนั้นอยู่ในมิติพิเศษจริง ๆ นางจึงลองนำใบไม้จากในนั้นออกมา ใช่แล้วมันออกมาได้จริง ๆ
“ท่านพี่ ๆ พี่รองจับปลาได้ด้วย”เสียงเล็ก ๆ ของเ้าตัวน้อย ทำให้นางต้องเก็บเื่น่ายินดีเอาไว้ก่อน
“ดูสิท่านพี่ ข้าจะมีปลากินแล้ว เย้ ๆ”น้องเล็กของนางะโดึ๋ง ๆ ปานเ้ากระต่ายตัวน้อยเพียงแต่กระต่ายตัวนี้ผอมแห้งไปเสียหน่อย
“อาซานเ้าเก่งมาก” เซี่ยซือซือมองน้องสาวที่กำลังเดินหิ้วปลาตัวเท่าแขนมาพร้อมกับน้องชายนางแยกไม่ออกว่ามันคือปลาชนิดไหน มีลักษณะคล้ายปลาตะเพียนอยู่ไม่น้อย
“ปลาตัวนี้มันโง่เ้าค่ะท่านพี่ มันหลุดมาตรงน้ำตื้นข้ากับน้องเล็กเลยเอาก้อนหินขังมันไว้”เซี่ยซานซานกล่าวอย่างภาคภูมิใจ
“เ้ากับน้องเล็กถอดเสื้อตัวนอกออกตากไว้ก่อนเถอะเดี๋ยวจะไม่สบายเอา ข้าจะก่อไฟเอง”
นางให้น้องสาวดูแลน้องชายตัวนางเดินไปหาฟืนแห้งนำหินจุดไฟมาทำการก่อไฟตามความทรงจำเดิม ไม่ช้าไฟก็จุดติดส่วนปลาที่ได้มาเซี่ยซือซือก็นำไปเสียบไม้ไผ่ รอไฟได้ที่ค่อยย่าง ไม่มีเครื่องปรุงใดๆ คาดว่าปลาน่าจะคาวเป็อย่างมาก
“อาซานแถวนี้มีต้นหอมป่าบ้างไหม”
“ข้าไม่เคยเข้ามาที่นี่ข้าไม่รู้เหมือนกันท่านพี่”เซี่ยซานซานสะบัดเสื้อนอกของน้องชาย นำไปพาดตากไว้บนต้นไม้ก่อนจัดการกับเสื้อของตนเองต่อ
ความร้อนวูบวาบตรงหน้าท้องทำให้เซี่ยซือซือรู้สึกประหลาดใจ เหมือนมิติพิเศษของนางมีการตอบสนองต่อนางโดยตรงนางลองเอาฝ่ามือวางลงบนพื้นดิน แล้วหลับตาสั่งการค้นหาต้นหอมป่าดู ทันใดนั้นนางก็สามารถมองเห็นทุกสรรพสิ่งบนเขาลูกนี้ได้ทั้งหมดมันนำทางนางไปหาต้นหอมป่าได้ในทันที ทว่าหากไกลเกินเขาลูกนี้ไปนางจะไม่สามารถมองเห็นได้ นางรีบดึงสายตากลับมา หัวใจเต้นตึกตักด้วยความดีใจ
ไม่เลว ๆ
นางไม่ได้มีความรู้ติดตัวเหมือนนางเอกคนอื่นที่ทะลุมิติมาไม่ได้เป็หมอเทวดาหรือคนเก่งมากความรู้ แต่นางมีไอเท็มวิเศษพกพาติดตัวไปได้ทุกที่ฮะ ๆ ๆ นางเปล่งเสียงหัวเราะออกมาคล้ายคนบ้า
“ท่านพี่ ๆ ท่านหัวเราะทำไม” เซี่ยซือหยางใที่เห็นพี่สาวคนโตของตนเองทำท่าเหมือนคนสติแตก
“ท่านพี่...” ไม่ต่างไปจากเซี่ยซานซานนางรับรู้ได้ั้แ่ตอนพี่สาวฟื้นแล้วว่ามีบางอย่างได้เปลี่ยนไป แต่นางกลัวเลยไม่กล้าเอ่ยมันออกมา พี่สาวที่อ่อนแอแววตาหวาดกลัวคนเก่าหายไปพอฟื้นขึ้นมาแววตาก็เฉยชา มองนางไม่เหมือนเดิม
“เอ่อ ข้าดีใจจะได้กินปลาน่ะ พวกเ้าไม่ต้องใไปหรอกข้าจะลองเข้าไปหาต้นหอมป่าตรงโน้นเสียหน่อย พวกเ้าเฝ้าปลารอไปก่อนนะ” เซี่ยซือซือบอกแล้วลุกขึ้นด้วยท่าทางกระฉับกระเฉงไม่ได้อ่อนแรงเหมือนตอนแรก
“ท่านพี่ร่างกายของท่านดีขึ้นแล้วหรือเ้าคะ”
“อื้ม ข้าไปไม่นานหรอก ข้าจำได้ว่าตอนเดินมาเหมือนข้าจะเห็นต้นหอมป่าอยู่เดี๋ยวข้าจะไปเก็บมันมายัดไส้ปลาเสียหน่อย มิเช่นนั้นปลาคงคาวจนยากจะกินได้”
“รีบกลับมานะท่านพี่”
“ได้เ้าดูแลน้องเล็กดี ๆ ล่ะ ผึ่งเสื้อผ้าให้แห้งเดี๋ยวจะไม่สบายเอา”
“เ้าค่ะ”
พอลับสายตาน้องทั้งสอง เซี่ยซือซือก็ลองหายตัวเข้าไปในมิติพิเศษนางเข้าใจแล้วว่านางสามารถหายตัวเข้าไปในพื้นที่แห่งนี้ได้ยังเข้าไปแบบไม่ต้องหายตัวก็ได้เหมือนกัน นางลองดื่มน้ำพุอีกอึกดู พบว่าตอนนี้แม้แต่วิ่งก็ไม่รู้สึกเหนื่อยแต่อย่างใดนางหลับตาลงแล้วทาบฝ่ามือลงบนพื้น จินตนาการว่า้าไปจุดที่มีต้นหอมป่าดูพลันร่างกายของนางก็หายวับไปโผล่อยู่บริเวณนั้นในทันที
นี่มันเร็วเกินไปแล้ว
นางไม่สามารถทำเช่นนี้ต่อหน้าคนอื่นได้ต้องระวังแล้วล่ะ นางก้มลงเด็ดต้นหอมป่าใส่บนตะกร้าด้านหลัง หลับตานึกคิดหาผลไม้ป่าอีกครั้งนางเจอพุทราป่าที่สุกเต็มต้นอยู่ใกล้ ๆ ร่างกายของนางไม่เพียงแค่เร็ว แต่ยังปีนต้นไม้ได้อย่างง่ายดายอีกด้วยแค่ชั่วอึดใจหนึ่งนางก็หอบพุทราป่าพร้อมต้นหอมป่า เดินทางกลับไปหาน้องทั้งสองคน
[1] เหม่า คือเวลา 05.00-06.59
[2] ไฉ่หง คือ สายรุ้ง
[3] เค่อ คือเวลาประมาณ 15 นาที
[4] หนึ่งลี้ คือ 500เมตร
[5] 1หมู่ คือ 666.67ตารางเมตร