ตอนที่8 ตัดเยื่อใย
ทันใดนั้นหลงจวินและโจวหนิงอันได้ยินคำพูดบางอย่างจากปากหลงเกอชายผู้ได้ขึ้นชื่อว่าเป็พ่อบังเกิดเกล้า
ต่างยืนตกตะลึงเพราะไม่คาดคิดว่าจะได้ยินคำกล่าวสะท้อนทัศนคติออกมาแบบนี้
หลงจวินกำมือภรรยาแน่นด้วยความโมโห พลางเม้มริมฝีปากขบกรามแน่นแล้วสูดลมหายใจเข้าปอดลึกทั้งคิดว่าวันนี้อาจเป็วันสำคัญให้ตัดสินใจทำบางอย่างเพื่อตัวเองบ้างหลังจากต้องทนอยู่เพราะสงสารแม่กับชายชรา จากนั้นยิ้มเหยียดคล้ายเย้ยหยันทุกคนแล้วพูดว่า
“ผมจะพูดคำเดิม! อันอันคือภรรยาคนเดียวของผม! ไม่ว่าใครหน้าไหนก็ไม่มีสิทธิ์เป็ภรรยาผมถ้าคุณปู่อยากรักษาสัญญากับตระกูลจาง ก็ให้พี่ใหญ่แต่งแทนแล้วกันยังไงเขาก็เป็หลานชายคนโตนี่ครับ”
ครั้นทายาทรองแห่งตระกูลหลงกล่าวจบด้วยความโอหังชายชราตาเบิกกว้างตกตะลึงแล้วยกมือกุมหน้าอกด้วยไม่คิดว่าหลานชายคนโปรดจะกล้าหักหาญความเมตตาที่เคยมีให้พลันรู้สึกว่ารอบตัวมืดสนิททันที
“คุณปู่!”
“คุณพ่อ!”
ฉับพลันห้องโถงรับแขกเกิดความโกลาหลขึ้นทันใดเนื่องจากชายชราล้มฟุบคว่ำหน้าเกือบถึงพื้นแต่หลานชายคนโตอยู่ใกล้มากที่สุดจึงคว้าตัวไว้ได้ทัน จากนั้นเสียงะโโหวกเหวกให้เรียกรถพยาบาลดังขึ้น
หลงจวินก้าวเท้าเข้าไปหวังช่วยประคองปู่แต่พอเหลือบเห็นพ่อและพี่ชายหิ้วปีกชายชราให้กลับขึ้นมานั่งบนเก้าอี้คอพับหมดสติพลางถอยกลับมายืนคู่อยู่กับภรรยาเช่นเดิม
“เสี่ยวจวิน!เห็นไม๊ว่าแกทำคุณปู่เป็ลมไปแล้ว!”หลินลู่ซือชี้หน้าด่าลูกชายศัตรูหัวใจทันที
“ไอ้ลูกเนรคุณ!”หลงเกอหันขวับมองลูกชายแล้วด่าทออย่างไม่ไว้หน้า
ต่อมาจางลี่จินหมุนตัวกลับมาบอกทุกคนด้วยความยินดีเพราะเป็คนช่วยโทรติดต่อรถพยาบาลของทางตระกูลจางให้มารับโดยด่วนว่า
“รถพยาบาลกำลังมาค่ะหนูช่วยประสานให้ทีมหมอเก่งที่สุดไว้รอรักษาคุณปู่แล้วค่ะ”
เมื่อทุกคนได้ฟังความช่วยเหลือจากทายาทสาวแห่งตระกูลจางต่างพยักหน้าพอใจในการยื่นมือให้ความช่วยเหลือจากนั้นทุกสายตาหันจ้องมองคู่หลงจวินด้วยความรู้สึกหลากหลาย
หลงเกอชี้นิ้วด่าลูกชายคนรองอีกครั้งว่า“เห็นไม๊?! มีแค่หนูจินเอ๋อร์เท่านั้นแหละที่คู่ควรกับแก!”
หลงจวินขบกรามแน่นกว่าเดิมพลางกวาดตามองท่าทีแต่ละคน แล้วเหลือบเห็นรอยยิ้มเยาะจากพี่ชายผู้เป็ศัตรูคู่แข่งขันมาั้แ่เด็กเขากำลังละล้าละลังเพราะอีกใจยังห่วงใยชายชรา ขณะความรู้สึกที่เคยมีต่อครอบครัวพังทลายลงไม่มีชิ้นดีจนไม่มีเหลือแม้แต่เยื่อใยอาลัยต่อกัน
พลันมีมือเล็กอบอุ่นตบหลังมือตนเบาๆ เป็การปลอบโยน แล้วเสียงอ่อนหวานพูดให้กำลังใจว่า
“พี่จวินใจเย็นก่อนนะคะค่อย ๆ พูดกับครอบครัวให้ดี ฉันไม่เป็ไรค่ะ ฉันเข้าใจ”
โจวหนิงอันรู้ตัวดีว่ายังไม่ได้การยอมรับจากครอบครัวหลงฉะนั้นควรอยู่เคียงข้างแล้วปล่อยให้สามีจัดการแทนกระนั้นเธอไม่้าให้เขากระทำการบุ่มบ่ามแล้วต้องมานั่งเสียใจภายหลัง
หลงจวินผินหน้ามองภรรยาด้วยความอบอุ่นหัวใจทีแรกเขารู้สึกอับอายที่ต้องให้ภรรยาพบเห็นความขัดแย้งและการกระทำอันไม่ยุติธรรมของตระกูลหลงแต่พอเห็นเธอเข้าใจและยังให้กำลังใจอยู่ จึงยิ้มตอบแล้วบอกว่า
“ขอบคุณครับภรรยาขอบคุณที่เข้าใจผม”
เดิมทีหลงจวิน้าตัดขาดความสัมพันธ์กับตระกูลหลงในทีแต่พอเห็นชายชราผู้ที่ตนเคารพมีสภาพเป็แบบนี้ จึงทำได้แค่รอให้ชายชราฟื้นสติกลับคืนมาโดยหวังให้ชายชรายอมรับในตัวภรรยาของตน
เพียงครู่เดียวเสียงรถพยาบาลแล่นเข้ามาแล้วมีเ้าหน้าที่ทางการแพทย์หลายคนวิ่งกรูเข้ามาพร้อมเปลสนาม สมาชิกครอบครัวหลงต่างหลีกทางให้เ้าหน้าที่ทำงานโดยสะดวกหลังจากนั้นแพทย์ส่งสัญญาณเร่งด่วนให้รีบนำตัวชายชราไปรักษาต่อในโรงพยาบาล
ครั้นเ้าหน้าที่นำตัวชายชราไปยังรถพยาบาลโดยมีหลงเทียนเล่อและแฟนสาวอาสานั่งไปกับรถพยาบาลด้วย หลงเกอหันหน้ามาชี้ด่าลูกชายคนรองผู้สร้างปัญหาให้ตนไม่หยุดหย่อนอีกครั้งว่า
“เสี่ยวจวิน!แกนี่มัน! เมื่อไหร่จะหยุดสร้างปัญหาให้ฉันซะที คู่หมั้นดี ๆแกก็ไม่ชอบ ไม่ว่ายังไงฉันจะยอมรับให้หนูจินเอ๋อร์เป็สะใภ้รองบ้านนี้คนเดียวเท่านั้น คนอื่นไม่มีสิทธิ์! เข้าใจไม๊?!”
หลินลู่ซือได้โอกาสพูดทับถมชายหนุ่มด้วยไม่้าให้ชายหนุ่มทนอยู่กับตระกูลหลงอีกเพราะกลัวว่าจะเข้ามาแย่งชิงสมบัติตระกูลหลงไปจากลูกชายจึงพูดเสริมสามีอย่างดูแคลนว่า
“เสี่ยวจวินฉันว่าถ้าคุณพ่อฟื้นขึ้นมาแล้วละก็ ยังไงท่านก็ไม่ยอมรับเมียชั้นต่ำของแกหรอกอย่าฝันกลางวันไปหน่อยเลย นี่ต่างหากถึงจะคู่ควรกับแก”
หลินลู่ซือคว้าตัวหญิงสาวสวยสง่าให้มายืนเคียงข้างพร้อมโอบกอดอย่างสนิทสนมพลางจ้องมองภรรยาของหลงจวินด้วยสายตาเหยียดหยามอย่างถึงที่สุด
โจวหนิงอันััได้ถึงความชิงชังและรังเกียจจากสมาชิกครอบครัวหลงพลางสะกดกลั้นน้ำตาไว้สุดกำลัง แล้วอดนึกถึงโชคชะตาที่เคยมีแต่เดิมไม่ได้
์ช่างโหดร้ายกับฉันซะจริงฉันอุตส่าห์ดีใจแล้วเชียวว่าชาตินี้คงมีโชควาสนา ไม่ใช่ยังเป็ตัวซวยเหมือนเดิมแต่ดูสิ...ไม่ทันไรฉันก็ทำให้ครอบครัวสามีวุ่นวายขนาดนี้ แล้วนี่ฉันควรทำยังไงดี?!
หลงจวินััได้ถึงความผิดปกติบางอย่างของภรรยาพลางพูดปลอบใจเธอแล้วเดินจูงมือออกไปจากคฤหาสน์ตระกูลหลงด้วยไม่คิดอยู่ต่อให้เสียเวลาเพราะตอนนี้ไม่มีใครสนใจพวกตนอีกแล้วว่า
“ไปกันเถอะครับภรรยาพวกเราอย่าอยู่ที่นี่ให้มัวหมองเลย”
ทายาทรองแห่งตระกูลหลงอดพูดเหน็บทุกคนไม่ได้โดยไม่คิดชายตามองจางลี่จิน หญิงสาวสวยผู้ยืนคู่อยู่กับแม่เลี้ยงตนอีกทั้งไม่คิดกล่าวลาใครด้วยรู้ดีว่าไม่จำเป็กระนั้นยังได้ยินเสียงด่าทอไล่ตามหลังมาจนเงียบหายไปเพราะเดินมาถึงหน้าคฤหาสน์พอดี
โจวหนิงอันเหลือบมองแผ่นหลังร่างสูงของสามีด้วยความเห็นใจพลางััได้ถึงความอ้างว้างโดดเดี่ยวของเขา จึงกระชับฝ่ามือน้อยของตนให้กำลังใจเขาในทีด้วยตนเคยมีความรู้สึกเช่นนี้มาก่อน พลันนึกถึงพี่ชายผู้ใจดีคนนั้นไม่ได้
เมื่อไหร่ฉันจะได้เจอเขาอีกเขาบอกว่าจะมาหาฉันในวันรุ่งอรุณ นี่มันก็ผ่านมาตั้งหลายปีหรือว่าเขาลืมสัญญาให้ไว้กับฉันไปแล้วนั่นสินะ.....ก็ฉันมันตัวซวยนี่นา
หญิงสาวก้มหน้ายิ้มขมขื่นให้ตัวเองด้วยไม่รู้สักนิดว่าคนที่รอคอยกำลังเดินจูงมืออยู่ต่อหน้าแล้ว
อนิจจา!!! โชคชะตายังคงเล่นตลกกับเธออยู่ด้วยยังไม่ถึงเวลาเปิดเผยความจริงทั้งหมดออกไปในตอนนี้
เมื่อโจวหนิงอันและสามีนั่งอยู่ด้วยกันบนเบาะหลังรถลีมูซีนหลงจวินถามเธอถึงภารกิจส่วนตัวว่า
“ภรรยาครับคุณมีธุระต้องไปทำที่ไหนไหม เดี๋ยวผมจะให้คนขับรถพาไปส่ง”
เมื่อหญิงสาวได้ยินคำถามจากสามีพลันตาโตนึกขึ้นได้ว่าตนยังไม่ได้โอนเงินไปให้แม่จึงรีบบอกเขาให้ไปส่งยังหอพักแห่งเดิม ด้วย้าเก็บของใช้ส่วนตัวพร้อมทำธุระกับแม่ให้เสร็จเรียบร้อยในคราวเดียวกันว่า
“งั้นพี่จวินเอ่อ สามีช่วยไปส่งฉันที่หอพักได้ไหมคะ พอดีว่าจะไปเก็บของใช้ส่วนตัวนิดหน่อยค่ะ”
หลงจวินพยักหน้าเข้าใจเพราะเคยบอกเธอก่อนหน้าแล้วว่าให้ย้ายเข้าไปอยู่ในคฤหาสน์รุ่งอรุณด้วยกันพอเธอร้องขอจึงตรงตามเจตนาก่อนหน้า พลางสั่งเลขานุการและบอดี้การ์ดนั่งเบาะคู่หน้าให้ทำตามแผนการของตนว่า
“หลงคุนไปกับนายหญิงนะแล้วเรียกรถอีกคันกับหลงกังมารับฉันด้วย ฉันจะไปทำธุระนิดหน่อย”
โจวหนิงอันนึกขึ้นได้พอดีจึงรีบร้องขอสามีเพราะไม่อยากทำให้ผู้คนในหอพักเข้ามาวุ่นวายกับตนมากไปกว่านี้ เพียงตนแต่งกายสวยงามแตกต่างจากเดิมก็เรียกความสนใจจากผู้คนในแถบยากจนมากพอแล้วว่า
“สามีคะ ฉันขอใช้รถคันเล็กธรรมดาได้ไหมถ้าเอารถคันนี้ไปที่หอพักแล้วละก็ เห็นทีฉันคงไม่ได้ออกมาง่ายแน่”
หลงจวินผินหน้ามองภรรยาด้วยความขบขันพลันรู้สึกอารมณ์ดีขึ้นมาทันที แล้วอดหยอกล้อเธอไม่ได้ จึงบีบคางมนสวยด้วยความมันเขี้ยวแล้วตอบอย่างเข้าใจว่า
“ได้สิครับคุณภรรยาคุณอยากได้อะไรผมให้ทั้งหมดเลย ว่าแต่ตอนนี้ไม่สนใจตัวผมสักหน่อยเหรอ”
โจวหนิงอันกลั้นยิ้มเขินอายแล้วรีบก้มหน้าหลบสายตาวิบวับจากสามีพลางรู้สึกได้ทันทีว่าใบหน้าตนร้อนผ่าว
บ้าน่านี่เขาอารมณ์ดีแล้วเหรอ ได้ทีก็หยอกฉันเลยนะ แต่ถึงจะโชคร้ายเื่อื่นอย่างน้อยฉันก็ได้สามีดีแล้วกัน
หญิงสาวกลั้นยิ้มพอใจไว้ได้แล้วจึงเงยหน้าตอบเขากำกวมด้วยไม่อยากให้เขาได้หน้าจากตนเร็วเกินไปว่า
“ก็คงต้องดูก่อนนะคะว่าสามีทำตัวดีขนาดไหนไว้ถ้าทำตัวให้ฉันพอใจมากกว่านี้ บางทีฉันอาจจะให้รางวัลค่ะ”
หลงจวินหัวเราะแ่เบาในลำคอด้วยความพอใจโดยไม่ได้กล่าวคำใดอีกมีเพียงกุมมือภรรยาไว้แน่น พลางหันกลับมานั่งตัวตรงมีสีหน้าเคร่งเครียดดังเดิมโดยปล่อยให้ภรรยานั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่มีความสุขตามลำพัง
หลังจากนั้นมีรถยนต์ซีดานหรูแล่นมาคู่ขนานแล้วทั้งสองคันจอดเทียบทางเท้าแบ่งแยกผู้คนจากรถยนต์ครู่หนึ่งก่อนโจวหนิงอันจะไปกับรถยนต์คันใหม่เพื่อเดินทางกลับหอพัก ขณะหลงจวินเดินทางไปทำภารกิจส่วนตัวต่อไป
โชคดีโจวหนิงอันมาถึงหอพัก่เวลาบ่ายคล้อยผู้คนต่างหลบอยู่ในห้องพักแต่ละคน ทว่าห้องส่วนใหญ่ว่างเปล่าเพราะหลายคนเดินทางกลับบ้านต่างจังหวัดใน่เทศกาลตรุษจีนช่วยให้เธอขึ้นลิฟต์ไปห้องพักโดยไม่มีสายตาจ้องมองเหมือนตัวประหลาดมากนัก
ครั้นหญิงสาวเกิดใหม่มีโอกาสกลับคืนสู่ห้องพักด้วยสภาพร่างกายแตกต่างจากเดิมเธอยืนกวาดตามองรอบห้องด้วยความรู้สึกหลากหลาย ก่อนทรุดนั่งบนเตียงขนาดเล็กแล้วหยิบโทรศัพท์เพื่อโอนเงินให้แม่พลันตาเบิกกว้างใเพราะพบว่าตนปิดเสียงไว้ั้แ่่กำลังให้ช่างแต่งหน้าทำผมอยู่
“ตายแล้ว!มีสายเรียกเข้ามาตั้งเยอะ แม่จะเป็ยังไงบ้างล่ะเนี่ย?!”
โจวหนิงอันใจหายวาบทันทีพลางรีบกดเบอร์โทรซ้ำกันหลายครั้งด้วยมืออันสั่นเทาเธอไม่ได้ให้หลงคุนหรือเลขานุการซ้ายของสามีและบอดี้การ์ดขึ้นมาด้วย จึงแสดงตัวตนแท้จริงได้อย่างเต็มที่
ครั้นปลายสายรับสายของเธอแล้วพลันมีเสียงตะคอกไม่พอใจดังขึ้นมาว่า
“ไหนล่ะเงินใช้หนี้หายหัวไปเลยนะ สงสัยอยากเห็นแม่อยู่ในสภาพทุเรศล่ะสิ ว่าไงหา?!!!”