ตอนที่หนึ่งร้อยสี่สิบสาม Partner in Crime 7
ผมควรจะสังหรณ์ได้ตั้งแต่แรกแล้วตั้งแต่ที่คานาเอะเอาหนามดำๆมาแทงผม
ว่านี่อาจจะไม่ใช่ฮาเร็ม “ของผม”แต่เป็นฮาเร็ม “ของเธอ” ผมแค่เป็นตัวประกอบฉาก
และแม้ว่าผมจะพยายามทำตนเป็นผู้ชายที่แข็งแกร่งที่สุดในโลกผงาดเหนือฟ้าแค่ไหน
เมื่ออยู่ในแวดวงของพวกเธอจะโดนดึงให้เรื่องราวไปสู่เรื่องความสัมพันธ์มากกว่าที่จะคิดท่าไม้ตายท่าใหม่ได้
ไม่รู้เป็นเพราอะไรในแนวยุริยุคใหม่ชอบทำให้ผู้หญิงนิสัยไซโคทุกที
จำได้ว่าคนเขียนบทคนหนึ่งกล่าวว่า
“เขาไม่ต้องการเขียนผู้หญิงให้ไร้เดียงสาเป็นเทพธิดาดูไร้ความรู้สึก แต่ต้องการเขียนคนที่มีชีวิตจริงๆ”
ก่อนที่นักเขียนบทคนนั้นจะย้ายบริษัทไปทำเกมส์เกี่ยวกับการทำสงครามในตะวันออกกลางทหารรับจ้างและอื่นๆอีกมากมาย
หรือเวลาที่มีบทสัมภาษณ์ที่ถามว่า
ตัวละครหญิงตัวไหนในเรื่องรักกันบ้าง?
คนเขียนบทตอบว่า
ไม่มีตัวละครไหนรักผู้หญิงด้วยกันและนั่นคือสิ่งเดียวที่ผมจะตอบกับเรื่องนี้
นับเป็นการแสดงความติสท์ของคนเขียนอย่างหนึ่งที่อย่างไรก็ตามไม่สามารถหยุดผู้ชมในการจับคู่จิ้นคู่ชิปหรือดราม่าซีดีต่างๆได้
แบบเดียวกับเรื่องของนิตยสารแฟชั่นการแต่งตัวของเด็กผู้ชายกลายเป็นนิตยสารสายยาโอยไปตั้งแต่เมื่อไรก็ไม่ทราบ
เช่นเดียวกับย่านเครื่องใช้ไฟฟ้าอากิบาฮาระกลายเป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์ของเหล่าโอตาคุไปนั่นเอง
เกมส์ที่ตอนแรกที่หากดูภายนอกเหมือนกับพยายามจะขายตัวละครไวฟุให้คนเล่นอวยกันเติมเงินกาชะและขายสินค้ากันอย่างสนุกสนาน
เป็นบทพิสูจน์ว่าเนื้อเรื่องไม่สำคัญเท่าไรหากเราสามารถขายตัวละครและขายสินค้าได้
ตามแบบแนวคิดเรื่องโจโจ้ที่มีตัวละครแนะนำฆาตกรที่คิดเป็นนักแสดงประมาณว่า
ความสามารถในการแสดงมันก็งั้นๆล่ะสิ่งที่สำคัญคือตัวตนของเราที่ทำให้คนดูรู้สึกได้ทันที
ว่าความจริงอาจจะเพราะโดนตัวละครที่โดดเด่นกลบไปแต่เนื้อเรื่องภายในนั้นเนื้อหาหนักหน่วงเอามากๆ
อาจจะเพราะคนแดนอาทิตย์อุทัยมักจะชอบเริ่มเรื่องจากการชกกับนักเลงแถวบ้านและไปสิ้นสุดที่จ้าวปีศาจและพระเจ้าที่ควบคุมจักรวาล
การที่เด็กสาวธรรมดา(เหรอ?)ที่เราเห็นจะกลายเป็นร่างอวตารของเทพเจ้าแห่งความมืดที่ควบคุมจักรวาลก่อนมีแสงสว่าง(เรื่องมันยาวต่อเนื่องหลายสิบล้านปี-ผู้เขียน)ก็เป็นเรื่องธรรมดา
อะไรก็เกิดขึ้นได้ในจักรวาลนี้
ที่ผมกล่าวว่าจะอยู่เหนือสวรรค์ผงาดฟ้าผมไม่ได้กล่าวล้อเล่น
เพราะมันอาจจะเป็นทางรอดเพียงหนึ่งเดียวของผม
ดังนั้นจากแผนการเดิมของผมนั้นผมคิดว่าตอนนี้ผมควรจะอยู่ในถ้ำบนภูเขาต่อสู้กับลิงยักษ์หรือจุดไฟเผาตนเองในวัดเพื่อฝึกวิชาต่อสู้
แต่ผมกลับเจอใบหน้าที่เลียน้ำลายอย่างยั่วยวนของคานาเอะกับร่างกายของโทโมกะที่เธอเลียไปที่คอและงับใบหู
ทำให้ผมสงสัยว่าผมมาอยู่ในสถานการณ์นี้ได้อย่างไรเหมือนกัน
โลกของแนวโชวโจวนี่น่ากลัวจริงๆ
เราคิดว่าจะได้ฝึกวิชาต่อสู้แต่กลับต้องมาทำอีเวนท์เพิ่มค่าความสัมพันธ์