หา?
ทุกคนล้วนงุนงงสงสัยว่าเหตุใดจู่ๆ ภาพบรรยากาศพลันเปลี่ยนไปในทันที
หญิงสาวในหมวกงอบที่อยู่ต่อหน้าพวกเขาเมื่อสักครู่ยังดูโศกเศร้าอยู่เลย แต่เพียงพริบตาเดียวกลับทำท่าเหมือนกับว่าจะขายหญ้าวิญญาณลึกลับ นี่มันเรื่องอะไรกันแน่?
อีกอย่าง นางเพิ่งพูดว่ากระไรนะ?
ที่ตัวนางยังมีหญ้าวิญญาณลึกลับหรือ?
ความสงสัยแวบเข้ามาในสายตาของทุกคน ก่อนจะตามมาด้วยอารมณ์ขบขันเพราะความคิดที่ว่าสตรีผู้นี้คงจะอิจฉาริษยากระมัง เมื่อครู่นางพยายามทุ่มสุดชีวิตเพื่อที่จะได้หญ้าวิญญาณลึกลับมา ทว่าท้ายที่สุดแล้วกลับล้มเหลว แต่ยามนี้นางกลับพูดโอ้อวดคำโต
แม่นางน้อยคงอยากได้หน้า
เมื่อฉู่รั่วหลานได้ยินคำพูดของฮวาเหยียน นางพลันหัวเราะเยาะเย้ยออกมาทันที “ฮ่าฮ่า ในปีนี้นี่เป็นคำพูดที่น่าขบขันที่สุดที่ข้าเคยได้ยินมา เจ้ามีหญ้าวิญญาณลึกลับมากมาย? นี่มันเรื่องขี้โม้ที่ยิ่งใหญ่มากมายเหลือเกินวันนี้ถ้าเจ้าสามารถเอามาได้ เจ้ามีเท่าไหร่ ข้าผู้นี้ก็จะซื้อมากเท่านั้น”
ฉู่รั่วหลานชูคอเชิดขึ้น พูดจาเสียดสีด้วยท่าทีหยิ่งผยอง
ทันทีที่นางพูดจบ ผู้ชมที่อยู่โดยรอบก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมาบนใบหน้าของทุกคนเขียนตัวอักษรตัวใหญ่สองตัวเป็นคำว่า ไม่เชื่อ!
“คราวนี้คุยโวใหญ่เลย…”
"ฮ่าฮ่า ครานี้คงลำบากใจแล้วจริงๆ "
“แพ้แล้วก็คือแพ้ ไม่ขายหน้าหรอก...”
เสียงวิพากษ์วิจารณ์เริ่มดังขึ้นอีกครั้ง
สำหรับคำวิจารณ์เหล่านี้ ฮวาเหยียนเจตนาทำหูทวนลม นางเพียงแค่มองไปที่ฉู่รั่วหลานแล้วพูดว่า "เจ้าพูดจริงใช่หรือไม่?"
"แน่นอน"
ฉู่รั่วหลานเชิดคางขึ้น ท่าทางเย่อหยิ่งไร้ผู้ใดเทียบเทียม นางใช้สายตามองไปที่ฮวาเหยียนนี่คือการเหยียดหยามใช่หรือไม่?
“ยังเป็นราคาที่ตั๋วเงินหนึ่งล้านตำลึง? ”
“ถ้าเจ้าเอามันออกมาได้จริงๆ ข้าองค์หญิง... ผู้หญิงคนนี้ล้วนซื้อทั้งสิ้น เกรงแค่ว่าเจ้าจะเอามันออกมาไม่ได้ก็เท่านั้น”
ท่าทีของฉู่รั่วหลานยังคงดูหยิ่งผยองอย่างถึงที่สุด
ในทางกลับกันฮวาเหยียนกลับพยักหน้าอย่างเรียบเฉย
ทุกคนเพียงได้ยินนางที่เปิดปากเอ่ยว่า "เช่นนั้นก็ย่อมได้ พวกเราไม่ได้มีการจดเป็นลายลักษณ์อักษร แต่ไม่ว่าจะอย่างไรที่นี่ก็มีคนฟังอยู่มากมายเหลือเกิน"
ท่าทีของนางดูนิ่งสงบ ทุกคนไม่เข้าใจความหมายของฮวาเหยียน พวกเขาเห็นนางอุ้มสัตว์เลี้ยงด้วยมือข้างหนึ่ง ส่วนมืออีกข้างหนึ่งก็หยิบของในอ้อมแขนของนางออกมาแล้ววางลงบนโต๊ะคิดเงิน
นั่นเป็นถุงหอมสี่เหลี่ยมสีเหลืองขนาดเล็ก มันใหญ่กว่าฝ่ามือของเด็กเพียงเล็กน้อยทว่ามีความละเอียดสวยงามยิ่งนัก จากนั้นทุกคนก็เห็นนางเปิดห่ออย่างช้าๆ ทันใดนั้นกลิ่นขมพลันลอยตลบอบอวลขึ้นมา ต่อจากนั้นนางก็หยิบของจากข้างในออกมาวางต่อหน้าทุกคน และสิ่งนี้ที่ทำเอาสีหน้าของทุกคนพลิกกลับอย่างสิ้นเชิง...
นั่นคือหญ้าวิญญาณลึกลับตากแห้ง
ทั้งหมดมีประมาณเจ็ดแปดต้น
ของอยู่ในสภาพสมบูรณ์ซึ่งแสดงให้เห็นว่ามีการเก็บรักษาเอาไว้เป็นอย่างดี
ทุกคนตกตะลึง พนักงานหนุ่มเองก็ตกตะลึงเช่นกัน
มีเพียงมู่เฉิงอินเท่านั้นที่หลับตาลงและมีรอยยิ้มจางๆ อยู่บนใบหน้า นางคาดเดาเอาไว้ก่อนแล้วว่าน้องหญิงเหยียนคนนี้ต้องการจะทำสิ่งใดทั้งยังเดาด้วยว่านางคงมีหญ้าวิญญาณลึกลับจริง แต่คิดไม่ถึงว่าจะมีมากมายขนาดนี้
“สวรรค์ทรงโปรด หญ้าวิญญาณลึกลับมากมายทีเดียว”
“สตรีผู้นี้มาจากที่ใดกัน? หญ้าวิญญาณลึกลับเหล่านี้มีขนาดใหญ่นักพวกมันถูกขุดออกมาจากป่าเก่าแก่บนภูเขาลึกที่ไหนกัน…”
"อยากได้ ข้าอยากได้มันจริงๆ "
กลุ่มลูกค้าของหออู๋หมิงที่กำลังชมอยู่ล้วนตื่นเต้นจนแตกฮือ ยังจะมีแววตาเย้ยหยันเมื่อสักครู่นี้อยู่ที่ไหนกัน ในเวลานี้ดวงตาทุกคู่นั้นล้วนรุ่มร้อนราวกับสามารถเกิดเพลิงโหมไหม้ได้ทุกเมื่อ พวกเขามีท่าทางกระสับกระส่ายและร้อนใจยิ่งนัก
"แม่นาง หญ้าวิญญาณลึกลับนี้ขายหรือไม่?"
“ขายราคาเท่าไหร่?”
“ขายให้ข้าสักต้นได้หรือไม่?”
เหล่าฝูงชนตะโกนและแย่งกันพูด เสียงนั้นค่อยๆ ดังขึ้นเรื่อยๆ
ฮวาเหยียนยกมือขึ้นอย่างสงบ ทันทีที่นางยกมือขึ้น ทุกคนก็ปิดปากเงียบและยืนนิ่งอยู่กับที่ทันที ไม่กล้าที่จะก้าวไปข้างหน้าหรือหยอกเล่นเพราะเกรงว่าจะเป็นการทำให้สตรีผู้นี้ไม่พอใจหญ้าวิญญาณลึกลับนี้ไม่ใช่การหยอกเล่นแน่นอน
“ทุกคนไม่ต้องตื่นตระหนกไป ที่ตัวข้ายังมี...”
วินาทีต่อมา พวกเขาได้ยินฮวาเหยียนที่เปิดปากกล่าว
ทุกคนกะพริบตา คิดว่าตัวเองหูแว่วไปเอง
ที่ ตัว ข้า ยัง มี
ช่างเป็นประโยคที่น่าอัศจรรย์
หญ้าวิญญาณลึกลับไม่ใช่ผักกาดขาว ที่นางหยิบออกมาคือถุงหอมหญ้าวิญญาณลึกลับ เจ้าบอกกับข้าว่า สิ่งที่ตัวเจ้ายยังมี?
จากนั้น ฮวาเหยียนก็ไม่ทำให้ทุกคนผิดหวัง นางหยิบออกจากอ้อมแขน ครานี้หยิบถุงหอมออกมาอีกถึงสี่ห่อ
ฮวาเหยียนโยนถุงหอมเล็กๆ เหล่านี้ทั้งหมดนี้เข้าไปในช่องว่างพิเศษในไข่มุกทองมังกรคะนองน้ำ ไม่รู้ว่าถูกโยนเข้าไปในซอกมุมไหน หลังจากที่ค้นหาอยู่เป็นนานก็หาเจออยู่ห้าห่อ และเมื่อมองดูอีกครั้ง นับดูคร่าวๆ แล้วก็น่าจะมีทั้งหมดแปดห่อ
สายตาของทุกคนจับจ้องแต่ฮวาเหยียนที่ค่อยๆ หยิบถุงหอมห่อเล็กๆออกมาทีละซอง ทีละซอง
ใต้ฝ่ามือที่ปกคลุมไปด้วยผ้าโปร่งบางสีขาวของนางเหมือนเป็นคลังสมบัติล้ำค่า ถุงหอมห่อเล็กถูกหยิบออกมาทีละห่อ ทีละห่อ สีสันช่างงดงามยิ่ง ฝีมือช่างประณีตเหลือเกิน อีกทั้งทุกห่อยังนูนแน่น ข้างในเต็มไปด้วยสิ่งของ
นี่มันคืออะไร?
ทุกคนไม่กล้าคิด
ในที่สุด ฮวาเหยียนก็หยิบถุงหอมออกมาทั้งสิ้นสิบสามถุง
ทุกคนได้ยินนางพูดว่า "หืม มีแค่สิบสามเองหรือ"
ท่าทางดูเหมือนไม่ค่อยพอใจนัก
ทุกคนรู้สึกว่าหน้าอกเต้นแรงราวกับมีอะไรบางอย่างจะกระโดดออกมาจากอก มี มีเพียงสิบสามเท่านั้นหรือ? สิบสาม... สวรรค์ทรงโปรดช่างเป็นตัวเลขที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก ยิ่งไปกว่านั้นถุงหอมเหล่านี้ยังเต็มไปด้วยหญ้าวิญญาณลึกลับ?
ถ้าเป็นเช่นนั้น สตรีผู้นี้ก็ช่างน่ากลัวเหลือเกิน นางมีหญ้าวิญญาณลึกลับอยู่ทั้งหมดกี่ต้นกัน อีกทั้งพวกมันยังถูกตากแห้งเรียบร้อยแล้วด้วย
ทั้งหมดนี่ถือเป็นสมบัติได้มากเท่าไหร่กัน...
หออู๋หมิงได้รับมาแค่ประมาณสามสิบต้นและขายหมดเกลี้ยงในชั่วพริบตา
แม่นางคนนี้กลับหยิบออกมาถึงสิบสามถุง...
ในที่สุดก็มีคนทนไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว "แม่ แม่นาง ถุงหอมทั้งหมดนี้ล้วนเป็นหญ้าวิญญาณลึกลับใช่หรือไม่?”
ยามที่เขาถาม น้ำเสียงของเขาสั่นเทาอย่างมิอาจควบคุมได้
ฮวาเหยียนเอ่ยขึ้น “ใช่แล้ว ภายในถุงหอมเหล่านี้ล้วนเป็นหญ้าวิญญาณลึกลับ ข้าใช้มันเพื่อรมควันไล่แมลง พวกมันใช้ง่ายมาก กลิ่นไม่ค่อยฟุ้งกระจาย ประสิทธิภาพก็ไม่จางหาย แต่ไม่รู้เหตุใดถึงมีมูลค่ามากมายถึงเพียงนี้"
น้ำเสียงของฮวาเหยียนช่างฟังดูสบายๆ ยิ่งนัก
พรู๊ด
ทุกคนรู้สึกว่ามีเลือดสดทะลักล้นในลำคอเพราะถูกน้ำเสียงของฮวาเหยียนพาให้โมโหจนกระอักเลือด
หญ้าวิญญาณลึกลับถูกใช้เพื่อรมควันแมลง? ใช้ของล้ำค่าไปกับเรื่องเล็กน้อยเพียงเท่านี้
“แม่นาง เจ้า เจ้าขายหรือไม่? หากเจ้าขายข้าต้องการหนึ่งต้น ไม่สิ สองต้น...”
ในเวลานี้ดวงตาของทุกคนในหออู๋หมิงล้วนเปลี่ยนเป็นสีแดงด้วยความตื่นเต้น พวกเขาตกใจมากจริงๆ ใช้ชีวิตมาจนอายุขนาดนี้แล้ว นี่เป็นครั้งแรกที่พวกเขาได้เห็นหญ้าวิญญาณลึกลับมากมายขนาดนี้
สวรรค์ทรงโปรด สวรรค์ทรงโปรด! หัวใจกำลังจะแตกสลายแล้ว
แม่นางคนนี้มาจากที่ใดกันแน่?
ยอดเยี่ยมเกินไปแล้ว
“ข้าก็อยากได้ ข้าก็อยากได้เหมือนกัน...”
"ข้าก็ด้วย แม่นาง ข้าก็อยากซื้อมันเหมือนกัน"
"แม่นาง ข้าให้เจ้าสองเท่าขอข้าซื้อห้าต้น..."
ผู้คนในหออู๋หมิงตะโกนเสียงดังต่างคนต่างแย่งกันพูด ทุกคนตื่นเต้นราวกับฉีดเลือดไก่ และมีท่าทีรีบร้อนร้อนรน
"ทุกคนอย่าได้ลนลาน"
ฮวาเหยียนยกมือขึ้นเอ่ยอย่างสงบ
ทันทีที่นางอ้าปาก ก็ทำให้ทุกคนไม่กล้าที่จะพุ่งเข้าไปข้างหน้าแล้ว แต่ทุกสายตากลับจับจ้องมาที่นาง
จากนั้นก็ได้ยินฮวาเหยียนเอ่ยว่า "ตอนนี้มีถุงหอมเล็กทั้งหมดสิบสามถุงเล็ก ในหนึ่งถุงหอมมีหญ้าวิญญาณลึกลับประมาณแปดต้น นับรวมทั้งหมดอย่างน้อยน่าจะมีหนึ่งร้อยต้น แม่นางคนนี้เพิ่งพูดเมื่อครู่ว่า ขอเพียงข้าสามารถนำเอาหญ้าวิญญาณลึกลับออกมาได้ มีเท่าไหร่นางก็ต้องการเท่านั้น อีกทั้งพวกมันทั้งหมดมีราคามากกว่าหนึ่งแสนตำลึง รวมราคาของต่างหูหยกและปิ่นปักผมทองคำ ใช่หรือไม่? ”
เสียงของฮวาเหยียนค่อยๆ เบาลง
ขณะนี้หออู๋หมิงเงียบสนิทไร้สรรพเสียงทันที
ทุกสายตาจับจ้องไปที่ศีรษะของฉู่รั่วหลาน
ก่อนหน้านี้ทุกคนล้วนคิดว่านางร่ำรวยและมีอำนาจ แต่เมื่อมองดูนางในยามนี้แล้ว เหตุใดดูเหมือนมันเป็นเพียงเรื่องขบขันกัน
ตอนนี้ทุกคนยังมีอะไรที่ไม่เข้าใจอีกหรือ? หญิงสาวในหมวกงอบกำลังหยอกเล่นกับนาง หญ้าวิญญาณลึกลับต้นละหนึ่งหมื่นตำลึงถูกเพิ่มราคาขึ้นเป็นหนึ่งแสนตำลึงบวกรวมกับราคาของต่างหูหยกคู่หนึ่งและปิ่นปักผมทองคำ
หากอีกฝ่ายต้องการหญ้าวิญญาณลึกลับจริงๆ ก็นับว่าช่างมันเถิด ทว่าแท้ที่จริงแล้วฮวาเหยียนกลับมิได้ต้องการมันเลยเพราะนางมีมันอยู่แล้วมากมาย มีมากขนาดที่ว่าใช้หญ้าวิญญาณอันล้ำค่าเพื่อรมควันไล่แมลง
เอาเถิด นางคงรู้สึกว่าตัวเองร่ำรวยและมีอำนาจมากจริงๆ ถึงขั้นประกาศลั่นว่าจะซื้อหญ้าวิญญาณลึกลับทั้งหมดที่อยู่ในมือของผู้อื่น
เดิมทีนางคาดว่าคงจะเป็นการคุยโวโอ้อวด แต่กลับกลายเป็นว่าฮวาเหยียนจงใจทำตัวให้ต้อยต่ำ
ในขณะนี้ ฉู่รั่วหลานกลายเป็นตัวแทนของคนโง่ที่มีเงินและมีความโง่เขลาเป็นอย่างยิ่ง
ทุกคนมองไปที่ฉู่รั่วหลานด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยันความเห็นอกเห็นใจ ความสุขบนความทุกข์ของคนอื่น
...
ฉู่รั่วหลานยืนอยู่กับที่ ดวงหน้าของนางแดงก่ำ สายตาของคนรอบข้างล้วนมองมาที่นางเหมือนกับฝ่ามือที่ตบหน้านางอย่างรุนแรง
ตอนนี้นางยังมีอะไรไม่เข้าใจอีกหรือ?
นางกำลังถูกหยอกล้อกลั่นแกล้ง!
นางกลายเป็นเรื่องขบขันของทุกคน
เมื่อสักครู่นี้นางยังมีความกระหยิ่มยิ้มย่อง ลำพองใจ แต่ตอนนี้นางปรารถนาจะหารูมุดแทบไม่ไหว
เพื่อนของมู่เฉิงอินคนนี้ สตรีที่สวมหมวกงอบได้ออกกลอุบายกับดัก ทำให้นางควักตั๋วเงินออกจนหมด เดิมทีหญ้าวิญญาณลึกลับราคาหนึ่งหมื่นตำลึง แต่นางกลับจ่ายแพงกว่าถึงสิบเท่า!
หน้าอกของฉู่รั่วหลานสั่นเทาด้วยความโกรธ
“ใช่แล้ว เจ้าจะซื้อหรือไม่ซื้อ ถ้าจะซื้อก็รีบควักเงินออกมา ถ้าหากไม่ซื้อก็ให้โอกาสพวกเรา”
"คือ มันคือ..."
"ร้อนใจจะแย่แล้ว"
เมื่อเห็นฉู่รั่วหลานยืนอยู่กับที่ นิ่งเฉยไม่ขยับ มีเพียงใบหน้าที่สลับแดงก่ำและขาวซีดทุกคนก็อดไม่ได้ที่จะกระตุ้นและเร่งรัดเอาคำตอบจากนาง
ดวงหน้าภายใต้หมวกงอบของฮวาเหยียน ดูราวจะยิ้มแต่ก็ไม่ยิ้ม เมื่อเห็นความอับอายของฉู่รั่วหลาน นางรู้สึกสบายใจเหลือเกิน
แกล้งพี่สะใภ้ของนางหรือ? บอกว่านางเป็นผียาจกหรือ? เฮอะๆ ... ช่างน่าขันเสียนี่กระไร
นางถูกองค์รัชทายาทเฮงซวยนั้นกลั่นแกล้ง แต่เหตุการณ์นี้เป็นองค์หญิงฉู่ที่รนหาที่เอง พวกเขาทั้งสองมิได้มีสายเลือดเดียวกันหรือ
“เจ้า เจ้าตั้งใจทำ”
เมื่อเผชิญหน้ากับเสียงเรียกเร่งรัดของทุกคนในที่สุดฉู่รั่วหลานก็ทนไม่ไหว นางจ้องมองไปที่ฮวาเหยียนด้วยสายตาเกลียดชังพร้อมกับกัดฟันพูด
ฮวาเหยียนหัวเราะเย้ยหยัน สีหน้าไม่เปลี่ยนแปลง พูดด้วยเสียงเบาที่ได้ยินเพียงสองคนเท่านั้น “ใช่แล้ว ข้าตั้งใจใครจะรู้ว่าเจ้าโง่เหลือเกิน ตกหลุมพรางเข้าแล้วจริงๆ ”
“เจ้า กล้ามาก”
ฉู่รั่วหลานเมื่อเห็นฮวาเหยียนยอมรับตรงๆ เพลิงโทสะของนางก็แล่นริ้วไปทั่วร่าง นางก้าวไปข้างหน้าและยกมือขึ้นเพื่อคว้าหมวกงอบของฮวาเหยียน
ฮวาเหยียนเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วราวกับสายฟ้าฟาดพลันคว้าข้อมือของฉู่รั่วหลานไว้ แล้วเหวี่ยงร่างของนางออกไปดวงตาของหญิงสาวแฝงไปด้วยความเยือกเย็น “จะทำอันใด?”
“ก็ใช่น่ะสิ เหตุใดถึงลงมือเล่า? ”
“ไม่เข้าใจกฎหรือ?”
"ผู้หญิงคนนี้ แพ้ไม่เป็นหรือ"
ฉู่รั่วหลานรู้สึกเจ็บปวดบริเวณข้อมือที่ถูกฮวาเหยียนบีบไว้เหลือเกินแต่การถูกทุกคนจ้องมองด้วยสายตาเยาะเย้ยทำให้นางไม่สามารถเงยหน้าขึ้นมาได้ดวงตาของนางแดงก่ำขึ้นเล็กน้อย นางเงยหน้าขึ้น หันหน้าไปทางผู้คนที่ตะโกนเสียงดังในหออู๋หมิง "ใครบอกว่าข้าไม่มีเงิน กะอีแค่เงิน? มีอันใดให้ต้องดูถูกกัน?”
ฉู่รั่วหลานตะโกนเสียงดัง
“ถ้าอย่างนั้นเจ้าจะซื้อมันทั้งหมดเลยหรือ? ”
มีลูกค้าที่จีบปากจีบคอ บ่นพึมพำออกมา
ฉู่รั่วหลานยืนอยู่ที่เดิม นางหอบหายใจอย่างหนัก ที่ตัวนางในยามนี้แม้แต่ตั๋วเงินหนึ่งพันตำลึงก็ไม่สามารถหยิบออกมาได้นางจะสามารถซื้อหญ้าวิญญาณลึกลับทั้งหมดนี้ได้อย่างไร ตอนนี้ทั้งร่างทั้งร่างของนางราวกับเผาบนกองไฟ ใบหน้าเปลี่ยนเป็นสีแดงสลับขาว
นางกลั้นหายใจ ยืนนิ่งอยู่กับที่และไม่พูดอะไร
ฉู่รั่วหลานรู้สึกอับอายจนโกรธที่ถูกมอง ดวงตาอันชั่วร้ายของนางมองไปทางมู่เฉิงอิน ท่าทางของนางราวกับว่าปรารถนาจะกลืนกินนางเข้าไปทั้งเป็น...