บทที่ 15 ใครบอกว่าจ่ายยาผิด
ทันทีที่พูดจบ ทุกคนก็โหวกเหวกโวยวาย
ใครมีตาก็ต้องมองออกว่าเด็กคนนี้าเ็เต็มตัว ดูออกว่าโดนซ้อมมาชัดๆ
าเ็หนักขนาดนี้ ถ้าไม่เสียเงินเป็ร้อยๆ หยวนคงรักษาไม่หาย นี่มันขู่กรรโชกทรัพย์ชัดๆ!
แต่ยุคนี้ใครจะไปมีเงินมากมายขนาดนั้น
ชายวัยกลางคนโกรธจนตาแดงก่ำ เขาไม่คิดว่าแค่หวังดีช่วยเหลือคนอื่นกลับถูกใส่ร้ายแบบนี้
ในฐานะหมอ และเป็หมอที่เก่งด้วย การช่วยเหลือผู้คนคือหน้าที่ แต่เขาไม่คิดว่าจะเจอเื่แบบนี้
วันนี้ต่อให้เขาอธิบายยังไงก็คงไม่มีใครเชื่อ แต่ภรรยาเขายังนอนป่วยอยู่บนเตียง เขาจะเอาเงินที่ไหนไปจ่ายให้ผู้หญิงคนนี้ได้!
ต่อให้มีเงิน การชดใช้ให้ผู้หญิงคนนี้ก็เหมือนเอาเงินไปโยนทิ้งน้ำ
ตอนที่จางชุ่ยเฟินกำลังโวยวาย หนิงหรานก็เดินเข้ามา
เธอยืนฟังคนอื่นพูดคุยกันอยู่ในกลุ่มคน ทำให้เข้าใจสถานการณ์มากขึ้น
พอเห็นหวังเถี่ยหลินนอนตัวสั่นอยู่ที่พื้น ใบหน้าดูเ็ป มีรอยฟกช้ำ เธอก็พอจะเดาออกว่าเกิดอะไรขึ้นกับเด็กดวงซวยคนนี้
หวังเถี่ยหลินร่างกายแข็งแรง ถึงจะโดนซ้อมแต่ก็ไม่น่าเป็อะไรมาก แต่ต้องมาซวยเพราะแม่ของเขานี่แหละ
จางชุ่ยเฟินคงให้หวังเถี่ยหลินกินยาบำรุงเยอะเกินไป ทำให้เกิดอาการร้อนในเืคั่งส่งผลต่อการไหลเวียนโลหิต จึงทำให้หน้าซีดเซียว
หนิงหรานมองไปที่ชายวัยกลางคนที่สวมแว่น เห็นว่าเขามีใบหน้าที่ดูซื่อสัตย์ตรงกับที่คนอื่นพูดถึง และดูคุ้นหน้าคุ้นตาเธอเดาว่าน่าจะเป็อาจารย์ที่สอนเฉพาะห้องเด็กหัวกะทิและไม่ค่อยปรากฏตัวที่โรงเรียน
คนที่เธอตามหาชื่อเหลียงเจิ้งอิง
เป็เพื่อนสนิทกับอาจารย์ของเธอ
แต่ดูจากสถานการณ์ตอนนี้ ไม่น่าจะเกี่ยวข้องกับปรมาจารย์แพทย์แผนจีนในอนาคตเลย
จริงๆ แล้วเหลียงเจิ้งอิงไม่ได้ใช้ยาผิด เขาน่าจะมองออกเหมือนกับเธอว่าหวังเถี่ยหลินมีอาการเืคั่ง จึงอยากจะขับเืคั่งออกไปก่อน แต่หวังเถี่ยหลินดันทายาตัวอื่นมาแล้ว
สมุนไพรจีนนั้นต้องระวังเื่ตัวยาตีกัน
เหลียงเจิ้งอิงไม่คิดว่าหวังเถี่ยหลินจะทายาอื่นมาก่อน และดันไปตีกับยาของเขาพอดี
หนิงหรานได้กลิ่นสมุนไพรจางๆ จากตัวของหวังเถี่ยหลิน จางมากจนแทบไม่ได้กลิ่นถ้าไม่ใช่เพราะเธอมีจมูกที่ไวต่อกลิ่นั้แ่เด็กและกินสมุนไพรจากกำไลเงินมาตลอดเธอก็คงไม่ได้กลิ่นเหมือนกัน
เห็นจางชุ่ยเฟินหาเื่ไม่เลิก ส่วนเหลียงเจิ้งอิงก็พูดไม่ออก หนิงหรานจึงขมวดคิ้วแล้วใช้ไม้เท้าแหวกผู้คนออกไป
"ใครบอกว่าจ่ายยาผิด?"
ในสถานการณ์ที่ตึงเครียด คำพูดนี้ดังขึ้นเหมือนฟ้าผ่าดึงดูดความสนใจจากทุกคนทันที
จางชุ่ยเฟินหันมามองหนิงหรานด้วยความสงสัย รู้สึกคุ้นหน้าแต่ก็นึกไม่ออกว่าเป็ใคร คงเป็คนที่ไม่สำคัญ
คิดได้ดังนั้นจางชุ่ยเฟินก็ยืดอก
"แกบอกว่าไม่ผิดก็คือไม่ผิดงั้นเหรอ? โผล่มาจากไหน? มีสิทธิ์อะไรมาพูด ถ้าเกิดเื่ขึ้น เด็กอย่างแกจะรับผิดชอบไหวเหรอ? รีบไสหัวไปซะ!"
หนิงหรานแทบจะหลุดขำ ในชาติที่แล้วมีคนมากมายต่อคิวรอทำความรู้จักกับเธอที่เป็อัจฉริยะทางการแพทย์
บวกกับ่หลายปีที่ผ่านมา องค์กรนั้นทุ่มเททรัพยากรทั้งหมดเพื่อฝึกฝนเธอตามใจเธอทุกอย่าง ถึงแม้สุดท้ายจะตายอย่างน่าอนาถ
แต่เธอก็ไม่เคยเจอคนโง่ๆ ที่กล้าตะคอกใส่เธอแบบนี้อีกเลย
แน่นอน คนที่เคยรังแกเธอก็ตายไปหมดแล้ว
ต้องยอมรับว่าตอนนี้จางชุ่ยเฟินทำให้เธอนึกถึงอดีต และอยากจะเอาคืนให้หายแค้น
หนิงหรานยังคงทำสีหน้าปกติ ใช้ไม้เท้าเดินกะเผลกๆ ไปหาเหลียงเจิ้งอิง ซึ่งเขาก็มองเธอด้วยความสงสัยเช่นกัน
"จะรู้ว่ายาผิดหรือไม่ ต้องรอดูว่าเขาจะฟื้นหรือเปล่า" หนิงหรานเหลือบมองเหลียงเจิ้งอิง ก่อนจะพูดกับจางชุ่ยเฟินด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
"เธอทำให้ลูกฉันฟื้นได้งั้นเหรอ?" จางชุ่ยเฟินชะงักไป ก่อนจะมองหนิงหรานด้วยความเคลือบแคลง
ไม่นาน จางชุ่ยเฟินก็ปัดความคิดนั้นทิ้งไป
เด็กผู้หญิงอายุแค่สิบกว่าปี แม้แต่หมอยังทำอะไรไม่ได้ เด็กคนนี้จะทำอะไรได้? เอาเงินชดเชยก่อนดีกว่า แล้วค่อยพาลูกไปโรงพยาบาลใหญ่
ถ้าไม่ได้จริงๆ ถึงจะเสียหน้า เธอก็จะไปอาละวาดที่บ้านไอ้พวกที่ซ้อมลูกชายเธอให้พังพินาศไปเลย!
คิดได้ดังนั้น จางชุ่ยเฟินก็รู้สึกว่าตัวเองฉลาดมาก
ทั้งได้เงิน แถมยังแก้แค้นให้ลูกชายได้ด้วย!
แค่นึกถึงจางชุ่ยเฟินก็อารมณ์ดีขึ้นมา จึงพูดกับหนิงหรานด้วยน้ำเสียงเยาะเย้ย "ไสหัวไปซะ! วันนี้ฉันจะพูดให้ชัดๆ เลยนะ อย่าคิดว่าพวกเราแม่ลูกไม่มีผู้ชายอยู่ด้วยก็จะรังแกกันได้ง่ายๆ!"
"ฉันไม่เอาเยอะ แค่ 300 หยวน ก็พอ ถ้ารู้ว่าอะไรควรไม่ควรก็จ่ายมาซะ ถ้าไม่จ่าย ฉันจะแจ้งตำรวจให้เอาแกติดคุกหัวโต! ดูสิว่าแกจะทำยังไง!"
"อู้หู!" ทุกคนต่างพากันอ้าปากค้าง
300 หยวน!
เงินเยอะขนาดนั้น! นี่มันปล้นกันชัดๆ!
ต่อให้ขายบ้านขายรถ อาจารย์เหลียงก็หาเงินมาให้ไม่ได้หรอก! ยิ่งกว่านั้นภรรยาของเขายังป่วยหนักนอนโรงพยาบาลอยู่!
หนิงหรานคิดว่าจางชุ่ยเฟินนี่สืบทอดนิสัยตระกูลจางมาจริงๆ ไร้ยางอายสิ้นดี!
เพื่อนของอาจารย์เธอ จะยอมให้คนอื่นมารังแกได้ยังไง?
หนิงหรานเงยหน้าขึ้นมองเหลียงเจิ้งอิง
เหลียงเจิ้งอิงโกรธจนแทบเสียสติแล้ว
ใครโดนรีดไถเงินแบบนี้ก็ต้องโมโหทั้งนั้น!
ยิ่งเป็จางชุ่ยเฟินด้วยแล้ว ยิ่งน่าสะอิดสะเอียนเข้าไปใหญ่
หนิงหรานไม่เกรงใจอีกต่อไป
เธอขยับมือ เข็มเงินที่กำอยู่ในมือก็ปรากฏออกมา
บ้าเอ๊ย! คิดจะปล้นคนอื่นเหรอ?
ถ้าไม่สั่งสอนให้หลาบจำ เธอก็ไม่ใช่หนิงหรานแล้ว!