ซูหมิงเยว่ : ทะลุมิติมาเป็นยอดหญิงหมอเทวดา [จบ]

    เล่มที่ 2 ตอนที่ 32 ไม่ชัดเจน

            เมื่อคิดเช่นนี้ นางก็วางมือลงบนต้นขาของจี๋โม่หานอย่างใจกว้างแล้วบีบนวด

            วินาทีที่มือสัมผัสโดนเนื้อส่วนขาของจี๋โม่หานก็แข็งขึ้นมาเล็กน้อย

            ซูหมิงเยว่รีบหยุดมือทันที นางขมวดคิ้วแล้วเงยหน้ามองจี๋โม่หานและถาม “ยังรู้สึกอยู่หรือ?”

            สองมือของจี๋โม่หานวางอยู่บนที่เท้าแขน แถมยังอ่านสีหน้าบนใบหน้าไม่ออกอีกเขาพูดเสียงเรียบ “ไม่”

            ซูหมิงเยว่ก้มหน้าลงก่อนจะลอบพูดกับตัวเองว่าถามคำถามโง่เง่าออกไปได้อย่างไรกันผ่านมาหลายสิบปี กล้ามเนื้อก็คงตายหมดแล้ว จะไปมีความรู้สึกได้อย่างไร

            เมื่อคิดเช่นนี้นางก็ยิ่งมีไฟในรักษาจึงไม่เหลือความอายใดใดแล้ว

            สัมผัสมือดีมากจริงๆ ซูหมิงเยว่อดที่จะถอนหายใจในใจไม่ได้สี่คนที่อยู่ด้านหลังดวงตาทั้งแปดคู่จ้องซูหมิงเยว่ที่กำลังลูบขาขององค์ชายสามขึ้นลงอย่างเปิดเผยนิ่งอีกทั้งองค์ชายสามเองก็ไม่ได้มีปฏิกิริยาต่อต้านใดใด

            ซูหมิงเยว่ลูบซ้ำๆ อยู่เช่นนี้ ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าไรแล้วถึงได้มีประโยคหนึ่งถามมา“เป็นอย่างไรบ้าง”

            ซูหมิงเยว่เองก็ตอบกลับไปแบบไม่คิด “สัมผัสที่มือไม่เลวเลย”

            จี๋โม่หานชะงักไปครู่หนึ่งก่อนมุมปากจะยกขึ้น

            พวกหลิงชวนต่างเบือนสายตาออกไปเงียบๆ พวกเขาติดตามจี๋โม่หานมาตลอดครึ่งชีวิตไม่คิดว่าคืนนี้จะได้เห็นอีกด้านหนึ่งของจี๋โม่หานที่ไม่เคยเห็นมาก่อน อะไรที่ไม่เคยเห็นวันนี้ก็ได้เห็นหมดแล้ว

            จี๋โม่หานหัวเราะเบาๆ “คุณหนูซู หากยังลูบไม่พอใจก็ลูบต่อได้เลย”

            ซูหมิงเยว่เริ่มรู้ตัวแล้วว่าเมื่อครู่ตัวเองได้พูดอะไรไป ตอนนั้นนางรู้สึกกระอักกระอ่วนเล็กน้อยแถมหูก็เริ่มร้อนผ่าว

            แต่ในเมื่อเกิดใหม่มาชาติหนึ่งแล้ว หนังหน้าของนางจึงหนามากพอสมควรนางแสร้งทำเป็นไม่มีอะไรเกิดขึ้น จากนั้นก็ดึงมือกลับนิ่งๆ แล้วยืนขึ้น

            นางกระแอมไอเสียงเบา “อะแฮ่ม ความหมายของข้าก็คือหลายสิบปีมานี้องค์ชายสามเอาแต่นั่งอยู่บนรถเข็นตลอด กล้ามเนื้อจึงยังไม่เสียไปสัมผัสที่มือก็เลยดีขนาดนี้ ปาฏิหาริย์จริงๆ”

            จี๋โม่หานเลิกคิ้วก่อนจะตอบกลับเสียงเรียบ “เช่นนั้นอาจเป็นเพราะเปิ่นหวังนั่งอยู่บนรถเข็นที่ทำจากหยกรัตติกาลหมื่นปีอยู่ตลอดก็ได้”

            “จริงหรือเพคะ” ซูหมิงเยว่ยกยิ้มสายตาไม่ปล่อยผ่านสีหน้าใดใดบนใบหน้าของจี๋โม่หานเลยสักนิด“เช่นนั้นก็เป็นข้าที่ความรู้น้อยไม่เคยได้ยินมาก่อนเพคะ แต่ขาขององค์ชายสามข้ามองไม่เห็นปัญหาอะไรจริงๆ เกรงว่าจะมีแค่ใจที่อยากช่วยแต่ไม่มีเรี่ยวแรงจะทำได้”

            “ไม่เป็นไรหรอก ทักษะอาชีพก็มีความเชี่ยวชาญ แค่คุณหนูซูรักษาดวงตาของเปิ่นหวังได้ก็ทำให้เปิ่นหวังซาบซึ้งมากแล้ววิชาแพทย์ของคุณหนูซูในคืนนี้ทำให้เปิ่นหวังลืมตาได้แล้ว”

            ซูหมิงเยว่หน้ายิ้มแต่ตาไม่ยิ้ม ตอนนี้ตนก็ออกจากเรือนมานานมากแล้วหากยังไม่กลับไปอีก จิ้งจอกเฒ่าหลินโม่ก็คงจะเริ่มสงสัยแล้ว “องค์ชายสามเพคะเช่นนั้นหม่อมฉันขอทูลลาก่อนนะเพคะ หากกลับไปช้า เกรงว่าท่านพ่อจะเป็นห่วงเพคะ”

            จี๋โม่หานครุ่นคิดครู่หนึ่งก่อนจะบอก“เช่นนั้นข้าให้หลิงชวนไปส่งเจ้าแล้วกัน”

            “เพคะ รบกวนองค์ชายสามแล้ว” ซูหมิงเยว่ไม่ได้ปฏิเสธ

            ถึงแม้องค์ชายห้าจะลงมือพลาดไปแล้วและไม่มีทางส่งคนมาฆ่านางอีกเป็นครั้งที่สองในเวลาอันสั้นนี้แต่ก็เพื่อป้องกันเหตุไม่คาดคิดไว้ก่อน “หลังจากนี้สามวันข้าจะกลับมารักษาครั้งที่สองให้องค์ชายสามอีกนะเพคะเช่นนั้นขอทูลลาก่อนเพคะ”

            ซูหมิงเยว่พูดจบก็ตามหลิงชวนออกจากเรือนไป

            หลังจากพวกนางไปกันแล้ว จื๋อหลันถึงได้ก้าวขึ้นมาด้านหน้าหนึ่งก้าวแล้วมองจี๋โม่หาน“องค์ชายสาม ท่านไม่คิดว่าคุณหนูซูมีแต่ความลับหรือพ่ะย่ะค่ะนางเป็นคุณหนูอายุสิบสี่ปียังไม่บรรลุนิติภาวะ จะมีคนส่งคนมามากมายเพื่ออยากจะฆ่านางได้อย่างไรอีกอย่าง นางจะมองอะไรออกหรือพ่ะย่ะค่ะ?”

            จี๋โม่หานทำหน้าลึกลับยากจะคาดเดาอยู่เนิ่นนานก่อนจะหัวเราะออกมา เขาไม่ได้ตอบคำถามจื๋อหลันแต่สั่ง“ไปหาเชียนซวินจือคืนนี้ ให้เขาตรวจสอบว่าอาจารย์ที่สอนวิชาแพทย์ให้คุณหนูซูเป็นใครแล้วก็นางเคยใกล้ชิดกับใครมาก่อนบ้าง”

            “ขอรับ” จื๋อหลันไม่พูดมากอีกแล้วถอยหลังออกจากห้องไป

            หลิงชวนส่งซูหมิงเยว่ที่บริเวณไม่ไกลจากจวนซูมากเท่าไรนัก “พอแล้วล่ะเจ้าส่งข้าตรงนี้ ลำบากเจ้าแล้ว”

            “ไม่ลำบากขอรับ” หลิงชวนรีบส่ายหน้า “เช่นนั้นข้าจะกลับไปรายงานองค์ชายสามแล้วขอรับ”

            “อืม” ซูหมิงเยว่พยักหน้าน้อยๆพูดจบก็หันหลังเดินตรงไปยังประตูใหญ่ของจวนสกุลซู

            ถึงแม้หลิงชวนจะทำตามที่พูดจริงแต่เขาก็ยังแอบอยู่ในที่มืดมองดูซูหมิงเยว่เข้าจวนปลอดภัยแล้วถึงจะกลับไป

            จวนสกุลซูประสบเรื่องเมื่อคืนองครักษ์ภายในจวนกับคนลาดตระเวนตรวจตราก็เพิ่มขึ้นหนึ่งเท่า จะไปที่ไหนก็เห็นแต่กลุ่มลาดตระเวน

            ซูหมิงเยว่ไม่ได้หยุดนาน นางตรงไปที่หอฮวาซีทันทีภายในหอฮวาซียังจุดไฟสว่าง ศพภายในห้องถูกจัดการจนสะอาดแล้ว แต่อากาศข้างในยังคละคลุ้งไปด้วยกลิ่นคาวเลือด

            ซูหมิงเยว่ขมวดคิ้ว องครักษ์ที่คุ้มกันภายในหอฮวาซีเปลี่ยนเป็นสองคนที่ซูหมิงเยว่ไม่รู้จักนอกจากคนเฝ้าหน้าประตูแล้ว ภายในเรือนเองก็มีองครักษ์คอยลาดตระเวนเพิ่มด้วยตอนนี้เรือนหลังนี้จึงมีการคุ้มกันแน่นหนา

            “อี้จูกับอวิ๋นเฉินล่ะ?” ซูหมิงเยว่เดินไปถามหนึ่งในองครักษ์คนหนึ่ง

            “เรียนคุณหนู เป็นเพราะอี้จูกับอวิ๋นเฉินคุ้มกันคุณหนูไม่ดีเลยถูกใต้เท้าสกุลซูลงโทษโบยไปหนึ่งร้อยทีในช่วงนี้จึงไม่สามารถมาทำงานที่หอฮวาซีได้ขอรับ”

            “ข้าเข้าใจแล้ว” ซูหมิงเยว่ขมวดคิ้วแน่นขึ้น ไม่ได้พูดอะไรแล้วเดินอ้อมภูเขาปลอมเข้าไปด้านใน

            การที่อี้จูกับอวิ๋นเฉินมาทำงานไม่ได้สำหรับนางแล้วไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรเพราะอี้จูกับอวิ๋นเฉินอยู่ข้างกายนางมานานจึงค่อนข้างเข้าใจความเคยชินกันพอสมควร

            ส่วนตอนนี้การที่มีองครักษ์ภายในหอฮวาซีเพิ่มขึ้นมานั่นหมายความว่านางจะต้องระวังตัวยิ่งขึ้น เบื้องหน้าดูเหมือนหลินโม่จะเป็นห่วงความปลอดภัยของนางแต่เจตนาจริงใครจะไปรู้

            ในตอนนี้ด้านนอกก็มีคู่ผัวเมียตัวร้าย ส่วนด้านในก็มีบิดาที่มีท่าทางไม่ชัดเจนมาตลอดแล้วก็ยังมีคนที่ลอบวางยาพิษใส่นางตลอดเวลาด้วย เรื่องพวกนี้ทำให้นางเครียดไม่กล้าผ่อนคลายเลยสักนาทีเดียว

            ซูหมิงเยว่เพิ่งจะเดินอ้อมภูเขาปลอมไป เสี่ยวอวี่ หวังซวินและหนิงหยวนที่รออยู่ในเรือนมาตลอดก็รีบพุ่งเข้ามาหา

            “คุณหนู”

            ดวงตาของเสี่ยวอวี่ยังแดงอยู่เล็กน้อย ดูท่าทางแล้วคงเพิ่งร้องไห้มาหนิงหยวนกับหวังซวินสองคนก็ต่างทำหน้าเป็นกังวลอยู่ตลอด

            “คุณหนู ท่านกลับมาแล้ว ทำเอาข้าตกใจแทบตายท่านไม่เป็นอะไรใช่หรือไม่เจ้าคะ”

            เสี่ยวอวี่จับซูหมิงเยว่เอาไว้แล้วพิจารณานางจากบนลงล่างหนึ่งรอบพอเห็นว่าไม่ได้รับบาดเจ็บถึงได้ถอนหายใจ

            ซูหมิงเยว่หัวเราะพลางมองทั้งสามคนแล้วปลอบใจ “เอาล่ะ เห็นแล้วใช่ไหมว่าข้าไม่เป็นอะไรพวกเจ้าก็วางใจเถิด จริงสิ หลังจากข้าไปแล้วสถานการณ์เป็นอย่างไรบ้าง?”

            ตอนนั้นนางติดตามลูกน้องสองคนของจี๋โม่หานไปคนชุดดำที่ดักซุ่มอยู่ด้านนอกจวนก็ล้วนกลายเป็นวิญญาณใต้คมกระบี่ของพวกเขาสองคนแล้วส่วนสถานการณ์ภายในจวนเป็นอย่างไรนางก็ยังไม่รู้

            “เรียนคุณหนู” หนิงหยวนตอบ “ศพด้านนอกจวนได้ถูกจัดการไปหมดแล้วพวกคนชุดดำภายในจวนเองก็จับเป็นได้อยู่หลายคน แต่ทุกคนกลับซ่อนพิษไว้ในซอกฟันแล้วฆ่าตัวตายไปแล้วใต้เท้าซูจึงสั่งให้ไปตรวจสอบเรื่องนี้มาให้ชัดเจนขอรับ”

            “อืม” ซูหมิงเยว่พยักหน้าเล็กน้อย ผลสรุปก็ยังอยู่ในการคาดเดาของนางองค์ชายห้าคนนี้ลงมือโหดเหี้ยม ทำอะไรก็ระมัดระวังตัว ในมือเลี้ยงทหารที่ยอมพลีชีพเพื่อเขามากมายเหมือนกับตอนที่เกิดเรื่องที่จวนขององค์หญิงใหญ่เมื่อครั้งก่อน คนชุดดำสองคนก็กินพิษตายเช่นนี้เหมือนกัน

     

    คล้ายกับเรื่องซูหมิงเยว่ : ทะลุมิติมาเป็นยอดหญิงหมอเทวดา [จบ] ที่คุณอ่าน

    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    นิยาย รัก
    1.05M 604
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    นิยาย รัก
    623K 530
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    นิยาย รัก
    310K 841
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    955K 747
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498