ตอนที่ 8: รอยร้าวของความเชื่อใจ
สายฝนต้นฤดูสารทเริ่มโปรยปรายลงมาอย่างบ้าคลั่งเหนือแนวเทือกเขาไร้สิ้นสุด ลมพายุพัดกระหน่ำยอดไม้จนหักโค่น เสียงฟ้าร้องคำรามก้องสะท้อนขุนเขาดั่งเสียงกรีดร้องของิญญาแค้น บนเส้นทางดินโคลนที่คดเคี้ยวสู่ยอดเขากระบี่ฟ้าใส เงาร่างสูงใหญ่ของหลี่เหวินควบม้าศึกสีดำทะยานฝ่าสายฝนไปด้วยความเร็วอันน่าสะพรึงกลัว ดวงตาของเขาแดงก่ำด้วยเพลิงโทสะที่ลุกโชนอยู่ในอก ภาพจดหมายสั่งการพร้อมตราประทับสีชาดของสำนักกระบี่ฟ้าใสยังคงติดแน่นอยู่ในห้วงความคิด ดาบสีนิลกาฬที่สะพายอยู่บนแผ่นหลังสั่นสะท้านส่งเสียงหวีดหวิว กลิ่นอายลมปราณทมิฬอันดุดันแผ่กระจายออกมาจนละอองฝนรอบกายแตกกระจายกลายเป็ไอหมอก
ความเ็ปจากการถูกทรยศหักหลังบีบคั้นหัวใจของหลี่เหวินจนแทบแหลกสลาย บุรุษผู้เคยปิดกั้นหัวใจจากโลกภายนอก เพิ่งจะยอมเปิดประตูรับความอบอุ่นและมอบความเชื่อใจให้แก่ซูเม่ยใต้แสงดาว แต่ความจริงที่ได้รับกลับกลายเป็ว่า หญิงสาวที่เขาพร้อมจะสละชีพเพื่อปกป้อง คือศิษย์เอกของคนที่ลงมือฆ่าล้างตระกูลของเขาอย่างโเี้เมื่อสิบปีก่อน ความรักที่เพิ่งผลิบานพลันแปรเปลี่ยนเป็คมดาบที่ทิ่มแทงกลับคืนสู่ขั้วหัวใจของเขาเองอย่างเืเย็น
"สิบปีที่ผ่านมา... ข้ามีชีวิตอยู่เพื่อสิ่งใด!" หลี่เหวินคำรามก้องท่ามกลางเสียงฟ้าร้อง มือหนากระชากบังเหียนม้าแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด "ข้าหลงคิดว่าความอบอุ่นใต้แสงดาวคือความจริง แต่แท้จริงแล้วมันคือภาพลวงตาอันน่าสมเพช!"
ในเวลาเดียวกัน ซูเม่ยควบม้าตามหลังมาอย่างไม่คิดชีวิต เสื้อคลุมสีครามของนางเปียกโชกไปด้วยน้ำฝนและหยาดเหงื่อ ใบหน้างดงามซีดเผือดจนไร้สีเื ลมปราณในร่างที่ยังไม่ฟื้นตัวดีจากการขับพิษเริ่มตีกลับจนนางต้องกระอักเืออกมาเปรอะเปื้อนมุมปาก แต่นางไม่อาจหยุดพักได้แม้เพียงเสี้ยววินาที นางรู้ดีว่าหากหลี่เหวินไปถึงสำนักกระบี่ฟ้าใสด้วยจิตสังหารอันบ้าคลั่งเช่นนี้ เืจะต้องนองท่วมบันไดหินเก้าพันขั้นของสำนักอย่างแน่นอน
"หลี่เหวิน... ได้โปรดรอข้าก่อน..." ซูเม่ยพึมพำด้วยน้ำเสียงแหบพร่า น้ำตาผสมผสานกับสายฝนที่ไหลรินอาบสองแก้ม นางเชื่อมั่นในความดีงามของอาจารย์ผู้ชุบเลี้ยง แต่ในขณะเดียวกัน นางก็ไม่อาจทนเห็นชายผู้เป็ดั่งดวงใจต้องเดินเข้าสู่หนทางแห่งการทำลายล้างและความตายได้
เวลาผ่านไปจนกระทั่งยามพลบค่ำ ร่างของหลี่เหวินมาหยุดอยู่ที่หน้าบันไดหินทางขึ้นยอดเขาสำนักกระบี่ฟ้าใส เสาหินสลักคำว่า 'เที่ยงธรรมดุจกระบี่ ฟ้าใสไร้มลทิน' ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้า หลี่เหวินะโลงจากหลังม้า มือขวาชักดาบสีนิลกาฬออกจากฝัก ประกายดาบสีดำทมิฬตัดผ่านม่านฝน ปราณดาบอันหนักหน่วงฟาดฟันเข้าใส่เสาหินจนขาดสะบั้นพังทลายลงมาเป็สองท่อนเสียงดังกึกก้อง!
ตูม!
เสียงะเิทำให้ศิษย์เวรยามของสำนักกระบี่ฟ้าใสกว่ายี่สิบคนพุ่งทะยานออกมาจากป่าไผ่รอบด้าน อาวุธในมือสะท้อนแสงสายฟ้าแปลบปลาบ
"ผู้ใดบังอาจมาทำลายป้ายสำนักกระบี่ฟ้าใส!" ศิษย์ผู้หนึ่งตวาดลั่น
"ไปเรียกตัว 'จ้าวสำนักเฟิงชิงหยาง' ออกมาพบข้า!" หลี่เหวินกล่าวด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นดั่งมาจากขุมนรก "บอกมันว่า... ทายาทคนสุดท้ายของตระกูลหลี่แห่งเจียงหนาน กลับมาทวงหนี้เืที่มันเคยก่อไว้แล้ว!"
"คนโอหัง! สำนักกระบี่ฟ้าใสเป็แดนศักดิ์สิทธิ์ฝ่ายธรรมะ มีหรือจะยอมให้มารร้ายเช่นเ้ามาะโท้าทาย!" เหล่าศิษย์ไม่รอช้า ชักกระบี่ฟ้าใสพุ่งเข้าล้อมกรอบและแทงกระบี่ประสานค่ายกลเข้าใส่หลี่เหวินพร้อมกัน
หลี่เหวินมิได้มีความปรานีหลงเหลืออยู่ในใจอีกต่อไป เพลงดาบทมิฬถูกขับเน้นด้วยพลังโทสะขั้นสุดยอด ดาบสีนิลกวัดแกว่งสร้างพายุคลื่นดาบสีดำหมุนวน พลังทำลายล้างอันมหาศาลซัดร่างของเหล่าศิษย์กระเด็นกระดอน อาวุธกระบี่หักสะบั้นตกเกลื่อนกลาด แม้เขาจะไม่ได้ลงมือถึงขั้นเอาชีวิตศิษย์รุ่นเยาว์ แต่แรงกระแทกก็ทำให้ทุกคนาเ็สาหัสจนไม่อาจลุกขึ้นมาขัดขวางได้อีก
หลี่เหวินก้าวเท้าขึ้นบันไดหินทีละขั้น ท่ามกลางสายฝนที่ตกลงมาอย่างไม่ขาดสาย ทุกย่างก้าวเปี่ยมไปด้วยแรงกดดันมหาศาล จนกระทั่งเขาขึ้นมาถึงลานประลองหน้าตำหนักใหญ่ ซึ่งมีร่างของชายชราผมขาวในชุดคลุมสีขาวบริสุทธิ์ยืนเอามือไพล่หลังรอคอยอยู่ ชายผู้นั้นคือ เฟิงชิงหยาง เ้าสำนักกระบี่ฟ้าใส ผู้มีดวงตาเปี่ยมด้วยความเมตตาแต่แฝงรอยหม่นหมองลึกล้ำ
"เ้ามาถึงเร็วกว่าที่ข้าคิดไว้มาก... ทายาทตระกูลหลี่" เฟิงชิงหยางเอ่ยปากด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง ไร้ซึ่งความตื่นตระหนก
"เฟิงชิงหยาง!" หลี่เหวินชี้ปลายดาบสีนิลไปที่หน้าอกของชายชรา "เ้าจำตราประทับนี้ได้หรือไม่! เ้าจำจดหมายสั่งการฆ่าล้างตระกูลข้าเพื่อแย่งชิงคัมภีร์ดาราจรัสได้หรือไม่! ตอบข้ามา!"
หลี่เหวินปาจดหมายสั่งการที่เปียกชื้นลงบนพื้นหินเบื้องหน้า เฟิงชิงหยางก้มลงมองตราประทับนั้นด้วยสายตาที่เ็ปร้าวรานอย่างยิ่ง ชายชราถอนหายใจยาวก่อนจะหลับตาลงอย่างช้าๆ
"ตราประทับนี้... เป็ของข้าจริง ลายมือนั้น... ก็เป็ลายมือของข้าในอดีตมิผิดเพี้ยน" เฟิงชิงหยางตอบรับโดยไม่ปฏิเสธแม้แต่คำเดียว
คำยืนยันจากปากของเ้าสำนักเปรียบเสมือนฟ้าผ่าลงกลางกระหม่อมของหลี่เหวิน ความหวังริบหรี่สุดท้ายที่คิดว่าอาจเป็เื่เข้าใจผิดพังทลายลงจนหมดสิ้น หลี่เหวินคำรามลั่นด้วยความบ้าคลั่ง ลมปราณทมิฬะเิออกจากร่างจนม่านฝนรอบตัวระเหยกลายเป็ไอ
"เช่นนั้นก็จงเอาชีวิตของเ้ามาชดใช้ให้คนในตระกูลข้า!"
หลี่เหวินพุ่งทะยานร่างเข้าใส่เฟิงชิงหยาง ดาบสีนิลกาฬฟาดฟันลงมาดุจขุนเขาถล่มทลาย เพลงดาบอันดุดันหมายจะผ่าร่างของชายชราให้ขาดเป็สองท่อน เฟิงชิงหยางมิได้ชักกระบี่ เพียงแต่ยกฝ่ามือขึ้นต้านรับ คลื่นพลังกระบี่ฟ้าใสอันบริสุทธิ์ปะทะเข้ากับปราณดาบทมิฬจนเกิดเสียงะเิดังกึกก้องไปทั่วทั้งขุนเขา
ในจังหวะนั้นเอง ซูเม่ยที่เพิ่งปีนป่ายขึ้นมาถึงลานหน้าตำหนักได้เห็นภาพการปะทะกันอย่างดุเดือด นางเห็นแววตาที่เต็มไปด้วยความแค้นของหลี่เหวิน และเห็นสีหน้ายอมรับชะตากรรมของอาจารย์ ซูเม่ยรู้ดีว่านี่คือรอยร้าวของความเชื่อใจที่ไม่อาจประสานได้ด้วยคำพูดอีกต่อไป แต่ก่อนที่นางจะได้ก้าวเข้าไปห้ามปราม เสียงหัวเราะอันเย็นะเืดังก้องฟ้าก็ดังแทรกผ่านสายฝนเข้ามา พร้อมกับการปรากฏตัวของกองทัพพรรคมารที่กำลังล้อมกรอบยอดเขาไว้ทุกทิศทาง!